views

ยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำรายงานภาษีซื้อภาษีขาย



ภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการหลายท่านหลังการจดทะเบียนบริษัทต้องพบ รู้สึกยุ่งยากสับสน บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม


รู้วิธีการจัดทำบัญชียื่นภาษีอย่างถูกต้องและทำรายงานภาษีซื้อภาษีขายได้อย่างง่าย สำหรับเนื้อหาในบทความของสำนักงานบัญชี พีทูพี นี้ครอบคลุมตั้งแต่ความหมายของภาษีมูลค่าเพิ่ม


ไปจนถึงวิธีการยื่นแบบ ภ.พ. 30  อธิบายวิธีการจัดทำรายงานภาษีซื้อภาษีขาย  พร้อมตัวอย่างประกอบเพื่อช่วยให้ผู้อ่าน ผู้ประกอบการธุรกิจ เข้าใจ ติดตามกันได้เลย


มีปัญหาภาษี ติดต่อ

โทรศัพท์ : 097 236 2994

Add Line : p2pacc


  เงินได้พึงประเมิน 8 ประเภท มาตรา 40

ทำความรู้จักกับการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม 


ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ValueAdded Tax) หรือ VAT เป็นภาษีทางอ้อมที่รัฐบาลเก็บจากผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการ โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าสินค้าหรือบริการที่ขาย


ยกตัวอย่างเช่น ร้านขายเสื้อผ้าขายเสื้อราคา 100 บาท โดยอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่ที่ 7% ดังนั้นแล้วร้านค้าจะต้องเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากลูกค้า 7 บาท และร้านค้าจะต้องนำภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 บาท ไปชำระให้กับกรมสรรพากร


ทั้งนี้ภาษีมูลค่าเพิ่มแตกต่างจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างไร? อธิบายได้ง่าย ๆ ว่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เก็บจากรายได้สุทธิของบุคคล ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่ม เก็บจากมูลค่าสินค้าหรือบริการที่ขาย ให้ผู้ประกอบการสามารถขอคืนภาษีซื้อได้


ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ประกอบการขอสินเชื่อจากธนาคารได้ ใครบ้างที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ลำดับแรกเลยก็คือผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือบริการที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี และผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม


สำหรับวิธีการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม อธิบายแบบกว้าง ๆ เลยคือ ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ. 30)  จะชำระภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งนี้เอกสารประกอบ ก็ต้องมี เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนการค้า


ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี และรายงานภาษีซื้อภาษีขาย โดยระยะเวลายื่น ต้องอยู่ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หากคุณไม่ยื่นก็จะมีโทษอย่างเสียค่าปรับ และถูกดำเนินคดีอาญาได้


มีปัญหาภาษี ติดต่อ

โทรศัพท์ : 097 236 2994

Add Line : p2pacc


  อ่าน สิทธิของผู้เสียภาษี


ทุกซอกทุกมุมเกี่ยวกับการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม 


ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือบริการที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี และต้องการขอคืนภาษีซื้อ รวมไปถึงต้องการนำไปใช้ประกอบการขอสินเชื่อจากธนาคาร จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยมีวิธีการจดทะเบียน ดังนี้


1.เตรียมเอกสาร


  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนการค้า
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (ถ้ามี)
  • รูปถ่ายสำนักงาน 2 ชุด
  • แผนที่สำนักงาน 2 ชุด

2. ยื่นแบบคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ. 01


  • ยื่น ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา หรือ
  • ยื่น ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ หรือ
  • ยื่น ณ กองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่

3. ชำระค่าธรรมเนียม 500 บาท


โดยระยะเวลาต้องอยู่ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดต้องจดทะเบียน โดยต้องมีเอกสารประกอบ

  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนการค้า
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (ถ้ามี)
  • รูปถ่ายสำนักงาน 2 ชุด
  • แผนที่สำนักงาน 2 ชุด

หรือยื่นทางช่องทางการยื่นอื่น ๆ เช่น  ยื่นแบบกระดาษ ยื่นแบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร ยื่นแบบออนไลน์ผ่าน RD Smart Tax ก็ย่อมได้


สำหรับวิธีการกรอกแบบภ.พ. 30 ลำดับแรกให้กรอกข้อมูลทั่วไปของผู้ประกอบการ กรอกข้อมูลภาษีขาย กรอกข้อมูลภาษีซื้อ จากนั้นให้คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มถือว่าสิ้นสุด


ทั้งนี้กรมสรรพากรมีระบบ RD Smart Tax ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถยื่นแบบภาษีและชำระภาษีออนไลน์ได้สะดวก และผู้ประกอบการสามารถสมัครใช้งาน RD Smart Tax ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร


ตัวอย่าง สมมติว่าร้านขายเสื้อผ้าขายเสื้อได้ 100,000 บาท โดยอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่ที่ 7% ร้านค้าจะต้องเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากลูกค้า 7,000 บาท หรือร้านค้าซื้อสินค้ามาขาย 50,000 บาท โดยมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 3,500 บาท และร้านค้าต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม 3,500 บาท (7,000 - 3,500) เป็นต้น 


มีปัญหาภาษี ติดต่อ

โทรศัพท์ : 097 236 2994

Add Line : p2pacc


  อ่าน การลดดหย่อนภาษี บุคคล นิติบุคคล

รายงานภาษีซื้อภาษีขาย ครบจบในที่เดียว


รายงานภาษีซื้อภาษีขาย เป็นเอกสารที่แสดงรายละเอียดของภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้เรียกเก็บจากลูกค้า (ภาษีขาย) และภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการได้จ่ายให้กับผู้ขายสินค้าหรือบริการ (ภาษีซื้อ)


ทั้งนี้รายงานภาษีซื้อภาษีขาย มีประโยชน์สำหรับ การยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ. 30) การตรวจสอบภาษีมูลค่าเพิ่ม และการขอคืนภาษีซื้อ


สำหรับวิธีการจัดทำรายงานภาษีซื้อภาษีขาย ดังนี้


  1. รวบรวมใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี
  2. แยกใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีตามประเภทของสินค้าหรือบริการ
  3. กรอกรายละเอียดในรายงานภาษีซื้อภาษีขาย
  4. กรอกข้อมูลทั่วไปของผู้ประกอบการ
  5. กรอกข้อมูลภาษีขาย
  6. กรอกข้อมูลภาษีซื้อ
  7. ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล

ตัวอย่าง สมมติว่าร้านขายเสื้อผ้าขายเสื้อได้ 100,000 บาท โดยอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่ที่ 7% ร้านค้าจะต้องเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากลูกค้า 7,000 บาท ส่วนร้านค้าซื้อสินค้ามาขาย 50,000 บาท โดยมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 3,500 บาท เป็นต้น


มีปัญหาภาษี ติดต่อ

โทรศัพท์ : 097 236 2994

Add Line : p2pacc


  อ่านบทความ  ภาษีหัก ณ ที่จ่าย


กรณีศึกษาการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มที่ p2paccounting


กรณีศึกษา บริษัท ABC จำกัด เป็นบริษัทที่ขายสินค้าออนไลน์ มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จึงจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้ในเดือนมกราคม 2567 บริษัท ABC จำกัด ขายสินค้าได้ 100,000 บาท


โดยอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่ที่ 7% จึงทำให้บริษัท ABC จำกัด จะต้องเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากลูกค้า 7,000 บาท ในเดือนเดียวกัน บริษัท ABC จำกัด ซื้อสินค้ามาขาย 50,000 บาท โดยมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 3,500 บาท


ดังนั้นบริษัท ABC จำกัด จะต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม 3,500 บาท (7,000 - 3,500) ซึ่งใช้วิธีการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม และใช้เอกสารตามคำแนะนำด้านบน  เป็นอันว่าเสร็จสิ้น


มีปัญหาภาษี ติดต่อ

โทรศัพท์ : 097 236 2994

Add Line : p2pacc


  อ่านวิธียื่นเสียภาษี ร้านค้าออนไลน์

p2paccounting บริการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มทำรายงานภาษีซื้อภาษีขาย


วางแผนภาษี ยื่นแบบ ภ.พ. 30 ได้ง่าย ๆ ทำรายงานภาษีซื้อภาษีขาย ท่านผู้ประกอบการสามารถปรึกษางานภาษีก่อนใช้บริการ ช่วยให้การยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มของคุณ สะดวก รวดเร็ว และถูกต้อง หมดกังวลเรื่องภาษี มั่นใจทุกธุรกรรม


p2paccounting  คู่หูทางบัญชี ที่เข้าใจธุรกิจของคุณ ยื่นภาษีปีนี้ ไม่ต้องปวดหัวช่วยคุณจัดการภาษีมูลค่าเพิ่ม ยื่นแบบ ภ.พ. 30 ง่าย ๆ ในไม่กี่คลิก รายงานภาษีซื้อภาษีขาย อัตโนมัติ แม่นยำ ติดต่อเราเลยวันนี้


มีปัญหาภาษี ติดต่อ

โทรศัพท์ : 097 236 2994

Add Line : p2pacc


  ทำความรู้จัก สัญญาติดอากรแสตมป์


บทความที่น่าสนใจ