ความรู้ด้านบัญชีการเงินสำหรับเจ้าของกิจการและผู้ประกอบการ SME
วิเคราะห์งบการเงินอย่างไร? 5 วิธีอ่านตัวเลขธุรกิจ พร้อมตัวอย่าง
วิเคราะห์งบการเงิน คือการนำข้อมูลรายได้ ต้นทุน ค่าใช้จ่าย กำไร สินทรัพย์ หนี้สิน และกระแสเงินสดมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อประเมินผลการดำเนินงาน ฐานะการเงิน และแนวโน้มของธุรกิจ ไม่ใช่การดูเพียงว่าบริษัทมียอดขายหรือกำไรเท่าใด
เจ้าของกิจการสามารถเริ่มวิเคราะห์งบการเงินได้จาก 5 เรื่องสำคัญ ได้แก่ รายได้ ต้นทุนและกำไร สภาพคล่อง ภาระหนี้สิน และกระแสเงินสด โดยเปรียบเทียบข้อมูลหลายช่วงเวลา พร้อมพิจารณาสาเหตุที่ทำให้ตัวเลขเปลี่ยนแปลง
บทความนี้อธิบายวิธีอ่านงบการเงิน อัตราส่วนทางการเงินที่ควรรู้ ตัวอย่างคำนวณ และการนำข้อมูลไปใช้ตัดสินใจเรื่องราคา ต้นทุน เงินทุนหมุนเวียน และแผนขยายธุรกิจอย่างเป็นระบบ
✓ วิเคราะห์รายได้ ต้นทุน และกำไรของธุรกิจ
✓ เรียนรู้สูตรอัตราส่วนทางการเงินพร้อมตัวอย่าง
✓ ใช้ข้อมูลบัญชีวางแผนและตัดสินใจทางธุรกิจ
.jpg)
วิเคราะห์งบการเงินคืออะไร และสำคัญอย่างไร?
การวิเคราะห์งบการเงิน (Financial Statement Analysis) คือการนำตัวเลขจากงบการเงินมาศึกษาความสัมพันธ์ เปรียบเทียบผลการดำเนินงาน และประเมินฐานะทางการเงินของธุรกิจ เพื่อให้เห็นประเด็นที่ควรติดตามหรือปรับปรุง
งบการเงินไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะการจัดทำตามหน้าที่กฎหมาย แต่ยังใช้ประกอบการตัดสินใจด้านการลงทุน การกำหนดราคา การควบคุมต้นทุน การบริหารหนี้ และการวางแผนเงินทุนหมุนเวียน
ตัวอย่างเช่น บริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้น 20% แต่กำไรสุทธิกลับลดลง เจ้าของกิจการควรตรวจสอบว่าต้นทุนสินค้าสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายเพิ่ม หรือมีรายการพิเศษที่ทำให้กำไรเปลี่ยนแปลง แทนการสรุปว่าธุรกิจเติบโตดีเพียงเพราะยอดขายเพิ่ม
หากต้องการเข้าใจองค์ประกอบของงบการเงินก่อน สามารถอ่าน งบการเงินคืออะไรและมีอะไรบ้าง และ บัญชีการเงินและงบการเงินสำหรับเจ้าของธุรกิจ

ก่อนวิเคราะห์ ต้องรู้จักงบการเงิน 3 ประเภท
งบการเงินแต่ละประเภทตอบคำถามต่างกัน ผู้ประกอบการจึงควรอ่านประกอบกัน ไม่ควรใช้เพียงงบกำไรขาดทุนตัดสินสุขภาพการเงินของกิจการทั้งหมด
1. งบกำไรขาดทุน
แสดงรายได้ ต้นทุน ค่าใช้จ่าย และผลกำไรหรือขาดทุนในช่วงเวลาหนึ่ง เหมาะกับการวิเคราะห์ความสามารถทำกำไร
2. งบฐานะการเงิน
แสดงสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ ณ วันรายงาน ใช้ดูสภาพคล่องและโครงสร้างเงินทุน
3. งบกระแสเงินสด
แสดงกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน ลงทุน และจัดหาเงิน ช่วยอธิบายการเปลี่ยนแปลงของเงินสด
งบการเงินที่กิจการต้องจัดทำจริงอาจมีองค์ประกอบเพิ่มเติมตามกรอบมาตรฐานที่ใช้ เช่น หมายเหตุประกอบงบการเงิน ซึ่งช่วยอธิบายรายละเอียดและนโยบายบัญชีที่ตัวเลขในหน้าหลักยังแสดงไม่ครบ
ดูรายละเอียดการวิเคราะห์ผลประกอบการเพิ่มเติมใน งบกำไรขาดทุนและการอ่านผลการดำเนินงาน
วิธีที่ 1 วิเคราะห์รายได้และแนวโน้มยอดขาย
การวิเคราะห์รายได้ไม่ใช่การดูว่ายอดขายเดือนนี้สูงหรือเดือนก่อนเท่าใดเท่านั้น แต่ควรแยกข้อมูลตามสินค้า บริการ กลุ่มลูกค้า หรือช่องทางขาย เพื่อดูว่ารายได้มาจากส่วนใดและเติบโตอย่างต่อเนื่องหรือไม่
ตัวอย่างเช่น บริษัทมีรายได้ปีแรก 5,000,000 บาท และปีถัดมา 6,000,000 บาท สามารถคำนวณอัตราการเติบโตของรายได้ดังนี้
ตัวอย่างคำนวณอัตราการเติบโตของรายได้
สูตร: (รายได้ปีปัจจุบัน − รายได้ปีก่อน) ÷ รายได้ปีก่อน × 100
= (6,000,000 − 5,000,000) ÷ 5,000,000 × 100
รายได้เติบโต 20%
แม้รายได้เติบโต 20% แต่ยังต้องตรวจว่าต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด รวมถึงการเพิ่มยอดขายเกิดจากปริมาณขาย ราคา หรือรายการพิเศษที่อาจไม่เกิดขึ้นซ้ำในปีต่อไป
กิจการที่มีหลายช่องทางขายควรตรวจสอบรายงานยอดขายกับเอกสารบัญชีให้ตรงกัน สามารถอ่าน การจัดเก็บและตรวจสอบข้อมูลยอดขาย ประกอบได้
.jpg)
วิธีที่ 2 วิเคราะห์ต้นทุน กำไรขั้นต้น และกำไรสุทธิ
บริษัทที่ขายสินค้าได้มากอาจมีกำไรต่ำ หากต้นทุนขายหรือค่าใช้จ่ายสูง การวิเคราะห์กำไรจึงควรแยกกำไรขั้นต้นออกจากกำไรสุทธิ เพื่อดูว่าปัญหาเกิดจากการขายสินค้าโดยตรงหรือค่าใช้จ่ายด้านอื่น
| รายการตัวอย่าง | จำนวนเงิน (บาท) |
|---|---|
| รายได้จากการขาย | 1,000,000 |
| ต้นทุนขาย | 650,000 |
| กำไรขั้นต้น | 350,000 |
| ค่าใช้จ่ายดำเนินงานและรายการอื่นสุทธิ | 250,000 |
| กำไรสุทธิตามตัวอย่าง | 100,000 |
อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)
สูตร = กำไรขั้นต้น ÷ รายได้จากการขาย × 100
350,000 ÷ 1,000,000 × 100 = 35%
อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin)
สูตร = กำไรสุทธิ ÷ รายได้ × 100
100,000 ÷ 1,000,000 × 100 = 10%
ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่างสมมติ การวิเคราะห์จริงควรเปรียบเทียบกับผลงานในอดีต เป้าหมายของกิจการ และลักษณะธุรกิจ เพราะธุรกิจแต่ละประเภทมีโครงสร้างต้นทุนต่างกัน
หากต้นทุนเพิ่มขึ้นควรตรวจหมวดรายจ่ายและเอกสารประกอบ โดยศึกษา เอกสารและหลักฐานค่าใช้จ่ายทางบัญชี เพื่อให้ข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์มีความครบถ้วน
วิธีที่ 3 วิเคราะห์สภาพคล่องและความสามารถจ่ายหนี้
สภาพคล่องสะท้อนความสามารถของธุรกิจในการรองรับภาระชำระเงินระยะสั้น หากกิจการมีลูกหนี้จำนวนมากหรือเงินจมอยู่ในสินค้าคงเหลือ แม้จะมีสินทรัพย์หมุนเวียนสูงก็อาจไม่มีเงินสดพร้อมจ่ายตามกำหนด
อัตราส่วนที่นิยมใช้คือ Current Ratio ซึ่งเปรียบเทียบสินทรัพย์หมุนเวียนกับหนี้สินหมุนเวียน
ตัวอย่างคำนวณ Current Ratio
สินทรัพย์หมุนเวียน 800,000 บาท
หนี้สินหมุนเวียน 400,000 บาท
สูตร = สินทรัพย์หมุนเวียน ÷ หนี้สินหมุนเวียน
Current Ratio = 2 เท่า
ผลลัพธ์หมายความว่ากิจการมีสินทรัพย์หมุนเวียนตามบัญชี 2 บาทต่อหนี้สินหมุนเวียน 1 บาท แต่ไม่ได้หมายความว่าบริษัทมีเงินสดเพียงพอชำระหนี้ทุกกรณี เพราะต้องพิจารณาคุณภาพลูกหนี้ ความสามารถขายสินค้า และกำหนดชำระหนี้ประกอบด้วย
ควรตรวจอายุลูกหนี้ ยอดค้างชำระ เจ้าหนี้การค้า และเงินสดที่คาดว่าจะได้รับหรือจ่ายจริง เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านสภาพคล่องได้เหมาะสมขึ้น
วิธีที่ 4 วิเคราะห์หนี้สินต่อส่วนของเจ้าของ (D/E Ratio)
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของ หรือ Debt to Equity Ratio เป็นเครื่องมือที่ช่วยประเมินโครงสร้างเงินทุนและระดับการพึ่งพาหนี้สินของกิจการ
สูตร = หนี้สินรวม ÷ ส่วนของเจ้าของ
ตัวอย่างคำนวณ D/E Ratio
หนี้สินรวม 1,500,000 บาท
ส่วนของเจ้าของ 1,000,000 บาท
1,500,000 ÷ 1,000,000
D/E Ratio = 1.5 เท่า
หมายความว่ากิจการมีหนี้สินรวม 1.5 บาทต่อส่วนของเจ้าของ 1 บาท แต่ไม่สามารถสรุปจากตัวเลขนี้เพียงอย่างเดียวว่าบริษัทมีความเสี่ยงสูงหรือต่ำ เพราะต้องพิจารณาความสามารถทำกำไร กระแสเงินสด อัตราดอกเบี้ย และลักษณะอุตสาหกรรมด้วย
ธุรกิจที่กำลังวางแผนกู้เงินหรือขยายกิจการควรตรวจทั้งอัตราหนี้สินและความสามารถชำระเงินตามกำหนด ไม่ควรตัดสินจากจำนวนทรัพย์สินหรือยอดรายได้เพียงรายการเดียว
วิธีที่ 5 วิเคราะห์กระแสเงินสด ทำไมกำไรดีแต่เงินไม่พอ?
กำไรทางบัญชีไม่ได้หมายถึงเงินสดคงเหลือเสมอไป เพราะรายได้อาจเกิดจากการขายเชื่อ ขณะที่เงินสดอาจถูกนำไปซื้อสินค้าคงเหลือ ลงทุนในทรัพย์สิน หรือชำระเงินกู้
ตัวอย่างเช่น บริษัทขายสินค้าแบบเงินเชื่อ 300,000 บาทและรับรู้รายได้แล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงินสดจากลูกค้า หากกิจการต้องจ่ายค่าสินค้า เงินเดือน และค่าเช่าก่อนรับชำระ อาจมีปัญหาสภาพคล่องแม้รายงานกำไรขาดทุนแสดงผลกำไร
กระแสเงินสด 3 กิจกรรมที่ควรรู้
- กิจกรรมดำเนินงาน: เงินสดจากการขายสินค้า รับชำระหนี้ และการจ่ายเงินเกี่ยวกับการดำเนินงาน
- กิจกรรมลงทุน: การซื้อขายสินทรัพย์ระยะยาวและรายการลงทุนตามลักษณะของกิจการ
- กิจกรรมจัดหาเงิน: เงินจากการกู้ยืม การชำระคืนเงินต้น และรายการเกี่ยวกับส่วนของเจ้าของตามเกณฑ์ที่ใช้
การอ่านงบกระแสเงินสดควบคู่กับงบกำไรขาดทุนช่วยให้เจ้าของกิจการประเมินได้ว่ากำไรที่เกิดขึ้นสัมพันธ์กับการรับเงินสดจากการดำเนินงานมากน้อยเพียงใด
กิจการที่มีสินค้าคงเหลือสูงควรตรวจการหมุนเวียนและสินค้าที่ขายช้าเพิ่มเติมจาก การจัดการและตรวจสอบสินค้าคงเหลือ เพราะเงินทุนที่อยู่ในสต๊อกอาจส่งผลต่อเงินสดที่พร้อมใช้
มีงบการเงินแล้ว แต่ยังไม่เข้าใจตัวเลขของธุรกิจ?
สอบถามแนวทางตรวจสอบข้อมูลบัญชี การอ่านงบกำไรขาดทุน งบฐานะการเงิน และการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประกอบการวางแผนและบริหารกิจการ
โทร 097-236-2994LINE: p2paccสรุปอัตราส่วนทางการเงินที่เจ้าของธุรกิจควรใช้
อัตราส่วนทางการเงินช่วยเปลี่ยนตัวเลขในงบให้เปรียบเทียบได้ง่ายขึ้น แต่แต่ละอัตราส่วนมีวัตถุประสงค์ต่างกันและต้องใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง
| อัตราส่วน | สูตรพื้นฐาน | สิ่งที่ใช้ประเมิน |
|---|---|---|
| Gross Profit Margin | กำไรขั้นต้น ÷ รายได้ขาย × 100 | ความสามารถสร้างกำไรขั้นต้น |
| Net Profit Margin | กำไรสุทธิ ÷ รายได้ × 100 | กำไรหลังค่าใช้จ่าย |
| Current Ratio | สินทรัพย์หมุนเวียน ÷ หนี้สินหมุนเวียน | สภาพคล่องระยะสั้น |
| D/E Ratio | หนี้สินรวม ÷ ส่วนของเจ้าของ | โครงสร้างเงินทุนและหนี้สิน |
การเปรียบเทียบอัตราส่วนควรใช้ข้อมูลช่วงเวลาและเกณฑ์คำนวณที่สอดคล้องกัน หากบริษัทมีรายการพิเศษหรือปรับนโยบายบัญชี ควรตรวจผลกระทบก่อนเปรียบเทียบกับงวดอื่น
วิเคราะห์งบการเงินแบบแนวนอนและแนวตั้งต่างกันอย่างไร?
การวิเคราะห์แนวนอน (Horizontal Analysis)
เป็นการเปรียบเทียบรายการทางการเงินระหว่างหลายงวด เพื่อดูการเพิ่มขึ้นหรือลดลง เช่น เปรียบเทียบยอดขาย ต้นทุน และค่าใช้จ่ายระหว่างปีปัจจุบันกับปีก่อน
ตัวอย่างเช่น ต้นทุนขายเพิ่มจาก 600,000 บาท เป็น 750,000 บาท หมายถึงต้นทุนเพิ่มขึ้น 25% หากรายได้เพิ่มเพียง 10% อาจเป็นสัญญาณให้ตรวจสอบว่าต้นทุนสูงขึ้นเร็วกว่าการเติบโตของธุรกิจหรือไม่
การวิเคราะห์แนวตั้ง (Vertical Analysis)
เป็นการแสดงรายการต่าง ๆ เป็นสัดส่วนของตัวเลขฐาน เช่น ต้นทุนขายคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้ หรือเงินสดคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของสินทรัพย์รวม เพื่อเปรียบเทียบโครงสร้างภายในงบการเงิน
การวิเคราะห์ทั้งสองแบบร่วมกันช่วยให้เห็นทั้งแนวโน้มที่เปลี่ยนไปและสัดส่วนของรายการสำคัญ แต่ควรอธิบายสาเหตุจากข้อมูลธุรกิจจริงก่อนตัดสินใจปรับลดค่าใช้จ่าย

นำผลวิเคราะห์งบการเงินไปใช้บริหารธุรกิจอย่างไร?
ตัวเลขจะมีประโยชน์เมื่อเชื่อมโยงกับการตัดสินใจที่เหมาะสม ไม่ใช่เพียงคำนวณอัตราส่วนแล้วจัดเก็บไว้ในรายงาน ผู้ประกอบการควรตั้งคำถามและกำหนดวิธีติดตามผลจากข้อมูลที่พบ
ยอดขายโตแต่กำไรลด
ตรวจต้นทุนขาย ส่วนลด และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นก่อนพิจารณาปรับราคา
ลูกหนี้เพิ่มขึ้นมาก
ตรวจอายุหนี้ เงื่อนไขเครดิต และขั้นตอนติดตามการรับชำระเงิน
สินค้าคงเหลือสูง
ตรวจสินค้าขายช้า การสั่งซื้อเกินความจำเป็น และต้นทุนการจัดเก็บ
หนี้สินเพิ่มต่อเนื่อง
ตรวจภาระชำระคืน ความสามารถสร้างเงินสด และแผนลงทุนในอนาคต
ผลการวิเคราะห์ควรนำไปกำหนดเป้าหมายที่ติดตามได้ เช่น ลดลูกหนี้เกินกำหนด ควบคุมต้นทุนสินค้า หรือเพิ่มความสม่ำเสมอในการจัดทำรายงานบัญชี โดยพิจารณาทรัพยากรและข้อจำกัดของกิจการด้วย
หากข้อมูลจากหลายแผนกไม่เชื่อมโยงกัน ควรพิจารณา แนวทางวางระบบบัญชี และ การเลือกโปรแกรมบัญชี เพื่อช่วยให้ข้อมูลพร้อมใช้มากขึ้น
ควรวิเคราะห์งบการเงินบ่อยแค่ไหน?
การวิเคราะห์งบการเงินไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงสิ้นปี หากกิจการมีข้อมูลบัญชีรายเดือนที่ตรวจสอบแล้ว เจ้าของธุรกิจสามารถติดตามแนวโน้มรายได้ ค่าใช้จ่าย ลูกหนี้ และเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง
ธุรกิจอาจจัดให้มีรายงานสรุปรายเดือนสำหรับรายการสำคัญ และวิเคราะห์ภาพรวมเพิ่มเติมทุกไตรมาสหรือสิ้นปีตามลักษณะกิจการ เพื่อใช้ปรับแผนการเงินและงบประมาณให้สอดคล้องกับสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม รายงานระหว่างปีอาจมีข้อมูลหรือรายการปรับปรุงบางส่วนที่ยังไม่ครบเหมือนงบการเงินประจำปี จึงควรระบุสถานะข้อมูลและข้อจำกัดในการนำไปใช้ตัดสินใจให้ชัดเจน
หากต้องการเตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนปิดงบ สามารถอ่าน เช็กลิสต์ปิดงบการเงินประจำปี และ การเตรียมงานปิดงบการเงิน
ข้อควรระวังในการวิเคราะห์งบการเงิน
การวิเคราะห์ตัวเลขที่ดีต้องเริ่มจากข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน หากเอกสารไม่ครบ บันทึกผิดงวด หรือมีรายการที่ยังไม่ได้กระทบยอด ผลวิเคราะห์อาจทำให้ผู้บริหารเข้าใจสถานะธุรกิจคลาดเคลื่อน
- ไม่สรุปจากอัตราส่วนเพียงค่าเดียวโดยไม่ดูรายละเอียดอื่น
- ไม่เปรียบเทียบธุรกิจต่างประเภทโดยไม่พิจารณาโครงสร้างต้นทุน
- ตรวจรายการพิเศษที่อาจทำให้กำไรเพิ่มหรือลดผิดปกติ
- ตรวจความครบถ้วนของลูกหนี้ เจ้าหนี้ และสินค้าคงเหลือ
- พิจารณาความแตกต่างระหว่างกำไรทางบัญชีกับกระแสเงินสด
- เปรียบเทียบข้อมูลหลายช่วงเวลาโดยใช้เกณฑ์ที่สอดคล้องกัน
หากพบยอดบัญชีไม่สัมพันธ์กัน ควรตรวจสอบสาเหตุและเอกสารต้นทางก่อนนำข้อมูลไปวิเคราะห์ โดยศึกษา วิธีตรวจสอบและแก้ไขปัญหาบัญชี เพิ่มเติม
เช็กลิสต์ก่อนนำงบการเงินมาวิเคราะห์
- ☐ มีงบการเงินของช่วงเวลาที่ต้องการเปรียบเทียบ
- ☐ ตรวจความครบถ้วนของข้อมูลบัญชีและรายการปรับปรุง
- ☐ เปรียบเทียบรายได้และต้นทุนหลายงวด
- ☐ คำนวณอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
- ☐ ตรวจลูกหนี้ เจ้าหนี้ และสินค้าคงเหลือ
- ☐ ตรวจสภาพคล่องและภาระหนี้สิน
- ☐ พิจารณากำไรควบคู่กับกระแสเงินสด
- ☐ ระบุสาเหตุของรายการที่เปลี่ยนแปลงผิดปกติ
- ☐ กำหนดแผนดำเนินงานและผู้รับผิดชอบติดตามผล
เช็กลิสต์นี้สามารถนำไปใช้ประกอบการประชุมผู้บริหารหรือทบทวนผลประกอบการประจำเดือน โดยปรับรายละเอียดตามขนาดและรูปแบบการดำเนินธุรกิจ
บทความและความรู้ที่เกี่ยวข้อง
เรียนรู้ความหมายและองค์ประกอบของงบการเงิน
อ่านรายได้ ต้นทุน ค่าใช้จ่าย และกำไร
เข้าใจข้อมูลบัญชีสำหรับบริหารธุรกิจ
ตรวจสินค้าคงเหลือและการใช้เงินทุนหมุนเวียน
เตรียมข้อมูลบัญชีให้เป็นระบบและตรวจสอบได้
เตรียมรายการบัญชีก่อนปิดงบประจำปี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการวิเคราะห์งบการเงิน (FAQ)
1. วิเคราะห์งบการเงินควรเริ่มจากอะไร?
ควรเริ่มจากตรวจความครบถ้วนของข้อมูล แล้วอ่านรายได้ ต้นทุน กำไร สินทรัพย์ หนี้สิน และเงินสด ก่อนเปรียบเทียบกับงวดก่อนหรือเป้าหมายของกิจการ
2. อัตราส่วนทางการเงินมีอะไรบ้าง?
ตัวอย่างที่ใช้บ่อย ได้แก่ อัตรากำไรขั้นต้น อัตรากำไรสุทธิ Current Ratio และ Debt to Equity Ratio โดยแต่ละอัตราส่วนใช้ประเมินธุรกิจคนละด้าน
3. บริษัทมีกำไรแต่ไม่มีเงินสด เป็นไปได้หรือไม่?
เป็นไปได้ เช่น กิจการขายสินค้าเงินเชื่อ มีลูกหนี้ค้างชำระ ซื้อสินค้าคงเหลือจำนวนมาก หรือนำเงินไปลงทุนและชำระหนี้ ทำให้กระแสเงินสดไม่เท่ากับกำไรทางบัญชี
4. ควรวิเคราะห์งบการเงินทุกเดือนหรือไม่?
หากมีรายงานบัญชีที่ตรวจสอบแล้ว การติดตามตัวเลขสำคัญเป็นรายเดือนหรือรายไตรมาสมีประโยชน์ต่อการบริหาร โดยความถี่ควรเหมาะกับขนาดและลักษณะธุรกิจ
5. อัตราส่วนทางการเงินบอกได้หรือไม่ว่าธุรกิจดีหรือไม่?
ไม่ควรสรุปจากอัตราส่วนค่าเดียว ต้องพิจารณาแนวโน้ม ข้อมูลธุรกิจ อุตสาหกรรม คุณภาพสินทรัพย์ กระแสเงินสด และรายการสำคัญอื่นร่วมกัน
สรุป วิเคราะห์งบการเงินเพื่อให้เข้าใจธุรกิจมากกว่าดูยอดขาย
การวิเคราะห์งบการเงินช่วยให้ผู้ประกอบการมองเห็นทั้งผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของกิจการ โดยควรพิจารณารายได้ ต้นทุน กำไร สภาพคล่อง หนี้สิน และกระแสเงินสดร่วมกัน ไม่ใช้ข้อมูลเพียงรายการเดียวตัดสินผลประกอบการ
การใช้อัตราส่วนทางการเงินและการเปรียบเทียบตัวเลขหลายงวดช่วยให้พบประเด็นที่ควรตรวจสอบ เช่น ต้นทุนเพิ่มเร็ว ลูกหนี้ค้างชำระ หรือภาระหนี้สูงขึ้น แต่ข้อสรุปต้องอาศัยข้อมูลธุรกิจและข้อเท็จจริงประกอบเสมอ
งบการเงินที่มีประโยชน์ต่อการบริหาร คือข้อมูลที่จัดทำอย่างถูกต้อง ตรวจสอบได้ และถูกนำมาใช้ตั้งคำถาม วางแผน และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงรายงานที่เปิดดูเมื่อถึงช่วงยื่นงบประจำปี


ปรึกษาการอ่านและวิเคราะห์งบการเงินกับสำนักงานบัญชี พีทูพี
สอบถามแนวทางตรวจสอบข้อมูลบัญชี การอ่านงบกำไรขาดทุน งบฐานะการเงิน การวิเคราะห์รายได้ ต้นทุน และกระแสเงินสด เพื่อใช้ประกอบการวางแผนและบริหารธุรกิจอย่างเหมาะสม
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc