views

ขายออนไลน์มีรายได้แล้ว ควรเริ่มเก็บข้อมูลตั้งแต่ระหว่างปี ไม่ควรรอใกล้วันยื่นภาษีแล้วค่อยย้อนกลับมาหายอด

ภาษีบุคคลธรรมดาขายของออนไลน์ ต้องรู้อะไรบ้างก่อนยื่นภาษี

การขายสินค้าออนไลน์ในนามบุคคลธรรมดา ไม่ว่าจะขายผ่าน Facebook, LINE, เว็บไซต์, Shopee, Lazada, TikTok Shop หรือรับโอนจากลูกค้าโดยตรง เมื่อมีรายได้จากการประกอบกิจการก็ควรจัดข้อมูลรายได้และค่าใช้จ่ายให้เป็นระบบ เพื่อใช้พิจารณาหน้าที่ด้านภาษีของตนเอง

จุดที่ผู้ขายออนไลน์มักสับสนคือ ยอดเงินเข้าบัญชี รายได้จากการขาย กำไร และเงินที่เหลืออยู่ในบัญชีไม่ใช่ตัวเลขเดียวกัน การเตรียมข้อมูลภาษีจึงควรเริ่มจากการแยกแต่ละรายการให้ชัดก่อน

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับภาษีบุคคลธรรมดาสำหรับผู้ขายออนไลน์ โดยอธิบายภาพรวมของรายได้ ค่าใช้จ่าย แบบภาษี และข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนยื่นภาษี

หมายเหตุสำคัญ: สำนักงานบัญชี พีทูพี ปัจจุบันไม่ได้ให้บริการรับยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 สำหรับบุคคลธรรมดาทั่วไป เนื้อหาหน้านี้จัดทำเพื่อให้ความรู้เท่านั้น

หากธุรกิจเติบโตและกำลังพิจารณาเปลี่ยนจากบุคคลธรรมดาเป็นบริษัท

พีทูพีให้บริการสำหรับบริษัทและนิติบุคคล สามารถสอบถามเรื่องการจัดตั้งบริษัทและระบบบัญชีธุรกิจได้

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

ขายของออนไลน์ในนามบุคคลธรรมดา เกี่ยวข้องกับภาษีอย่างไร

รายได้จากการขายสินค้าออนไลน์ถือเป็นเงินได้ที่ต้องนำมาพิจารณาตามหลักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยหน้าที่ของแต่ละคนอาจแตกต่างกันตามประเภทเงินได้ จำนวนรายได้ ค่าใช้จ่าย และสิทธิหักลดหย่อนที่เกี่ยวข้อง

สิ่งสำคัญคือไม่ควรคิดว่า “ขายผ่านอินเทอร์เน็ต” เป็นรายได้อีกประเภทหนึ่งแยกจากการขายทั่วไป เพราะสิ่งที่ต้องพิจารณาคือลักษณะของเงินได้และกิจกรรมที่ทำจริง

ภ.ง.ด.90 กับ ภ.ง.ด.91 ต่างกันอย่างไร

ภ.ง.ด.90 เป็นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้มีเงินได้กรณีทั่วไป ส่วน ภ.ง.ด.91 ใช้กับผู้มีเงินได้จากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40(1) เพียงประเภทเดียว

ดังนั้นผู้ที่มีรายได้จากการขายสินค้าออนไลน์หรือประกอบธุรกิจ ไม่ควรดูเพียงว่าตนเองมีเงินเดือนหรือไม่ แต่ควรพิจารณาประเภทเงินได้ทั้งหมดที่ได้รับในปีภาษีนั้น

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ภ.ง.ด.90 กับ ภ.ง.ด.91 ต่างกันอย่างไร

ภ.ง.ด.94 คืออะไร และเกี่ยวกับผู้ขายออนไลน์อย่างไร

ภ.ง.ด.94 เป็นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี สำหรับผู้ที่มีเงินได้ตามมาตรา 40(5) (6) (7) และ (8)

ผู้ประกอบการที่มีรายได้จากกิจการจึงควรตรวจว่ารายได้ของตนเข้าลักษณะใด และมีหน้าที่ยื่นแบบครึ่งปีหรือไม่ ไม่ควรรอพิจารณาเฉพาะตอนสิ้นปีเท่านั้น

ยอดเงินเข้าบัญชี ไม่ได้แปลว่าเป็นรายได้ทั้งหมด

ผู้ขายออนไลน์หลายรายรับเงินผ่านบัญชีธนาคารเดียวกับเงินส่วนตัว เมื่อถึงเวลาสรุปรายได้จึงเกิดปัญหาว่าไม่สามารถแยกได้ว่าเงินก้อนไหนเป็นยอดขาย เงินก้อนไหนเป็นเงินโอนระหว่างบัญชี หรือเงินส่วนตัว

ดังนั้นไม่ควรนำยอดเงินเข้าบัญชีทั้งหมดมาสรุปเป็นยอดขายทันที แต่ควรมีข้อมูลประกอบว่าเงินแต่ละรายการเกิดจากอะไร

ข้อมูลที่ควรแยกให้ชัด

  • ยอดขายสินค้า
  • เงินโอนระหว่างบัญชีของตนเอง
  • เงินส่วนตัวที่นำเข้ามาใช้ในกิจการ
  • เงินคืนจากผู้ขายหรือแพลตฟอร์ม
  • รายการคืนสินค้าและคืนเงินลูกค้า
  • รายได้จากช่องทางอื่น

ขายหลายช่องทาง ต้องรวมรายได้ให้ครบ

หากขายสินค้าหลายช่องทาง เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop, Facebook, LINE และรับโอนโดยตรง ควรรวบรวมยอดขายจากทุกช่องทางเพื่อให้เห็นรายได้รวมของกิจการ

การดูเฉพาะ Marketplace ช่องทางใดช่องทางหนึ่งอาจทำให้ข้อมูลไม่ครบ โดยเฉพาะร้านที่มีทั้งยอดขายออนไลน์และหน้าร้าน

สำหรับผู้ขาย Marketplace สามารถอ่านภาษี Shopee Lazadaเพิ่มเติมได้

ค่าใช้จ่ายขายออนไลน์ควรเก็บข้อมูลอะไรบ้าง

นอกจากรายได้แล้ว ผู้ขายควรจัดเก็บข้อมูลค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการให้เป็นระบบ เพราะข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้มองเห็นต้นทุนของการดำเนินธุรกิจได้ชัดขึ้น และใช้ประกอบการพิจารณาภาษีตามวิธีที่เกี่ยวข้อง

  • ต้นทุนซื้อสินค้า
  • ค่าขนส่ง
  • ค่าบรรจุภัณฑ์
  • ค่าธรรมเนียม Marketplace
  • ค่าโฆษณา
  • ค่าบริการระบบหรือโปรแกรม
  • ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการ

ควรเก็บใบเสร็จ ใบกำกับภาษี หลักฐานการชำระเงิน รายงานจากแพลตฟอร์ม และเอกสารอื่นที่ช่วยอธิบายที่มาของค่าใช้จ่ายแต่ละรายการ

ธุรกิจเริ่มโตและกำลังวางแผนจัดตั้งบริษัท?

พีทูพีให้บริการด้านจดทะเบียนและบัญชีสำหรับบริษัทและนิติบุคคล ไม่ได้รับยื่นภาษีบุคคลธรรมดาทั่วไป

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

ควรบันทึกรายรับรายจ่ายตลอดปี ไม่ใช่เฉพาะก่อนยื่นภาษี

ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยคือผู้ขายไม่ได้บันทึกข้อมูลระหว่างปี เมื่อถึงเวลายื่นภาษีจึงต้องย้อนดู Statement รายงานจาก Marketplace และข้อความการสั่งซื้อย้อนหลังหลายเดือน

การสรุปข้อมูลเป็นรายเดือนทำให้รู้ยอดขาย ค่าใช้จ่าย และเอกสารที่ยังขาดได้เร็วกว่า และยังช่วยให้เจ้าของร้านเห็นผลการดำเนินงานของตนเองด้วย

อ่านเพิ่มเติมได้ที่บัญชีรายรับรายจ่ายร้านค้าออนไลน์

ภาษีกับกำไรของร้าน ไม่ใช่เรื่องเดียวกับเงินเหลือในบัญชี

เงินคงเหลือในบัญชีธนาคารอาจเปลี่ยนแปลงจากหลายสาเหตุ เช่น การซื้อสินค้า การถอนเงินไปใช้ส่วนตัว การโอนเงินเข้ามาเพิ่ม หรือการซื้อทรัพย์สิน จึงไม่ควรใช้ยอดเงินคงเหลือเป็นตัวแทนผลกำไรโดยตรง

หากต้องการรู้ว่าธุรกิจเหลือกำไรเท่าไร ควรแยกรายได้ ต้นทุน และค่าใช้จ่ายออกจากกันอย่างเป็นระบบ

สามารถอ่านคำนวณต้นทุนและกำไรขายของออนไลน์เพิ่มเติมได้

เมื่อรายได้โตขึ้น ควรตรวจเรื่อง VAT ด้วย

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นคนละเรื่องกัน ผู้ขายออนไลน์ที่ประกอบกิจการซึ่งอยู่ในบังคับ VAT จึงควรติดตามรายรับของกิจการและตรวจหน้าที่เรื่อง VAT แยกต่างหาก

ไม่ควรรอให้ปลายปีแล้วจึงเริ่มรวมรายได้ เพราะการติดตามรายรับสะสมระหว่างปีช่วยให้เห็นสถานการณ์ได้เร็วกกว่า

อ่านเพิ่มเติมได้ที่รายได้เกินเกณฑ์กับการจดทะเบียน VAT

เอกสารที่ควรเก็บไว้สำหรับตรวจข้อมูลย้อนหลัง

  • รายงานยอดขายจากช่องทางออนไลน์
  • Statement บัญชีที่ใช้รับเงิน
  • ใบเสร็จและหลักฐานซื้อสินค้า
  • หลักฐานค่าโฆษณา
  • ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม
  • เอกสารค่าขนส่ง
  • รายการคืนสินค้าและคืนเงิน
  • เอกสารหรือหลักฐานค่าใช้จ่ายอื่นของกิจการ

เอกสารเหล่านี้ไม่ควรถูกเก็บแบบกระจัดกระจาย ควรแยกตามเดือนและประเภท เพื่อให้ค้นย้อนหลังได้ง่ายเมื่อจำเป็น

เมื่อไรควรพิจารณาเปลี่ยนจากบุคคลธรรมดาเป็นบริษัท

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ตอบได้ว่าทุกธุรกิจควรเปลี่ยนเป็นบริษัทเมื่อรายได้เท่าไร เพราะต้องดูหลายด้านร่วมกัน เช่น รูปแบบธุรกิจ จำนวนผู้ร่วมลงทุน ลูกค้า คู่ค้า แผนการเติบโต ภาระงาน และโครงสร้างทางบัญชีภาษี

หากธุรกิจเติบโตจนมีรายการจำนวนมาก ต้องการแยกกิจการออกจากบุคคล หรือต้องการทำธุรกิจกับองค์กร การศึกษารูปแบบนิติบุคคลไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริการและข้อมูลการจดทะเบียนบริษัท

คำถามที่พบบ่อย

ขายของออนไลน์ในนามบุคคลธรรมดาต้องยื่นภาษีหรือไม่?

เมื่อมีเงินได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ควรตรวจหน้าที่การยื่นแบบตามประเภทเงินได้และหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

ขายของออนไลน์ใช้ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91?

ภ.ง.ด.90 ใช้กับผู้มีเงินได้กรณีทั่วไป ส่วน ภ.ง.ด.91 ใช้กับผู้มีเงินได้จากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40(1) ประเภทเดียว

ภ.ง.ด.94 คืออะไร?

เป็นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีสำหรับผู้มีเงินได้ตามมาตรา 40(5) (6) (7) และ (8)

ใช้ยอดเงินเข้าบัญชีเป็นยอดขายได้เลยหรือไม่?

ไม่ควร เพราะอาจมีรายการที่ไม่ใช่ยอดขายปะปนอยู่ ควรตรวจที่มาของเงินและรายงานยอดขายประกอบ

สำนักงานบัญชี พีทูพี รับยื่น ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 หรือไม่?

ปัจจุบันไม่ได้ให้บริการยื่นภาษีบุคคลธรรมดาทั่วไป บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ หากต้องการยื่นแบบควรใช้ช่องทางของกรมสรรพากรหรือผู้ให้บริการที่รับงานประเภทดังกล่าว

สรุป ภาษีบุคคลธรรมดาขายของออนไลน์ ควรเริ่มจากข้อมูลที่ครบ

ผู้ขายออนไลน์ควรรวบรวมยอดขายจากทุกช่องทาง แยกเงินธุรกิจออกจากเงินส่วนตัว และเก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายตั้งแต่ระหว่างปี เพื่อให้ตรวจข้อมูลได้ง่ายเมื่อถึงช่วงยื่นภาษี

ควรทำความเข้าใจว่า ภ.ง.ด.90 ภ.ง.ด.91 และ ภ.ง.ด.94 ใช้กับกรณีใด และอย่าใช้เพียงยอดเงินเข้าบัญชีหรือเงินคงเหลือเป็นตัวแทนรายได้หรือกำไรของร้าน

หากธุรกิจเริ่มเติบโต ควรประเมินเรื่อง VAT ระบบบัญชี และรูปแบบกิจการควบคู่กัน เพื่อให้การจัดการธุรกิจในระยะต่อไปมีข้อมูลรองรับมากขึ้น

หากธุรกิจของคุณเปลี่ยนมาดำเนินงานในรูปบริษัทหรือนิติบุคคล

สำนักงานบัญชี พีทูพีให้บริการบัญชี ภาษี และวางระบบสำหรับบริษัทและธุรกิจ โดยไม่ได้รับยื่นภาษีบุคคลธรรมดาทั่วไป

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

บทความที่น่าสนใจ