views

อากรแสตมป์ คืออะไร สัญญาแบบไหนต้องเสีย และไม่เสียมีผลอย่างไร

ในการประกอบธุรกิจ เรามักพบเอกสารและสัญญาหลายประเภท เช่น สัญญาเช่า สัญญาจ้างทำของ สัญญากู้ยืมเงิน หนังสือมอบอำนาจ หรือการโอนหุ้น เอกสารบางประเภทเหล่านี้เข้าลักษณะ “ตราสาร” ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเสีย อากรแสตมป์ ตามประมวลรัษฎากร

สิ่งที่ผู้ประกอบการควรเข้าใจคือ ไม่ใช่สัญญาทุกฉบับจะต้องเสียอากรแสตมป์ และอัตราก็ไม่ได้เหมือนกันทุกประเภท ต้องตรวจว่าตราสารนั้นอยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์หรือไม่ ใครเป็นผู้มีหน้าที่เสีย ใช้ฐานอะไรคำนวณ และต้องเสียด้วยวิธีใด

อากรแสตมป์ คืออะไร
ไม่แน่ใจว่าสัญญาของบริษัทต้องเสียอากรแสตมป์หรือไม่?
สามารถแจ้งประเภทสัญญา มูลค่า คู่สัญญา และวันที่ทำตราสาร เพื่อสอบถามแนวทางตรวจเอกสารและภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจได้
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

อากรแสตมป์ คืออะไร

อากรแสตมป์ เป็นภาษีประเภทหนึ่งตามประมวลรัษฎากร จัดเก็บจากการกระทำตราสารที่กฎหมายกำหนดไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ โดยปัจจุบันบัญชีดังกล่าวแบ่งตราสารที่เกี่ยวข้องออกเป็น 28 ลักษณะ

คำว่า “ตราสาร” ในเรื่องนี้ไม่ได้หมายถึงเอกสารทุกชนิด แต่หมายถึงเอกสารที่เข้าลักษณะตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ เช่น สัญญาเช่า สัญญาจ้างทำของ สัญญากู้ยืมเงิน ใบมอบอำนาจ หรือการโอนหุ้น เป็นต้น

ผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าใจภาษีพื้นฐานของธุรกิจโดยรวม สามารถอ่าน บัญชีภาษีพื้นฐานสำหรับผู้ประกอบการ เพิ่มเติมได้

สัญญาทุกฉบับต้องติดอากรแสตมป์หรือไม่

ไม่ใช่ ต้องตรวจว่าสัญญาหรือเอกสารนั้นเข้าลักษณะตราสารที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ การมีคำว่า “สัญญา” อยู่บนเอกสารไม่ได้ทำให้ต้องเสียอากรแสตมป์โดยอัตโนมัติ

ตัวอย่างเช่น สัญญาจ้างทำของ สัญญาเช่า และสัญญากู้ยืมเงินเป็นตราสารที่มีอยู่ในบัญชีอากรแสตมป์ แต่รายละเอียดอัตรา ผู้มีหน้าที่เสีย และข้อยกเว้นของแต่ละประเภทไม่เหมือนกัน

ดังนั้นก่อนติดแสตมป์หรือชำระอากร ควรเริ่มจากการจำแนก “ประเภทตราสาร” ให้ถูกต้องก่อนเสมอ ไม่ควรใช้วิธีคำนวณอัตราเดียวกับสัญญาทุกประเภท

สัญญาที่ต้องเสียอากรแสตมป์

ตราสารที่พบในธุรกิจและมักเกี่ยวข้องกับอากรแสตมป์

บัญชีอากรแสตมป์มีทั้งหมด 28 ลักษณะ แต่สำหรับผู้ประกอบการทั่วไป ตราสารที่พบได้บ่อย เช่น

  • สัญญาเช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรือแพ
  • การโอนใบหุ้น ใบหุ้นกู้ พันธบัตร และใบรับรองหนี้บางประเภท
  • สัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน
  • สัญญาจ้างทำของ
  • สัญญากู้ยืมเงิน หรือข้อตกลงเบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร
  • กรมธรรม์ประกันภัย
  • ใบมอบอำนาจ
  • ใบมอบฉันทะในการประชุมบริษัท
  • ตั๋วแลกเงินและตั๋วสัญญาใช้เงิน
  • บิลออฟเลดิง
  • ใบหุ้นหรือใบหุ้นกู้
  • เช็คและตราสารที่ใช้แทนเช็ค
  • หนังสือค้ำประกัน
  • ตราสารจำนำ
  • ตราสารเกี่ยวกับตัวแทน
  • ใบรับบางประเภทตามที่กฎหมายกำหนด

หากกำลังจัดตั้งหรือแก้ไขเอกสารของนิติบุคคล สามารถอ่าน จดทะเบียนนิติบุคคลและเอกสารธุรกิจ เพื่อดูภาพรวมของเอกสารที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ใครเป็นผู้มีหน้าที่เสียอากรแสตมป์

ผู้มีหน้าที่เสียอากรไม่ได้กำหนดเหมือนกันทุกตราสาร แต่ระบุไว้แยกตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ เช่น

สัญญาเช่า
ผู้ให้เช่าเป็นผู้มีหน้าที่เสียอากร ส่วนผู้เช่าเป็นผู้ขีดฆ่าแสตมป์ตามหลักเกณฑ์

สัญญาจ้างทำของ
ผู้รับจ้างเป็นผู้มีหน้าที่เสียอากร

สัญญากู้ยืมเงิน
ผู้ให้กู้เป็นผู้มีหน้าที่เสียอากร ส่วนผู้กู้เป็นผู้ขีดฆ่าแสตมป์

ใบมอบอำนาจ
ผู้มอบอำนาจเป็นผู้มีหน้าที่เสียอากร

แม้คู่สัญญาจะตกลงกันว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้รับภาระค่าอากรในทางธุรกิจ แต่ควรตรวจหน้าที่ตามกฎหมายของตราสารนั้นแยกต่างหาก เพื่อให้การปิดอากรถูกต้อง

อัตราอากรแสตมป์ที่พบได้บ่อย

อัตราอากรแตกต่างกันตามประเภทตราสาร จึงไม่ควรใช้สูตรเดียวกับทุกสัญญา ตัวอย่างอัตราที่พบบ่อย ได้แก่

สัญญาเช่า
ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท ของค่าเช่าหรือเงินกินเปล่าตลอดอายุสัญญา เสียอากร 1 บาท

จ้างทำของ
ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาทของสินจ้าง เสียอากร 1 บาท

กู้ยืมเงิน
ทุกจำนวนเงิน 2,000 บาท หรือเศษของ 2,000 บาทของยอดเงินกู้ เสียอากร 1 บาท และมีเพดานค่าอากรตามที่กฎหมายกำหนด

ใบมอบอำนาจ
มอบอำนาจทำการครั้งเดียวโดยทั่วไป 10 บาท ส่วนการมอบอำนาจให้ทำมากกว่าครั้งเดียวโดยทั่วไป 30 บาท ทั้งนี้ต้องดูรายละเอียดและข้อยกเว้นของตราสารจริง

ก่อนคำนวณควรตรวจบัญชีอัตราปัจจุบันทุกครั้ง โดยเฉพาะเอกสารที่มีเงื่อนไขเฉพาะหรือมีข้อยกเว้น ไม่ควรอาศัยเพียงอัตราที่เคยใช้กับสัญญาฉบับอื่น

อากรแสตมป์เสียได้ด้วยวิธีใดบ้าง

คำว่า “ปิดแสตมป์บริบูรณ์” หมายถึงการเสียอากรให้ครบถ้วนตามวิธีที่กฎหมายกำหนด โดยวิธีที่เกี่ยวข้องอาจประกอบด้วย

  • แสตมป์ปิดทับ ใช้แสตมป์อากรในมูลค่าครบตามที่ต้องเสียและขีดฆ่าไม่ให้นำกลับมาใช้ซ้ำ
  • แสตมป์ดุน ใช้ตามรูปแบบและกรณีที่กฎหมายกำหนด
  • ชำระเป็นตัวเงิน สำหรับตราสารบางประเภทที่กำหนดให้ชำระเป็นเงินแทนการปิดแสตมป์
  • e-Stamp Duty การยื่นและชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ตามระบบของกรมสรรพากร

เมื่อชำระผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว จะมีหลักฐาน เช่น ใบเสร็จรับเงินและรหัสรับรองการเสียอากร ซึ่งสามารถใช้ประกอบกับตราสารเพื่อยืนยันการเสียอากรได้

ธุรกิจที่ต้องจัดการสัญญา เอกสารภาษี และเอกสารบัญชีหลายประเภทสามารถอ่าน บัญชีบริษัทต้องทำอะไรบ้าง เพื่อจัดระบบเอกสารให้สัมพันธ์กัน

อย่าซื้ออากรแสตมป์แล้วติดทันทีโดยยังไม่ตรวจประเภทตราสาร
สิ่งที่ควรตรวจอันดับแรกคือ ประเภทสัญญา มูลค่าที่ใช้เป็นฐาน ผู้มีหน้าที่เสีย และวิธีเสียอากร เพราะบางตราสารอาจต้องชำระเป็นตัวเงินหรือใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc
วิธีเสียอากรแสตมป์

e-Stamp Duty คืออะไร

e-Stamp Duty เป็นช่องทางที่ช่วยให้ผู้มีหน้าที่เสียอากรสามารถยื่นขอและชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรในกรณีที่รองรับ เมื่อชำระแล้วจะได้รับหลักฐานสำหรับนำไปอ้างอิงกับตราสาร

ข้อดีคือช่วยลดขั้นตอนการใช้ดวงแสตมป์และทำให้สามารถเก็บหลักฐานการชำระอากรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่ผู้ใช้งานยังต้องตรวจว่าตราสารของตนอยู่ในประเภทและเงื่อนไขที่ระบบรองรับหรือไม่

ไม่ติดอากรแสตมป์ สัญญาเป็นโมฆะหรือไม่

ไม่ควรสรุปว่าสัญญาเป็นโมฆะหรือไม่สมบูรณ์เพียงเพราะยังปิดอากรไม่ครบ ผลสำคัญตามประมวลรัษฎากรคือ ตราสารที่ปิดอากรไม่บริบูรณ์จะยังนำต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาไปใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะดำเนินการเสียอากรให้ครบถ้วนตามกฎหมาย

นอกจากนี้ผู้มีหน้าที่เสียอากรอาจมีเงินเพิ่มอากรหรือค่าปรับตามกรณี โดยจำนวนขึ้นอยู่กับว่าชำระล่าช้าเพียงใด และเป็นกรณีผู้เสียอากรนำไปชำระเองหรือเจ้าหน้าที่ตรวจพบ

ดังนั้นเมื่อพบว่าสัญญาเดิมยังไม่ได้เสียอากร ไม่ควรปล่อยไว้หรือแก้เอกสารย้อนหลังโดยไม่มีหลักเกณฑ์ ควรตรวจวันที่ทำตราสาร อากรที่ขาด และวิธีดำเนินการให้ถูกต้อง

อากรแสตมป์กับค่าใช้จ่ายทางบัญชีเกี่ยวข้องกันอย่างไร

ค่าอากรแสตมป์ที่เกิดจากธุรกรรมของกิจการควรมีหลักฐานและบันทึกบัญชีให้สอดคล้องกับรายการจริง เช่น ค่าอากรจากสัญญาเช่า สัญญาจ้าง หรือเอกสารทางธุรกิจอื่น

แต่การที่กิจการเสียอากรแสตมป์แล้วไม่ได้หมายความว่ารายจ่ายอื่นในสัญญาจะเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ทุกกรณี ยังต้องพิจารณาหลักเกณฑ์รายจ่ายของนิติบุคคลแยกต่างหาก สามารถศึกษา ลดหย่อนภาษีนิติบุคคลและรายจ่ายบริษัท เพิ่มเติมได้

อากรแสตมป์กับภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่

ไม่ใช่ อากรแสตมป์เป็นภาษีที่เกิดจากการกระทำตราสารตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนภาษีหัก ณ ที่จ่ายเกิดจากการจ่ายเงินได้บางประเภท เช่น ค่าบริการ ค่าเช่า หรือค่าจ้างทำของ

สัญญาหนึ่งฉบับจึงอาจเกี่ยวข้องกับทั้งอากรแสตมป์และภาษีหัก ณ ที่จ่ายพร้อมกันได้ เช่น สัญญาจ้างทำของ ผู้ประกอบการควรตรวจภาษีทั้งสองด้าน ไม่ควรคิดว่าเสียอากรแล้วหน้าที่ภาษีอื่นจะสิ้นสุด สามารถอ่าน ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืออะไร เพิ่มเติมได้

หนังสือมอบอำนาจต้องติดอากรแสตมป์เท่าไร

ใบมอบอำนาจเป็นตราสารลักษณะหนึ่งในบัญชีอากรแสตมป์ โดยกรณีมอบอำนาจให้บุคคลหนึ่งคนหรือหลายคนดำเนินการครั้งเดียว อัตราทั่วไปคือ 10 บาท ส่วนกรณีมอบอำนาจให้ดำเนินการมากกว่าครั้งเดียว อัตราทั่วไปคือ 30 บาท

อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นสำหรับใบมอบอำนาจบางประเภท จึงควรตรวจวัตถุประสงค์ของหนังสือมอบอำนาจจริงก่อนติดแสตมป์ โดยเฉพาะเอกสารที่ใช้กับหน่วยงานราชการหรืองานจดทะเบียน

ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับเอกสารจัดตั้งบริษัทสามารถอ่าน หนังสือบริคณห์สนธิและเอกสารจดทะเบียนบริษัท เพิ่มเติมได้

เช็กลิสต์ก่อนเสียอากรแสตมป์

  1. ตรวจว่าสัญญาหรือเอกสารเป็นตราสารที่อยู่ในบัญชีอากรแสตมป์หรือไม่
  2. ตรวจลักษณะตราสารให้ถูกต้อง
  3. ตรวจว่าใครเป็นผู้มีหน้าที่เสียอากร
  4. ตรวจฐานที่ใช้คำนวณ เช่น ค่าเช่า สินจ้าง หรือยอดเงินกู้
  5. ตรวจอัตราและเพดานอากรของตราสารนั้น
  6. ตรวจว่ามีข้อยกเว้นหรือไม่
  7. เลือกวิธีเสียอากรให้ตรงกับหลักเกณฑ์
  8. เก็บหลักฐานการเสียอากรไว้คู่กับสัญญา

การตรวจตามลำดับนี้ช่วยลดปัญหาการติดอากรผิดจำนวนหรือใช้วิธีชำระไม่ตรงกับประเภทตราสาร และช่วยให้เอกสารของบริษัทตรวจสอบย้อนหลังได้ง่ายขึ้น

ตรวจสอบอากรแสตมป์สำหรับธุรกิจ

จัดระบบสัญญาและเอกสารอย่างไรไม่ให้พลาดอากรแสตมป์

ธุรกิจที่มีสัญญาจำนวนมากควรมีทะเบียนสัญญาหรือ Workflow ตรวจเอกสารก่อนลงนาม โดยระบุวันที่ทำสัญญา ประเภทสัญญา มูลค่า คู่สัญญา ผู้รับผิดชอบ และสถานะการเสียอากร เพื่อไม่ให้พบภายหลังว่าสัญญาที่ใช้งานไปแล้วหลายเดือนยังไม่ได้ปิดอากร

หากต้องการพัฒนาระบบเอกสารและการควบคุมภายใน สามารถศึกษา บริการวางระบบบัญชี, สำนักงานบัญชีมีงานอะไรบ้าง และ บริการทำบัญชีรายเดือนและรายปี เพิ่มเติมได้

สำนักงานบัญชี พีทูพี อากรแสตมป์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอากรแสตมป์

1. สัญญาทุกฉบับต้องติดอากรแสตมป์หรือไม่?

ไม่ใช่ ต้องเป็นตราสารที่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร จึงต้องตรวจประเภทเอกสารก่อนทุกครั้ง

2. ไม่ติดอากรแสตมป์ทำให้สัญญาเป็นโมฆะหรือไม่?

ไม่ควรสรุปว่าสัญญาเป็นโมฆะเพียงเพราะยังปิดอากรไม่ครบ ผลสำคัญคือยังไม่สามารถนำตราสารที่ปิดอากรไม่บริบูรณ์ไปใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้จนกว่าจะดำเนินการเสียอากรให้ถูกต้อง

3. สัญญาจ้างทำของเสียอากรเท่าไร?

โดยทั่วไปคิด 1 บาทต่อทุกจำนวนเงิน 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาทของสินจ้างที่กำหนด แต่ควรตรวจเงื่อนไขและข้อยกเว้นของตราสารจริงก่อนคำนวณ

4. หนังสือมอบอำนาจเสียอากรเท่าไร?

กรณีมอบอำนาจทำการครั้งเดียวโดยทั่วไป 10 บาท และกรณีมอบอำนาจทำมากกว่าครั้งเดียวโดยทั่วไป 30 บาท ทั้งนี้มีข้อยกเว้นบางประเภท

5. อากรแสตมป์ชำระออนไลน์ได้หรือไม่?

สามารถใช้ระบบชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรได้ในกรณีและประเภทตราสารที่ระบบรองรับ โดยควรเก็บใบเสร็จและรหัสรับรองการเสียอากรไว้เป็นหลักฐาน

สรุป อากรแสตมป์ต้องดูประเภทตราสารก่อนคำนวณทุกครั้ง

อากรแสตมป์ เป็นภาษีที่จัดเก็บจากการกระทำตราสารตามที่กำหนดไว้ในบัญชีอากรแสตมป์ ไม่ใช่สัญญาทุกฉบับจะต้องเสีย และแต่ละตราสารมีทั้งอัตรา ผู้มีหน้าที่เสีย วิธีชำระ และข้อยกเว้นแตกต่างกัน

สิ่งสำคัญสำหรับผู้ประกอบการคือ ตรวจประเภทตราสารก่อนลงนามหรือใช้งานจริง เก็บหลักฐานการเสียอากรไว้กับสัญญา และอย่าเข้าใจว่าการไม่ติดอากรทำให้สัญญาเป็นโมฆะทันที หากต้องการตรวจเอกสาร บัญชี หรือภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ สามารถศึกษา บริการที่ปรึกษาภาษี หรือ บริการรับทำบัญชี เพิ่มเติมได้

ปรึกษาเรื่องบัญชี ภาษี และเอกสารธุรกิจ
สามารถแจ้งลักษณะธุรกิจ ประเภทสัญญา หรือประเด็นทางบัญชีและภาษีที่ต้องการตรวจสอบ เพื่อสอบถามแนวทางเบื้องต้นได้
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

บทความที่น่าสนใจ