อากรแสตมป์ คืออะไร สัญญาแบบไหนต้องเสีย และไม่เสียมีผลอย่างไร
ในการประกอบธุรกิจ เรามักพบเอกสารและสัญญาหลายประเภท เช่น สัญญาเช่า สัญญาจ้างทำของ สัญญากู้ยืมเงิน หนังสือมอบอำนาจ หรือการโอนหุ้น เอกสารบางประเภทเหล่านี้เข้าลักษณะ “ตราสาร” ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเสีย อากรแสตมป์ ตามประมวลรัษฎากร
สิ่งที่ผู้ประกอบการควรเข้าใจคือ ไม่ใช่สัญญาทุกฉบับจะต้องเสียอากรแสตมป์ และอัตราก็ไม่ได้เหมือนกันทุกประเภท ต้องตรวจว่าตราสารนั้นอยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์หรือไม่ ใครเป็นผู้มีหน้าที่เสีย ใช้ฐานอะไรคำนวณ และต้องเสียด้วยวิธีใด
.jpg)
อากรแสตมป์ คืออะไร
อากรแสตมป์ เป็นภาษีประเภทหนึ่งตามประมวลรัษฎากร จัดเก็บจากการกระทำตราสารที่กฎหมายกำหนดไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ โดยปัจจุบันบัญชีดังกล่าวแบ่งตราสารที่เกี่ยวข้องออกเป็น 28 ลักษณะ
คำว่า “ตราสาร” ในเรื่องนี้ไม่ได้หมายถึงเอกสารทุกชนิด แต่หมายถึงเอกสารที่เข้าลักษณะตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ เช่น สัญญาเช่า สัญญาจ้างทำของ สัญญากู้ยืมเงิน ใบมอบอำนาจ หรือการโอนหุ้น เป็นต้น
ผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าใจภาษีพื้นฐานของธุรกิจโดยรวม สามารถอ่าน บัญชีภาษีพื้นฐานสำหรับผู้ประกอบการ เพิ่มเติมได้
สัญญาทุกฉบับต้องติดอากรแสตมป์หรือไม่
ไม่ใช่ ต้องตรวจว่าสัญญาหรือเอกสารนั้นเข้าลักษณะตราสารที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ การมีคำว่า “สัญญา” อยู่บนเอกสารไม่ได้ทำให้ต้องเสียอากรแสตมป์โดยอัตโนมัติ
ตัวอย่างเช่น สัญญาจ้างทำของ สัญญาเช่า และสัญญากู้ยืมเงินเป็นตราสารที่มีอยู่ในบัญชีอากรแสตมป์ แต่รายละเอียดอัตรา ผู้มีหน้าที่เสีย และข้อยกเว้นของแต่ละประเภทไม่เหมือนกัน
ดังนั้นก่อนติดแสตมป์หรือชำระอากร ควรเริ่มจากการจำแนก “ประเภทตราสาร” ให้ถูกต้องก่อนเสมอ ไม่ควรใช้วิธีคำนวณอัตราเดียวกับสัญญาทุกประเภท
.jpg)
ตราสารที่พบในธุรกิจและมักเกี่ยวข้องกับอากรแสตมป์
บัญชีอากรแสตมป์มีทั้งหมด 28 ลักษณะ แต่สำหรับผู้ประกอบการทั่วไป ตราสารที่พบได้บ่อย เช่น
- สัญญาเช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรือแพ
- การโอนใบหุ้น ใบหุ้นกู้ พันธบัตร และใบรับรองหนี้บางประเภท
- สัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน
- สัญญาจ้างทำของ
- สัญญากู้ยืมเงิน หรือข้อตกลงเบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร
- กรมธรรม์ประกันภัย
- ใบมอบอำนาจ
- ใบมอบฉันทะในการประชุมบริษัท
- ตั๋วแลกเงินและตั๋วสัญญาใช้เงิน
- บิลออฟเลดิง
- ใบหุ้นหรือใบหุ้นกู้
- เช็คและตราสารที่ใช้แทนเช็ค
- หนังสือค้ำประกัน
- ตราสารจำนำ
- ตราสารเกี่ยวกับตัวแทน
- ใบรับบางประเภทตามที่กฎหมายกำหนด
หากกำลังจัดตั้งหรือแก้ไขเอกสารของนิติบุคคล สามารถอ่าน จดทะเบียนนิติบุคคลและเอกสารธุรกิจ เพื่อดูภาพรวมของเอกสารที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ใครเป็นผู้มีหน้าที่เสียอากรแสตมป์
ผู้มีหน้าที่เสียอากรไม่ได้กำหนดเหมือนกันทุกตราสาร แต่ระบุไว้แยกตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ เช่น
สัญญาเช่า
ผู้ให้เช่าเป็นผู้มีหน้าที่เสียอากร ส่วนผู้เช่าเป็นผู้ขีดฆ่าแสตมป์ตามหลักเกณฑ์
สัญญาจ้างทำของ
ผู้รับจ้างเป็นผู้มีหน้าที่เสียอากร
สัญญากู้ยืมเงิน
ผู้ให้กู้เป็นผู้มีหน้าที่เสียอากร ส่วนผู้กู้เป็นผู้ขีดฆ่าแสตมป์
ใบมอบอำนาจ
ผู้มอบอำนาจเป็นผู้มีหน้าที่เสียอากร
แม้คู่สัญญาจะตกลงกันว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้รับภาระค่าอากรในทางธุรกิจ แต่ควรตรวจหน้าที่ตามกฎหมายของตราสารนั้นแยกต่างหาก เพื่อให้การปิดอากรถูกต้อง
อัตราอากรแสตมป์ที่พบได้บ่อย
อัตราอากรแตกต่างกันตามประเภทตราสาร จึงไม่ควรใช้สูตรเดียวกับทุกสัญญา ตัวอย่างอัตราที่พบบ่อย ได้แก่
สัญญาเช่า
ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท ของค่าเช่าหรือเงินกินเปล่าตลอดอายุสัญญา เสียอากร 1 บาท
จ้างทำของ
ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาทของสินจ้าง เสียอากร 1 บาท
กู้ยืมเงิน
ทุกจำนวนเงิน 2,000 บาท หรือเศษของ 2,000 บาทของยอดเงินกู้ เสียอากร 1 บาท และมีเพดานค่าอากรตามที่กฎหมายกำหนด
ใบมอบอำนาจ
มอบอำนาจทำการครั้งเดียวโดยทั่วไป 10 บาท ส่วนการมอบอำนาจให้ทำมากกว่าครั้งเดียวโดยทั่วไป 30 บาท ทั้งนี้ต้องดูรายละเอียดและข้อยกเว้นของตราสารจริง
ก่อนคำนวณควรตรวจบัญชีอัตราปัจจุบันทุกครั้ง โดยเฉพาะเอกสารที่มีเงื่อนไขเฉพาะหรือมีข้อยกเว้น ไม่ควรอาศัยเพียงอัตราที่เคยใช้กับสัญญาฉบับอื่น
อากรแสตมป์เสียได้ด้วยวิธีใดบ้าง
คำว่า “ปิดแสตมป์บริบูรณ์” หมายถึงการเสียอากรให้ครบถ้วนตามวิธีที่กฎหมายกำหนด โดยวิธีที่เกี่ยวข้องอาจประกอบด้วย
- แสตมป์ปิดทับ ใช้แสตมป์อากรในมูลค่าครบตามที่ต้องเสียและขีดฆ่าไม่ให้นำกลับมาใช้ซ้ำ
- แสตมป์ดุน ใช้ตามรูปแบบและกรณีที่กฎหมายกำหนด
- ชำระเป็นตัวเงิน สำหรับตราสารบางประเภทที่กำหนดให้ชำระเป็นเงินแทนการปิดแสตมป์
- e-Stamp Duty การยื่นและชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ตามระบบของกรมสรรพากร
เมื่อชำระผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว จะมีหลักฐาน เช่น ใบเสร็จรับเงินและรหัสรับรองการเสียอากร ซึ่งสามารถใช้ประกอบกับตราสารเพื่อยืนยันการเสียอากรได้
ธุรกิจที่ต้องจัดการสัญญา เอกสารภาษี และเอกสารบัญชีหลายประเภทสามารถอ่าน บัญชีบริษัทต้องทำอะไรบ้าง เพื่อจัดระบบเอกสารให้สัมพันธ์กัน
.jpg)
e-Stamp Duty คืออะไร
e-Stamp Duty เป็นช่องทางที่ช่วยให้ผู้มีหน้าที่เสียอากรสามารถยื่นขอและชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรในกรณีที่รองรับ เมื่อชำระแล้วจะได้รับหลักฐานสำหรับนำไปอ้างอิงกับตราสาร
ข้อดีคือช่วยลดขั้นตอนการใช้ดวงแสตมป์และทำให้สามารถเก็บหลักฐานการชำระอากรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่ผู้ใช้งานยังต้องตรวจว่าตราสารของตนอยู่ในประเภทและเงื่อนไขที่ระบบรองรับหรือไม่
ไม่ติดอากรแสตมป์ สัญญาเป็นโมฆะหรือไม่
ไม่ควรสรุปว่าสัญญาเป็นโมฆะหรือไม่สมบูรณ์เพียงเพราะยังปิดอากรไม่ครบ ผลสำคัญตามประมวลรัษฎากรคือ ตราสารที่ปิดอากรไม่บริบูรณ์จะยังนำต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาไปใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะดำเนินการเสียอากรให้ครบถ้วนตามกฎหมาย
นอกจากนี้ผู้มีหน้าที่เสียอากรอาจมีเงินเพิ่มอากรหรือค่าปรับตามกรณี โดยจำนวนขึ้นอยู่กับว่าชำระล่าช้าเพียงใด และเป็นกรณีผู้เสียอากรนำไปชำระเองหรือเจ้าหน้าที่ตรวจพบ
ดังนั้นเมื่อพบว่าสัญญาเดิมยังไม่ได้เสียอากร ไม่ควรปล่อยไว้หรือแก้เอกสารย้อนหลังโดยไม่มีหลักเกณฑ์ ควรตรวจวันที่ทำตราสาร อากรที่ขาด และวิธีดำเนินการให้ถูกต้อง
อากรแสตมป์กับค่าใช้จ่ายทางบัญชีเกี่ยวข้องกันอย่างไร
ค่าอากรแสตมป์ที่เกิดจากธุรกรรมของกิจการควรมีหลักฐานและบันทึกบัญชีให้สอดคล้องกับรายการจริง เช่น ค่าอากรจากสัญญาเช่า สัญญาจ้าง หรือเอกสารทางธุรกิจอื่น
แต่การที่กิจการเสียอากรแสตมป์แล้วไม่ได้หมายความว่ารายจ่ายอื่นในสัญญาจะเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ทุกกรณี ยังต้องพิจารณาหลักเกณฑ์รายจ่ายของนิติบุคคลแยกต่างหาก สามารถศึกษา ลดหย่อนภาษีนิติบุคคลและรายจ่ายบริษัท เพิ่มเติมได้
อากรแสตมป์กับภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่
ไม่ใช่ อากรแสตมป์เป็นภาษีที่เกิดจากการกระทำตราสารตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนภาษีหัก ณ ที่จ่ายเกิดจากการจ่ายเงินได้บางประเภท เช่น ค่าบริการ ค่าเช่า หรือค่าจ้างทำของ
สัญญาหนึ่งฉบับจึงอาจเกี่ยวข้องกับทั้งอากรแสตมป์และภาษีหัก ณ ที่จ่ายพร้อมกันได้ เช่น สัญญาจ้างทำของ ผู้ประกอบการควรตรวจภาษีทั้งสองด้าน ไม่ควรคิดว่าเสียอากรแล้วหน้าที่ภาษีอื่นจะสิ้นสุด สามารถอ่าน ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืออะไร เพิ่มเติมได้
หนังสือมอบอำนาจต้องติดอากรแสตมป์เท่าไร
ใบมอบอำนาจเป็นตราสารลักษณะหนึ่งในบัญชีอากรแสตมป์ โดยกรณีมอบอำนาจให้บุคคลหนึ่งคนหรือหลายคนดำเนินการครั้งเดียว อัตราทั่วไปคือ 10 บาท ส่วนกรณีมอบอำนาจให้ดำเนินการมากกว่าครั้งเดียว อัตราทั่วไปคือ 30 บาท
อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นสำหรับใบมอบอำนาจบางประเภท จึงควรตรวจวัตถุประสงค์ของหนังสือมอบอำนาจจริงก่อนติดแสตมป์ โดยเฉพาะเอกสารที่ใช้กับหน่วยงานราชการหรืองานจดทะเบียน
ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับเอกสารจัดตั้งบริษัทสามารถอ่าน หนังสือบริคณห์สนธิและเอกสารจดทะเบียนบริษัท เพิ่มเติมได้
เช็กลิสต์ก่อนเสียอากรแสตมป์
- ตรวจว่าสัญญาหรือเอกสารเป็นตราสารที่อยู่ในบัญชีอากรแสตมป์หรือไม่
- ตรวจลักษณะตราสารให้ถูกต้อง
- ตรวจว่าใครเป็นผู้มีหน้าที่เสียอากร
- ตรวจฐานที่ใช้คำนวณ เช่น ค่าเช่า สินจ้าง หรือยอดเงินกู้
- ตรวจอัตราและเพดานอากรของตราสารนั้น
- ตรวจว่ามีข้อยกเว้นหรือไม่
- เลือกวิธีเสียอากรให้ตรงกับหลักเกณฑ์
- เก็บหลักฐานการเสียอากรไว้คู่กับสัญญา
การตรวจตามลำดับนี้ช่วยลดปัญหาการติดอากรผิดจำนวนหรือใช้วิธีชำระไม่ตรงกับประเภทตราสาร และช่วยให้เอกสารของบริษัทตรวจสอบย้อนหลังได้ง่ายขึ้น

จัดระบบสัญญาและเอกสารอย่างไรไม่ให้พลาดอากรแสตมป์
ธุรกิจที่มีสัญญาจำนวนมากควรมีทะเบียนสัญญาหรือ Workflow ตรวจเอกสารก่อนลงนาม โดยระบุวันที่ทำสัญญา ประเภทสัญญา มูลค่า คู่สัญญา ผู้รับผิดชอบ และสถานะการเสียอากร เพื่อไม่ให้พบภายหลังว่าสัญญาที่ใช้งานไปแล้วหลายเดือนยังไม่ได้ปิดอากร
หากต้องการพัฒนาระบบเอกสารและการควบคุมภายใน สามารถศึกษา บริการวางระบบบัญชี, สำนักงานบัญชีมีงานอะไรบ้าง และ บริการทำบัญชีรายเดือนและรายปี เพิ่มเติมได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอากรแสตมป์
1. สัญญาทุกฉบับต้องติดอากรแสตมป์หรือไม่?
ไม่ใช่ ต้องเป็นตราสารที่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร จึงต้องตรวจประเภทเอกสารก่อนทุกครั้ง
2. ไม่ติดอากรแสตมป์ทำให้สัญญาเป็นโมฆะหรือไม่?
ไม่ควรสรุปว่าสัญญาเป็นโมฆะเพียงเพราะยังปิดอากรไม่ครบ ผลสำคัญคือยังไม่สามารถนำตราสารที่ปิดอากรไม่บริบูรณ์ไปใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้จนกว่าจะดำเนินการเสียอากรให้ถูกต้อง
3. สัญญาจ้างทำของเสียอากรเท่าไร?
โดยทั่วไปคิด 1 บาทต่อทุกจำนวนเงิน 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาทของสินจ้างที่กำหนด แต่ควรตรวจเงื่อนไขและข้อยกเว้นของตราสารจริงก่อนคำนวณ
4. หนังสือมอบอำนาจเสียอากรเท่าไร?
กรณีมอบอำนาจทำการครั้งเดียวโดยทั่วไป 10 บาท และกรณีมอบอำนาจทำมากกว่าครั้งเดียวโดยทั่วไป 30 บาท ทั้งนี้มีข้อยกเว้นบางประเภท
5. อากรแสตมป์ชำระออนไลน์ได้หรือไม่?
สามารถใช้ระบบชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรได้ในกรณีและประเภทตราสารที่ระบบรองรับ โดยควรเก็บใบเสร็จและรหัสรับรองการเสียอากรไว้เป็นหลักฐาน
สรุป อากรแสตมป์ต้องดูประเภทตราสารก่อนคำนวณทุกครั้ง
อากรแสตมป์ เป็นภาษีที่จัดเก็บจากการกระทำตราสารตามที่กำหนดไว้ในบัญชีอากรแสตมป์ ไม่ใช่สัญญาทุกฉบับจะต้องเสีย และแต่ละตราสารมีทั้งอัตรา ผู้มีหน้าที่เสีย วิธีชำระ และข้อยกเว้นแตกต่างกัน
สิ่งสำคัญสำหรับผู้ประกอบการคือ ตรวจประเภทตราสารก่อนลงนามหรือใช้งานจริง เก็บหลักฐานการเสียอากรไว้กับสัญญา และอย่าเข้าใจว่าการไม่ติดอากรทำให้สัญญาเป็นโมฆะทันที หากต้องการตรวจเอกสาร บัญชี หรือภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ สามารถศึกษา บริการที่ปรึกษาภาษี หรือ บริการรับทำบัญชี เพิ่มเติมได้