ก่อนคำนวณภาษี ต้องตอบให้ได้ก่อนว่า “เงินที่ได้รับเป็นเงินได้ประเภทใด” เพราะประเภทเงินได้มีผลต่อวิธีคำนวณค่าใช้จ่าย ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และการเสียภาษี
เงินได้พึงประเมิน มาตรา 40 มี 8 ประเภทอะไรบ้าง? แยกอย่างไรให้ถูก
ประมวลรัษฎากรแบ่งเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ออกเป็น 8 ประเภท ตั้งแต่เงินเดือน ค่าจ้าง ค่านายหน้า ดอกเบี้ย เงินปันผล ค่าเช่า วิชาชีพอิสระ งานรับเหมา ไปจนถึงรายได้จากธุรกิจและการพาณิชย์
การแยกประเภทไม่ใช่เพียงเรื่องของชื่อรายได้ เพราะเงินที่เรียกว่า “ค่าจ้าง” เหมือนกันอาจอยู่คนละมาตราได้ หากข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของผู้จ่าย ผู้รับ และลักษณะงานแตกต่างกัน
บทความนี้จึงเน้นอธิบายว่าเงินได้มาตรา 40(1) ถึง 40(8) ต่างกันอย่างไร พร้อมตัวอย่างที่ช่วยให้เห็นภาพ โดยไม่เหมารวมอัตราค่าใช้จ่ายหรือภาษีหัก ณ ที่จ่าย เพราะรายละเอียดเหล่านั้นต้องพิจารณาตามชนิดเงินได้และเงื่อนไขแต่ละกรณี
.jpg)
ไม่แน่ใจว่ารายการที่ธุรกิจจ่ายเป็นเงินได้มาตราใด?
ควรดูข้อเท็จจริงของงาน ผู้รับเงิน สัญญา และลักษณะการจ่ายก่อนกำหนดประเภทเงินได้และภาษีหัก ณ ที่จ่าย
โทร 097-236-2994LINE: p2paccเงินได้พึงประเมิน คืออะไร
เงินได้พึงประเมินไม่ได้หมายถึงเงินสดที่ได้รับเท่านั้น แต่โดยหลักยังครอบคลุมทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นที่ได้รับและสามารถคำนวณเป็นเงิน รวมถึงเงินค่าภาษีอากรที่มีผู้อื่นออกแทนให้ และรายการอื่นตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด
อย่างไรก็ตาม เงินได้บางรายการอาจได้รับยกเว้นภาษีตามบทบัญญัติหรือกฎหมายลำดับรอง ดังนั้นคำถามว่า “ได้รับเงินแล้วต้องเสียภาษีหรือไม่” จึงต้องดูทั้งลักษณะของเงินได้และข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้อง
ผู้ประกอบการที่ต้องจ่ายเงินให้บุคคลธรรมดาควรเข้าใจเรื่องนี้ควบคู่กับภาษีหัก ณ ที่จ่าย เพราะการจำแนกประเภทเงินได้เป็นจุดเริ่มต้นของการพิจารณาหน้าที่หักภาษี
เงินได้พึงประเมิน มาตรา 40 มีทั้งหมด 8 ประเภท
- มาตรา 40(1) เงินได้จากการจ้างแรงงาน
- มาตรา 40(2) เงินได้จากหน้าที่ ตำแหน่ง หรือรับทำงานให้
- มาตรา 40(3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ลิขสิทธิ์ สิทธิ และเงินปีบางประเภท
- มาตรา 40(4) ดอกเบี้ย เงินปันผล และผลตอบแทนจากเงินทุนบางประเภท
- มาตรา 40(5) เงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สินและกรณีที่กฎหมายกำหนด
- มาตรา 40(6) เงินได้จากวิชาชีพอิสระ
- มาตรา 40(7) เงินได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องจัดหาสัมภาระสำคัญ
- มาตรา 40(8) เงินได้จากธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร อุตสาหกรรม ขนส่ง และเงินได้อื่นที่ไม่เข้า 40(1)–40(7)
.jpg)
มาตรา 40(1) เงินได้จากการจ้างแรงงาน
มาตรา 40(1) เป็นเงินได้ที่เกิดจากความสัมพันธ์ในลักษณะนายจ้าง–ลูกจ้าง เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส เบี้ยเลี้ยง บำเหน็จ บำนาญ หรือประโยชน์ที่ได้รับเนื่องจากการจ้างแรงงาน
ตัวอย่างที่เห็นชัดคือพนักงานบริษัทได้รับเงินเดือนประจำทุกเดือน หรือบริษัทออกค่าใช้จ่ายบางอย่างแทนลูกจ้างซึ่งถือเป็นประโยชน์ที่ได้รับเนื่องจากการจ้างงานตามข้อเท็จจริง
สำหรับนายจ้าง สามารถอ่านเรื่องการคำนวณเงินเดือนและภาษีหัก ณ ที่จ่าย เพื่อดูการเชื่อมโยงระหว่างเงินเดือนกับงาน Payroll
มาตรา 40(2) เงินได้จากหน้าที่ ตำแหน่ง หรือรับทำงานให้
มาตรา 40(2) ครอบคลุมเงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือการรับทำงานให้ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า เบี้ยประชุม หรือค่าตอบแทนจากการรับทำงานบางลักษณะ
จุดที่ต้องระวังคืออย่าใช้เพียงคำว่า “ฟรีแลนซ์” หรือ “ค่าจ้าง” เป็นตัวตัดสิน เพราะงานอิสระบางประเภทอาจเข้า 40(2), 40(6), 40(7) หรือ 40(8) ได้ตามข้อเท็จจริงของงานนั้น
ดังนั้นหากเป็นสัญญาจ้างบุคคลภายนอก ควรอ่านหลักการหักภาษี ณ ที่จ่าย ควบคู่ก่อนเลือกอัตรา
มาตรา 40(3) ค่าลิขสิทธิ์ สิทธิ และเงินปีบางประเภท
เงินได้มาตรา 40(3) ประกอบด้วยค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์หรือสิทธิอย่างอื่น รวมถึงเงินปีหรือเงินได้ที่มีลักษณะเป็นรายปีซึ่งเกิดจากพินัยกรรม นิติกรรม หรือคำพิพากษาของศาลตามที่กฎหมายกำหนด
ตัวอย่างที่พบในธุรกิจยุคดิจิทัลคือค่าตอบแทนการให้ใช้สิทธิในผลงานหรือทรัพย์สินทางปัญญาบางประเภท แต่ต้องตรวจสัญญาว่าเป็นการโอนสิทธิ ให้ใช้สิทธิ หรือเป็นค่าบริการ เพราะผลทางภาษีอาจต่างกัน
มาตรา 40(4) ดอกเบี้ย เงินปันผล และผลตอบแทนจากเงินทุน
มาตรา 40(4) เกี่ยวข้องกับเงินได้จากเงินทุนและการลงทุนหลายลักษณะ เช่น ดอกเบี้ย เงินปันผล ส่วนแบ่งกำไร หรือผลประโยชน์บางประเภทจากบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือตราสารตามที่กฎหมายกำหนด
เงินได้ในกลุ่มนี้มีรายละเอียดเรื่องเครดิตภาษี การหักภาษี ณ ที่จ่าย และสิทธิเลือกวิธีเสียภาษีบางกรณี จึงไม่ควรเหมารวมว่าเงินได้ 40(4) ทุกชนิดสามารถเลือก Final Tax ได้เหมือนกันทั้งหมด
.jpg)
ชื่อในใบแจ้งหนี้อย่างเดียว อาจยังไม่พอสำหรับจำแนกประเภทเงินได้
ควรดูสัญญา ลักษณะงาน วิธีรับผิดชอบงาน ผู้จัดหาวัสดุ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้จ่ายกับผู้รับก่อนพิจารณามาตรา 40
โทร 097-236-2994LINE: p2paccมาตรา 40(5) เงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน
เงินได้มาตรา 40(5) ครอบคลุมเงินหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการให้เช่าทรัพย์สิน และกรณีเกี่ยวกับการผิดสัญญาเช่าซื้อหรือซื้อขายเงินผ่อนตามที่กฎหมายกำหนด
ตัวอย่างที่พบได้บ่อยคือค่าเช่าบ้าน อาคาร ที่ดิน รถ หรือทรัพย์สินอื่น โดยประเภทของทรัพย์สินมีผลต่อวิธีพิจารณาค่าใช้จ่าย จึงไม่ควรใช้อัตราเดียวกับทรัพย์สินทุกชนิด
มาตรา 40(6) เงินได้จากวิชาชีพอิสระ
มาตรา 40(6) คือเงินได้จากวิชาชีพอิสระที่กฎหมายกำหนด เช่น กฎหมาย การประกอบโรคศิลปะ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม และวิชาชีพอื่นที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
จุดสำคัญคือ “ทำงานอิสระ” ไม่ได้แปลว่าเป็นมาตรา 40(6) ทุกกรณี ต้องเป็นวิชาชีพที่อยู่ในขอบเขตตามกฎหมายด้วย ดังนั้นฟรีแลนซ์ทั่วไปอาจไม่ใช่เงินได้ 40(6)
สำหรับงานบัญชีโดยเฉพาะ สามารถอ่านนักบัญชีฟรีแลนซ์และการรับทำบัญชีอิสระ เพื่อดูบริบทการทำงานเพิ่มเติม
มาตรา 40(7) เงินได้จากการรับเหมา
มาตรา 40(7) คือเงินได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนด้วยการจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ เช่น งานรับเหมาก่อสร้างที่ผู้รับเหมารับผิดชอบทั้งแรงงานและวัสดุสำคัญ
จุดที่มักเกิดความสับสนคือ “รับจ้างทำงาน” กับ “รับเหมา” ไม่เหมือนกันทุกกรณี หากผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาวัสดุสำคัญเอง ลักษณะเงินได้อาจต้องพิจารณาต่างออกไป
ธุรกิจก่อสร้างสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่บัญชีและภาษีธุรกิจก่อสร้าง
มาตรา 40(8) เงินได้จากธุรกิจ การค้า และเงินได้อื่น
มาตรา 40(8) มีขอบเขตกว้าง ครอบคลุมเงินได้จากธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร อุตสาหกรรม การขนส่ง การขายอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนเงินได้อื่นที่ไม่เข้าลักษณะมาตรา 40(1) ถึง 40(7)
ตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบการบุคคลธรรมดาที่ขายสินค้า ทำร้านอาหาร ขายของออนไลน์ หรือประกอบกิจการบางประเภท รายได้อาจอยู่ในมาตรา 40(8) ตามข้อเท็จจริงของธุรกิจ
สิ่งที่ต้องระวังคือไม่ควรจำว่าเงินได้ 40(8) หักค่าใช้จ่ายเหมา 60% ทุกกรณี เพราะอัตราเหมาขึ้นอยู่กับประเภทกิจกรรม และบางกิจกรรมมีอัตราที่แตกต่างกัน หากไม่มีอัตราเหมาที่กฎหมายกำหนดอาจต้องพิจารณาวิธีหักค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อได้ที่ภาษีและบัญชีสำหรับธุรกิจ SME และรายได้จากการขายสินค้าและการคำนวณภาษี

ตัวอย่างแยกเงินได้ 8 ประเภทแบบจำง่าย
- พนักงานรับเงินเดือน → โดยทั่วไป 40(1)
- รับค่านายหน้าหรือค่าตอบแทนจากการรับทำงานบางลักษณะ → อาจเป็น 40(2)
- ได้รับค่าลิขสิทธิ์ → โดยหลักพิจารณา 40(3)
- ได้รับดอกเบี้ยหรือเงินปันผล → โดยหลัก 40(4)
- ให้เช่าบ้านหรือทรัพย์สิน → โดยหลัก 40(5)
- ประกอบวิชาชีพอิสระตามที่กฎหมายกำหนด → 40(6)
- รับเหมาพร้อมจัดหาวัสดุสำคัญ → โดยหลัก 40(7)
- ขายสินค้า ประกอบธุรกิจ หรือเงินได้อื่นที่ไม่อยู่ 1–7 → พิจารณา 40(8)
ทำไมต้องแยกประเภทเงินได้ให้ถูกก่อนคำนวณภาษี
ประเภทเงินได้มีผลต่อหลายเรื่อง ไม่ใช่เพียงชื่อที่กรอกในแบบภาษี เช่น วิธีหักค่าใช้จ่าย ภาษีหัก ณ ที่จ่าย วิธีคำนวณภาษี และสิทธิหรือเงื่อนไขเฉพาะของเงินได้แต่ละประเภท
หากจำแนกผิดตั้งแต่ต้น อาจตามมาด้วยการหักค่าใช้จ่ายผิด การหักภาษี ณ ที่จ่ายผิดอัตรา หรือจัดเตรียมเอกสารผิดประเภท จึงควรวิเคราะห์ข้อเท็จจริงก่อนบันทึกและยื่นแบบ
สำหรับธุรกิจที่เป็นผู้จ่ายเงิน ประเด็นนี้เชื่อมโดยตรงกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย ส่วนเจ้าของกิจการควรจัดระบบเอกสารให้เชื่อมกับพื้นฐานการทำบัญชีธุรกิจ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการดูมาตรา 40
- เห็นคำว่า “ค่าจ้าง” แล้วสรุปทันทีว่าเป็น 40(1)
- คิดว่าฟรีแลนซ์ทุกคนต้องเป็น 40(2)
- เข้าใจว่างานอิสระทั้งหมดคือวิชาชีพอิสระ 40(6)
- เห็นคำว่า “รับเหมา” แล้วไม่ตรวจว่าใครเป็นผู้จัดหาวัสดุสำคัญ
- คิดว่าเงินได้ธุรกิจ 40(8) หักค่าใช้จ่ายเหมา 60% ได้ทุกกิจการ
- นำอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายมาใช้เป็นตัวตัดสินประเภทเงินได้
- ไม่อ่านสัญญาและดูข้อเท็จจริงของรายการก่อนจำแนก
หากธุรกิจมีรายการที่ไม่แน่ใจ ควรตรวจเอกสาร สัญญา และวิธีปฏิบัติจริงก่อนเลือกมาตรา ไม่ควรอาศัยชื่อบัญชีหรือคำอธิบายสั้น ๆ ในใบแจ้งหนี้เพียงอย่างเดียว
เงินได้มาตรา 40 เกี่ยวกับนิติบุคคลหรือไม่
มาตรา 40 เป็นบทบัญญัติที่ใช้จำแนกเงินได้พึงประเมินในบริบทภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ธุรกิจที่เป็นนิติบุคคลก็จำเป็นต้องเข้าใจมาตรา 40 เพราะเมื่อบริษัทจ่ายเงินให้บุคคลธรรมดา บริษัทอาจต้องใช้ประเภทเงินได้ของผู้รับประกอบการพิจารณาภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ดังนั้นฝ่ายบัญชีของบริษัทจึงพบมาตรา 40 อยู่เสมอ แม้บริษัทเองจะเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลก็ตาม โดยเฉพาะเวลาจ่ายค่าจ้าง ค่านายหน้า ค่าเช่า ค่าวิชาชีพ ค่ารับเหมา และค่าบริการต่าง ๆ
ผู้ประกอบการสามารถอ่านบัญชีบริษัทต้องทำอะไรบ้าง เพื่อเห็นภาพหน้าที่ด้านบัญชีและภาษีของนิติบุคคลโดยรวม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมิน มาตรา 40
เงินได้พึงประเมิน มาตรา 40 มีกี่ประเภท?
มี 8 ประเภท ตั้งแต่มาตรา 40(1) ถึง 40(8) แบ่งตามที่มาและลักษณะของเงินได้
เงินเดือนเป็นมาตราอะไร?
เงินเดือนหรือค่าจ้างที่ได้รับเนื่องจากการจ้างแรงงานโดยทั่วไปอยู่ในมาตรา 40(1)
ฟรีแลนซ์เป็นมาตรา 40(2) ทุกคนหรือไม่?
ไม่เสมอไป ต้องดูชนิดงานและข้อเท็จจริง ฟรีแลนซ์บางคนอาจมีเงินได้เข้า 40(2), 40(6), 40(7) หรือ 40(8) ได้
รายได้จากการขายของออนไลน์เป็นมาตราอะไร?
หากเป็นการประกอบธุรกิจหรือการค้าในนามบุคคลธรรมดา โดยทั่วไปจะพิจารณาในกลุ่มมาตรา 40(8) แต่ควรดูข้อเท็จจริงของกิจกรรมประกอบด้วย
เงินได้ 40(8) หักค่าใช้จ่าย 60% ได้ทุกกรณีหรือไม่?
ไม่ควรเหมารวม เพราะอัตราค่าใช้จ่ายแบบเหมาขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ต้องตรวจประเภทรายได้ก่อนเลือกวิธีหักค่าใช้จ่าย
สรุป เงินได้พึงประเมิน 8 ประเภท จำให้เข้าใจมากกว่าจำเลขมาตรา
หลักคิดที่ง่ายที่สุดคือให้เริ่มจากคำถามว่า “เงินนี้ได้มาเพราะอะไร” เป็นเงินเดือนจากการเป็นลูกจ้าง ค่ารับทำงาน ผลตอบแทนจากสิทธิ เงินลงทุน ค่าเช่า วิชาชีพ รับเหมา หรือรายได้จากธุรกิจ
เมื่อรู้ที่มาของเงินได้แล้วจึงเข้าสู่ขั้นตอนตรวจค่าใช้จ่าย ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และวิธีคำนวณที่ใช้กับเงินได้ประเภทนั้น ไม่ควรเริ่มจากการจำเปอร์เซ็นต์แล้วพยายามย้อนหาให้เข้ากับรายการ
การจำแนกประเภทเงินได้ให้ถูกตั้งแต่ต้น ช่วยให้ทั้งผู้รับเงินและฝ่ายบัญชีของผู้จ่ายเงินจัดเอกสารและพิจารณาภาษีได้เป็นระบบมากขึ้น
ธุรกิจมีรายการจ่ายและไม่แน่ใจว่าเป็นเงินได้มาตราใด?
เตรียมสัญญา รายละเอียดงาน ผู้รับเงิน และวิธีชำระ เพื่อใช้วิเคราะห์ประเภทเงินได้และหน้าที่ทางบัญชีภาษีให้ตรงกับข้อเท็จจริง
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc