ภาษีขายออนไลน์ที่สรรพากรจับตาเป็นพิเศษในยุค e-Payment
.jpg)
ในยุคที่การขายออนไลน์เติบโตอย่างก้าวกระโดด ระบบ e-Payment กลายเป็นเครื่องมือหลักในการรับเงินของผู้ประกอบการแทบทุกประเภท
ขณะเดียวกัน กรมสรรพากรก็พัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลธุรกรรมทางการเงินอย่างเข้มข้นมากขึ้น หลายธุรกิจที่เคยคิดว่า “ขายเล็ก ๆ คงไม่โดนตรวจ” กลับได้รับหนังสือเรียกชี้แจงย้อนหลังโดยไม่ทันตั้งตัว
บทความนี้ สำนักงานบัญชี พีทูพี พาคุณเข้าใจว่า ภาษีขายออนไลน์แบบใดที่สรรพากรจับตาเป็นพิเศษ และผู้ประกอบการควรเตรียมตัวทำบัญชีภาษีอย่างไรในยุค e-Payment
ปรึกษางานบัญชีภาษี คลิก
.jpg)
ทำไม “ภาษีขายออนไลน์” ถึงเป็นประเด็นที่สรรพากรให้ความสำคัญสูง
โครงสร้างเศรษฐกิจเปลี่ยน รายได้ย้ายเข้าสู่ระบบดิจิทัล
ในอดีต รายได้ส่วนใหญ่อยู่ในระบบหน้าร้าน มีเอกสารชัดเจน แต่ปัจจุบันรายได้จำนวนมากเกิดจาก
Facebook / Instagram
Shopee / Lazada / TikTok Shop
LINE OA / แชตส่วนตัว
เว็บไซต์ E-commerce
รายได้เหล่านี้ไหลผ่าน ระบบ e-Payment แทบทั้งหมด ทำให้รัฐสามารถติดตามได้ง่ายกว่าที่หลายคนเข้าใจ
e-Payment คือฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของกรมสรรพากร
ระบบ e-Payment ไม่ได้หมายถึงแค่ PromptPay เท่านั้น แต่รวมถึง
โอนเงินผ่าน Mobile Banking
รับชำระผ่าน QR Code
Payment Gateway
Wallet ต่าง ๆ
ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาวิเคราะห์ร่วมกับการยื่นแบบภาษี หากพบความไม่สอดคล้อง จะกลายเป็น “สัญญาณความเสี่ยง” ทันที
รูปแบบการขายออนไลน์ที่สรรพากร “จับตาเป็นพิเศษ”
ยอดเงินเข้าเยอะ แต่ไม่ยื่นภาษีหรือยื่นต่ำกว่าความจริง
หนึ่งในกรณีที่พบบ่อยที่สุด คือ
มียอดเงินโอนเข้าเป็นหลักล้านต่อปี
แต่ยื่นภาษีเงินได้เพียงหลักแสน หรือไม่ยื่นเลย
ระบบวิเคราะห์ความเสี่ยงของสรรพากรสามารถมองเห็น “ช่องว่าง” ระหว่างรายได้จริงกับรายได้ที่แจ้งได้อย่างชัดเจน
รับเงินถี่ จำนวนครั้งสูง แม้ยอดต่อครั้งไม่มาก
หลายคนเข้าใจผิดว่า หากยอดต่อครั้งไม่ถึงเกณฑ์ จะไม่ถูกตรวจ
แต่ในความเป็นจริง สรรพากรให้ความสำคัญกับ
จำนวนครั้งในการรับเงิน
ความสม่ำเสมอของรายได้
ยอดเล็กแต่ถี่ แปลว่าเป็น “กิจกรรมทางธุรกิจ” ไม่ใช่รายได้จร
ใช้บัญชีส่วนตัวรับเงินจากการขาย
ผู้ขายออนไลน์จำนวนมากใช้บัญชีส่วนตัวเพราะสะดวก แต่ในมุมของสรรพากร บัญชีส่วนตัวที่มีรายได้จากการขายเป็นประจำ คือหลักฐานรายได้ทางธุรกิจ และมักนำไปสู่คำถามว่า
รายได้นี้เสียภาษีครบหรือไม่
มีการแยกเงินส่วนตัวกับเงินธุรกิจหรือไม่
ขายออนไลน์แต่ไม่จด VAT ทั้งที่เข้าเกณฑ์
เมื่อรายได้จากการขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) การไม่จด VAT ทั้งที่เข้าเกณฑ์ ถือเป็นความเสี่ยงสูง และมักถูกตรวจย้อนหลัง
รายได้จากหลายแพลตฟอร์ม แต่รวมบัญชีไม่ถูกต้อง
ธุรกิจออนไลน์จำนวนมากมีรายได้จากหลายช่องทาง เช่น
Marketplace
ไลฟ์สด
แชตส่วนตัว
หากไม่มีระบบรวมรายได้ที่ชัดเจน จะทำให้
รายได้ตกหล่น
ภาษีคำนวณผิด
เสี่ยงถูกประเมินย้อนหลัง
.jpg)
ภาษีขายออนไลน์ที่ผู้ประกอบการต้องรู้ให้ครบ
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้ขายออนไลน์
ผู้ขายออนไลน์ที่ยังไม่จดบริษัท ต้องยื่น
ภ.ง.ด. 90 / 94
รายได้จากการขายออนไลน์ถือเป็นเงินได้พึงประเมิน หักค่าใช้จ่ายได้ตามจริงหรือเหมา แต่ต้องมีเอกสารรองรับ
ภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่จดบริษัท
หากจดทะเบียนบริษัท รายได้จากการขายออนไลน์ต้องนำไป
บันทึกเป็นรายได้บริษัท
ยื่น ภ.ง.ด. 50 และ 51
การแยกบัญชีไม่ชัดเจนระหว่างบริษัทกับส่วนตัว เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กับการขายออนไลน์
เมื่อเข้าเกณฑ์ VAT ต้อง
ออกใบกำกับภาษี
ยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน
แยกภาษีขายและภาษีซื้อให้ถูกต้อง
การขายออนไลน์ที่ไม่ออกเอกสาร หรือออกไม่ถูกต้อง เป็นความเสี่ยงที่สรรพากรให้ความสำคัญมาก
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์ม
บางกรณี Marketplace หรือคู่ค้าอาจหักภาษี ณ ที่จ่าย
ผู้ประกอบการต้อง
ตรวจสอบเอกสาร
นำเครดิตภาษีไปใช้ให้ถูกต้อง
บันทึกบัญชีให้ตรงกับความเป็นจริง
e-Payment เปลี่ยนวิธีตรวจภาษีอย่างไร
จาก “สุ่มตรวจ” เป็น “วิเคราะห์ข้อมูล”
ในอดีต การตรวจภาษีอาจอาศัยการสุ่ม
แต่ปัจจุบันใช้
Data Analytics
AI
Cross-check ธนาคาร
ทำให้การหลีกเลี่ยงภาษีทำได้ยากขึ้นมาก
รายได้ย้อนหลัง ตรวจได้หลายปี
หากพบความผิดปกติ สรรพากรสามารถ
เรียกตรวจย้อนหลัง
ประเมินภาษีย้อนหลังหลายปี
คิดเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
ต้นทุนที่ต้องจ่ายอาจสูงกว่าการทำให้ถูกตั้งแต่ต้นหลายเท่า
ปรึกษางานบัญชีภาษี คลิก

แนวทางป้องกันความเสี่ยงภาษีขายออนไลน์อย่างมืออาชีพ
แยกบัญชีเงินธุรกิจออกจากบัญชีส่วนตัว
เป็นพื้นฐานสำคัญที่สุด ช่วยให้
ตรวจสอบรายได้ง่าย
ทำบัญชีถูกต้อง
ลดข้อสงสัยจากสรรพากร
บันทึกรายได้ทุกช่องทางอย่างเป็นระบบ
ไม่ว่าจะขายผ่านช่องทางใด ต้อง
รวมรายได้ทั้งหมด
ตรวจสอบยอดกับบัญชีธนาคาร
เก็บหลักฐานให้ครบ
ประเมินเกณฑ์ VAT อย่างสม่ำเสมอ
ผู้ประกอบการหลายรายพลาดเพราะ
รายได้ค่อย ๆ เพิ่ม
ไม่รู้ตัวว่าเกินเกณฑ์แล้ว
การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยติดตาม จะช่วยป้องกันปัญหาในระยะยาว
ใช้สำนักงานบัญชีที่เข้าใจธุรกิจออนไลน์จริง
ธุรกิจออนไลน์มีรายละเอียดเฉพาะ
การคืนสินค้า
ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม
ส่วนลด
ค่าขนส่ง
การทำบัญชีแบบทั่วไปอาจไม่ตอบโจทย์ และก่อให้เกิดความผิดพลาดทางภาษีได้

ทำไมผู้ขายออนไลน์จำนวนมากเลือกใช้บริการสำนักงานบัญชี พีทูพี
เข้าใจโครงสร้างรายได้ธุรกิจออนไลน์อย่างแท้จริง
สำนักงานบัญชี พีทูพี ดูแลผู้ประกอบการออนไลน์หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ร้านค้าเริ่มต้น ไปจนถึงธุรกิจที่มีหลายแพลตฟอร์ม
วางระบบบัญชีให้พร้อมรับการตรวจ
เราไม่ได้เพียง “ยื่นภาษีให้ครบ”แต่ช่วยวางระบบบัญชีให้
ตรวจสอบได้
อธิบายได้
ลดความเสี่ยงในอนาคต
ให้คำปรึกษาเชิงป้องกัน ไม่ใช่แก้ปัญหาภายหลัง
เป้าหมายของเรา คือที่ปรึกษาช่วยให้ผู้ประกอบการ
ทำธุรกิจได้อย่างสบายใจ
ไม่ต้องกังวลเมื่อมีหนังสือจากสรรพากร
เติบโตได้อย่างยั่งยืน
ปรึกษางานบัญชีภาษี คลิก

สรุป ภาษีขายออนไลน์ในยุค e-Payment ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
การขายออนไลน์ในวันนี้ ไม่ได้อยู่ “นอกสายตา” ของสรรพากรเหมือนในอดีต ระบบ e-Payment ทำให้ทุกธุรกรรมมีร่องรอย และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
ผู้ประกอบการที่เข้าใจภาษี วางระบบบัญชีให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น จะได้เปรียบทั้งในแง่ความปลอดภัยทางกฎหมาย และการเติบโตของธุรกิจ
หากคุณกำลังมองหาผู้ช่วยที่ปรึกษาภาษีที่เข้าใจ ภาษีขายออนไลน์ในยุค e-Payment อย่างแท้จริง การมีสำนักงานบัญชีที่เชี่ยวชาญอยู่เคียงข้าง คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
