คู่มือความรู้บัญชีและภาษีสำหรับเจ้าของบริษัทและผู้ประกอบการเริ่มต้น
ทำบัญชีสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ เริ่มต้นอย่างไรให้ถูกต้องและเป็นระบบ
ทำบัญชีสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ ควรเริ่มตั้งแต่เปิดดำเนินกิจการ โดยเฉพาะบริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่มีหน้าที่จัดทำบัญชีและงบการเงินตามกฎหมาย ไม่ควรรอจนสิ้นปีแล้วจึงรวบรวมเอกสารเพื่อเริ่มทำบัญชีทั้งหมดในครั้งเดียว
สิ่งที่เจ้าของบริษัทควรเตรียม ได้แก่ การจัดหาผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย การกำหนดรอบบัญชี การจัดเก็บเอกสารรายรับรายจ่าย การตรวจรายการธนาคาร การพิจารณาหน้าที่ภาษี และการวางแผนจัดทำงบการเงินประจำปี
แม้ผู้ประกอบการจะจ้างสำนักงานบัญชีภายนอก ก็ยังต้องมีส่วนรับผิดชอบในการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ส่งเอกสารครบถ้วน และตรวจสอบธุรกรรมของกิจการ เพื่อให้การจัดทำบัญชีสามารถสะท้อนผลการดำเนินงานตามข้อเท็จจริง
✓ เริ่มจัดระบบบัญชีตั้งแต่เปิดบริษัท
✓ เข้าใจหน้าที่ของเจ้าของกิจการและผู้ทำบัญชี
✓ เตรียมข้อมูลภาษีและงบการเงินได้อย่างเป็นระบบ

ทำไมผู้ประกอบการรายใหม่ต้องเริ่มทำบัญชีตั้งแต่เปิดบริษัท?
การจัดทำบัญชีเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารกิจการ เพราะช่วยให้เจ้าของธุรกิจทราบว่ามีรายได้จากส่วนใด มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และเงินที่เหลืออยู่สามารถนำไปใช้ดำเนินงานต่อได้มากน้อยเพียงใด
สำหรับนิติบุคคล กฎหมายกำหนดหน้าที่ในการจัดทำบัญชีและงบการเงินตามประเภทกิจการ โดยต้องจัดให้มีการบันทึกบัญชีจากเอกสารหลักฐานและดำเนินการตามระยะเวลาที่เกี่ยวข้อง
นอกจากหน้าที่ตามกฎหมายแล้ว บัญชีที่ถูกต้องยังช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นปัญหาทางการเงินก่อนที่จะรุนแรง เช่น ยอดขายเพิ่มขึ้นแต่ลูกหนี้ค้างชำระมาก สินค้าคงเหลือสูง หรือค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มเร็วกว่ารายได้
ตัวอย่างเช่น ร้านค้าที่ขายสินค้าได้เดือนละ 500,000 บาท อาจดูเหมือนมีผลประกอบการดี แต่เมื่อหักต้นทุนสินค้า ค่าเช่า เงินเดือน และค่าใช้จ่ายอื่นแล้ว อาจเหลือกำไรน้อยกว่าที่คาด หากไม่มีบัญชีที่เชื่อถือได้ เจ้าของกิจการจะประเมินสถานการณ์ได้ยาก
ผู้ประกอบการสามารถศึกษา วิธีจัดโครงสร้างเอกสารบัญชีตั้งแต่ปีแรกของกิจการ เพื่อวางพื้นฐานการทำงานให้เหมาะสมตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ
.jpg)
8 ขั้นตอนเริ่มทำบัญชีสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่
การเริ่มต้นทำบัญชีไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างพร้อมกัน แต่ควรกำหนดลำดับงานให้ชัดเจน เพื่อให้ข้อมูลสามารถส่งต่อกันระหว่างเจ้าของกิจการ พนักงาน และผู้ทำบัญชีได้
1. จัดหาผู้ทำบัญชี
กำหนดผู้รับผิดชอบบัญชีและตรวจคุณสมบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
2. กำหนดรอบบัญชี
ทราบวันเริ่มทำบัญชีและวันสิ้นรอบบัญชีของกิจการให้ชัดเจน
3. จัดเอกสารรายรับรายจ่าย
แยกหลักฐานซื้อ ขาย รับเงิน และจ่ายเงินตามประเภทงาน
4. จัดระบบบัญชีธนาคาร
ติดตามเงินเข้าออกและแยกธุรกรรมบริษัทออกจากธุรกรรมส่วนบุคคล
5. เลือกโปรแกรมบัญชี
พิจารณาระบบที่รองรับประเภทธุรกิจและปริมาณรายการ
6. ตรวจหน้าที่ภาษี
ตรวจ VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีเงินได้นิติบุคคลตามธุรกรรม
7. ตรวจบัญชีเป็นประจำ
ติดตามยอดธนาคาร ลูกหนี้ เจ้าหนี้ และรายการที่ยังขาดหลักฐาน
8. วางแผนปิดงบประจำปี
เตรียมข้อมูลและกำหนดระยะเวลาสำหรับงบการเงินและการยื่นแบบภาษี
เมื่อดำเนินงานตามขั้นตอนเหล่านี้แล้ว ควรกำหนดผู้รับผิดชอบและวันที่ต้องส่งข้อมูลสำหรับแต่ละกิจกรรม เพื่อไม่ให้งานบัญชีสะสมจนถึงวันสิ้นรอบบัญชี
บริษัทเปิดใหม่ต้องมีผู้ทำบัญชีหรือไม่?
บริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 จึงต้องจัดให้มีการจัดทำบัญชีโดยผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ผู้ทำบัญชีอาจเป็นพนักงานของกิจการ ผู้ทำบัญชีอิสระ หรือบุคลากรของสำนักงานบัญชีภายนอก โดยต้องพิจารณาคุณสมบัติ การแจ้งเป็นผู้ทำบัญชี และเงื่อนไขทางวิชาชีพตามข้อกำหนดที่ใช้บังคับ
เจ้าของบริษัทสามารถทำบัญชีเองได้หรือไม่?
เจ้าของกิจการสามารถเรียนรู้และดูแลเอกสารเบื้องต้นได้ แต่หากจะทำหน้าที่เป็นผู้ทำบัญชีตามกฎหมายด้วยตนเอง ต้องมีคุณสมบัติและดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนด ไม่ใช่เพียงเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นแล้วสามารถรับหน้าที่ผู้ทำบัญชีได้โดยอัตโนมัติ
ผู้ประกอบการควรตรวจคุณสมบัติและหน้าที่ของผู้ทำบัญชีจากหลักเกณฑ์ปัจจุบัน ก่อนตกลงจ้างงานหรือมอบหมายความรับผิดชอบ
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจาก คุณสมบัติและหน้าที่ของผู้ทำบัญชี และ บริษัทรับทำบัญชีคืออะไรและควรเลือกอย่างไร
เอกสารที่บริษัทเปิดใหม่ควรเตรียมสำหรับการทำบัญชี
เอกสารคือหลักฐานสำคัญของการบันทึกบัญชี บริษัทควรวางระบบตั้งแต่รายการซื้อขายครั้งแรก โดยแยกเอกสารที่ได้รับจากคู่ค้าออกจากเอกสารที่บริษัทจัดทำเอง และกำหนดวิธีส่งเอกสารให้ผู้ทำบัญชีอย่างสม่ำเสมอ
- หนังสือรับรองบริษัทและเอกสารทะเบียนกิจการ
- หลักฐานการรับเงินลงทุนและการชำระค่าหุ้น
- ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และใบกำกับภาษี
- เอกสารการซื้อสินค้าและการรับบริการ
- หลักฐานการรับเงินและการจ่ายเงิน
- รายการเดินบัญชีธนาคารของบริษัท
- สัญญาเช่า สัญญาจ้าง และสัญญาเงินกู้ที่เกี่ยวข้อง
- เอกสารเงินเดือนและการจ้างพนักงาน
- เอกสารสินค้าคงเหลือและทะเบียนสินทรัพย์
- แบบภาษีและหลักฐานการยื่นแบบ
ควรตรวจชื่อคู่ค้า รายละเอียดรายการ วันที่ และจำนวนเงินก่อนส่งข้อมูล โดยเฉพาะเอกสารที่ใช้ประกอบการพิจารณาภาษี ซึ่งอาจต้องมีรายการตามกฎหมายเพิ่มเติม
อ่าน การจัดแฟ้มบัญชีบริษัท 12 หมวด และ วิธีเตรียมเอกสารส่งสำนักงานบัญชี เพื่อกำหนดวิธีจัดเก็บและรับส่งเอกสารให้เหมาะกับกิจการ

บัญชีรายวันและบัญชีแยกประเภทคืออะไร?
บัญชีรายวันใช้บันทึกรายการตามลำดับเวลา ส่วนบัญชีแยกประเภทใช้รวบรวมยอดเคลื่อนไหวตามประเภทบัญชี เช่น เงินสด เงินฝากธนาคาร ลูกหนี้ เจ้าหนี้ รายได้ และค่าใช้จ่าย
ตัวอย่างเช่น บริษัทซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ดำเนินงาน ผู้ทำบัญชีต้องพิจารณาว่ารายการนั้นควรบันทึกเป็นสินทรัพย์หรือค่าใช้จ่ายตามลักษณะรายการและนโยบายบัญชี ไม่ใช่จัดประเภทจากชื่อเอกสารหรือจำนวนเงินเพียงอย่างเดียว
กิจการที่มีสินค้าอาจต้องจัดทำข้อมูลสินค้าและวัตถุดิบเพิ่มเติมตามลักษณะงานและหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อให้ตรวจยอดสินค้าคงเหลือและต้นทุนขายได้เหมาะสม
การใช้โปรแกรมบัญชีช่วยให้เชื่อมโยงรายการและออกรายงานได้สะดวกขึ้น แต่ผู้ใช้งานยังต้องตรวจเอกสารและความถูกต้องของข้อมูลที่บันทึก
ศึกษาจาก แนวทางเลือกโปรแกรมบัญชีสำหรับธุรกิจ เพื่อพิจารณาโปรแกรมให้สอดคล้องกับประเภทและขนาดกิจการ
ภาษีที่บริษัทเปิดใหม่ต้องรู้ตั้งแต่เริ่มทำบัญชี
ภาษีของบริษัทไม่ได้มีเพียงภาษีเงินได้ประจำปี แต่ยังมีแบบภาษีที่อาจต้องดำเนินการระหว่างปีตามธุรกรรมของกิจการ
ภาษีเงินได้นิติบุคคล
พิจารณาแบบ ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51 ตามหน้าที่และรอบระยะเวลาบัญชี
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
พิจารณาเมื่อจ่ายเงินเดือน ค่าบริการ ค่าเช่า หรือเงินได้ประเภทอื่นตามเงื่อนไข
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ตรวจประเภทกิจการ รายรับ และเกณฑ์จดทะเบียน VAT ตามกฎหมาย
การจดทะเบียนบริษัทไม่ทำให้กิจการต้องจดทะเบียน VAT ทันทีทุกกรณี แต่กิจการที่อยู่ในบังคับ VAT ต้องพิจารณาเกณฑ์รายรับ 1.8 ล้านบาทต่อปี รวมถึงหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเมื่อเข้าเงื่อนไข
ในส่วนของภาษีหัก ณ ที่จ่าย ต้องพิจารณาประเภทเงินได้และผู้รับเงินก่อนเลือกแบบและอัตราภาษี ไม่ควรใช้วิธีหักภาษีเดียวกันกับค่าใช้จ่ายทุกประเภท
ศึกษาเพิ่มเติมได้จาก บริษัทต้องเสียภาษีอะไรบ้าง และ การจัดทำรายงานและยื่น ภ.พ.30
.jpg)
เพิ่งเปิดบริษัท ยังไม่แน่ใจว่าต้องเริ่มทำบัญชีอย่างไร?
สอบถามแนวทางจัดเอกสาร กำหนดระบบบัญชี และตรวจหน้าที่ภาษี เพื่อเริ่มต้นงานบัญชีให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจ
โทร 097-236-2994LINE: p2paccรอบบัญชีแรกของบริษัทต้องปิดบัญชีเมื่อใด?
ตามหลักเกณฑ์ของพระราชบัญญัติการบัญชี บริษัทต้องปิดบัญชีครั้งแรกภายใน 12 เดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดบัญชีครั้งต่อไปตามรอบระยะเวลาที่กำหนด โดยการเปลี่ยนรอบบัญชีต้องพิจารณาข้อกำหนดและการอนุญาตที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้น บริษัทที่เพิ่งเริ่มกิจการไม่จำเป็นต้องมีรอบบัญชีแรกครบ 12 เดือนเสมอไป แต่ต้องตรวจวันเริ่มทำบัญชีและวันสิ้นรอบบัญชีให้ถูกต้อง
เจ้าของกิจการควรแจ้งข้อมูลรอบบัญชีกับผู้ทำบัญชีตั้งแต่เริ่มงาน เพราะมีผลต่อการวางแผนปิดงบ การตรวจสอบบัญชี และการยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล
อ่านรายละเอียดจาก รอบระยะเวลาบัญชีคืออะไร และรอบแรกนับอย่างไร และ ขั้นตอนปิดงบบัญชีประจำปี
ปิดบัญชีแล้วต้องทำอะไรต่อ?
หลังจัดทำงบการเงิน กิจการต้องตรวจหน้าที่ให้มีการสอบบัญชี การอนุมัติงบการเงิน และการยื่นงบต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รวมถึงการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ต่อกรมสรรพากรตามกำหนดที่เกี่ยวข้อง
สำหรับบริษัทจำกัดโดยทั่วไปต้องนำงบเสนออนุมัติภายใน 4 เดือนนับจากวันสิ้นรอบบัญชี และยื่นงบต่อ DBD ภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ได้รับอนุมัติ ส่วนแบบ ภ.ง.ด.50 โดยหลักมีกำหนดยื่นภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี
ควรตรวจวันครบกำหนดและประกาศขยายเวลาของแต่ละหน่วยงานแยกกัน ไม่ควรใช้กำหนดวันเดียวกันกับทุกหน้าที่ทางบัญชีและภาษี
ผู้ประกอบการกับสำนักงานบัญชี มีหน้าที่ต่างกันอย่างไร?
การจ้างสำนักงานบัญชีช่วยแบ่งเบาภาระด้านการจัดทำบัญชี แต่เจ้าของกิจการยังต้องรับผิดชอบข้อมูลและธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง เพราะผู้ทำบัญชีไม่สามารถทราบรายการทั้งหมดจากเอกสารที่ได้รับเพียงบางส่วนได้
| ผู้ประกอบการ | ผู้ทำบัญชี / สำนักงานบัญชี |
|---|---|
| จัดทำและรวบรวมเอกสารธุรกรรมจริง | ตรวจเอกสารเพื่อใช้บันทึกบัญชี |
| ส่งข้อมูลรายรับรายจ่ายและธนาคาร | จัดประเภทและบันทึกรายการบัญชี |
| แจ้งสัญญา เงินกู้ และธุรกรรมสำคัญ | ตรวจผลกระทบต่อบัญชีและภาษี |
| ตรวจสอบและอนุมัติข้อมูลตามขั้นตอน | จัดทำรายงานและข้อมูลภาษีตามขอบเขตงาน |
| ดูแลหน้าที่ตามกฎหมายของกิจการ | ดำเนินงานวิชาชีพตามหน้าที่และข้อตกลง |
ควรกำหนดขอบเขตงานและวันส่งเอกสารในสัญญาให้ชัดเจน รวมถึงวิธีแจ้งเอกสารที่ขาดและผู้รับผิดชอบเมื่อเกิดข้อผิดพลาด เพื่อให้สามารถติดตามงานได้ตามข้อเท็จจริง
เรื่องที่เจ้าของบริษัทควรระวังในการทำบัญชี
1. ใช้เงินบริษัทปะปนกับเงินส่วนตัว
บริษัทเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากผู้ถือหุ้นและกรรมการ การถอนเงินบริษัทไปใช้ส่วนตัวหรือโอนเงินส่วนตัวเข้าบริษัทโดยไม่มีคำอธิบาย อาจทำให้เกิดปัญหาการจัดประเภทบัญชีและภาษีตามมา
ควรระบุวัตถุประสงค์ของธุรกรรมและจัดทำหลักฐานให้ชัดเจน ไม่ควรถือว่าเงินทุกจำนวนที่กรรมการนำออกจากบริษัทเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการ
2. ส่งเอกสารบัญชีไม่ครบหรือส่งล่าช้า
การส่งเอกสารช้าอาจทำให้ผู้ทำบัญชีไม่มีข้อมูลเพียงพอสำหรับจัดทำรายงานและยื่นภาษีตามกำหนด จึงควรมีทะเบียนเอกสารที่ขาดและกำหนดรอบติดตาม
3. ไม่ตรวจสัญญาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
สัญญาเช่า สัญญากู้ยืม สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาจ้างบริการ อาจมีผลต่อการรับรู้รายการบัญชีและภาษี เจ้าของกิจการควรแจ้งผู้ทำบัญชีเมื่อมีรายการสำคัญเหล่านี้
4. เข้าใจว่ายอดเงินในธนาคารเท่ากับกำไร
ยอดเงินฝากธนาคารไม่ใช่กำไรสุทธิทั้งหมด เพราะกิจการอาจมีลูกหนี้ เจ้าหนี้ เงินกู้ เงินลงทุน และรายการค้างรับค้างจ่ายที่ยังไม่สะท้อนอยู่ในยอดเงินสด
เจ้าของกิจการควรเรียนรู้การอ่านรายงานเพิ่มเติมจาก การวิเคราะห์งบการเงินและผลประกอบการ

จ้างสำนักงานบัญชีหรือทำบัญชีภายในบริษัท แบบไหนเหมาะกว่า?
ผู้ประกอบการรายใหม่สามารถเลือกระบบทำบัญชีได้ตามความพร้อมของธุรกิจ บางบริษัทมีพนักงานบัญชีภายในสำหรับงานเอกสารและรายการประจำวัน ขณะที่บางกิจการเลือกจ้างสำนักงานบัญชีภายนอกดูแลงานตามขอบเขตที่ตกลงกัน
การจ้างภายนอกอาจช่วยลดภาระในการจัดหาบุคลากรประจำบางตำแหน่ง แต่ยังมีงานที่กิจการต้องดำเนินการเอง เช่น การจัดเอกสาร การตรวจธุรกรรม และการให้ข้อมูลประกอบรายการบัญชี
ก่อนเลือกผู้ให้บริการควรประเมินปริมาณเอกสาร ประเภทธุรกิจ ความถี่ของรายงาน ระบบบัญชีที่ใช้ และค่าบริการทั้งหมด ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะราคาต่ำที่สุด
สามารถอ่าน ข้อดีข้อเสียของบริการทำบัญชีราคาถูก เพื่อเปรียบเทียบความเหมาะสมของผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจ
เช็กลิสต์สำหรับผู้ประกอบการเปิดบริษัทใหม่
- ☐ ตรวจเอกสารจดทะเบียนและข้อมูลบริษัทให้ครบ
- ☐ กำหนดวันเริ่มทำบัญชีและวันสิ้นรอบบัญชี
- ☐ จัดหาผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย
- ☐ กำหนดผู้รับผิดชอบการออกและเก็บเอกสาร
- ☐ จัดระบบบัญชีธนาคารของบริษัท
- ☐ ตรวจสถานะและหน้าที่เกี่ยวกับ VAT
- ☐ ตรวจประเภทการจ่ายเงินที่เกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
- ☐ เลือกโปรแกรมและวิธีบันทึกบัญชี
- ☐ จัดรอบส่งเอกสารและตรวจบัญชีทุกเดือน
- ☐ เก็บหลักฐานการยื่นแบบและชำระภาษี
- ☐ ตรวจข้อมูลสินค้าคงเหลือ ลูกหนี้ และเจ้าหนี้
- ☐ วางแผนปิดงบและยื่นงบการเงินประจำปี
เช็กลิสต์นี้ช่วยให้ผู้ประกอบการแบ่งงานได้ชัดเจนว่ารายการใดต้องดำเนินการเอง รายการใดต้องส่งผู้ทำบัญชี และรายการใดจำเป็นต้องได้รับคำปรึกษาก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำบัญชีสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ (FAQ)
1. เพิ่งจดทะเบียนบริษัท ต้องเริ่มทำบัญชีเมื่อใด?
ควรเริ่มเก็บเอกสารและจัดทำบัญชีตั้งแต่เริ่มมีธุรกรรมของกิจการ โดยกำหนดวันเริ่มทำบัญชีและรอบระยะเวลาบัญชีตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
2. บริษัทไม่มีรายได้ ต้องทำบัญชีหรือไม่?
โดยทั่วไปบริษัทยังมีหน้าที่จัดทำบัญชี งบการเงิน และดำเนินการตามหน้าที่ภาษีที่เกี่ยวข้อง แม้ไม่มีรายได้ เพราะการไม่มีรายได้ไม่ได้ทำให้หน้าที่ของนิติบุคคลสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ
3. เจ้าของบริษัททำบัญชีเองได้หรือไม่?
สามารถดูแลเอกสารและเรียนรู้บัญชีเบื้องต้นได้ แต่หากทำหน้าที่เป็นผู้ทำบัญชีตามกฎหมาย ต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
4. เปิดบริษัทใหม่ต้องยื่นภาษีอะไรบ้าง?
ต้องพิจารณาภาษีเงินได้นิติบุคคล รวมถึง VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายเมื่อเข้าเงื่อนไขตามธุรกรรม โดยประเภทแบบและกำหนดยื่นอาจแตกต่างกันตามลักษณะกิจการ
5. จ้างสำนักงานบัญชีแล้ว บริษัทต้องเก็บเอกสารเองหรือไม่?
บริษัทควรมีระบบจัดเก็บและส่งมอบเอกสารให้ครบถ้วนตามข้อเท็จจริง รวมถึงเก็บหลักฐานที่ต้องรักษาตามกฎหมาย เพราะการจ้างผู้ทำบัญชีภายนอกไม่ทำให้หน้าที่ของกิจการหมดไป
สรุป: เริ่มทำบัญชีให้ถูกต้องตั้งแต่ปีแรก ช่วยให้บริหารธุรกิจได้ง่ายขึ้น
การทำบัญชีสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ควรเริ่มจากการกำหนดผู้ทำบัญชี วางระบบเอกสาร ตรวจธุรกรรมทางการเงิน และจัดเตรียมข้อมูลภาษีตามหน้าที่ของบริษัท ไม่ควรรอจนสิ้นปีจึงเริ่มดำเนินงานทั้งหมด
เจ้าของกิจการควรเข้าใจความแตกต่างระหว่างหน้าที่ของบริษัทกับหน้าที่ของผู้ทำบัญชี รวมถึงตรวจสอบรายการรับจ่าย สัญญา เงินลงทุน และธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อมูลบัญชีมีความครบถ้วนและตรวจสอบย้อนหลังได้
ระบบบัญชีที่ดีช่วยให้ผู้ประกอบการรู้ผลประกอบการ เห็นต้นทุนและภาระหนี้สิน วางแผนภาษีได้อย่างเหมาะสม และมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือสำหรับการตัดสินใจทางธุรกิจ


ศึกษาความรู้บัญชีเพิ่มเติมสำหรับธุรกิจใหม่
ผู้ประกอบการที่ต้องการตรวจความพร้อมของกิจการก่อนเริ่มงาน สามารถอ่าน แนวทางเลือกบริษัทรับทำบัญชี และ ขั้นตอนปิดงบบัญชีประจำปี เพื่อวางแผนการจัดทำบัญชีตั้งแต่ต้นจนถึงสิ้นรอบบัญชี
สำหรับการเตรียมความรู้พื้นฐาน สามารถศึกษา การเรียนรู้บัญชีสำหรับเจ้าของกิจการ เพื่อเข้าใจเอกสารและรายงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงาน

ปรึกษาการเริ่มทำบัญชีกับสำนักงานบัญชี พีทูพี
สอบถามการจัดทำบัญชีบริษัทเปิดใหม่ การจัดเก็บเอกสาร การตรวจข้อมูลภาษี และการวางระบบบัญชี เพื่อเริ่มต้นงานให้เหมาะสมกับประเภทและขนาดธุรกิจ
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc