ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย คืออะไร ผู้รับเงินและผู้ประกอบการควรรู้อย่างไร
.jpg)
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการและผู้รับเงิน พบได้บ่อยในการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการรับค่าบริการ ค่าจ้าง ค่าเช่า ค่าที่ปรึกษา ค่าโฆษณา หรือค่าขนส่ง หลายครั้งผู้รับเงินอาจสงสัยว่า ทำไมยอดเงินที่ได้รับจริงจึงน้อยกว่ายอดในใบแจ้งหนี้ หรือทำไมคู่ค้าจึงออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายมาให้หลังจากชำระเงิน
บทความนี้ สำนักงานบัญชี พีทูพี จะอธิบายภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายในมุมของ “ผู้รับเงิน” และ “ผู้ประกอบการ” เพื่อให้เข้าใจว่าเงินที่ถูกหักไปคืออะไร ใช้เป็นหลักฐานทางภาษีได้อย่างไร ต้องเก็บเอกสารอะไร และควรระวังเรื่องใดบ้าง เพื่อให้การทำบัญชีและการยื่นภาษีเป็นระบบมากขึ้น
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย คืออะไรในมุมผู้รับเงิน
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย คือ ภาษีที่ผู้จ่ายเงินหักไว้บางส่วนก่อนจ่ายเงินให้ผู้รับเงิน แล้วนำส่งให้กรมสรรพากรแทนผู้รับเงิน ผู้รับเงินจึงได้รับเงินสุทธิน้อยกว่ายอดเต็มตามเอกสารการเรียกเก็บเงิน
ตัวอย่างเช่น ผู้รับจ้างออกแบบงานเรียกเก็บค่าบริการ 10,000 บาท หากรายการนั้นเข้าหลักเกณฑ์หักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ผู้จ่ายเงินจะหักไว้ 300 บาท และจ่ายเงินสุทธิให้ผู้รับเงิน 9,700 บาท ส่วนภาษี 300 บาทจะถูกนำส่งกรมสรรพากรในนามของผู้รับเงิน
ดังนั้นเงินที่ถูกหักไม่ได้หายไป แต่เป็นภาษีที่ถูกชำระล่วงหน้าไว้บางส่วน ผู้รับเงินควรเก็บหลักฐานให้ครบ เพื่อใช้ประกอบการคำนวณภาษีของตนเองในภายหลัง

ถูกหักภาษีแล้ว เงินส่วนนั้นใช้ทำอะไรได้
เมื่อผู้รับเงินถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย เงินส่วนที่ถูกหักไว้สามารถใช้เป็นเครดิตภาษีในการยื่นภาษีได้ กล่าวคือ เมื่อต้องคำนวณภาษีประจำปีหรือภาษีของกิจการ ผู้รับเงินสามารถนำภาษีที่ถูกหักไว้แล้วไปใช้หักออกจากภาษีที่ต้องชำระได้ตามหลักเกณฑ์
หากภาษีที่ถูกหักไว้มากกว่าภาษีที่ต้องเสียจริง ผู้เสียภาษีอาจมีสิทธิขอคืนภาษีได้ แต่หากภาษีที่ถูกหักไว้น้อยกว่าภาษีที่ต้องเสียจริง ก็ยังต้องชำระส่วนต่างเพิ่มเติมตามการคำนวณภาษี
จุดสำคัญคือ ผู้รับเงินต้องมีเอกสารหลักฐานที่ถูกต้อง โดยเฉพาะหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย เพราะเอกสารนี้เป็นหลักฐานสำคัญว่ามีการหักภาษีไว้จริง
อ่านบทความหลักเรื่อง ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เพื่อเข้าใจภาพรวมของการหักภาษี อัตราที่ใช้ และแบบที่ต้องยื่น
หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย สำคัญอย่างไร
หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย คือเอกสารที่ผู้จ่ายเงินออกให้แก่ผู้ถูกหักภาษี เพื่อยืนยันว่าได้มีการจ่ายเงินจำนวนเท่าใด หักภาษีไว้เท่าใด และเป็นเงินได้ประเภทใด กรมสรรพากรกำหนดให้ผู้มีหน้าที่หักภาษีต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้แก่ผู้ถูกหักภาษีตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
สำหรับผู้รับเงิน เอกสารนี้ไม่ควรมองเป็นเพียงกระดาษประกอบการรับเงิน แต่ควรเก็บไว้เป็นหลักฐานภาษีอย่างเป็นระบบ เพราะต้องใช้ในการตรวจสอบรายได้ ภาษีที่ถูกหัก และการยื่นภาษีให้ถูกต้อง
หากไม่ได้รับหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย ควรติดต่อผู้จ่ายเงินโดยเร็ว เพื่อขอเอกสารให้ครบถ้วน ไม่ควรรอจนถึงช่วงยื่นภาษี เพราะอาจทำให้ติดตามเอกสารย้อนหลังยากขึ้น
ปรึกษางานบัญชีภาษี คลิก

ผู้รับเงินควรตรวจอะไรบ้างเมื่อได้รับหนังสือรับรอง
เมื่อได้รับหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย ผู้รับเงินควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญทันที เช่น ชื่อผู้รับเงิน เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ที่อยู่ จำนวนเงินที่จ่าย จำนวนภาษีที่หัก ประเภทเงินได้ วันที่จ่ายเงิน และข้อมูลผู้จ่ายเงิน
หากพบว่าชื่อผิด เลขผู้เสียภาษีผิด ยอดเงินไม่ตรง หรือประเภทเงินได้ไม่ถูกต้อง ควรรีบแจ้งผู้จ่ายเงินให้แก้ไข เพราะข้อมูลที่ผิดอาจทำให้การยื่นภาษีมีปัญหา และทำให้การใช้เครดิตภาษีไม่ราบรื่น
สำหรับกิจการที่มีรายการรับเงินหลายรายการต่อเดือน ควรจัดเก็บหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายแยกตามเดือนหรือแยกตามคู่ค้า เพื่อให้ผู้ทำบัญชีตรวจสอบได้ง่าย และลดความผิดพลาดตอนปิดบัญชี
ผู้ประกอบการที่เป็นผู้จ่ายเงินควรระวังอะไร
ในมุมของผู้ประกอบการที่เป็นผู้จ่ายเงิน สิ่งสำคัญคือ ต้องพิจารณาก่อนจ่ายเงินว่ารายการนั้นต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่ ต้องใช้อัตราใด และผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
โดยทั่วไป ภ.ง.ด.3 ใช้กับการจ่ายเงินให้ผู้รับที่เป็นบุคคลธรรมดา ส่วน ภ.ง.ด.53 ใช้กับการจ่ายเงินให้ผู้รับที่เป็นนิติบุคคล เช่น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ทั้งสองแบบเป็นแบบนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ผู้ประกอบการต้องจัดการให้ถูกต้องตามสถานะของผู้รับเงิน
ผู้จ่ายเงินยังต้องนำส่งภาษีที่หักไว้ตามกำหนดเวลา โดยเอกสารกรมสรรพากรระบุหลักหน้าที่ของผู้หักภาษี เช่น การหักภาษีทุกคราวที่จ่ายเงินได้ การออกหนังสือรับรอง และการนำส่งภาษีที่หักไว้ภายในกำหนด

ถ้าถูกหักภาษีแต่ไม่ได้เอกสารควรทำอย่างไร
หากผู้รับเงินพบว่าถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้ว แต่ยังไม่ได้รับหนังสือรับรอง ควรเริ่มจากติดต่อผู้จ่ายเงิน พร้อมแจ้งรายละเอียดรายการ เช่น วันที่ได้รับเงิน ยอดเงินก่อนหัก ยอดเงินสุทธิ จำนวนภาษีที่ถูกหัก และเลขที่เอกสารที่เกี่ยวข้องถ้ามี
หากเป็นผู้ประกอบการ ควรตรวจรายการเงินเข้าในบัญชีธนาคารเทียบกับใบแจ้งหนี้หรือใบเสร็จ เพื่อดูว่ายอดเงินที่ได้รับตรงกับยอดหลังหักภาษีหรือไม่ จากนั้นจึงติดตามหนังสือรับรองให้ครบตามรายการ
ไม่ควรปล่อยให้เอกสารขาดสะสมหลายเดือน เพราะเมื่อถึงเวลายื่นภาษีหรือปิดงบ อาจทำให้ต้องไล่ตามเอกสารจำนวนมาก และเพิ่มความเสี่ยงที่ข้อมูลจะไม่ตรงกับบัญชี
สรุป
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ไม่ใช่เพียงเรื่องของผู้จ่ายเงินเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับผู้รับเงินโดยตรง เพราะภาษีที่ถูกหักไว้สามารถใช้เป็นหลักฐานและเครดิตภาษีในการยื่นภาษีได้ สิ่งสำคัญคือผู้รับเงินต้องเก็บหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง และจัดเอกสารให้เป็นระบบ
สำหรับผู้ประกอบการ การดูแลภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้ถูกต้องตั้งแต่ขั้นตอนจ่ายเงิน จะช่วยลดความผิดพลาดด้านเอกสาร ลดปัญหาภาษีย้อนหลัง และทำให้การปิดบัญชีรายเดือนมีความเรียบร้อยมากขึ้น หากต้องการให้การจัดการเอกสารบัญชีและภาษีเป็นระบบ สามารถปรึกษาสำนักงานบัญชี พีทูพี เพื่อช่วยดูแลและวางแนวทางให้เหมาะกับธุรกิจได้
ปรึกษางานบัญชีภาษี คลิก
