views

เงินเข้าบัญชีจำนวนมาก ไม่ได้แปลว่าเงินทุกบาทเป็นรายได้ แต่ผู้ประกอบการควรอธิบายที่มาของเงินได้

e-Payment สรรพากรคืออะไร? เงินเข้า 3,000 ครั้ง หรือ 400 ครั้ง 2 ล้าน ต้องรู้

ร้านค้าออนไลน์จำนวนมากรับเงินผ่านบัญชีธนาคาร พร้อมเพย์ Marketplace และช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หลายรูปแบบ จึงเกิดคำถามบ่อยว่า หากเงินเข้าบัญชีจำนวนมาก ธนาคารจะส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรหรือไม่ และเมื่อถูกส่งข้อมูลแล้วหมายความว่าต้องเสียภาษีทันทีหรือเปล่า

เรื่องที่หลายคนเรียกว่า “ภาษี e-Payment” แท้จริงแล้วไม่ใช่ภาษีประเภทใหม่ แต่เกี่ยวข้องกับการรายงานข้อมูลบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะตามหลักเกณฑ์ของประมวลรัษฎากร เพื่อนำข้อมูลมาใช้ประกอบการบริหารจัดเก็บภาษี

ดังนั้นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไม่ใช่การพยายามหลีกเลี่ยงจำนวนครั้งของเงินเข้า แต่คือการจัดบัญชีและเก็บหลักฐานให้สามารถอธิบายได้ว่าเงินแต่ละประเภทมาจากไหน และส่วนใดเป็นรายได้จากการประกอบธุรกิจจริง

e-Payment สรรพากร

ธุรกิจมีเงินเข้าหลายช่องทาง และเริ่มแยกไม่ออกว่ารายการไหนคือรายได้?

สำหรับบริษัทและธุรกิจ สามารถสอบถามแนวทางจัดบัญชีและเอกสารกับสำนักงานบัญชี พีทูพี

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

e-Payment สรรพากร คืออะไร

หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ e-Payment ในเรื่องนี้ คือการกำหนดให้ผู้มีหน้าที่ตามกฎหมายรายงานข้อมูลของบุคคลที่มี “ธุรกรรมลักษณะเฉพาะ” ให้กรมสรรพากร โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ข้อมูลทางการเงินสามารถนำไปประกอบการพิจารณาร่วมกับข้อมูลทางภาษีอื่นได้

ผู้มีหน้าที่รายงานไม่ใช่เจ้าของบัญชีโดยตรง แต่เป็นสถาบันการเงิน สถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้ง และผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน

จุดนี้ต้องแยกให้ชัดว่า “มีข้อมูลถูกส่งให้กรมสรรพากร” กับ “มีภาษีต้องชำระ” เป็นคนละเรื่องกัน การจะมีภาษีหรือไม่ยังต้องพิจารณาจากรายได้ ข้อเท็จจริงของธุรกิจ และประเภทของผู้เสียภาษี

บัญชีธุรกรรมเฉพาะ มีเงื่อนไขอย่างไร

เข้าเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

กรณีที่ 1: มีการฝากหรือรับโอนเงินรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไปในหนึ่งปี

กรณีที่ 2: มีการฝากหรือรับโอนเงินรวมกันตั้งแต่ 400 ครั้งขึ้นไปในหนึ่งปี และยอดรวมตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไป

คำว่า “400 ครั้ง และ 2 ล้านบาท” ต้องอ่านร่วมกัน ไม่ใช่แยกเป็นสองเงื่อนไข หมายความว่ากรณีที่สองต้องมีทั้งจำนวนครั้งถึงเกณฑ์และยอดเงินรวมถึงเกณฑ์ในปีเดียวกัน

นับเฉพาะเงินเข้า ไม่ใช่เงินออก

การพิจารณาธุรกรรมลักษณะเฉพาะในประเด็นนี้เน้นรายการฝากหรือรับโอน หรือเรียกง่าย ๆ ว่า “ธุรกรรมขารับ” จึงไม่ใช่การนำจำนวนเงินที่โอนออกจากบัญชีมารวมกับเงินเข้าแล้วนับทั้งหมด

สำหรับร้านค้าที่รับเงินวันละหลายรายการ จำนวนครั้งจึงอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกิจการที่ลูกค้าชำระทีละรายการผ่านบัญชีธนาคารหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์

ผู้ขายออนไลน์ที่ต้องการจัดระบบข้อมูลตั้งแต่ต้นสามารถอ่านบัญชีรายรับรายจ่ายร้านค้าออนไลน์เพิ่มเติมได้

เงินเข้าบัญชีถึงเกณฑ์ ไม่ได้แปลว่าต้องเสียภาษีจากเงินทั้งหมด

หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ หากยอดเงินเข้าบัญชีถึง 2 ล้านบาท หรือจำนวนครั้งถึงเกณฑ์แล้ว กรมสรรพากรจะถือว่าเงินทั้งหมดเป็นรายได้และเรียกเก็บภาษีทันที ซึ่งไม่ควรตีความเช่นนั้น

บัญชีธนาคารอาจมีเงินหลายประเภท เช่น เงินจากการขายสินค้า เงินที่เจ้าของโอนเข้ามา เงินกู้ เงินคืนจากคู่ค้า เงินคืนจากการซื้อสินค้า หรือเงินโอนระหว่างบัญชีของเจ้าของเอง ดังนั้นผู้ประกอบการควรมีเอกสารและข้อมูลที่อธิบายลักษณะของแต่ละรายการ

กรมสรรพากรสามารถนำข้อมูลธุรกรรมไปพิจารณาประกอบกับข้อมูลอื่น หากข้อมูลรายได้ที่ยื่นไว้แตกต่างจากข้อเท็จจริง ผู้เสียภาษีจึงควรสามารถชี้แจงที่มาของเงินได้

เงินเข้าบัญชีสรรพากร

ร้านค้าออนไลน์ควรแยก “ยอดเงินเข้า” กับ “รายได้” ให้ชัด

ร้านค้าออนไลน์บางแห่งดูรายได้จากยอดเงินเข้าธนาคารเพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนได้ เพราะ Marketplace อาจหักค่าธรรมเนียม โปรโมชั่น ค่าขนส่ง หรือรายการอื่นก่อนโอนเงินสุทธิเข้าบัญชี

ในทางกลับกัน เงินบางรายการที่เข้าบัญชีก็อาจไม่ใช่รายได้จากการขาย ดังนั้นจึงควรบันทึกยอดขายตามหลักฐานการขายและกระทบยอดกับเงินที่ได้รับจริงเป็นระยะ

ธุรกิจที่ขายผ่าน Marketplace สามารถอ่านภาษี Shopee Lazadaเพื่อแยกประเด็นภาษีของแพลตฟอร์มออกจากเรื่อง e-Payment

บุคคลธรรมดากับนิติบุคคล ถูกพิจารณาภาษีไม่เหมือนกัน

การเข้าเกณฑ์ธุรกรรมลักษณะเฉพาะไม่ได้เปลี่ยนประเภทของผู้เสียภาษี หากขายสินค้าในนามบุคคลธรรมดา ก็ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์ภาษีของบุคคลธรรมดา ส่วนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลก็พิจารณาภาษีในฐานะนิติบุคคล

ผู้ขายในนามบุคคลธรรมดาสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ภาษีบุคคลธรรมดาขายของออนไลน์ซึ่งเป็นบทความให้ความรู้โดยเฉพาะ

หมายเหตุ: สำนักงานบัญชี พีทูพี ไม่มีบริการรับยื่น ภ.ง.ด.90/91 สำหรับบุคคลธรรมดาทั่วไป เนื้อหาส่วนบุคคลธรรมดาจัดทำเพื่อให้ความรู้เท่านั้น

สำหรับบริษัท สามารถดูข้อมูลเกี่ยวกับการยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลออนไลน์เพิ่มเติมได้

บริษัทมีเงินเข้าหลายบัญชี แต่เอกสารและยอดขายยังไม่สัมพันธ์กัน?

ให้สำนักงานบัญชี พีทูพีช่วยตรวจแนวทางจัดบัญชี เอกสาร และข้อมูลภาษีสำหรับธุรกิจ

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

เอกสารอะไรที่ควรเตรียมไว้

เป้าหมายของการเก็บเอกสารไม่ใช่เพียงเพื่อรอการตรวจสอบ แต่เพื่อทำให้กิจการรู้ว่ารายได้ ต้นทุน และเงินที่เคลื่อนไหวในบัญชีมาจากอะไร

  • รายการเดินบัญชีธนาคารของบัญชีที่ใช้ในธุรกิจ
  • รายงานยอดขายจากระบบหรือ Marketplace
  • ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี และหลักฐานการรับเงิน
  • หลักฐานค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มและค่าขนส่ง
  • หลักฐานการคืนสินค้าและคืนเงินลูกค้า
  • เอกสารเงินกู้หรือเงินลงทุนจากเจ้าของ
  • หลักฐานการโอนเงินระหว่างบัญชี
  • เอกสารซื้อสินค้าและค่าใช้จ่ายของกิจการ

หากยังไม่แน่ใจว่าควรเก็บเอกสารอะไร สามารถอ่านเอกสารทำบัญชีมีอะไรบ้างเพิ่มเติม

ควรแยกบัญชีส่วนตัวกับบัญชีธุรกิจหรือไม่

ในทางปฏิบัติ การแยกบัญชีที่ใช้รับและจ่ายเงินของธุรกิจออกจากบัญชีส่วนตัวช่วยให้ตรวจสอบข้อมูลได้ง่ายขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะธุรกิจที่มีรายการขายจำนวนมากในแต่ละวัน

หากนำเงินส่วนตัวและเงินธุรกิจรวมกัน ผู้ประกอบการจะต้องเสียเวลาแยกย้อนหลังว่าเงินรายการใดเกี่ยวกับกิจการ และอาจทำให้ยอดรายรับรายจ่ายคลาดเคลื่อน

ผู้ที่ต้องการทำระบบต้นทุนและกำไรของร้านออนไลน์ให้ชัดขึ้นสามารถอ่านคำนวณต้นทุนและกำไรขายของออนไลน์เพิ่มเติมได้

e-Payment กับ VAT เป็นคนละเกณฑ์กัน

อีกเรื่องที่มักเข้าใจผิดคือ เมื่อเงินเข้าบัญชีถึง 2 ล้านบาทแล้วต้องจด VAT ทันที ซึ่งไม่ควรนำตัวเลขจากกฎหมายคนละเรื่องมาปะปนกัน

หลักเกณฑ์ธุรกรรมลักษณะเฉพาะเป็นเรื่องการรายงานข้อมูล ส่วนการจด VAT ต้องพิจารณาจากประเภทกิจการ รายรับที่อยู่ในบังคับ VAT และเกณฑ์ตามกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม

หากเป็นร้านค้าออนไลน์สามารถอ่านขายออนไลน์ต้องจด VAT เมื่อไรแยกต่างหาก

ถึงเกณฑ์ e-Payment แล้วควรทำอย่างไร

ไม่จำเป็นต้องหยุดรับโอน แบ่งบัญชี หรือเปลี่ยนวิธีรับเงินเพียงเพื่อพยายามหลบจำนวนครั้ง สิ่งที่มีประโยชน์กว่าคือกลับมาตรวจว่าบัญชีและภาษีของกิจการสอดคล้องกับข้อเท็จจริงหรือไม่

  1. สรุปยอดขายจากทุกช่องทาง
  2. กระทบยอดขายกับเงินที่ได้รับจริง
  3. แยกรายการเงินที่ไม่ใช่รายได้
  4. ตรวจเอกสารค่าใช้จ่ายและต้นทุน
  5. ตรวจหน้าที่ VAT และภาษีอื่นที่เกี่ยวข้อง
  6. ตรวจว่าข้อมูลที่ใช้ยื่นภาษีสอดคล้องกับบัญชีหรือไม่

บริษัทที่มีรายการซับซ้อนสามารถขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาภาษีธุรกิจเพื่อพิจารณาตามข้อเท็จจริงของกิจการ

หากต้องการดูภาพรวมรายได้ ค่าใช้จ่าย และโครงสร้างธุรกิจล่วงหน้า สามารถดูบริการรับวางแผนภาษีธุรกิจเพิ่มเติมได้

จัดบัญชีและเอกสาร e-Payment

บริษัทควรจัดระบบบัญชีให้ตรวจย้อนกลับได้

สำหรับนิติบุคคล สิ่งสำคัญคือข้อมูลบัญชี เอกสารขาย เอกสารซื้อ รายการธนาคาร และแบบภาษีควรเชื่อมโยงกัน เมื่อยอดเงินในธนาคารแตกต่างจากยอดรายได้ ควรสามารถอธิบายสาเหตุและมีเอกสารประกอบ

บริษัทที่มีธุรกรรมจำนวนมากไม่ควรรอจนถึงช่วงปิดงบจึงค่อยไล่ตรวจ เพราะการย้อนค้นเอกสารตลอดทั้งปีใช้เวลามากและมีโอกาสตกหล่น

หากกิจการต้องการให้มีผู้ดูแลข้อมูลอย่างต่อเนื่อง สามารถดูบริการรับทำบัญชีรายเดือนของสำนักงานบัญชี พีทูพี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ e-Payment สรรพากร

e-Payment เป็นภาษีใหม่หรือไม่?

ไม่ใช่ภาษีประเภทใหม่ แต่เป็นเรื่องการรายงานข้อมูลบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะตามหลักเกณฑ์กฎหมาย

เงินเข้า 2 ล้านบาทอย่างเดียวถูกส่งข้อมูลหรือไม่?

สำหรับเงื่อนไข 400 ครั้ง ต้องมีทั้งจำนวนฝากหรือรับโอนตั้งแต่ 400 ครั้งขึ้นไปและยอดรวมตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนอีกเกณฑ์คือจำนวนตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป

เงินเข้าถึง 3,000 ครั้งแปลว่าต้องเสียภาษีทั้งหมดหรือไม่?

ไม่ใช่ จำนวนครั้งเป็นเกณฑ์ของการรายงานข้อมูล ไม่ได้ทำให้เงินทุกบาทในบัญชีกลายเป็นรายได้โดยอัตโนมัติ

สรรพากรดูเฉพาะบัญชีธุรกิจหรือไม่?

หลักเกณฑ์พิจารณาธุรกรรมฝากหรือรับโอนตามข้อมูลของผู้ให้บริการที่อยู่ภายใต้หน้าที่รายงาน จึงไม่ควรใช้บัญชีส่วนตัวปะปนกับธุรกิจเพียงเพราะคิดว่าจะทำให้ตรวจสอบไม่ได้

ร้านค้าออนไลน์ควรทำอะไรเป็นอันดับแรก?

แยกบัญชีธุรกิจ บันทึกรายได้และค่าใช้จ่าย เก็บเอกสารการขาย และสามารถอธิบายเงินที่ไม่ใช่รายได้ให้มีหลักฐานรองรับ

สรุป e-Payment สรรพากร สิ่งสำคัญไม่ใช่จำนวนเงินเข้าเพียงอย่างเดียว

ธุรกรรมลักษณะเฉพาะมีเกณฑ์สำคัญคือรับฝากหรือรับโอนตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป หรือรับฝากหรือรับโอนตั้งแต่ 400 ครั้งและมียอดรวมตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไปในปีเดียวกันตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

การเข้าเกณฑ์ไม่ได้หมายความว่าต้องเสียภาษีจากเงินเข้าทั้งหมดทันที แต่ข้อมูลสามารถถูกนำไปใช้ประกอบกับข้อมูลอื่นในการพิจารณาทางภาษีได้

ผู้ประกอบการจึงควรให้ความสำคัญกับบัญชีที่ถูกต้อง การแยกเงินส่วนตัวออกจากเงินธุรกิจ การเก็บหลักฐาน และการยื่นภาษีให้ตรงกับข้อเท็จจริง มากกว่าการพยายามหลีกเลี่ยงจำนวนครั้งของการรับโอนเงิน

ธุรกิจมีเงินเข้าเยอะ และต้องการจัดบัญชีให้ตรวจสอบได้ตั้งแต่ต้น?

สำนักงานบัญชี พีทูพี ดูแลงานบัญชีและภาษีสำหรับบริษัทและธุรกิจ พร้อมช่วยจัดข้อมูลให้เป็นระบบ

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

บทความที่น่าสนใจ