การเลือกคนทำบัญชีไม่ควรดูเพียงว่า “รับงานไหม” หรือ “ราคาเท่าไร” เพราะคนที่เข้ามาดูแลบัญชีจะต้องทำงานกับข้อมูลทางการเงิน เอกสาร ภาษี และข้อมูลสำคัญของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
วิธีเลือกคนทำบัญชีให้บริษัท ดูอะไรบ้างก่อนจ้าง?
การเลือกคนทำบัญชีที่เหมาะกับบริษัท ต้องดูมากกว่าความสามารถในการบันทึกรายการ เพราะยังเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของผู้ทำบัญชี ระบบเอกสาร ความเข้าใจธุรกิจ การตรวจทาน ความรับผิดชอบ การสื่อสาร และการส่งมอบงานเมื่อมีการเปลี่ยนผู้ดูแล
บางธุรกิจเหมาะกับพนักงานบัญชีประจำ บางแห่งเหมาะกับสำนักงานบัญชีภายนอก และบางกิจการใช้ทั้งสองรูปแบบร่วมกัน สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่หาว่าแบบไหน “ดีที่สุด” แต่ต้องหาว่าแบบไหนเหมาะกับปริมาณงาน โครงสร้างทีม และความซับซ้อนของธุรกิจมากที่สุด
บทความนี้สรุปเช็กลิสต์สำหรับเจ้าของกิจการที่กำลังหาคนทำบัญชี โดยแยกหน้าที่และเกณฑ์พิจารณาให้ชัด เพื่อไม่ให้ซ้ำกับบทความเรื่องทำบัญชีเองหรือจ้างสำนักงานบัญชีที่เว็บไซต์มีอยู่แล้ว
.jpg)
กำลังหาคนดูแลงานบัญชี แต่ยังไม่รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหน?
เริ่มจากลิสต์งานที่ธุรกิจต้องการให้ทำจริง ปริมาณเอกสาร โปรแกรมที่ใช้ และงานภาษีที่เกี่ยวข้อง แล้วจึงเลือกรูปแบบคนหรือสำนักงานให้เหมาะ
โทร 097-236-2994LINE: p2paccก่อนหาคนทำบัญชี ต้องรู้ก่อนว่าธุรกิจต้องการให้ทำอะไร
หลายบริษัทเริ่มจากประกาศว่า “หาคนทำบัญชี” แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าต้องการให้ดูแลงานถึงระดับใด ทำให้ตอนเริ่มงานเกิดความเข้าใจไม่ตรงกัน เช่น เจ้าของคิดว่ารวมยื่นภาษีทั้งหมด แต่อีกฝ่ายรับเพียงบันทึกบัญชี หรือคิดว่ารวมปิดงบและผู้สอบบัญชี ทั้งที่จริงเป็นคนละขอบเขตงาน
จึงควรลิสต์งานก่อน เช่น รับเอกสาร ตรวจเอกสาร บันทึกซื้อ–ขาย กระทบยอดธนาคาร จัดทำภาษีรายเดือน เงินเดือน สต๊อก ปิดบัญชี หรือประสานงานกับผู้สอบบัญชี จากนั้นจึงค่อยเลือกคนที่มีความสามารถตรงกับงาน
หากยังไม่แน่ใจว่าบริษัทต้องทำบัญชีอะไรบ้าง สามารถอ่านบัญชีบริษัทต้องทำอะไรบ้าง เพื่อกำหนดขอบเขตก่อนเริ่มคัดเลือกผู้ดูแลบัญชี
1. ตรวจคุณสมบัติของผู้ทำบัญชีให้ถูกต้อง
ถ้าบุคคลที่จะรับผิดชอบในฐานะ “ผู้ทำบัญชี” ของนิติบุคคล ต้องพิจารณาว่ามีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรดูเพียงว่าเคยทำงานบัญชีหรือใช้โปรแกรมเป็นเท่านั้น
เจ้าของกิจการควรถามให้ชัดว่า ใครเป็นผู้ทำบัญชีของกิจการจริง ใครเป็นผู้ตรวจงาน และหากใช้สำนักงานบัญชี ผู้ที่เซ็นหรือรับผิดชอบงานมีคุณสมบัติตามที่กำหนดหรือไม่
สำหรับรายละเอียดด้านคุณสมบัติ สามารถอ่านขั้นตอนขึ้นทะเบียนและคุณสมบัติผู้ทำบัญชี ซึ่งแยก Search Intent เรื่องคุณสมบัติผู้ทำบัญชีไว้อย่างชัดเจน
2. ดูว่าคนทำบัญชีเข้าใจลักษณะธุรกิจหรือไม่
ธุรกิจแต่ละประเภทมี Flow งานต่างกัน ร้านค้าออนไลน์มีข้อมูลจาก Marketplace และ Payment Gateway โรงงานมีวัตถุดิบ งานระหว่างทำ และต้นทุนผลิต ธุรกิจก่อสร้างมีต้นทุนตามโครงการ ขณะที่คลินิกหรือธุรกิจบริการมีรูปแบบเอกสารอีกแบบหนึ่ง
คนทำบัญชีที่เหมาะจึงควรถามเรื่องธุรกิจก่อนเริ่มงาน เช่น รายได้เกิดจากไหน ซื้อขายอย่างไร มีสต๊อกหรือไม่ รับเงินช่องทางใด และใช้โปรแกรมอะไร เพราะข้อมูลเหล่านี้มีผลต่อวิธีจัดเอกสารและออกแบบระบบบัญชี
หากธุรกิจยังไม่มีโครงสร้างบัญชีชัด สามารถอ่านการจัดระบบทำบัญชีบริษัท และผังบัญชีคืออะไร ประกอบก่อนเลือกผู้ดูแล
3. ดูระบบรับส่งเอกสาร ไม่ใช่ดูเฉพาะคน
แม้คนทำบัญชีจะมีความรู้ดี แต่หากระบบรับส่งเอกสารไม่ชัด งานก็สะดุดได้ เช่น ส่งเอกสารหลายช่องทาง ไม่มีรายการติดตามเอกสารขาด ไม่รู้ว่าต้องส่งภายในวันใด หรือไม่มีผู้รับผิดชอบภายในบริษัท
ก่อนจ้างควรถามว่าเอกสารจะส่งผ่านช่องทางใด ใครเป็นผู้ตรวจความครบถ้วน มีระบบแจ้งเอกสารขาดหรือไม่ และเมื่อผู้ทำบัญชีได้รับเอกสารแล้วจะมีหลักฐานหรือสถานะติดตามอย่างไร
ธุรกิจสามารถใช้แนวทางเตรียมเอกสารส่งสำนักงานบัญชี เป็นเช็กลิสต์ตั้งต้นก่อนกำหนด Workflow ร่วมกัน
4. ดูว่ามีการตรวจทานงานหรือไม่
งานบัญชีไม่ควรจบที่การคีย์เอกสารเข้าโปรแกรม ควรมีขั้นตอนตรวจความถูกต้อง เช่น กระทบยอดธนาคาร ตรวจยอดลูกหนี้–เจ้าหนี้ ตรวจภาษีซื้อ–ขาย และตรวจรายการผิดปกติก่อนนำข้อมูลไปยื่นภาษีหรือใช้ปิดงบ
หากใช้สำนักงานบัญชี ควรถามว่าใครเป็นผู้ตรวจงานหลังผู้บันทึก หากใช้พนักงานบัญชีภายใน ควรกำหนดว่าใครอนุมัติรายการสำคัญและใครตรวจรายงานก่อนส่งต่อผู้บริหาร
เรื่องนี้เชื่อมกับการบริหารงานฝ่ายบัญชี โดยตรง เพราะการแบ่งหน้าที่ทำและตรวจช่วยลดความผิดพลาดจากการทำงานคนเดียวทุกขั้นตอน
อย่าเลือกคนทำบัญชีจากราคาเพียงตัวเดียว
ควรเทียบขอบเขตงาน ผู้รับผิดชอบ ระบบตรวจทาน ความถี่ของรายงาน และงานที่ไม่รวมในราคา เพื่อให้เห็นต้นทุนที่แท้จริงของบริการ
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc5. ดูการสื่อสารและกำหนดเวลาการทำงาน
ปัญหาที่เจ้าของกิจการพบไม่ได้เกิดจากบัญชีผิดเสมอไป แต่เกิดจาก “ไม่รู้ว่างานถึงไหนแล้ว” เช่น ไม่ทราบว่าเอกสารอะไรขาด ไม่รู้ภาษีต้องจ่ายเมื่อไร หรือไม่รู้ว่ารายงานจะได้รับวันไหน
ก่อนเริ่มงานควรกำหนดรอบสื่อสาร เช่น วันส่งเอกสาร วันแจ้งยอดภาษี วันส่งรายงาน และช่องทางหลักที่ใช้ติดต่อ รวมถึงผู้ประสานงานของทั้งสองฝ่าย
หากเป็นการทำงานระยะไกล สามารถอ่านพนักงานบัญชีออนไลน์คืออะไร เพื่อดูว่าระบบงาน Remote ต้องเตรียมอะไรเพิ่มเติม
6. ดูเรื่องสิทธิข้อมูลและการรักษาความลับ
ผู้ทำบัญชีต้องเข้าถึงข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เช่น Statement รายชื่อลูกค้า รายได้ ค่าใช้จ่าย เงินเดือน หรือสัญญาทางธุรกิจ จึงควรกำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลให้เหมาะกับหน้าที่ ไม่ควรแชร์รหัสผ่านหลักของบริษัทโดยไม่มีความจำเป็น
ควรถามว่าไฟล์ถูกเก็บไว้ที่ไหน ใครเข้าถึงได้ เมื่อมีพนักงานลาออกจะยกเลิกสิทธิอย่างไร และมีวิธีส่งมอบข้อมูลให้บริษัทกลับคืนหรือไม่
ไม่ควรสรุปว่า Full-time ปลอดภัยกว่า Part-time หรือสำนักงานบัญชีเสมอไป เพราะความปลอดภัยขึ้นกับระบบ สิทธิผู้ใช้ ขั้นตอนควบคุม และวินัยของผู้ปฏิบัติงานมากกว่าสถานะการจ้างเพียงอย่างเดียว

7. ดูความสามารถในการใช้โปรแกรมและระบบของธุรกิจ
แต่ละบริษัทใช้เครื่องมือไม่เหมือนกัน บางแห่งใช้ Express บางแห่งใช้ Cloud Accounting หรือเชื่อมข้อมูลจากระบบขาย ERP และ Marketplace ผู้ทำบัญชีจึงควรเข้าใจเครื่องมือที่กิจการใช้ หรือสามารถปรับตัวเข้าสู่ระบบได้
อย่างไรก็ตาม การใช้โปรแกรมเก่งไม่ได้แปลว่าเข้าใจบัญชีครบทุกเรื่อง เพราะ Software เป็นเครื่องมือ คนทำบัญชียังต้องรู้ว่ารายการควรถูกบันทึกอย่างไรและตรวจผลอย่างไร
หากกิจการกำลังเลือกระบบ สามารถอ่านโปรแกรมบัญชีสำหรับธุรกิจ และโปรแกรมบัญชี On Cloud เพื่อแยกเรื่อง Software ออกจากเรื่องคนทำบัญชี
8. เปรียบเทียบขอบเขตงานก่อนเปรียบเทียบราคา
ราคาค่าทำบัญชีที่ต่างกันไม่ได้หมายความว่ารายหนึ่งแพงหรือถูกกว่าเสมอ เพราะขอบเขตอาจไม่เท่ากัน เช่น บางราคาเฉพาะบันทึกบัญชี บางแห่งรวมยื่นภาษีรายเดือน บางแห่งรวมตรวจเอกสารและให้คำปรึกษา ขณะที่ปิดงบและผู้สอบบัญชีอาจคิดแยกต่างหาก
ก่อนเปรียบเทียบจึงควรขอ Scope ให้ชัด เช่น จำนวนเอกสาร จำนวนพนักงาน จำนวนบัญชีธนาคาร จำนวนสาขา VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เงินเดือน สต๊อก รายงาน และงานปลายปี
หากยังตัดสินใจระหว่างทำเองกับจ้างภายนอก สามารถอ่านทำบัญชีด้วยตัวเองหรือจ้างสำนักงานบัญชี โดยให้หน้านั้นถือ Search Intent เรื่องเปรียบเทียบรูปแบบการทำงานโดยเฉพาะ
9. ดูระบบส่งมอบงาน หากวันหนึ่งต้องเปลี่ยนคนทำบัญชี
จุดที่เจ้าของกิจการมักไม่ถามตอนเริ่มงานคือ “ถ้าต้องเปลี่ยนผู้ดูแล จะได้รับอะไรคืนบ้าง” ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญมากต่อความต่อเนื่องของบัญชี
ควรกำหนดตั้งแต่ต้นว่าเอกสารต้นฉบับ ไฟล์บัญชี รายงานภาษี กระดาษทำการ รายละเอียดลูกหนี้–เจ้าหนี้ ทะเบียนทรัพย์สิน และข้อมูลประกอบอื่นจะถูกส่งมอบในรูปแบบใด และใครเป็นเจ้าของ Account ของระบบที่ใช้
การส่งมอบที่ดีช่วยลดปัญหาเมื่อเปลี่ยนสำนักงานบัญชี หรือเปลี่ยนพนักงานภายใน และทำให้ทีมใหม่ตรวจสอบยอดยกมาได้ง่ายขึ้น
10. ดูว่ารายงานที่ได้รับช่วยเจ้าของธุรกิจได้หรือไม่
คนทำบัญชีไม่ได้มีหน้าที่เพียงยื่นแบบให้ทันเวลา ข้อมูลบัญชีควรกลับมาเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหาร เช่น ยอดขาย ค่าใช้จ่าย กำไร ลูกหนี้ค้างชำระ เงินสด หรือรายการผิดปกติที่ควรติดตาม
ไม่จำเป็นต้องมีรายงานซับซ้อนทุกเดือน แต่ควรกำหนดอย่างน้อยว่าเจ้าของต้องการเห็นตัวเลขอะไร และข้อมูลนั้นจะได้รับเมื่อไร หากทำบัญชีแล้วเจ้าของไม่เคยเห็นรายงานเลย ควรทบทวนว่าระบบงานปัจจุบันตอบโจทย์ธุรกิจหรือไม่
เรื่องนี้เชื่อมกับการทำบัญชีรายเดือนและรายปี เพราะข้อมูลที่ดีควรถูกตรวจและสรุปต่อเนื่อง ไม่ใช่รอรวบรวมทั้งหมดตอนปิดงบ

พนักงานบัญชีประจำ กับสำนักงานบัญชี เลือกแบบไหนดี
หากธุรกิจมีรายการจำนวนมาก ต้องประสานหลายฝ่าย มีคลังสินค้า หรือมีงานเอกสารหน้างานตลอดวัน การมีพนักงานบัญชีภายในอาจช่วยให้การประสานงานเร็วขึ้น
ส่วนธุรกิจที่จำนวนรายการยังไม่มาก หรือยังไม่จำเป็นต้องมีทีมบัญชีเต็มเวลา อาจเลือกสำนักงานบัญชีภายนอก หรือใช้พนักงานภายในบางส่วนร่วมกับสำนักงานบัญชีก็ได้
สำหรับบริษัทขนาดเล็กที่กำลังสร้างทีม สามารถอ่านขั้นตอนตั้งฝ่ายบัญชีในบริษัทขนาดเล็ก เพื่อดูว่าควรมีตำแหน่งและหน้าที่อะไรบ้างก่อนตัดสินใจจ้าง

Checklist 12 ข้อ ก่อนตกลงจ้างคนทำบัญชี
- ใครเป็นผู้ทำบัญชีที่รับผิดชอบกิจการจริง?
- มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของผู้ทำบัญชีหรือไม่?
- ขอบเขตงานที่รวมในค่าบริการมีอะไรบ้าง?
- งานใดไม่รวมและต้องคิดเพิ่ม?
- เอกสารต้องส่งวันไหนและช่องทางใด?
- ใครเป็นผู้ตรวจทานงานหลังบันทึก?
- แจ้งยอดภาษีและรายงานภายในวันใด?
- ใช้โปรแกรมหรือระบบอะไร?
- ข้อมูลถูกเก็บที่ไหนและใครเข้าถึงได้?
- เมื่อพบเอกสารขาดหรือรายการผิดปกติจะแจ้งอย่างไร?
- หากเปลี่ยนผู้ดูแล จะส่งมอบไฟล์และเอกสารอะไรคืน?
- มีผู้ติดต่อหลักและช่องทางติดตามงานที่ชัดเจนหรือไม่?
สัญญาณที่ควรถามเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ
หากผู้ให้บริการตอบขอบเขตงานไม่ชัด ไม่สามารถระบุผู้รับผิดชอบได้ ไม่อธิบายระบบส่งเอกสาร ไม่มีแนวทางส่งมอบข้อมูล หรือคิดค่าบริการโดยไม่ถามลักษณะธุรกิจเลย เจ้าของกิจการควรถามรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ
ในทางกลับกัน การมีคำถามจำนวนมากจากคนทำบัญชีไม่ใช่เรื่องเสียเวลาเสมอไป เพราะคำถามเกี่ยวกับธุรกิจ เอกสาร และ Flow งานช่วยให้กำหนดระบบให้เหมาะกับข้อเท็จจริงมากขึ้น
สิ่งที่ควรมองคือความชัดเจน ความต่อเนื่อง และความสามารถในการอธิบาย มากกว่าคำโฆษณาว่า “ครบวงจร” หรือ “มืออาชีพ” โดยไม่มีรายละเอียดรองรับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกคนทำบัญชี
บริษัทจำเป็นต้องมีผู้ทำบัญชีหรือไม่?
นิติบุคคลที่เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับผิดชอบการจัดทำบัญชีของกิจการ
ควรเลือกพนักงานบัญชีหรือสำนักงานบัญชี?
ขึ้นอยู่กับปริมาณงาน ความซับซ้อนของธุรกิจ และความจำเป็นในการมีบุคลากรอยู่หน้างาน ธุรกิจบางแห่งใช้ทั้งพนักงานภายในและสำนักงานบัญชีร่วมกันได้
เลือกสำนักงานบัญชีจากราคาถูกที่สุดได้หรือไม่?
ควรเปรียบเทียบขอบเขตงานร่วมด้วย เพราะราคาที่ต่างกันอาจครอบคลุมงานไม่เท่ากัน เช่น ภาษีรายเดือน ตรวจเอกสาร ให้คำปรึกษา หรือปิดงบอาจรวมและไม่รวมแตกต่างกัน
ต้องเปลี่ยนสำนักงานบัญชี สามารถทำได้หรือไม่?
ทำได้ แต่ควรวางแผนการส่งมอบเอกสาร ไฟล์บัญชี ยอดยกมา และข้อมูลภาษีให้ครบ เพื่อให้ผู้ดูแลรายใหม่ทำงานต่อได้โดยไม่สะดุด
คนทำบัญชีที่ดีต้องให้คำปรึกษาด้วยหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับขอบเขตงานที่ตกลง หากต้องการคำปรึกษาบัญชีหรือภาษี ควรระบุไว้ตั้งแต่ก่อนจ้าง ไม่ควรสมมติว่าบริการบันทึกบัญชีทุกแบบรวมการให้คำปรึกษาเชิงลึกด้วย
สรุป วิธีเลือกคนทำบัญชีให้บริษัท
คนทำบัญชีที่เหมาะไม่ได้วัดจากราคา ประสบการณ์ หรือโปรแกรมที่ใช้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูว่าคุณสมบัติ ขอบเขตงาน ระบบเอกสาร การตรวจทาน และการสื่อสารเหมาะกับลักษณะธุรกิจหรือไม่
ก่อนตกลงจ้าง ควรทำ Scope งานให้ชัด กำหนดวันส่งเอกสารและรายงาน ระบุผู้รับผิดชอบ และตกลงวิธีส่งมอบข้อมูลในอนาคต วิธีนี้ช่วยลดความเข้าใจไม่ตรงกันและทำให้งานบัญชีดำเนินต่อเนื่องได้มากกว่าเลือกจากคำโฆษณาหรือราคาเพียงอย่างเดียว
หลักง่ายที่สุดคือ เลือกคนที่สามารถอธิบายได้ว่า “ต้องการข้อมูลอะไร จะทำอะไรกับข้อมูลนั้น ใครตรวจ และเจ้าของกิจการจะได้รับอะไรกลับมา”
กำลังมองหาผู้ดูแลงานบัญชีให้ธุรกิจ?
แจ้งประเภทธุรกิจ จำนวนเอกสาร ระบบที่ใช้อยู่ และขอบเขตงานที่ต้องการ เพื่อสอบถามแนวทางจัดงานบัญชีและภาษีให้เหมาะกับกิจการ
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc