views

ผังบัญชีที่ดีช่วยให้รายการจำนวนมากถูกจัดให้อยู่ในโครงสร้างเดียวกัน ตั้งแต่เอกสารจนถึงงบการเงิน

ผังบัญชีคืออะไร พร้อมวิธีจัดหมวดบัญชีให้เหมาะกับธุรกิจ

เมื่อธุรกิจเริ่มมีรายการมากขึ้น เจ้าของกิจการมักพบชื่อบัญชีจำนวนมาก เช่น เงินสด ลูกหนี้ เจ้าหนี้ สินค้าคงเหลือ ค่าเช่า รายได้จากการขาย หรือค่าใช้จ่ายการตลาด หากไม่มีโครงสร้างที่ชัดเจน ชื่อบัญชีอาจซ้ำกัน ใช้ไม่สม่ำเสมอ และทำให้การจัดทำรายงานยุ่งยาก

ผังบัญชี หรือ Chart of Accounts จึงเป็นการนำบัญชีต่าง ๆ ของกิจการมาจัดเป็นหมวดหมู่ กำหนดชื่อ และกำหนดเลขบัญชี เพื่อให้ผู้ทำบัญชี โปรแกรมบัญชี และผู้บริหารใช้โครงสร้างเดียวกัน

บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่ผังบัญชีคืออะไร การแบ่งหมวด การกำหนดรหัสบัญชี ตัวอย่างโครงสร้าง ไปจนถึงวิธีออกแบบให้รองรับการเติบโตของกิจการ

✓ ทำให้ชื่อบัญชีและเลขบัญชีเป็นระบบเดียวกัน
✓ ช่วยเชื่อมข้อมูลกับงบการเงินและรายงานบริหาร
✓ ออกแบบให้เผื่อบัญชีใหม่ได้เมื่อธุรกิจโตขึ้น
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc
ผังบัญชีคืออะไร Chart of Accounts

ผังบัญชีคืออะไร

ผังบัญชี คือรายชื่อบัญชีทั้งหมดที่กิจการใช้ในการบันทึกรายการ โดยนำมาเรียงเป็นหมวดหมู่และกำหนดเลขหรือรหัสประจำบัญชี เพื่อให้สามารถบันทึก ค้นหา และนำข้อมูลไปจัดทำรายงานทางการเงินได้อย่างเป็นระบบ

คำภาษาอังกฤษคือ Chart of Accounts หรือ COA ซึ่งเปรียบได้กับโครงสร้างหลักของข้อมูลบัญชี ถ้าผังบัญชีจัดดี การบันทึกรายการและการวิเคราะห์ข้อมูลภายหลังก็จะง่ายขึ้น

ตัวอย่างง่าย ๆ คือ แทนที่จะมีบัญชี “ค่าใช้จ่าย” เพียงบัญชีเดียว กิจการอาจแยกเป็น ค่าเช่า ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ ค่าโฆษณา ค่าขนส่ง และค่าบริการวิชาชีพ เพื่อให้รู้ว่าเงินถูกใช้ไปกับเรื่องใด

ทำไมธุรกิจควรมีผังบัญชีที่ออกแบบไว้ดี

บันทึกข้อมูลสม่ำเสมอ

ช่วยลดปัญหาค่าใช้จ่ายชนิดเดียวกันถูกบันทึกไว้คนละบัญชีในแต่ละเดือน

จัดทำรายงานง่ายขึ้น

เมื่อหมวดบัญชีชัด ข้อมูลสามารถถูกนำไปสรุปเป็นงบและรายงานได้ง่ายกว่า

วิเคราะห์ต้นทุนได้ละเอียด

สามารถแยกค่าใช้จ่ายหรือรายได้เป็นกลุ่มเพื่อดูว่าธุรกิจทำกำไรจากส่วนใด

รองรับการเติบโต

หากเผื่อรหัสและโครงสร้างไว้ดี สามารถเพิ่มบัญชีใหม่ได้โดยไม่ต้องรื้อระบบเดิม

ผังบัญชีแบ่งเป็นกี่หมวด

โครงสร้างพื้นฐานที่นิยมใช้สามารถแบ่งออกเป็น 5 หมวดหลัก ได้แก่ สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ รายได้ และค่าใช้จ่าย แล้วจึงแตกบัญชีย่อยตามลักษณะธุรกิจ

หมวด 1 — สินทรัพย์ เช่น เงินสด เงินฝากธนาคาร ลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ รถยนต์ และอุปกรณ์

หมวด 2 — หนี้สิน เช่น เจ้าหนี้การค้า เงินกู้ ภาษีค้างจ่าย และค่าใช้จ่ายค้างจ่าย

หมวด 3 — ส่วนของเจ้าของ เช่น ทุน กำไรสะสม และรายการที่เกี่ยวข้องกับส่วนของผู้ถือหุ้น

หมวด 4 — รายได้ เช่น รายได้จากการขาย รายได้จากบริการ และรายได้อื่น

หมวด 5 — ค่าใช้จ่าย เช่น ต้นทุน ค่าเช่า เงินเดือน ค่าสาธารณูปโภค ค่าโฆษณา และค่าบริหาร

ตัวเลขหมวดไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงาม แต่ช่วยให้ผู้ใช้งานรู้ทันทีว่าบัญชีนั้นอยู่ในกลุ่มใด และทำให้การเรียงรายงานเป็นระบบมากขึ้น

การจัดหมวดผังบัญชีบริษัท

เลขที่บัญชีควรกำหนดอย่างไร

หลังแบ่งหมวดแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดรหัสหรือเลขบัญชี โดยอาจใช้ 3 หลัก 4 หลัก หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับจำนวนบัญชีและความซับซ้อนของธุรกิจ

หลักสำคัญคือควรให้เลขตัวแรกบอกหมวด เช่น 1 สำหรับสินทรัพย์ 2 สำหรับหนี้สิน แล้วใช้หลักถัดไปแยกประเภทบัญชีย่อย

100–199 สินทรัพย์

200–299 หนี้สิน

300–399 ส่วนของเจ้าของ

400–499 รายได้

500–599 ค่าใช้จ่าย

ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างของโครงสร้าง ธุรกิจสามารถกำหนดรหัสให้เหมาะกับระบบและจำนวนรายการของตนเองได้

อย่ากำหนดเลขบัญชีแน่นเกินไป

จุดที่ควรคิดตั้งแต่เริ่มคือ “ในอนาคตจะมีบัญชีเพิ่มหรือไม่” เพราะหากกำหนดรหัสเรียงติดกันหมด เมื่อมีบัญชีใหม่แทรกเข้ามาอาจต้องใช้รหัสที่ไม่เป็นลำดับหรือถึงขั้นแก้โครงสร้างเดิม

ตัวอย่างเช่น ถ้ากลุ่มค่าใช้จ่ายมีหลายประเภท การใช้ช่วง 500–599 จะเผื่อเลขสำหรับค่าใช้จ่ายใหม่ได้มากกว่าการใช้เลขเพียง 51, 52, 53 ต่อกัน

ธุรกิจโตขึ้น แต่ผังบัญชียังเป็นโครงสร้างเดิม?

หากบัญชีเพิ่มจนเริ่มซ้ำ แยกต้นทุนไม่ได้ หรือรายงานไม่ตอบคำถามผู้บริหาร อาจถึงเวลาทบทวนผังบัญชีและระบบงาน

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

ตัวอย่างผังบัญชีสำหรับธุรกิจทั่วไป

110 เงินสดและธนาคาร

111 เงินสดย่อย

112 เงินฝากธนาคาร

120 ลูกหนี้และสินทรัพย์หมุนเวียน

121 ลูกหนี้การค้า

122 สินค้าคงเหลือ

210 เจ้าหนี้และหนี้สินหมุนเวียน

211 เจ้าหนี้การค้า

212 ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย

410 รายได้

411 รายได้จากการขาย

412 รายได้จากบริการ

510 ค่าใช้จ่าย

511 เงินเดือนและค่าจ้าง

512 ค่าเช่า

513 ค่าโฆษณาและการตลาด

ตัวอย่างข้างต้นมีไว้เพื่ออธิบายแนวคิด การใช้งานจริงควรออกแบบตามประเภทธุรกิจ ระบบรายงาน และโปรแกรมบัญชีที่ใช้

ธุรกิจบริการควรออกแบบผังบัญชีอย่างไร

ธุรกิจบริการอาจไม่มีสินค้าคงเหลือเหมือนธุรกิจซื้อมา–ขายไป แต่ควรแยกรายได้ตามประเภทบริการ และแยกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับบุคลากร ผู้รับเหมาช่วง ซอฟต์แวร์ และต้นทุนโครงการให้เห็นชัด

หากทุกบริการถูกรวมอยู่ในบัญชี “รายได้ค่าบริการ” บัญชีเดียว ผู้บริหารอาจมองไม่เห็นว่าบริการใดสร้างรายได้หรือกำไรดีที่สุด

ธุรกิจซื้อมา–ขายไปควรเน้นเรื่องอะไร

กิจการซื้อมา–ขายไปควรออกแบบบัญชีให้สัมพันธ์กับยอดขาย ต้นทุนขาย สินค้าคงเหลือ ลูกหนี้ เจ้าหนี้ และส่วนลดต่าง ๆ เพื่อช่วยตรวจสอบกำไรขั้นต้นและสต๊อกได้

หากระบบสต๊อกและบัญชีใช้รหัสสินค้าหรือหมวดที่ไม่เชื่อมกัน อาจเกิดความยุ่งยากเมื่อต้องกระทบยอดสินค้ากับบัญชีปลายเดือน

โรงงานควรมีผังบัญชีละเอียดกว่าธุรกิจทั่วไป

โรงงานมีความซับซ้อนด้านวัตถุดิบ งานระหว่างทำ สินค้าสำเร็จรูป ค่าแรง และค่าใช้จ่ายการผลิต จึงควรออกแบบบัญชีให้รองรับการคำนวณต้นทุน ไม่ควรรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดไว้ในหมวดเดียว

ยิ่งกิจการต้องการรู้ต้นทุนต่อสินค้า ต่อแผนก หรือสายการผลิต ผังบัญชีก็ยิ่งต้องสัมพันธ์กับโครงสร้างข้อมูลเหล่านั้น

ออกแบบผังบัญชีให้เหมาะกับธุรกิจ

ผังบัญชีต้องสัมพันธ์กับโปรแกรมบัญชี

ก่อนสร้างผังบัญชีจำนวนมาก ควรตรวจว่าโปรแกรมบัญชีรองรับโครงสร้างรหัสอย่างไร สามารถสร้างบัญชีย่อยได้มากน้อยเพียงใด และรายงานที่ต้องการดึงข้อมูลจากรหัสบัญชีแบบใด

ธุรกิจที่ใช้โปรแกรม Express สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมที่หน้า โปรแกรมบัญชี Express เพื่อพิจารณาการตั้งระบบให้สัมพันธ์กับผังบัญชี

ผังบัญชีกับ Workflow ฝ่ายบัญชีเกี่ยวข้องกันอย่างไร

ผังบัญชีเป็นโครงสร้างของ “ข้อมูล” ส่วน Workflow เป็นโครงสร้างของ “การทำงาน” สองเรื่องนี้จึงควรออกแบบร่วมกัน

ตัวอย่างเช่น กระบวนการซื้อเริ่มจากขอซื้อ อนุมัติ สั่งซื้อ รับสินค้า รับใบแจ้งหนี้ และชำระเงิน ในแต่ละขั้นตอนควรกำหนดว่าใครรับผิดชอบ ใช้เอกสารอะไร และรายการจะเข้าสู่บัญชีใด

เมื่อ Workflow และผังบัญชีสัมพันธ์กัน จะช่วยให้เอกสาร งานของพนักงาน และข้อมูลในระบบบัญชีเชื่อมต่อกันได้ดีขึ้น

ออกแบบผังบัญชีใหม่ควรเริ่มจากอะไร

  1. ทำความเข้าใจว่าธุรกิจมีรายได้จากอะไร
  2. ดูขั้นตอนซื้อ ขาย รับเงิน และจ่ายเงิน
  3. ตรวจว่าผู้บริหารต้องการรายงานอะไร
  4. กำหนดหมวดและบัญชีหลัก
  5. แยกบัญชีย่อยเท่าที่จำเป็น
  6. กำหนดเลขบัญชีและช่วงเลขสำรอง
  7. ตั้งค่าลงในโปรแกรมบัญชี
  8. ทดสอบบันทึกรายการจริง
  9. ปรับชื่อหรือโครงสร้างที่ทำให้ผู้ใช้สับสน
  10. จัดทำแนวทางให้พนักงานใช้บัญชีเดียวกัน

ผังบัญชีที่ละเอียดเกินไปก็มีปัญหาได้

การสร้างบัญชีจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าระบบจะดีขึ้นเสมอ หากชื่อบัญชีต่างกันเพียงเล็กน้อย ผู้ใช้อาจเลือกผิดและทำให้ข้อมูลกระจายไปหลายบัญชี

หลักที่ดีคือแยกบัญชีเมื่อข้อมูลนั้นมีประโยชน์ต่อการควบคุม การจัดทำงบ หรือการวิเคราะห์ธุรกิจ หากแยกแล้วไม่มีใครใช้รายงานดังกล่าว การรวมบัญชีอาจเหมาะกว่า

เมื่อไรควรปรับผังบัญชีเดิม

ธุรกิจไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนผังบัญชีทุกปี แต่ควรทบทวนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เช่น เพิ่มสินค้าใหม่ เปิดสาขา เพิ่มแผนก เริ่มผลิตสินค้า ใช้โปรแกรมใหม่ หรือผู้บริหารต้องการรายงานที่ละเอียดกว่าเดิม

บัญชีซ้ำจำนวนมาก

ชื่อใกล้เคียงกันจนพนักงานไม่รู้ควรเลือกบัญชีใด

แยกต้นทุนไม่ได้

ค่าใช้จ่ายหลายประเภทถูกรวมอยู่ในบัญชีเดียวจนวิเคราะห์ไม่ได้

รายงานไม่ตอบโจทย์

งบถูกต้องแต่ผู้บริหารยังไม่รู้กำไรของแต่ละธุรกิจหรือแผนก

เปลี่ยนโปรแกรมบัญชี

เป็นโอกาสดีในการทบทวนโครงสร้างก่อนย้ายข้อมูลเข้าสู่ระบบใหม่

ต้องการปรับผังบัญชีและระบบงานให้สัมพันธ์กัน?

สำนักงานบัญชี พีทูพีช่วยวิเคราะห์ขั้นตอนทำงาน ออกแบบผังบัญชี และเชื่อมข้อมูลเข้ากับระบบบัญชีของธุรกิจ

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

ผังบัญชีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวางระบบบัญชี

การมี Chart of Accounts ที่ดีช่วยให้ข้อมูลเป็นระเบียบ แต่ระบบบัญชีที่ใช้งานจริงยังต้องมี Workflow เอกสาร ผู้รับผิดชอบ การอนุมัติ การควบคุม และโปรแกรมที่เหมาะสม

หากต้องการออกแบบทั้งกระบวนการ สามารถดู บริการรับวางระบบบัญชี ซึ่งเป็นหน้าบริการหลักสำหรับการวิเคราะห์และออกแบบระบบบัญชีของธุรกิจ

ส่วนบริษัทที่ต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลงานบันทึกบัญชีต่อเนื่องสามารถดู บริการรับทำบัญชี

คำถามที่พบบ่อย

ผังบัญชีคืออะไร?

ผังบัญชี หรือ Chart of Accounts คือรายชื่อบัญชีทั้งหมดของกิจการที่ถูกจัดเป็นหมวดหมู่และกำหนดรหัส เพื่อใช้เป็นโครงสร้างในการบันทึกบัญชีและจัดทำรายงาน

ผังบัญชีมีกี่หมวด?

โดยทั่วไปสามารถแบ่งเป็นสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ รายได้ และค่าใช้จ่าย แล้วแตกบัญชีย่อยตามความเหมาะสมของกิจการ

ทุกบริษัทควรใช้เลขบัญชีเหมือนกันหรือไม่?

ไม่จำเป็น สามารถออกแบบรหัสให้เหมาะกับจำนวนบัญชี โปรแกรม และลักษณะธุรกิจได้ โดยควรรักษาโครงสร้างให้เข้าใจง่ายและสม่ำเสมอ

ผังบัญชีควรละเอียดแค่ไหน?

ควรละเอียดพอที่จะจัดทำงบ ควบคุมรายการ และวิเคราะห์ธุรกิจได้ แต่ไม่ควรสร้างบัญชีย่อยมากจนผู้ใช้งานสับสน

เปลี่ยนโปรแกรมบัญชีต้องทำผังบัญชีใหม่หรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องทำใหม่ทั้งหมด แต่ควรใช้โอกาสนี้ตรวจว่าผังเดิมยังเหมาะกับธุรกิจหรือไม่ ก่อนนำข้อมูลเข้าสู่โปรแกรมใหม่

สรุป ผังบัญชีที่ดีควรเข้าใจง่ายและโตไปพร้อมกับธุรกิจ

ผังบัญชีเป็นพื้นฐานสำคัญของระบบบัญชี เพราะช่วยกำหนดว่าข้อมูลแต่ละรายการจะถูกจัดเก็บอยู่ในหมวดใด ตั้งแต่สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ รายได้ ไปจนถึงค่าใช้จ่าย

การออกแบบที่ดีไม่จำเป็นต้องมีบัญชีจำนวนมากที่สุด แต่ควรมีโครงสร้างที่ชัด ใช้งานง่าย รองรับรายงานที่ธุรกิจต้องการ และมีพื้นที่สำหรับบัญชีใหม่เมื่อกิจการเติบโต

ผังบัญชีเดิมเริ่มไม่ตอบโจทย์ธุรกิจ?

สำนักงานบัญชี พีทูพีช่วยดูโครงสร้างบัญชี ขั้นตอนเอกสาร Workflow และโปรแกรม เพื่อให้ระบบบัญชีรองรับการทำงานจริงของกิจการ

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

บทความที่น่าสนใจ