views

ก่อนจดทะเบียนบริษัท คำถามที่ไม่ควรมองข้ามคือ “ใครควรถือหุ้นกี่เปอร์เซ็นต์” เพราะตัวเลขนี้มีผลต่ออำนาจตัดสินใจและอนาคตของธุรกิจ

สัดส่วนผู้ถือหุ้นบริษัท ควรแบ่งอย่างไร ก่อนจดทะเบียนบริษัท

สัดส่วนผู้ถือหุ้นบริษัท คือสัดส่วนความเป็นเจ้าของของผู้ถือหุ้นแต่ละคนในบริษัท โดยดูจากจำนวนหุ้นที่ถืออยู่เมื่อเทียบกับจำนวนหุ้นทั้งหมด ตัวเลขนี้ไม่ได้มีความหมายแค่เรื่องเงินลงทุน แต่เกี่ยวข้องกับสิทธิออกเสียง เงินปันผล การควบคุมบริษัท และการตัดสินใจเรื่องสำคัญในอนาคต

สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังจะจดทะเบียนบริษัท การแบ่งหุ้นตั้งแต่แรกควรคิดให้รอบคอบ ไม่ควรแบ่งเพียงเพราะความเกรงใจหรือความสนิท เพราะเมื่อบริษัทเติบโตขึ้น สัดส่วนหุ้นจะมีผลต่อการบริหาร การเพิ่มทุน การโอนหุ้น และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือหุ้นโดยตรง

✓ เข้าใจว่าสัดส่วนผู้ถือหุ้นมีผลต่ออำนาจและสิทธิอย่างไร
✓ รู้วิธีคำนวณเปอร์เซ็นต์หุ้นแบบง่าย
✓ เห็นข้อควรระวังก่อนแบ่งหุ้นกับหุ้นส่วน ครอบครัว หรือนักลงทุน
สัดส่วนผู้ถือหุ้นบริษัทและการแบ่งหุ้นก่อนจดทะเบียนบริษัท

สัดส่วนผู้ถือหุ้นบริษัทคืออะไร

สัดส่วนผู้ถือหุ้นบริษัท คือเปอร์เซ็นต์การถือครองหุ้นของผู้ถือหุ้นแต่ละคน เมื่อเทียบกับจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัท เช่น บริษัทมีหุ้นทั้งหมด 10,000 หุ้น หากผู้ถือหุ้นคนหนึ่งถือ 4,000 หุ้น เท่ากับถือหุ้น 40%

สัดส่วนนี้มีผลต่อหลายเรื่อง เช่น สิทธิในการออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น สิทธิรับเงินปันผล การแต่งตั้งกรรมการ การอนุมัติเรื่องสำคัญ และอำนาจต่อรองระหว่างผู้ถือหุ้นด้วยกัน

สรุปง่าย ๆ หุ้นไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขในเอกสาร แต่เป็น “สิทธิและอำนาจ” ที่ติดตัวผู้ถือหุ้นไปตลอดช่วงที่ยังถือหุ้นอยู่

วิธีคำนวณสัดส่วนผู้ถือหุ้น

วิธีคำนวณสัดส่วนผู้ถือหุ้นทำได้ไม่ยาก โดยนำจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นคนนั้นถืออยู่ หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัท แล้วคูณด้วย 100

สัดส่วนผู้ถือหุ้น = จำนวนหุ้นที่ถือ ÷ จำนวนหุ้นทั้งหมด × 100

ผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้น สัดส่วน
ผู้ถือหุ้น A 6,000 หุ้น 60%
ผู้ถือหุ้น B 3,000 หุ้น 30%
ผู้ถือหุ้น C 1,000 หุ้น 10%
วิธีคำนวณสัดส่วนผู้ถือหุ้นบริษัท

จดทะเบียนบริษัทต้องมีผู้ถือหุ้นกี่คน

บริษัทจำกัดต้องมีผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และผู้ถือหุ้นแต่ละคนควรมีจำนวนหุ้นที่ชัดเจนตั้งแต่วันจดทะเบียนบริษัท เพื่อใช้จัดทำเอกสารสำคัญ เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ รายชื่อผู้ถือหุ้น และเอกสารประกอบการจดทะเบียน

แม้กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าผู้ถือหุ้นแต่ละคนต้องถือหุ้นเท่ากัน แต่การแบ่งหุ้นควรสอดคล้องกับเงินลงทุน บทบาทในการทำงาน ความเสี่ยงที่รับ และข้อตกลงระหว่างผู้ร่วมก่อตั้ง

สัดส่วนหุ้นมีผลต่ออำนาจในบริษัทอย่างไร

การถือหุ้นมากหรือน้อยมีผลต่ออำนาจในการตัดสินใจ โดยเฉพาะเรื่องที่ต้องผ่านมติผู้ถือหุ้น เช่น การแต่งตั้งกรรมการ การเพิ่มทุน การแก้ไขข้อบังคับบริษัท หรือการเปลี่ยนแปลงเรื่องสำคัญของบริษัท

สัดส่วนหุ้นโดยประมาณ ความหมายเชิงบริหาร
น้อยกว่า 25% มีสิทธิในฐานะผู้ถือหุ้น แต่โดยทั่วไปอำนาจคัดค้านเรื่องสำคัญอาจจำกัด ต้องดูข้อบังคับและข้อตกลงเพิ่มเติม
ตั้งแต่ 25% ขึ้นไป มีน้ำหนักต่อมติสำคัญบางเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่ต้องใช้เสียงข้างมากพิเศษ
มากกว่า 50% มีอิทธิพลต่อมติทั่วไปและทิศทางการบริหารมากขึ้น
ประมาณ 75% ขึ้นไป มีน้ำหนักสูงต่อเรื่องสำคัญที่ต้องใช้มติพิเศษ แต่ยังต้องดูข้อกฎหมายและข้อบังคับบริษัทประกอบ

หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นการอธิบายเชิงธุรกิจแบบเข้าใจง่าย การใช้สิทธิจริงต้องพิจารณากฎหมาย ข้อบังคับบริษัท และเอกสารผู้ถือหุ้นของบริษัทประกอบ

สัดส่วนหุ้นกับอำนาจผู้ถือหุ้นบริษัท

แบ่งหุ้นบริษัทแบบไหนดี

ไม่มีสูตรตายตัวว่าบริษัทควรแบ่งหุ้นแบบใดดีที่สุด เพราะแต่ละกิจการมีเป้าหมายและความสัมพันธ์ของผู้ร่วมทุนไม่เหมือนกัน แต่ควรพิจารณาอย่างน้อย 4 เรื่องนี้ก่อนแบ่งหุ้น

เงินลงทุน

ใครลงทุนมากน้อยเท่าใด และลงทุนเป็นเงินสด ทรัพย์สิน หรือทรัพยากรอื่น

บทบาทในการทำงาน

ใครเป็นผู้บริหารหลัก ใครทำงานเต็มเวลา ใครเป็นเพียงผู้ลงทุน

ความเสี่ยงที่รับ

ใครค้ำประกัน ใครรับผิดชอบหนี้ ใครใช้ชื่อเสียงหรือเครือข่ายช่วยธุรกิจ

แผนระยะยาว

จะมีนักลงทุนเพิ่มหรือไม่ จะให้ครอบครัวถือหุ้นหรือไม่ และอนาคตจะโอนหุ้นอย่างไร

ตัวอย่างการแบ่งหุ้นที่พบบ่อย

  • 50% : 50% เหมาะกับหุ้นส่วนที่ตกลงกันชัดเจนมาก แต่ต้องระวังกรณีความเห็นไม่ตรงกัน เพราะอาจตัดสินใจไม่ได้
  • 60% : 40% มีผู้ถือหุ้นหลักที่ควบคุมทิศทางได้ชัดขึ้น และอีกฝ่ายยังมีสัดส่วนที่มีน้ำหนัก
  • 70% : 30% เหมาะกับกรณีผู้ก่อตั้งหลักต้องการควบคุมกิจการ และมีหุ้นส่วนร่วมลงทุนหรือช่วยงานบางส่วน
  • 51% : 49% ใช้เมื่ออยากให้มีเสียงข้างมากชัดเจน แต่ยังให้หุ้นส่วนอีกฝ่ายมีบทบาทสูง
  • หลายคนถือร่วมกัน ควรกำหนดบทบาท การออกเสียง และเงื่อนไขการโอนหุ้นให้ละเอียดเป็นพิเศษ

สัดส่วนหุ้นเกี่ยวข้องกับ บอจ.5 อย่างไร

บอจ.5 คือบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทจำกัด ซึ่งใช้แสดงรายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้น และข้อมูลเกี่ยวกับการถือหุ้นของบริษัท โดยเป็นเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนและการนำส่งข้อมูลต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบสถานะผู้ถือหุ้นไม่ควรดูเพียงเอกสารคัดสำเนาอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและเอกสารภายในของบริษัทประกอบด้วย เพื่อให้ข้อมูลตรงกันและลดข้อโต้แย้งในอนาคต

บอจ.5 บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นบริษัทจำกัด

การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้ถือหุ้นเกิดจากอะไรได้บ้าง

สัดส่วนผู้ถือหุ้นอาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ เช่น การโอนหุ้น การเพิ่มทุน การลดทุน หรือการรับนักลงทุนใหม่เข้ามาในบริษัท

การโอนหุ้น

ผู้ถือหุ้นเดิมโอนหุ้นให้บุคคลอื่น ทำให้รายชื่อและสัดส่วนผู้ถือหุ้นเปลี่ยน

การเพิ่มทุน

เมื่อออกหุ้นใหม่ หากผู้ถือหุ้นเดิมไม่ได้ซื้อเพิ่มตามสัดส่วน อาจทำให้สัดส่วนลดลง

นักลงทุนใหม่

การรับผู้ลงทุนเข้ามาเพิ่มควรวางเงื่อนไขสิทธิออกเสียงและการบริหารให้ชัดเจน

การปรับโครงสร้างครอบครัว

ธุรกิจครอบครัวควรวางแผนการถือหุ้นและการส่งต่อหุ้นให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น

ข้อควรระวังก่อนแบ่งหุ้นบริษัท

  • ไม่ควรให้ผู้อื่นถือหุ้นแทนโดยไม่มีเหตุผลและเอกสารรองรับที่ชัดเจน
  • ไม่ควรแบ่งหุ้นตามความเกรงใจ แต่ไม่สอดคล้องกับเงินลงทุนและหน้าที่จริง
  • ควรตกลงล่วงหน้าว่าหากมีคนถอนตัว จะโอนหุ้นอย่างไรและคิดราคาหุ้นแบบใด
  • ควรระวังสัดส่วนหุ้นของคนต่างด้าว หากธุรกิจเกี่ยวข้องกับข้อจำกัดตามกฎหมายเฉพาะ
  • ควรจัดทำสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและเอกสารโอนหุ้นให้ถูกต้อง
  • ควรพิจารณาทำสัญญาผู้ถือหุ้น หากมีผู้ถือหุ้นหลายฝ่ายหรือมีนักลงทุนร่วม
ข้อควรระวังในการแบ่งหุ้นบริษัทและผู้ถือหุ้น

ควรมีสัญญาผู้ถือหุ้นหรือไม่

หากบริษัทมีผู้ถือหุ้นหลายคน โดยเฉพาะกรณีมีหุ้นส่วน นักลงทุน หรือธุรกิจครอบครัว การมีสัญญาผู้ถือหุ้นจะช่วยกำหนดข้อตกลงให้ชัดขึ้น เช่น การโอนหุ้น สิทธิก่อนซื้อหุ้น การแต่งตั้งกรรมการ การออกจากธุรกิจ และการจัดการเมื่อเกิดข้อพิพาท

สัญญาผู้ถือหุ้นไม่ใช่เอกสารที่ควรทำแบบคัดลอกจากที่อื่น แต่ควรออกแบบให้เหมาะกับธุรกิจจริง และควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือผู้เกี่ยวข้องตรวจทานก่อนลงนาม

ก่อนจดทะเบียนบริษัท ควรถามตัวเองเรื่องหุ้นอะไรบ้าง

  • ใครเป็นผู้ลงทุนเงินจริง และลงทุนเท่าใด
  • ใครทำงานในบริษัทจริง และทำหน้าที่อะไร
  • ใครควรมีอำนาจตัดสินใจเรื่องสำคัญ
  • หากบริษัทมีกำไร จะจ่ายเงินปันผลอย่างไร
  • หากมีผู้ถือหุ้นต้องการออก จะขายหุ้นให้ใครก่อน
  • หากต้องเพิ่มทุนในอนาคต ใครมีสิทธิเพิ่มทุนก่อน
  • ต้องการให้นักลงทุนหรือคนในครอบครัวเข้ามาถือหุ้นภายหลังหรือไม่
วางแผนสัดส่วนผู้ถือหุ้นก่อนจดทะเบียนบริษัท

บริการและบทความที่เกี่ยวข้องกับสัดส่วนผู้ถือหุ้นบริษัท

หากกำลังวางแผนแบ่งหุ้นหรือเตรียมจดทะเบียนบริษัท แนะนำให้อ่านบริการและบทความที่เกี่ยวข้องต่อไปนี้ เพื่อให้โครงสร้างบริษัท เอกสาร และบัญชีภาษีเดินต่อได้อย่างเป็นระบบ

รับจดทะเบียนบริษัท

เริ่มต้นบริษัทให้ถูกต้อง พร้อมดูภาพรวมผู้ถือหุ้น กรรมการ และเอกสารจดทะเบียน

จดทะเบียนบริษัท ราคาเท่าไหร่

ดูค่าใช้จ่ายเบื้องต้นก่อนเปิดบริษัทและจัดโครงสร้างทุน

หนังสือบริคณห์สนธิ

เกี่ยวข้องกับชื่อบริษัท วัตถุประสงค์ ทุน และข้อมูลสำคัญในการจัดตั้ง

ข้อบังคับบริษัท

ช่วยกำหนดกติกาภายใน การประชุม การออกเสียง และการโอนหุ้น

ทุนจดทะเบียนบริษัท

เข้าใจทุน จำนวนหุ้น และมูลค่าหุ้นก่อนแบ่งสัดส่วนผู้ถือหุ้น

การเพิ่มทุนบริษัท

การเพิ่มทุนอาจทำให้สัดส่วนผู้ถือหุ้นเดิมเปลี่ยนแปลง

ประชุมผู้ถือหุ้น

สัดส่วนหุ้นมีผลต่อสิทธิออกเสียงและมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น

การจ่ายเงินปันผล

ผู้ถือหุ้นมีสิทธิรับเงินปันผลตามหลักเกณฑ์และสัดส่วนที่เกี่ยวข้อง

จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงแก้ไขบริษัท

ใช้เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญของบริษัทในอนาคต

รับวางระบบบัญชี

ช่วยวางระบบบัญชี เอกสาร และการบริหารข้อมูลผู้ถือหุ้นให้เป็นระบบ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสัดส่วนผู้ถือหุ้นบริษัท

สัดส่วนผู้ถือหุ้นบริษัทคืออะไร

คือเปอร์เซ็นต์ความเป็นเจ้าของของผู้ถือหุ้นแต่ละคน โดยคำนวณจากจำนวนหุ้นที่ถืออยู่เทียบกับจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัท

จดทะเบียนบริษัทต้องมีผู้ถือหุ้นกี่คน

บริษัทจำกัดต้องมีผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และควรกำหนดจำนวนหุ้นของแต่ละคนให้ชัดเจนตั้งแต่วันจดทะเบียนบริษัท

แบ่งหุ้น 50/50 ดีไหม

ทำได้ แต่ต้องระวังหากเกิดความเห็นไม่ตรงกัน เพราะอาจไม่มีฝ่ายใดมีเสียงข้างมาก ควรกำหนดวิธีตัดสินใจและทางออกไว้ล่วงหน้า

เปลี่ยนสัดส่วนผู้ถือหุ้นได้ไหม

เปลี่ยนได้ เช่น การโอนหุ้น การเพิ่มทุน หรือการรับผู้ถือหุ้นใหม่ แต่ควรจัดทำเอกสารให้ถูกต้องและปรับข้อมูลผู้ถือหุ้นให้สอดคล้องกัน

บอจ.5 คืออะไร

บอจ.5 คือบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทจำกัด ใช้แสดงรายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้น และข้อมูลการถือหุ้นของบริษัท

สรุป: สัดส่วนผู้ถือหุ้นควรวางให้ชัดก่อนจดทะเบียนบริษัท

สัดส่วนผู้ถือหุ้นบริษัทเป็นเรื่องสำคัญตั้งแต่วันแรกของการจดทะเบียน เพราะเกี่ยวข้องกับความเป็นเจ้าของ สิทธิออกเสียง เงินปันผล อำนาจควบคุม และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือหุ้นในระยะยาว

ก่อนแบ่งหุ้น ควรพิจารณาเงินลงทุน บทบาทหน้าที่ ความเสี่ยง แผนเพิ่มทุน และทางออกหากมีผู้ถือหุ้นต้องการถอนตัว เพื่อให้ธุรกิจเดินต่อได้อย่างมั่นคงและลดปัญหาขัดแย้งในอนาคต

กำลังจดทะเบียนบริษัทและยังไม่แน่ใจเรื่องแบ่งหุ้นใช่ไหม

ปรึกษาสำนักงานบัญชี พีทูพี เพื่อช่วยดูภาพรวมผู้ถือหุ้น ทุนจดทะเบียน เอกสารจัดตั้งบริษัท บอจ.5 และระบบบัญชีภาษีหลังเปิดบริษัท

โทร 097-236-2994 LINE: p2pacc

บทความที่น่าสนใจ