ความรู้สำหรับผู้ประกอบการ | การจดทะเบียนและวางโครงสร้างธุรกิจ
จัดตั้ง Holding Company อย่างไร? ขั้นตอน เอกสาร และข้อควรรู้ก่อนจดทะเบียน
การจัดตั้ง Holding Company หรือบริษัทโฮลดิ้งในประเทศไทย โดยทั่วไปสามารถใช้รูปแบบบริษัทจำกัดในการจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ แต่สิ่งที่แตกต่างจากการจัดตั้งบริษัทเพื่อขายสินค้าหรือให้บริการทั่วไป คือการวางวัตถุประสงค์ด้านการลงทุน โครงสร้างผู้ถือหุ้น และความสัมพันธ์กับบริษัทที่ต้องการเข้าไปถือหุ้น
ผู้ประกอบการจึงควรเริ่มจากการกำหนดเป้าหมายของบริษัทโฮลดิ้ง ตรวจสอบสัดส่วนการถือหุ้น วางแผนทุนจดทะเบียน เตรียมข้อมูลกรรมการและผู้ถือหุ้น ก่อนยื่นจดทะเบียนผ่านระบบ DBD Biz Regist จากนั้นจึงดำเนินการลงทุนในบริษัทอื่นและจัดระบบบัญชีภาษีให้สอดคล้องกับธุรกรรมที่เกิดขึ้น
หากยังไม่คุ้นเคยกับโครงสร้างธุรกิจรูปแบบนี้ ควรทำความเข้าใจหลักการของบริษัทแม่และบริษัทลูก รวมถึงความแตกต่างระหว่างการถือหุ้นเพื่อรับผลตอบแทนกับการถือหุ้นเพื่อควบคุมกิจการก่อนตัดสินใจ
.jpg)
ปรึกษาการจัดตั้งบริษัทและวางโครงสร้างผู้ถือหุ้น
สำนักงานบัญชี พีทูพี ให้คำปรึกษาด้านการจดทะเบียนบริษัท การจัดเตรียมข้อมูลนิติบุคคล และการวางระบบบัญชีภาษีสำหรับผู้ประกอบการ
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc
1. จัดตั้ง Holding Company ต้องเริ่มจากอะไร?
ก่อนดำเนินการจดทะเบียน ควรกำหนดก่อนว่าบริษัทโฮลดิ้งจะมีหน้าที่อย่างไร เช่น ถือหุ้นในกิจการที่ดำเนินงานอยู่แล้ว ลงทุนในบริษัทใหม่ หรือบริหารเงินลงทุนของกลุ่มธุรกิจ เพราะเป้าหมายที่แตกต่างกันอาจนำไปสู่การกำหนดทุนและโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่ไม่เหมือนกัน
ตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบการมีบริษัทค้าส่งและบริษัทให้บริการอยู่แล้ว และต้องการให้บริษัทแห่งหนึ่งเป็นผู้ถือหุ้นหลักของทั้งสองกิจการ การดำเนินการอาจต้องพิจารณาทั้งการตั้งบริษัทแม่ใหม่ การโอนหุ้นเดิม หรือการจัดสรรหุ้นในบริษัทต่าง ๆ ซึ่งแต่ละวิธีมีผลทางกฎหมายและภาษีต่างกัน
หากต้องการเริ่มจากพื้นฐานการเป็นนิติบุคคล สามารถศึกษา ประโยชน์ของการจดทะเบียนนิติบุคคล เพื่อทำความเข้าใจสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของบริษัทจำกัด
2. วางโครงสร้าง Holding Company ก่อนจดทะเบียน
การออกแบบโครงสร้างผู้ถือหุ้นเป็นขั้นตอนที่ควรให้ความสำคัญ เพราะมีผลต่อการควบคุมกิจการ การรับเงินปันผล และอำนาจตัดสินใจในอนาคต
กำหนดผู้ถือหุ้นของบริษัทโฮลดิ้ง
ต้องพิจารณาว่าใครจะเป็นเจ้าของบริษัทโฮลดิ้ง ผู้ถือหุ้นแต่ละรายมีสัดส่วนเท่าใด และจะกำหนดสิทธิออกเสียงหรือข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้นอย่างไร การจัดสรรหุ้นควรสอดคล้องกับเงินลงทุนจริงและเป้าหมายระยะยาวของธุรกิจ
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแบ่งหุ้นสามารถอ่านได้จากบทความ สัดส่วนการถือหุ้นบริษัทและผลต่อการบริหารกิจการ
กำหนดความสัมพันธ์กับบริษัทลูก
บริษัทโฮลดิ้งอาจถือหุ้นในหลายบริษัท แต่การถือหุ้นไม่ได้หมายความว่าจะมีอำนาจควบคุมบริษัทเหล่านั้นเสมอไป ต้องพิจารณาสิทธิออกเสียง อำนาจกำหนดกิจกรรมสำคัญ และข้อตกลงที่เกี่ยวข้องด้วย
ตัวอย่างโครงสร้างเพื่อประกอบความเข้าใจ
บริษัทแม่
ธุรกิจค้าขาย
ธุรกิจบริการ
ธุรกิจลงทุน
แผนภาพแสดงแนวคิดของกลุ่มบริษัท โดยไม่ได้กำหนดสัดส่วนถือหุ้นจริง
หากโครงสร้างเดิมต้องการรับผู้ร่วมลงทุนหรือปรับจำนวนหุ้น อาจต้องพิจารณา การเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัท และผลต่อสิทธิของผู้ถือหุ้นเดิมควบคู่กัน
.jpg)
3. จัดตั้ง Holding Company ใช้ผู้ถือหุ้นและทุนจดทะเบียนเท่าไร?
การจัดตั้งบริษัทจำกัดตามหลักเกณฑ์ทั่วไปต้องมีผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คน โดยผู้เริ่มก่อการเป็นบุคคลธรรมดาและต้องจองซื้อหุ้นอย่างน้อยคนละหนึ่งหุ้น ส่วนผู้ถือหุ้นภายหลังการจัดตั้งอาจมีบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลได้ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ทุนจดทะเบียนไม่ได้มีจำนวนเดียวที่เหมาะสำหรับบริษัทโฮลดิ้งทุกแห่ง ควรกำหนดให้สัมพันธ์กับแผนลงทุน ความจำเป็นด้านเงินทุน และภาระที่คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยมูลค่าหุ้นของบริษัทจำกัดต้องไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 5 บาท และการเรียกชำระค่าหุ้นในการจัดตั้งต้องเป็นไปตามเกณฑ์กฎหมาย ซึ่งโดยหลักไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของมูลค่าหุ้น
การกำหนดทุนสูงโดยไม่มีแผนการใช้เงินชัดเจนอาจทำให้การบริหารจัดการยุ่งยากขึ้น ในทางกลับกัน ทุนที่ต่ำเกินไปอาจไม่เพียงพอกับการลงทุนที่วางไว้ ผู้ประกอบการจึงควรศึกษาทั้ง งบประมาณที่ต้องใช้ในการเปิดบริษัท และความต้องการเงินลงทุนจริง
4. เอกสารจัดตั้ง Holding Company มีอะไรบ้าง?
เมื่อกำหนดโครงสร้างบริษัทเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมข้อมูลและเอกสารสำหรับจดทะเบียนบริษัทจำกัดผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ข้อมูลสำคัญที่ควรเตรียม
- ชื่อบริษัทที่ต้องการจดทะเบียน และชื่อสำรองตามความเหมาะสม
- รายละเอียดผู้เริ่มก่อการ ผู้ถือหุ้น และจำนวนหุ้นที่แต่ละรายจะถือ
- ชื่อกรรมการและอำนาจกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท
- ที่ตั้งสำนักงานใหญ่และข้อมูลสถานที่ที่สามารถใช้จดทะเบียนได้
- วัตถุประสงค์ของบริษัท โดยครอบคลุมกิจกรรมการลงทุนหรือการถือหุ้นตามที่ตั้งใจดำเนินการ
- ทุนจดทะเบียน จำนวนหุ้น มูลค่าหุ้น และข้อมูลการชำระค่าหุ้น
- ข้อมูลสำหรับจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิและเอกสารประกอบการจัดตั้ง
เอกสารทางทะเบียนที่เกี่ยวข้อง
เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งบริษัทจำกัดประกอบด้วยคำขอจดทะเบียน หนังสือบริคณห์สนธิ รายละเอียดวัตถุประสงค์ รายการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น และหลักฐานอื่นตามกรณี รวมถึงข้อมูลการประชุมจัดตั้งบริษัทและการรับชำระค่าหุ้น
สำหรับการยื่นออนไลน์ ระบบอาจใช้การยืนยันตัวตนและข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แทนเอกสารบางรายการ จึงควรตรวจสอบรายการที่ระบบร้องขอให้ตรงกับลักษณะคำขอ ไม่ควรใช้รายการเอกสารกระดาษแบบเดิมเป็นข้อกำหนดตายตัวทุกกรณี
ศึกษาข้อมูลประกอบได้จากบทความ ยื่นคำขอจดทะเบียนบริษัท ขั้นตอนและเอกสาร ซึ่งอธิบายข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนจดทะเบียน
5. ขั้นตอนจดทะเบียน Holding Company ผ่าน DBD Biz Regist
เมื่อเตรียมข้อมูลพร้อมแล้ว การจดทะเบียนบริษัทจำกัดสามารถดำเนินการผ่านระบบ DBD Biz Regist ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยมีลำดับงานสำคัญดังนี้
- ตรวจสอบชื่อบริษัท: เลือกชื่อที่ไม่ขัดต่อหลักเกณฑ์และดำเนินการตรวจสอบหรือจองชื่อนิติบุคคลตามระบบ
- สมัครและยืนยันตัวตน: ผู้เกี่ยวข้องต้องดำเนินการตามวิธีการยืนยันตัวตนที่ระบบกำหนด
- กรอกข้อมูลจัดตั้งบริษัท: ระบุข้อมูลผู้เริ่มก่อการ บริษัท กรรมการ ผู้ถือหุ้น ทุน และวัตถุประสงค์ให้ครบถ้วน
- ดำเนินการตามขั้นตอนการจัดตั้ง: รวมถึงการจองซื้อหุ้น การประชุมจัดตั้งบริษัท การแต่งตั้งกรรมการ และการชำระค่าหุ้นตามข้อกำหนด
- ยื่นคำขอให้นายทะเบียนพิจารณา: ตรวจความถูกต้องของรายการก่อนส่งคำขอ และแก้ไขเพิ่มเติมหากได้รับแจ้ง
- ลงลายมือชื่อและชำระค่าธรรมเนียม: ทำรายการตามกระบวนการที่ระบบกำหนด เมื่อได้รับอนุมัติและดำเนินการครบถ้วนแล้วจึงรับเอกสารจดทะเบียน
การจัดตั้งบริษัทใหม่ควรให้ความสำคัญกับข้อมูลตั้งแต่ครั้งแรก เพราะหากต้องแก้ไขชื่อ กรรมการ ทุน หรือวัตถุประสงค์ภายหลัง อาจต้องดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม สามารถศึกษาต่อได้จากบทความ การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อมูลบริษัท

6. หลังจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้ง ต้องดำเนินการอะไรต่อ?
การได้รับหนังสือรับรองนิติบุคคลเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการดำเนินธุรกิจ หลังจากนั้นบริษัทต้องจัดการเรื่องเงินทุน การลงทุนในบริษัทอื่น และเอกสารทางบัญชีให้ครบถ้วน
เปิดบัญชีธนาคารและจัดระบบรับจ่ายเงิน
ควรแยกเงินของบริษัทออกจากเงินส่วนตัวของผู้ถือหุ้นและกรรมการอย่างชัดเจน หากบริษัทโฮลดิ้งจะซื้อหุ้นหรือให้กู้ยืมเงินแก่บริษัทอื่น ต้องมีเอกสารและหลักฐานรองรับรายการเพื่อให้ตรวจสอบได้

เตรียมระบบบัญชีและงบการเงิน
บริษัทโฮลดิ้งมีหน้าที่จัดทำบัญชีและงบการเงินตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง แม้ว่ารายได้หลักจะมาจากเงินปันผลหรือผลตอบแทนจากเงินลงทุนก็ตาม รายการที่ควรควบคุมเป็นพิเศษ ได้แก่ เงินลงทุนในบริษัทอื่น เงินให้กู้ยืม ดอกเบี้ยรับ เงินปันผลรับ และค่าใช้จ่ายในการบริหาร
หากบริษัทแม่มีอำนาจควบคุมบริษัทอื่น อาจมีประเด็นการจัดทำงบการเงินรวมตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่ใช้บังคับ ทั้งนี้ต้องพิจารณาเงื่อนไขและข้อยกเว้นของกิจการด้วย
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ งบการเงินคืออะไรและมีความสำคัญอย่างไร เพื่อทำความเข้าใจข้อมูลที่ผู้บริหารควรติดตามหลังจดทะเบียนบริษัท
ตรวจสอบภาษีตามประเภทของรายได้
บริษัทโฮลดิ้งอาจมีรายได้หลายประเภท เช่น เงินปันผล ดอกเบี้ย กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุน หรือค่าบริหารจัดการ ซึ่งมีหลักเกณฑ์ภาษีแตกต่างกัน การรับเงินปันผลจากบริษัทลูกจึงต้องตรวจสอบเงื่อนไขทางภาษีของผู้รับและผู้จ่าย ไม่ควรสรุปว่าเงินปันผลได้รับยกเว้นภาษีทุกกรณี
สามารถศึกษาประเด็นเบื้องต้นจากบทความ การจ่ายเงินปันผลของบริษัทจำกัด และตรวจสอบเงื่อนไขตามกฎหมายภาษีที่ใช้บังคับก่อนดำเนินการจริง
วางแผนบัญชีและภาษีตั้งแต่เริ่มจัดตั้งบริษัท
การเตรียมระบบบัญชีตั้งแต่ต้นช่วยให้ติดตามเงินลงทุน รายการระหว่างบริษัท และเอกสารทางภาษีได้เป็นระบบ สามารถสอบถามสำนักงานบัญชี พีทูพี เพื่อประเมินแนวทางที่เหมาะสมกับธุรกิจได้
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc7. ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้ง Holding Company มีอะไรบ้าง?
ค่าใช้จ่ายควรแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือค่าใช้จ่ายในช่วงจัดตั้งและค่าใช้จ่ายต่อเนื่องหลังจดทะเบียน โดยทั่วไปค่าจัดตั้งครอบคลุมค่าธรรมเนียมราชการ ค่าเอกสาร และค่าบริการดำเนินการหากใช้ผู้ให้บริการภายนอก ส่วนค่าใช้จ่ายต่อเนื่องอาจมีค่าทำบัญชี ค่าตรวจสอบงบการเงิน ค่าจัดทำเอกสารบริษัท และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน
บริษัทที่มีโครงสร้างผู้ถือหุ้นซับซ้อนหรือมีแผนโอนหุ้นระหว่างกิจการควรพิจารณาค่าที่ปรึกษาด้านกฎหมายและภาษีเพิ่มเติมด้วย เพราะค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจแตกต่างจากการจัดตั้งบริษัทจำกัดทั่วไป
อ่านรายละเอียดได้จาก ค่าบริการและค่าธรรมเนียมจดทะเบียนบริษัท เพื่อแยกรายการต้นทุนก่อนกำหนดงบประมาณ

8. ข้อควรระวังก่อนจดทะเบียนบริษัทโฮลดิ้ง

ก่อนเริ่มดำเนินการควรตรวจสอบประเด็นที่อาจทำให้โครงสร้างธุรกิจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยเฉพาะการถือหุ้น การโอนหุ้น และต้นทุนภาษีที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
- อย่าพิจารณาเฉพาะจำนวนหุ้น: ต้องตรวจสอบสิทธิออกเสียงและข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้นประกอบกัน
- อย่าเข้าใจว่าการจัดตั้งบริษัทแม่จะทำให้ได้รับสิทธิภาษีทันที: สิทธิประโยชน์ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของกฎหมายและธุรกรรมจริง
- ควรตรวจสอบก่อนโอนหุ้นเดิม: การโอนหุ้นอาจมีผลด้านภาษี อากรและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
- แยกธุรกรรมของแต่ละนิติบุคคล: ไม่ควรใช้เงินของบริษัทหนึ่งชำระค่าใช้จ่ายของอีกบริษัทโดยไม่มีเหตุและหลักฐานรองรับ
- ตรวจข้อจำกัดกฎหมายเฉพาะ: โดยเฉพาะกรณีมีผู้ถือหุ้นต่างชาติหรือประกอบกิจการที่ต้องได้รับอนุญาตเพิ่มเติม
หากต้องการผู้ช่วยเตรียมข้อมูลจดทะเบียน สามารถศึกษา การให้คำปรึกษาจดทะเบียนบริษัท เพื่อพิจารณาขอบเขตงานก่อนเริ่มดำเนินการ
9. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจัดตั้ง Holding Company
จัดตั้ง Holding Company ต้องมีผู้เริ่มก่อการกี่คน?
การจัดตั้งบริษัทจำกัดต้องมีผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คนตามกฎหมาย โดยผู้เริ่มก่อการต้องเป็นบุคคลธรรมดาและจองซื้อหุ้นอย่างน้อยคนละหนึ่งหุ้น
ต้องมีบริษัทลูกก่อนจึงจะจดทะเบียนบริษัทโฮลดิ้งได้หรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องมีบริษัทลูกก่อนจัดตั้งบริษัทแม่เสมอไป แต่การดำเนินธุรกิจตามวัตถุประสงค์ด้านการถือหุ้นและลงทุนต้องเกิดขึ้นจริงและมีหลักฐานประกอบที่เหมาะสม
การจดทะเบียน Holding Company ต้องใช้ทุนเท่าไร?
ไม่มีทุนจดทะเบียนจำนวนเดียวที่เหมาะกับทุกบริษัทโฮลดิ้ง ควรพิจารณาจากมูลค่าการลงทุน แหล่งเงินทุน และแผนการดำเนินงาน พร้อมปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ทุนและการชำระค่าหุ้นของบริษัทจำกัด
บริษัทโฮลดิ้งไม่มีรายได้ต้องจัดทำบัญชีหรือไม่?
ยังคงมีหน้าที่จัดทำบัญชีและงบการเงินตามกฎหมาย แม้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นจะไม่มีรายได้จากการดำเนินงานก็ตาม
จัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งแล้วโอนหุ้นบริษัทเดิมเข้ามาได้หรือไม่?
สามารถพิจารณาการโอนหุ้นภายใต้กฎหมายและข้อบังคับของบริษัทที่เกี่ยวข้องได้ แต่ควรตรวจสอบขั้นตอน เอกสาร ข้อจำกัดการโอน และผลกระทบทางภาษีก่อนทำธุรกรรม

10. สรุป: จัดตั้ง Holding Company อย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ
การจัดตั้ง Holding Company ไม่ได้เริ่มต้นจากการยื่นคำขอจดทะเบียนเพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากการกำหนดวัตถุประสงค์ของการลงทุน วางโครงสร้างผู้ถือหุ้น ประเมินทุนและต้นทุนบริหาร เตรียมเอกสาร แล้วจึงดำเนินการจดทะเบียนบริษัทตามกระบวนการของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
หลังจัดตั้งแล้ว ควรมีระบบบัญชีที่สามารถแยกเงินลงทุนและธุรกรรมระหว่างบริษัทได้อย่างชัดเจน รวมถึงตรวจสอบภาระภาษีและการจัดทำงบการเงินอย่างต่อเนื่อง การวางแผนตั้งแต่ต้นจะช่วยให้โครงสร้างบริษัทสอดคล้องกับเป้าหมายการดำเนินธุรกิจ และลดความจำเป็นในการแก้ไขภายหลัง
ปรึกษาการจดทะเบียนบริษัทและการจัดระบบบัญชีภาษี
สำนักงานบัญชี พีทูพี ให้คำแนะนำด้านจดทะเบียนบริษัท โครงสร้างผู้ถือหุ้น ระบบบัญชี และภาษี เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมก่อนดำเนินการ
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc