views

ยอดขายกำลังโตจนใกล้ 1.8 ล้านบาท อย่ารอให้เกินแล้วค่อยเริ่มตรวจเรื่อง VAT

จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT รายได้เกิน 1.8 ล้าน ต้องทำอย่างไร

เมื่อธุรกิจเริ่มมียอดขายเพิ่มขึ้น หนึ่งในเรื่องที่ผู้ประกอบการควรติดตามคือ “รายรับสะสม” เพราะหากประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จะเกิดหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT

ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการจดทะเบียนให้ทันเวลา เพราะหลังเข้าสู่ระบบ VAT แล้ว กิจการยังมีหน้าที่ออกใบกำกับภาษี จัดทำรายงานภาษีซื้อและภาษีขาย เก็บเอกสาร และยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน

บทความนี้สรุปตั้งแต่ใครต้องจด VAT เกณฑ์รายได้ 1.8 ล้านบาท วิธีนับกำหนด 30 วัน ภาษีซื้อ ภาษีขาย ใบกำกับภาษี ตลอดจนหน้าที่หลังจดทะเบียน เพื่อให้ผู้ประกอบการเห็นภาพตั้งแต่ก่อนจดจนถึงการทำงานจริงในแต่ละเดือน

✓ รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องตรวจหน้าที่จด VAT
✓ เมื่อรายรับเกินเกณฑ์ ต้องยื่นจดทะเบียนภายใน 30 วัน
✓ หลังจดแล้วต้องจัดทำภาษีซื้อ ภาษีขาย และยื่น ภ.พ.30
✓ ไม่ใช่รายจ่ายทุกอย่างจะนำภาษีซื้อมาหักได้
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT

ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT คืออะไร

ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ Value Added Tax : VAT เป็นภาษีทางอ้อมที่จัดเก็บจากการขายสินค้าและการให้บริการในแต่ละขั้นตอนของธุรกิจ โดยผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่เรียกเก็บภาษีจากผู้ซื้อหรือผู้รับบริการ แล้วนำมาคำนวณกับภาษีซื้อของกิจการก่อนนำส่งกรมสรรพากร

สำหรับกิจการทั่วไปในปัจจุบัน อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ใช้คือร้อยละ 7 ดังนั้นหากขายสินค้าราคา 100 บาทก่อน VAT จะมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 บาท รวมเป็นเงินที่เรียกเก็บจากลูกค้า 107 บาท

อย่างไรก็ตาม การอยู่ในระบบ VAT ไม่ได้หมายความว่ากิจการนำภาษีซื้อทุกใบมาหักภาษีขายได้ทั้งหมด ต้องพิจารณาความถูกต้องของใบกำกับภาษี ความเกี่ยวข้องกับกิจการ และข้อห้ามตามกฎหมายด้วย

ใครมีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

กรณีที่พบมากที่สุดคือผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการเป็นปกติธุระ ซึ่งสินค้าหรือบริการนั้นอยู่ในบังคับต้องเสีย VAT และมีรายรับเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี

กลุ่มที่ควรตรวจหน้าที่จด VAT

  • ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
  • กิจการที่อยู่ระหว่างเตรียมประกอบกิจการและมีการลงทุนตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
  • ผู้ประกอบการต่างประเทศที่ขายสินค้าหรือให้บริการในประเทศไทยเป็นปกติธุระ โดยมีตัวแทนในประเทศไทยตามกรณี

ก่อนสรุปว่าต้องจด VAT หรือไม่ ควรตรวจด้วยว่ารายได้ของกิจการนั้นอยู่ในประเภทที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายหรือไม่ เพราะกิจการบางประเภทแม้มีรายรับสูงก็อาจมีหลักเกณฑ์ต่างจากธุรกิจทั่วไป

รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท ต้องจด VAT ภายในกี่วัน

หากกิจการอยู่ในข่ายต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีรายรับเกินเกณฑ์

ดังนั้นเจ้าของกิจการไม่ควรรอให้ปิดบัญชีสิ้นปีจึงค่อยตรวจยอดขาย แต่ควรติดตามรายรับสะสมเป็นระยะ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีรายได้เติบโตเร็ว ร้านค้าออนไลน์ ร้านอาหาร ธุรกิจบริการ และกิจการที่มียอดขายผันผวนตามฤดูกาล

อย่ารอให้ยอดขายเกินแล้วจึงเริ่มเตรียม VAT

หากยอดรายรับใกล้ 1.8 ล้านบาท ควรเริ่มตรวจประเภทกิจการ เอกสาร และระบบออกใบกำกับภาษีล่วงหน้า

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

รายได้ยังไม่ถึง 1.8 ล้านบาท จด VAT ได้หรือไม่

รายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาทไม่ได้หมายความว่าจะห้ามจด VAT เสมอไป ผู้ประกอบการบางกรณีสามารถยื่นขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้โดยสมัครใจ หากประกอบกิจการที่อยู่ในระบบ VAT และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

การสมัครเข้าระบบ VAT ก่อนถึงเกณฑ์ควรพิจารณาจากลักษณะธุรกิจ เช่น ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่ต้องการใบกำกับภาษี มีการลงทุนหรือซื้อสินค้าที่มี VAT จำนวนมาก หรือมีแผนขยายกิจการในระยะใกล้

แต่ควรมองอีกด้านด้วยว่า เมื่อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนแล้ว จะมีหน้าที่ด้านเอกสารและการยื่นแบบทุกเดือน จึงควรพิจารณาทั้งประโยชน์และภาระงานก่อนตัดสินใจ

หน้าที่หลังจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

จด VAT แล้วมีหน้าที่อะไรบ้าง

การจด VAT ไม่ได้จบในวันที่ได้รับทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หลังจากนั้นกิจการต้องจัดระบบเอกสารให้สามารถตรวจสอบภาษีขาย ภาษีซื้อ และยอดที่ต้องนำส่งในแต่ละเดือน

  • ออกใบกำกับภาษีเมื่อความรับผิดในการเสีย VAT เกิดขึ้นตามหลักเกณฑ์
  • จัดทำรายงานภาษีขาย
  • จัดทำรายงานภาษีซื้อ
  • จัดเก็บใบกำกับภาษีและเอกสารประกอบให้เป็นระบบ
  • คำนวณภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อที่ใช้สิทธิได้
  • ยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน
  • ชำระภาษีเพิ่มเติมหากภาษีขายสูงกว่าภาษีซื้อที่นำมาหักได้

ผู้ประกอบการที่เพิ่งจด VAT ควรให้ความสำคัญกับระบบเอกสารตั้งแต่เดือนแรก เพราะหากเอกสารย้อนหลังไม่ครบหรือแยกภาษีซื้อ–ภาษีขายไม่ถูกต้อง การแก้ไขภายหลังมักใช้เวลาและอาจมีผลต่อภาษีที่ต้องชำระ

ภาษีขาย คืออะไร

ภาษีขาย คือภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนเรียกเก็บจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ เมื่อเกิดความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

ตัวอย่างเช่น กิจการขายสินค้าราคา 10,000 บาทก่อน VAT หากใช้อัตรา 7% จะมีภาษีขาย 700 บาท และลูกค้าชำระรวม 10,700 บาท

ภาษีซื้อ คืออะไร

ภาษีซื้อ คือ VAT ที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนจ่ายให้แก่ผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการรายอื่นจากการซื้อสินค้าหรือรับบริการที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการ

แต่การมีใบกำกับภาษีไม่ได้หมายความว่าภาษีซื้อทุกใบสามารถนำมาหักได้ทันที ต้องตรวจทั้งรูปแบบใบกำกับภาษี ความเกี่ยวข้องกับกิจการ และรายการภาษีซื้อต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร

VAT ที่ต้องชำระคำนวณอย่างไร

ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระ = ภาษีขาย − ภาษีซื้อที่นำมาใช้สิทธิได้

หากภาษีขายมากกว่า กิจการมีภาษีต้องชำระเพิ่ม
หากภาษีซื้อมากกว่า อาจมีเครดิตภาษีหรือสิทธิขอคืนตามหลักเกณฑ์

ตัวอย่าง หากเดือนหนึ่งกิจการมีภาษีขาย 14,000 บาท และมีภาษีซื้อที่ใช้สิทธิได้ 8,000 บาท กิจการจะมี VAT ต้องชำระ 6,000 บาท

ใบกำกับภาษีสำคัญอย่างไร

ใบกำกับภาษีเป็นเอกสารสำคัญในระบบ VAT ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่ออกใบกำกับภาษีเมื่อมีการขายสินค้าหรือให้บริการตามเวลาที่ความรับผิดทางภาษีเกิดขึ้น

ในทางปฏิบัติพบทั้งใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปและใบกำกับภาษีอย่างย่อ โดยการนำภาษีซื้อมาใช้สิทธิต้องตรวจว่าเอกสารนั้นเข้าเงื่อนไขตามกฎหมายหรือไม่

สาระสำคัญของใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป

  1. คำว่า “ใบกำกับภาษี” ในที่เห็นได้เด่นชัด
  2. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ประกอบการที่ออกใบกำกับภาษี
  3. ชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการตามหลักเกณฑ์
  4. หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี
  5. ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือบริการ
  6. จำนวน VAT ที่แยกออกจากมูลค่าสินค้าหรือบริการ
  7. วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี
  8. ข้อความหรือรายการอื่นตามที่กฎหมายกำหนด

ก่อนบันทึกภาษีซื้อควรตรวจใบกำกับภาษีทุกครั้ง โดยเฉพาะชื่อกิจการ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ที่อยู่ สาขา และรายละเอียดอื่นที่เกี่ยวข้อง เพราะเอกสารที่ไม่ถูกต้องอาจมีผลต่อสิทธิในการนำภาษีซื้อมาใช้

ภ.พ.30 ต้องยื่นเมื่อไร

ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 เป็นรายเดือน แม้บางเดือนจะไม่มีรายการขาย หรือไม่มีภาษีที่ต้องชำระก็ตาม

กำหนดปกติสำหรับการยื่นแบบคือภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ส่วนการยื่นผ่านระบบอินเทอร์เน็ตอาจได้รับสิทธิขยายกำหนดเวลาตามประกาศที่ใช้บังคับ ซึ่งปัจจุบันโดยทั่วไปเป็นภายในวันที่ 23 ของเดือนถัดไป

ก่อนยื่นจริงควรตรวจปฏิทินภาษีของกรมสรรพากรในแต่ละเดือนด้วย เพราะหากวันครบกำหนดตรงกับวันหยุดราชการ วันยื่นอาจเลื่อนไปตามหลักเกณฑ์

จด VAT แล้ว ต้องดูเอกสารทุกเดือน ไม่ใช่เฉพาะตอนยื่นภาษี

การเก็บใบกำกับภาษี แยกภาษีซื้อ–ภาษีขาย และตรวจยอดระหว่างเดือน ช่วยลดงานแก้ไขก่อนถึงวันยื่น ภ.พ.30

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

กิจการที่ไม่ต้องจด VAT มีกรณีใดบ้าง

ผู้ประกอบการที่มีรายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีโดยทั่วไปได้รับยกเว้นหน้าที่จดทะเบียน VAT หากไม่มีเหตุอื่นที่ทำให้ต้องจด รวมถึงกิจการบางประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรพิจารณาจากยอดรายรับเพียงอย่างเดียว เพราะสินค้าหรือบริการบางประเภทมีหลักเกณฑ์เฉพาะ ก่อนสรุปว่ากิจการได้รับยกเว้นควรตรวจประเภทกิจการตามกฎหมายอีกครั้ง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยหลังจด VAT

ไม่ติดตามยอดรายรับสะสม

ทำให้รู้ตัวช้าว่ารายรับเกิน 1.8 ล้านบาทและอาจดำเนินการไม่ทันกำหนด

นำภาษีซื้อมาใช้ทุกใบ

ภาษีซื้อบางรายการใช้สิทธิไม่ได้ หรือเอกสารอาจไม่ครบตามเงื่อนไข

ไม่มีรายได้แล้วไม่ยื่น ภ.พ.30

หลังจด VAT แล้วต้องยื่นแบบทุกเดือนตามหน้าที่ แม้ไม่มีรายการในเดือนนั้น

ออกใบกำกับภาษีไม่ถูกต้อง

ข้อมูลผิด สาขาไม่ถูก หรือเอกสารไม่ครบ อาจสร้างปัญหาให้ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ

ก่อนจด VAT ควรเตรียมระบบอะไรบ้าง

ธุรกิจที่กำลังเข้าใกล้เกณฑ์ VAT ควรเตรียมระบบก่อนวันที่เริ่มมีหน้าที่จริง ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมออกเอกสาร การกำหนดเลขที่ใบกำกับภาษี การเก็บเอกสารซื้อ การแยกสาขา และการตรวจยอดขายจากช่องทางต่าง ๆ

โดยเฉพาะธุรกิจออนไลน์ ควรตรวจให้ยอดขายจาก Marketplace เว็บไซต์ Social Media การโอนตรง และช่องทางหน้าร้านถูกรวบรวมเข้าด้วยกัน เพราะการดูเฉพาะยอดเงินที่เข้าบัญชีธนาคารอาจไม่สะท้อนรายรับของกิจการทั้งหมด

สามารถศึกษาเรื่องการจัดระบบเพิ่มเติมได้ที่บริการรับวางระบบบัญชีและบริการรับทำบัญชี

ภาษีซื้อภาษีขายและการจัดระบบ VAT

คำถามที่พบบ่อย

รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท ต้องจด VAT เมื่อไร?

หากเป็นกิจการที่อยู่ในบังคับ VAT ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี

รายได้ยังไม่ถึง 1.8 ล้านบาท สมัครจด VAT ได้ไหม?

บางกรณีสามารถสมัครจดได้ หากประกอบกิจการที่อยู่ในระบบ VAT และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

จด VAT แล้ว ไม่มีรายได้ ต้องยื่น ภ.พ.30 หรือไม่?

ต้องยื่นแบบเป็นรายเดือนตามหน้าที่ของผู้ประกอบการจดทะเบียน แม้เดือนนั้นไม่มีรายการขายหรือไม่มีภาษีต้องชำระ

ภาษีซื้อทุกใบหักภาษีขายได้หรือไม่?

ไม่ได้ ต้องเป็นภาษีซื้อที่เข้าเงื่อนไข เอกสารครบถ้วน เกี่ยวข้องกับกิจการ และไม่เป็นภาษีซื้อต้องห้าม

VAT ปัจจุบันกี่เปอร์เซ็นต์?

อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มทั่วไปปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 7 ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

สรุป จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องดูทั้ง “ยอดรายรับ” และ “ประเภทกิจการ”

หากธุรกิจขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในบังคับ VAT และมีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกิน ไม่ควรรอจนสิ้นปีจึงตรวจยอดย้อนหลัง

หลังจด VAT แล้ว สิ่งที่สำคัญพอ ๆ กับการยื่นแบบคือการจัดระบบใบกำกับภาษี ภาษีซื้อ ภาษีขาย และเอกสารของกิจการ เพราะข้อมูลเหล่านี้เป็นฐานในการคำนวณ ภ.พ.30 ทุกเดือน

หากยอดขายของกิจการเริ่มใกล้เกณฑ์ 1.8 ล้านบาท ควรตรวจหน้าที่และเตรียมระบบก่อนถึงวันที่ต้องจดจริง จะช่วยลดปัญหาเรื่องเอกสาร การออกใบกำกับภาษี และการยื่นภาษีย้อนหลังภายหลัง

รายรับใกล้ 1.8 ล้านบาท และยังไม่แน่ใจว่าต้องจด VAT หรือไม่?

สำนักงานบัญชี พีทูพี ให้คำปรึกษาเรื่องการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม การเตรียมระบบเอกสาร ภาษีซื้อ ภาษีขาย และงานบัญชีหลังเข้าสู่ระบบ VAT

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

บทความที่น่าสนใจ