ตัวเลขในบัญชีอาจถูกต้องทางบัญชี แต่เมื่อนำไปคำนวณภาษีอาจต้องมีการปรับบางรายการก่อน
บัญชีภาษีอากรคืออะไร ต่างจากบัญชีการเงินอย่างไร
ผู้ประกอบการอาจเคยสงสัยว่า ในเมื่อบริษัททำบัญชีและมีงบการเงินอยู่แล้ว เหตุใดตอนคำนวณภาษีจึงยังต้องมีรายการบวกกลับ ปรับปรุงค่าใช้จ่าย หรือตรวจเอกสารเพิ่มเติมอีกครั้ง คำตอบอยู่ที่ความแตกต่างระหว่าง “หลักบัญชี” กับ “หลักภาษี”
บัญชีการเงินมีเป้าหมายในการบันทึกและสรุปข้อมูลเพื่อสะท้อนฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของกิจการ ส่วนบัญชีภาษีอากรเป็นการนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาต่อภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายภาษี เพื่อให้ได้ฐานที่ใช้คำนวณภาษีอย่างถูกต้อง
ดังนั้น “กำไรในงบ” กับ “กำไรที่นำไปเสียภาษี” จึงอาจไม่เท่ากัน บทความนี้จะอธิบายความแตกต่าง ตัวอย่างรายการปรับปรุง เอกสารที่เกี่ยวข้อง และสิ่งที่เจ้าของธุรกิจควรตรวจระหว่างปี
.jpg)
บัญชีภาษีอากรคืออะไร
บัญชีภาษีอากรในทางปฏิบัติหมายถึงการนำข้อมูลทางบัญชีของกิจการมาพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายภาษี เพื่อให้สามารถคำนวณภาษีและจัดทำแบบภาษีได้อย่างเหมาะสม
กิจการจึงไม่ได้ทำบัญชีอีกชุดหนึ่งขึ้นมาแทนบัญชีการเงินทุกครั้ง แต่ใช้ข้อมูลจากระบบบัญชีเป็นจุดเริ่มต้น แล้วตรวจว่ามีรายการใดที่หลักภาษีกำหนดแตกต่างจากวิธีที่บันทึกทางบัญชีหรือไม่
หากธุรกิจต้องการจัดข้อมูลประจำเดือนให้ต่อเนื่อง สามารถดู บริการรับทำบัญชี เพื่อให้รายได้ ค่าใช้จ่าย เอกสาร และภาษีถูกจัดไว้ตั้งแต่ระหว่างปี
บัญชีการเงินคืออะไร
บัญชีการเงินเป็นการบันทึกและสรุปธุรกรรมของกิจการ เพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานและฐานะการเงิน เช่น รายได้ ค่าใช้จ่าย สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ ข้อมูลดังกล่าวนำไปจัดทำรายงานและงบการเงิน
หากต้องการเข้าใจผลลัพธ์ปลายทางของระบบบัญชี สามารถอ่านบทความเรื่อง งบการเงินคืออะไร ในเว็บไซต์ และอ่าน ผังบัญชีคืออะไร เพื่อดูว่ารายการต่าง ๆ ถูกจัดหมวดก่อนกลายเป็นงบอย่างไร
บัญชีการเงินกับบัญชีภาษีต่างกันตรงไหน
มุ่งบันทึกและนำเสนอข้อมูลฐานะการเงินและผลการดำเนินงานตามหลักและมาตรฐานทางบัญชีที่เกี่ยวข้อง
นำข้อมูลบัญชีมาพิจารณาตามกฎหมายภาษี เพื่อหาฐานภาษีและจำนวนภาษีที่เกี่ยวข้อง
จุดที่เจ้าของกิจการควรเข้าใจคือ “ถูกทางบัญชี” ไม่ได้หมายความว่า “หักภาษีได้ทั้งหมด” และในทางกลับกัน กฎหมายภาษีอาจมีหลักเกณฑ์เฉพาะสำหรับรายได้ ค่าใช้จ่าย หรือการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา
กำไรทางบัญชีกับกำไรทางภาษีต่างกันอย่างไร
กำไรทางบัญชีเป็นผลจากรายได้หักต้นทุนและค่าใช้จ่ายตามระบบบัญชี แต่เมื่อนำไปคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ต้องตรวจและปรับรายการตามเงื่อนไขทางภาษีเพื่อให้ได้กำไรสุทธิทางภาษี
แนวคิดแบบง่าย
กำไรทางบัญชี
+ รายการที่ต้องบวกกลับทางภาษี
− รายการที่ได้รับยกเว้นหรือมีสิทธิหักเพิ่มตามหลักเกณฑ์
= กำไรสุทธิทางภาษี
รายละเอียดเรื่องการคำนวณโดยตรงสามารถอ่านต่อที่ วิธีคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งแยก Search Intent เรื่องการคำนวณออกจากหน้านี้ชัดเจน

รายจ่ายต้องห้ามคืออะไร
รายจ่ายต้องห้ามเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้กำไรทางบัญชีไม่เท่ากับกำไรทางภาษี กล่าวง่าย ๆ คือกิจการอาจบันทึกรายการเป็นค่าใช้จ่ายในบัญชีแล้ว แต่กฎหมายภาษีไม่อนุญาตให้นำรายการนั้นมาหักในการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษีทั้งหมดหรือบางส่วน
ตัวอย่างลักษณะที่ควรระวัง ได้แก่ รายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการหากำไรของกิจการ รายจ่ายที่กำหนดขึ้นโดยไม่มีการจ่ายจริง หรือรายการที่เข้าเงื่อนไขต้องห้ามอื่นตามกฎหมาย การพิจารณาต้องดูข้อเท็จจริงและเอกสารของแต่ละรายการ
จ่ายเงินจริง ไม่ได้แปลว่าหักภาษีได้ทุกครั้ง
ควรตรวจความเกี่ยวข้องกับกิจการ หลักฐาน และเงื่อนไขทางภาษีก่อนนำรายจ่ายมาคำนวณกำไรสุทธิ
โทร 097-236-2994LINE: p2paccตัวอย่างการปรับกำไรทางบัญชีเป็นกำไรทางภาษี
สมมติบริษัทมีกำไรทางบัญชี 1,000,000 บาท และพบว่ามีค่าใช้จ่ายจำนวน 80,000 บาทที่บันทึกในบัญชีแล้ว แต่เมื่อพิจารณาทางภาษีไม่เข้าเงื่อนไขให้นำมาหัก
กำไรทางบัญชี = 1,000,000 บาท
บวกกลับรายจ่าย = 80,000 บาท
กำไรหลังการปรับรายการตัวอย่าง = 1,080,000 บาท
ตัวอย่างนี้มีไว้เพื่ออธิบายหลักการเท่านั้น การคำนวณจริงอาจมีรายการปรับปรุงอื่น สิทธิทางภาษี เครดิตภาษี และข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
เอกสารมีผลต่อบัญชีภาษีอย่างไร
ค่าใช้จ่ายทางธุรกิจควรมีหลักฐานที่สามารถเชื่อมโยงกับรายการจริง เช่น ใบกำกับภาษี ใบเสร็จ สัญญา ใบส่งของ หลักฐานการชำระเงิน หรือเอกสารภายในตามลักษณะรายการ
หากเอกสารไม่ครบ การพิสูจน์ว่าเป็นรายจ่ายของกิจการอาจทำได้ยากขึ้น ผู้ประกอบการสามารถอ่าน บิลเงินสดและหลักฐานค่าใช้จ่าย เพื่อดูประเด็นเรื่องเอกสารประกอบเพิ่มเติม
VAT เป็นบัญชีภาษีอีกส่วนที่ต้องแยกให้ชัด
กิจการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มต้องดูทั้งภาษีขาย ภาษีซื้อ เอกสาร และช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรนำเรื่อง VAT ไปรวมกับภาษีเงินได้นิติบุคคลจนทำให้ผู้ประกอบการสับสน
หากกำลังศึกษาว่าธุรกิจต้องเข้าสู่ระบบ VAT หรือไม่ สามารถอ่าน การจดทะเบียน VAT
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายก็ต้องเชื่อมกับบัญชี
เมื่อบริษัทจ่ายค่าบริการ ค่าเช่า หรือเงินได้ประเภทที่อยู่ในหลักเกณฑ์หัก ณ ที่จ่าย ฝ่ายบัญชีต้องพิจารณาทั้งการบันทึกค่าใช้จ่าย จำนวนเงินจ่าย ภาษีที่หัก และการนำส่งแบบให้สอดคล้องกัน
หากระบบเอกสารและบัญชีถูกแยกคนละส่วนโดยไม่มีการตรวจ รายการภาษีอาจตกหล่นได้ง่าย ธุรกิจที่มีธุรกรรมจำนวนมากจึงควรวาง Workflow ให้ชัด สามารถดู บริการรับวางระบบบัญชี

ภ.ง.ด.51 กับ ภ.ง.ด.50 เกี่ยวข้องอย่างไร
สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ ภ.ง.ด.51 เป็นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบ ส่วน ภ.ง.ด.50 ใช้สำหรับภาษีสิ้นรอบบัญชี
โดยทั่วไป ภ.ง.ด.51 ยื่นภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบ 6 เดือนแรก ส่วน ภ.ง.ด.50 ยื่นภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบบัญชี
ผู้ประกอบการสามารถอ่านรายละเอียดเฉพาะเรื่องที่ ภ.ง.ด.51 ภาษีนิติบุคคลครึ่งปี และ การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล
ทำไมควรตรวจภาษีตั้งแต่ระหว่างปี
ถ้ารอถึงปลายปีจึงตรวจบัญชีภาษี อาจพบว่าเอกสารหาย รายจ่ายบางรายการไม่มีหลักฐาน การหัก ณ ที่จ่ายตกหล่น หรือวิธีบันทึกไม่สัมพันธ์กับข้อเท็จจริง
การตรวจระหว่างปีช่วยให้ธุรกิจแก้ปัญหาได้ทัน และยังช่วยประมาณภาระภาษีล่วงหน้า ผู้ประกอบการที่ต้องการวางแผนจากข้อมูลจริงสามารถดู บริการวางแผนภาษี
ภาษีปลายปี เริ่มจากเอกสารที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี
ยิ่งจัดบัญชี รายได้ ค่าใช้จ่าย และหลักฐานให้ครบระหว่างปี การตรวจภาษีตอนปิดงบก็ยิ่งทำได้ง่ายขึ้น
โทร 097-236-2994LINE: p2paccบัญชีภาษีเกี่ยวข้องกับงบการเงินอย่างไร
งบการเงินเกิดจากข้อมูลทางบัญชี ส่วนการคำนวณภาษีใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นฐานแล้วพิจารณาเงื่อนไขทางภาษีเพิ่มเติม ดังนั้นหากบัญชีต้นทางผิด ภาษีก็มีโอกาสผิดตามไปด้วย
ก่อนสิ้นปีควรตรวจทั้งบัญชีธนาคาร ลูกหนี้ เจ้าหนี้ สต๊อก สินทรัพย์ รายได้ และค่าใช้จ่าย เมื่อข้อมูลพร้อมจึงเข้าสู่ขั้นตอน ปิดงบการเงิน ได้เป็นระบบมากขึ้น
โปรแกรมบัญชีช่วยงานภาษีได้ แต่ไม่ได้ตัดสินแทนทั้งหมด
โปรแกรมช่วยจัดเก็บเอกสาร บันทึกข้อมูล แยกภาษี และสร้างรายงานได้เร็วขึ้น แต่การตัดสินว่ารายการใดหักภาษีได้หรือไม่ ยังต้องดูข้อเท็จจริงและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
กิจการที่ใช้โปรแกรม Express สามารถดู โปรแกรมบัญชี Express และควรตั้งผังบัญชีให้สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจเพื่อให้ง่ายต่อการตรวจข้อมูล
เช็กลิสต์บัญชีภาษีสำหรับเจ้าของ SME
- แยกเงินส่วนตัวออกจากเงินบริษัท
- ออกเอกสารขายให้ตรงกับรายการจริง
- รวบรวมเอกสารค่าใช้จ่ายทุกเดือน
- ตรวจภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้ครบ
- ตรวจ VAT ตามสถานะของกิจการ
- แยกรายจ่ายที่อาจมีเงื่อนไขทางภาษี
- กระทบยอดบัญชีธนาคารเป็นประจำ
- ตรวจลูกหนี้ เจ้าหนี้ และสต๊อก
- ตรวจบัญชีก่อนยื่น ภ.ง.ด.51
- ปรับกำไรทางบัญชีก่อนคำนวณ ภ.ง.ด.50
- เก็บหลักฐานให้สามารถค้นย้อนหลังได้
หากต้องการทบทวนพื้นฐานก่อน สามารถอ่าน บัญชีภาษีพื้นฐานสำหรับผู้ประกอบการ ซึ่งช่วยต่อยอดจากแนวคิดในบทความนี้
คำถามที่พบบ่อย
บัญชีภาษีอากรคืออะไร?
คือการนำข้อมูลทางบัญชีมาพิจารณาและปรับตามหลักเกณฑ์ทางภาษี เพื่อใช้คำนวณฐานภาษีและจัดทำแบบภาษีที่เกี่ยวข้อง
บัญชีการเงินกับบัญชีภาษีเหมือนกันไหม?
ไม่เหมือนกันทั้งหมด บัญชีการเงินใช้หลักและมาตรฐานทางบัญชี ส่วนการคำนวณภาษีต้องนำกฎหมายและเงื่อนไขทางภาษีมาพิจารณาเพิ่มเติม
ทำไมกำไรในงบกับกำไรทางภาษีไม่เท่ากัน?
เพราะรายได้หรือค่าใช้จ่ายบางรายการมีวิธีปฏิบัติทางภาษีแตกต่างจากทางบัญชี จึงต้องปรับรายการก่อนคำนวณภาษี
รายจ่ายต้องห้ามคือค่าใช้จ่ายปลอมหรือไม่?
ไม่จำเป็น รายจ่ายอาจเกิดขึ้นจริงและบันทึกบัญชีได้ แต่กฎหมายภาษีอาจไม่อนุญาตให้นำมาหักในการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษีตามเงื่อนไขที่กำหนด
ควรตรวจบัญชีภาษีเมื่อไร?
ควรตรวจเป็นประจำระหว่างปี ไม่ควรรอถึงช่วงปิดงบ เพราะจะช่วยแก้ปัญหาเอกสาร รายการบัญชี และภาษีได้ทันเวลา
สรุป บัญชีที่ถูกต้องเป็นจุดเริ่มต้นของภาษีที่ถูกต้อง
บัญชีภาษีอากรเชื่อมข้อมูลทางบัญชีกับข้อกำหนดทางภาษี ธุรกิจจึงควรเริ่มจากการบันทึกบัญชีและจัดเอกสารให้ถูกต้อง ก่อนตรวจว่ามีรายการใดต้องปรับเมื่อคำนวณภาษี
เมื่อบัญชีรายเดือน เอกสาร VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และรายการรายได้–ค่าใช้จ่ายถูกจัดอย่างต่อเนื่อง การคำนวณภาษีครึ่งปี ภาษีสิ้นปี และการปิดงบจะทำได้ง่ายขึ้นและสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
ต้องการจัดบัญชีและภาษีให้เชื่อมกันตั้งแต่ระหว่างปี?
สำนักงานบัญชี พีทูพีช่วยดูแลบัญชี เอกสาร และภาษี พร้อมตรวจข้อมูลให้ต่อเนื่องเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการยื่นแบบและปิดงบ
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc