คู่มือเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ประกอบการ SME
เริ่มใช้ FlowAccount ต้องเตรียมอะไรบ้าง? คู่มือสำหรับ SME
เริ่มใช้ FlowAccount ต้องเตรียมอะไรบ้าง? คำตอบคือ ต้องเตรียมข้อมูลกิจการ รายชื่อลูกค้าและผู้ขาย รายการสินค้า เอกสารซื้อขาย ยอดคงเหลือทางบัญชี และกำหนดขั้นตอนการทำงานให้ชัดเจนก่อนเริ่มใช้โปรแกรมจริง
สำหรับเจ้าของธุรกิจที่กำลังเปลี่ยนจาก Excel หรือเอกสารกระดาษมาใช้ระบบบัญชีออนไลน์ สิ่งที่สำคัญไม่ใช่เพียงการสมัครใช้โปรแกรม แต่คือการทำให้ข้อมูลที่นำเข้าสู่ระบบถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถส่งต่อให้ผู้ทำบัญชีตรวจสอบได้
บทความนี้จะแนะนำการเตรียมข้อมูล การจัดเอกสาร การตรวจสอบภาษี และข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง โดยเน้นการนำไปใช้จริง หากต้องการศึกษาคุณสมบัติของโปรแกรมก่อน สามารถอ่าน FlowAccount คืออะไร มีฟังก์ชันอะไรบ้าง
- ตรวจข้อมูลบริษัทและสถานะภาษีให้ถูกต้อง
- เตรียมรายการลูกค้า ผู้ขาย สินค้า และบริการ
- กำหนดวันที่เริ่มใช้ระบบและยอดยกมา
- แบ่งหน้าที่ผู้จัดทำ ผู้อนุมัติ และผู้ตรวจบัญชี
- ทดลองออกเอกสารและกระทบยอดก่อนใช้งานจริง
ทำไมต้องเตรียมข้อมูลก่อนเริ่มใช้ FlowAccount?
โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้ธุรกิจจัดทำเอกสารและบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบ แต่ประสิทธิภาพของโปรแกรมขึ้นอยู่กับความถูกต้องของข้อมูลที่ผู้ใช้นำเข้า หากเอกสารต้นทางไม่ครบ บันทึกยอดเงินผิด หรือไม่กำหนดผู้รับผิดชอบ ระบบก็อาจแสดงรายงานที่คลาดเคลื่อนได้
ตัวอย่างเช่น ธุรกิจขายสินค้าออกใบแจ้งหนี้แล้วได้รับเงินจากลูกค้า แต่ไม่ได้บันทึกการรับชำระ รายงานลูกหนี้ก็อาจยังแสดงยอดค้างชำระ ทั้งที่ลูกค้าจ่ายเงินจริงแล้ว
ในทางกลับกัน หากกิจการบันทึกการรับเงินซ้ำ อาจส่งผลให้ยอดรับชำระไม่ตรงกับบัญชีธนาคาร จึงควรกำหนดขั้นตอนตรวจสอบก่อนและหลังบันทึกรายการให้ชัดเจน
ธุรกิจที่ต้องการออกแบบกระบวนการทำงานทั้งระบบสามารถศึกษาเพิ่มเติมจาก การวางระบบบัญชีด้วย FlowAccount ส่วนบทความนี้มุ่งเน้นรายการข้อมูลที่เจ้าของกิจการควรเตรียมก่อนใช้งานจริง
6 เรื่องสำคัญที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มใช้งาน
1. ข้อมูลบริษัทและสถานะทางภาษี
เริ่มจากตรวจชื่อบริษัทหรือชื่อกิจการ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี สำนักงานใหญ่หรือสาขา และข้อมูลติดต่อที่จำเป็นสำหรับการออกเอกสาร
กิจการต้องตรวจสอบด้วยว่าได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ เพราะมีผลต่อประเภทเอกสารและการแสดงข้อมูลภาษี ไม่ควรเลือกตั้งค่าภาษีโดยอาศัยการคาดเดา
ผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบข้อมูลกับเอกสารจดทะเบียนและหลักฐานภาษีที่เกี่ยวข้องก่อนบันทึกลงระบบ เพื่อป้องกันการออกเอกสารผิดตั้งแต่วันแรก
2. รายชื่อลูกค้าและผู้ขาย
จัดทำข้อมูลลูกค้าและผู้จำหน่ายที่ใช้งานประจำให้พร้อม เช่น ชื่อกิจการ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ผู้ติดต่อ และเงื่อนไขเครดิต
การจัดข้อมูลให้เป็นมาตรฐานช่วยลดปัญหาสร้างรายชื่อซ้ำ เช่น ลูกค้ารายเดียวกันถูกบันทึกไว้หลายชื่อ ทำให้ติดตามยอดขายและลูกหนี้ได้ยาก
3. รายการสินค้าและบริการ
เตรียมรหัสสินค้า ชื่อสินค้า หน่วยนับ ราคาขาย และการจัดประเภทภาษีตามธุรกรรมจริง สำหรับธุรกิจบริการควรกำหนดชื่อรายการให้เข้าใจง่ายและสอดคล้องกับงานที่ขาย
หากมีสินค้าคงเหลือควรตรวจนับปริมาณและต้นทุนก่อนนำเข้าระบบ โดยตรวจสอบด้วยว่าแพ็กเกจที่เลือกเหมาะกับวิธีควบคุมสต็อกของกิจการหรือไม่
4. ข้อมูลบัญชีธนาคารและช่องทางรับเงิน
รวบรวมบัญชีธนาคารของกิจการ ช่องทางรับชำระเงิน และข้อมูลที่จำเป็นสำหรับตรวจสอบเงินเข้าออก โดยเฉพาะร้านค้าออนไลน์ที่รับเงินผ่านหลายแพลตฟอร์ม
ควรแยกให้ชัดเจนว่าเงินที่ได้รับเป็นรายได้จากการขาย การรับชำระลูกหนี้ เงินกู้ หรือรายการอื่น เพราะเงินเข้าบัญชีธนาคารไม่ได้หมายความว่าเป็นรายได้ทั้งหมดเสมอไป
5. เอกสารซื้อขายและค่าใช้จ่าย
ธุรกิจควรวางรูปแบบเอกสารที่ต้องใช้ เช่น ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบวางบิล ใบเสร็จรับเงิน เอกสารประกอบการจ่ายเงิน และหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย
การเลือกเอกสารให้ตรงวัตถุประสงค์สำคัญมาก เพราะ ใบแจ้งหนี้และใบวางบิล มีหน้าที่ต่างจากใบเสร็จรับเงินซึ่งใช้เป็นหลักฐานการรับเงิน
6. ผู้ใช้งานและสิทธิ์เข้าถึงระบบ
กำหนดว่าใครรับผิดชอบการขาย การซื้อ การรับชำระเงิน การตรวจเอกสาร และการบันทึกบัญชี รวมถึงพิจารณาสิทธิ์เข้าถึงตามความสามารถของแพ็กเกจที่เลือก
ไม่ควรใช้บัญชีผู้ใช้งานเดียวร่วมกันหลายคนโดยไม่มีระบบควบคุม เพราะอาจทำให้ตรวจสอบผู้แก้ไขข้อมูลย้อนหลังได้ยาก และเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลกิจการ

เปลี่ยนจาก Excel มาใช้ FlowAccount ต้องจัดการยอดยกมาอย่างไร?
สำหรับกิจการที่ดำเนินธุรกิจอยู่แล้ว ควรให้ความสำคัญกับข้อมูล ณ วันที่เริ่มใช้ระบบ เพราะธุรกิจมีรายการบัญชีสะสมมาตั้งแต่ก่อนเริ่มใช้งาน
ตัวอย่างข้อมูลที่ควรเตรียม ได้แก่ เงินสด เงินฝากธนาคาร ลูกหนี้การค้า เจ้าหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ ภาษีค้างจ่าย และยอดบัญชีอื่นตามข้อเท็จจริงของกิจการ
บริษัทแห่งหนึ่งเริ่มใช้ FlowAccount วันที่ 1 กรกฎาคม โดยก่อนหน้านั้นทำรายการผ่าน Excel
- ลูกหนี้คงเหลือ 120,000 บาท
- เจ้าหนี้คงเหลือ 65,000 บาท
- เงินฝากธนาคาร 280,000 บาท
- สินค้าคงเหลือตามข้อมูลที่ตรวจนับ 90,000 บาท
ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงยอดบางส่วนเพื่อประกอบตัวอย่าง ไม่ใช่งบทดลองที่สมดุล บริษัทต้องให้ผู้ทำบัญชียืนยันยอดและจัดทำข้อมูลเปิดระบบให้ครบถ้วนก่อนใช้งานจริง
หากเริ่มบันทึกยอดโดยไม่มีการกระทบกับบัญชีเดิม อาจทำให้รายการลูกหนี้ซ้ำ ข้อมูลเจ้าหนี้ขาด หรือเงินฝากธนาคารไม่ตรงกับยอดจริง
ข้อควรปฏิบัติคือกำหนดวันตัดยอด ตรวจเอกสารย้อนหลัง และจัดเก็บรายงานจากระบบเดิมไว้ เพื่อให้สามารถตรวจสอบเปรียบเทียบภายหลังได้
ตัวอย่างขั้นตอนงานขายและรับชำระเงิน
เมื่อเตรียมข้อมูลครบแล้ว ผู้ประกอบการควรทดสอบกระบวนการทำงานก่อนเปิดใช้กับเอกสารจำนวนมาก ตัวอย่างบริษัทให้บริการด้านออกแบบเว็บไซต์ สามารถกำหนดขั้นตอนภายในดังนี้
- ฝ่ายขายรับคำขอ: บันทึกข้อมูลลูกค้าและรายละเอียดบริการ
- เสนอราคา: จัดทำใบเสนอราคาและให้ผู้รับผิดชอบตรวจสอบ
- ลูกค้ายืนยัน: เก็บสัญญาหรือหลักฐานยืนยันการว่าจ้าง
- เรียกเก็บเงิน: จัดทำเอกสารเรียกเก็บตามข้อตกลง
- รับชำระเงิน: ตรวจหลักฐานโอนเงินและรายการธนาคาร
- ออกเอกสาร: ออกใบเสร็จรับเงินและเอกสารภาษีตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย
- ตรวจบัญชี: กระทบยอดกับลูกหนี้และบัญชีธนาคาร
ขั้นตอนข้างต้นเป็นกระบวนการทำงานที่ธุรกิจควรกำหนด ไม่ได้หมายความว่าโปรแกรมดำเนินการทุกขั้นตอนให้อัตโนมัติ
ผู้ประกอบการสามารถศึกษาเรื่อง ใบเสร็จรับเงินคืออะไร เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างการเรียกเก็บเงินกับหลักฐานว่ากิจการได้รับชำระเงินแล้ว
สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่มีรายการขายจำนวนมาก ควรทดสอบการจัดการคำสั่งซื้อ การคืนสินค้า ค่าธรรมเนียม และยอดเงินที่แพลตฟอร์มโอนเข้าธนาคาร โดยศึกษาเพิ่มเติมจาก FlowAccount สำหรับร้านค้าออนไลน์ Shopee และ Lazada
ให้ระบบบัญชีทำงานร่วมกับธุรกิจอย่างเหมาะสม
ปรึกษาการจัดเอกสาร การกำหนดขั้นตอนงาน และการประสานงานกับผู้ทำบัญชี
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc
ข้อควรระวังด้านบัญชีและภาษีเมื่อเริ่มใช้ FlowAccount
1. โปรแกรมออกเอกสารได้ ไม่ได้หมายความว่าทุกกิจการออกใบกำกับภาษีได้
กิจการต้องพิจารณาสถานะผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT และหน้าที่ตามกฎหมายก่อนออกใบกำกับภาษี รวมถึงตรวจสอบวันที่เกิดความรับผิดในการเสียภาษี รายละเอียดผู้ซื้อ ผู้ขาย และข้อความสำคัญในเอกสาร
ตัวอย่างเช่น บริษัทที่จด VAT ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์การออกใบกำกับภาษีและการแสดงข้อมูลให้ครบถ้วนตามกฎหมาย ไม่ควรเข้าใจว่าเมื่อมีแบบฟอร์มในโปรแกรมแล้วจะสามารถใช้ได้ทุกกรณี
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากบทความ ใบกำกับภาษีคืออะไรและต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง
2. บันทึกค่าใช้จ่ายแล้วไม่ได้หมายความว่าหักภาษีได้ทุกกรณี
ค่าใช้จ่ายของกิจการต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง เอกสารประกอบ ความเกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการ และเงื่อนไขตามประมวลรัษฎากร
ธุรกิจจึงไม่ควรใช้เพียงข้อมูลที่บันทึกในโปรแกรมเป็นหลักฐานว่าค่าใช้จ่ายทุกประเภทนำไปหักภาษีได้ทันที ควรให้ผู้ทำบัญชีตรวจสอบความถูกต้องของหลักฐานประกอบ
3. ภาษีหัก ณ ที่จ่ายต้องพิจารณาจากประเภทการจ่าย
บริษัทที่จ่ายค่าบริการ ค่าเช่า หรือเงินได้ประเภทอื่นซึ่งอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การหักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องตรวจสอบผู้รับเงิน ลักษณะการจ่าย และอัตราที่ใช้ในแต่ละกรณี
การตั้งค่าอัตราภาษีเดียวกับรายการจ่ายทุกประเภทอาจทำให้หักภาษีไม่ถูกต้อง สามารถศึกษารายละเอียดจาก ภาษีหัก ณ ที่จ่าย วิธีคำนวณและแบบที่ต้องยื่น
4. ต้องตรวจข้อมูลก่อนนำไปยื่นแบบภาษี
รายงานที่ได้จากโปรแกรมควรผ่านการตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร การจัดประเภทภาษี และงวดเวลาที่ถูกต้องก่อนนำไปใช้ประกอบการยื่นแบบ
โดยเฉพาะกรณีมีเอกสารย้อนหลัง ใบลดหนี้ การยกเลิกเอกสาร และการรับชำระเงินข้ามงวด ซึ่งอาจต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและกฎหมายเพิ่มเติม
โปรแกรมบัญชีเป็นเครื่องมือช่วยจัดการข้อมูล แต่ไม่ใช่ผู้รับผิดชอบแทนกิจการในหน้าที่ตามกฎหมาย ผู้ประกอบการยังต้องดูแลเอกสารและจัดให้มีการตรวจสอบงานบัญชีภาษีอย่างเหมาะสม
.jpg)
เริ่มใช้ FlowAccount ร่วมกับสำนักงานบัญชี ควรแบ่งหน้าที่อย่างไร?
ข้อดีของระบบบัญชีออนไลน์คือผู้ประกอบการกับผู้ทำบัญชีสามารถประสานงานบนข้อมูลที่จัดเก็บเป็นระบบได้ แต่การทำงานที่มีประสิทธิภาพควรกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น
หน้าที่ของเจ้าของกิจการ
- ตรวจสอบความถูกต้องของรายการซื้อขายจริง
- นำส่งเอกสารให้ครบและตรงรอบเวลาที่กำหนด
- แจ้งรายการที่มีเงื่อนไขพิเศษให้ผู้ทำบัญชีทราบ
- อนุมัติรายการตามระบบควบคุมภายในของกิจการ
- ดูแลสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง
หน้าที่ของสำนักงานบัญชี
- ให้คำแนะนำการจัดระบบเอกสารและการบันทึกบัญชี
- ตรวจสอบรายการตามขอบเขตงานที่ตกลงกัน
- แนะนำเรื่องบัญชีและภาษีตามข้อเท็จจริง
- กระทบยอดข้อมูลและจัดทำรายงานตามสัญญาบริการ
- แจ้งข้อผิดพลาดและเสนอแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม
ตัวอย่างเช่น หากกิจการไม่ได้ส่งเอกสารค่าใช้จ่ายให้ผู้ทำบัญชี รายงานในระบบอาจไม่สะท้อนต้นทุนทั้งหมด แม้จะมีโปรแกรมบัญชีออนไลน์ใช้งานอยู่แล้วก็ตาม
ดังนั้น ความครบถ้วนของเอกสารจึงสำคัญพอ ๆ กับความสามารถของโปรแกรม และควรกำหนดรอบการส่งข้อมูลที่ทุกฝ่ายปฏิบัติร่วมกันได้จริง

5 ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อเริ่มใช้ FlowAccount
1. เริ่มบันทึกทันทีโดยไม่ตรวจข้อมูลบริษัท
อาจทำให้เอกสารซื้อขายแสดงชื่อ ที่อยู่ หรือข้อมูลภาษีผิด ควรให้ผู้รับผิดชอบตรวจสอบก่อนเริ่มออกเอกสารจริง
2. นำยอดจากระบบเก่าเข้ามาโดยไม่กระทบยอด
เสี่ยงเกิดข้อมูลลูกหนี้ เจ้าหนี้ และสินค้าคงเหลือคลาดเคลื่อน จึงควรจัดทำยอดเปิดระบบร่วมกับผู้ทำบัญชี
3. ไม่กำหนดผู้รับผิดชอบการรับชำระเงิน
อาจทำให้เอกสารขายกับยอดรับเงินจริงไม่สัมพันธ์กัน โดยเฉพาะกิจการที่รับเงินหลายบัญชีหรือหลายช่องทาง
4. เชื่อว่าข้อมูลอัตโนมัติถูกต้องเสมอ
การประมวลผลที่รวดเร็วไม่ได้รับประกันว่าข้อมูลต้นทางถูกต้องทั้งหมด ต้องมีขั้นตอนตรวจสอบรายการและรายงานเป็นประจำ
5. เลือกแพ็กเกจโดยไม่ประเมินรูปแบบธุรกิจ
บางกิจการต้องใช้การควบคุมสต็อก การเชื่อมต่อระบบขาย หรือรายงานเฉพาะทาง ควรเปรียบเทียบความต้องการจริงกับความสามารถของโปรแกรมก่อนตัดสินใจ
หากยังไม่แน่ใจว่าระบบใดเหมาะกับกิจการ ควรอ่าน วิธีเลือกโปรแกรมบัญชีสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก หรือเปรียบเทียบแนวทางของ โปรแกรมบัญชี Cloud ก่อนเริ่มลงทุนกับระบบ
.jpg)
เช็กลิสต์ก่อนเปิดใช้งาน FlowAccount จริง
- ตรวจข้อมูลกิจการและสถานะภาษี
- จัดรายชื่อลูกค้าและผู้ขาย
- จัดประเภทสินค้าและบริการ
- กำหนดวันที่เริ่มใช้ระบบ
- ยืนยันยอดลูกหนี้และเจ้าหนี้
- ตรวจยอดธนาคารและสินค้าคงเหลือ
- กำหนดผู้จัดทำและผู้ตรวจสอบเอกสาร
- ทดสอบใบเสนอราคาและใบแจ้งหนี้
- ทดสอบรับเงินและบันทึกค่าใช้จ่าย
- กระทบยอดกับหลักฐานจริง
- กำหนดวิธีจัดเก็บและส่งออกข้อมูล
- ตกลงรอบส่งเอกสารกับผู้ทำบัญชี
การทดสอบรายการตัวอย่างก่อนใช้งานจำนวนมากช่วยให้กิจการพบข้อบกพร่องในกระบวนการได้เร็วขึ้น และมีโอกาสแก้ไขโดยไม่กระทบเอกสารทางบัญชีจำนวนมาก
ผู้ประกอบการที่กำลังศึกษาตัวเลือกอื่นสามารถอ่าน โปรแกรมบัญชีมีอะไรบ้าง เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมของเครื่องมือก่อนเลือกใช้จริง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเริ่มใช้ FlowAccount
1. ไม่เคยทำบัญชีมาก่อน เริ่มใช้ FlowAccount ได้หรือไม่?
สามารถเรียนรู้การจัดทำเอกสารและบันทึกรายการพื้นฐานได้ แต่ควรให้ผู้ทำบัญชีช่วยตรวจสอบเรื่องการจำแนกรายการและภาษี เพื่อให้ข้อมูลนำไปใช้งานต่อได้อย่างถูกต้อง
2. เปลี่ยนจาก Excel ต้องเริ่มจากอะไร?
ควรกำหนดวันเริ่มใช้ระบบ ตรวจสอบยอดคงเหลือ และเตรียมข้อมูลลูกค้า ผู้ขาย และสินค้า ก่อนทดลองนำข้อมูลเข้าตามวิธีที่ระบบรองรับ
3. ใช้ FlowAccount แล้วไม่ต้องมีผู้ทำบัญชีได้หรือไม่?
โปรแกรมไม่ทดแทนข้อกำหนดด้านการจัดทำบัญชีและหน้าที่ของผู้ทำบัญชีตามกฎหมาย กิจการควรจัดให้มีผู้รับผิดชอบตามลักษณะและสถานะของธุรกิจ
4. เริ่มใช้ FlowAccount ต้องนำข้อมูลย้อนหลังทั้งหมดเข้าระบบหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับวันเริ่มใช้งาน วัตถุประสงค์ในการจัดทำบัญชี และวิธีเปลี่ยนระบบ ควรหารือผู้ทำบัญชีเพื่อกำหนดข้อมูลที่จำเป็น รวมถึงยอดยกมาและเอกสารประกอบ
5. ควรให้สำนักงานบัญชีช่วยตั้งค่าหรือไม่?
เหมาะสำหรับกิจการที่มีรายการบัญชีหลายประเภท มีภาษีซับซ้อน หรือกำลังย้ายจากระบบเดิม เพราะช่วยให้ตรวจสอบยอดและออกแบบขั้นตอนการทำงานร่วมกันได้ตั้งแต่เริ่มต้น

สรุป เริ่มใช้ FlowAccount อย่างไรให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจ
การเริ่มใช้ FlowAccount อย่างมีประสิทธิภาพควรเริ่มจากการเตรียมข้อมูลให้ถูกต้อง กำหนดหน้าที่ในการจัดทำเอกสาร และจัดกระบวนการทำงานให้เหมาะกับลักษณะกิจการ
เจ้าของธุรกิจควรตรวจสอบยอดเริ่มต้น เอกสารภาษี และรายการรับจ่ายให้สัมพันธ์กับข้อเท็จจริง ก่อนนำรายงานจากโปรแกรมไปใช้ตัดสินใจหรือประกอบการจัดทำบัญชีภาษี
โปรแกรมบัญชีที่เหมาะสมจะช่วยลดงานซ้ำซ้อนและเพิ่มความสะดวก แต่คุณภาพของข้อมูลยังขึ้นอยู่กับการตรวจสอบและการทำงานร่วมกันของผู้เกี่ยวข้อง
สำนักงานบัญชี พีทูพี ให้คำปรึกษาการจัดระบบบัญชีและเอกสาร ตลอดจนการทำบัญชีและภาษี เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารธุรกิจด้วยข้อมูลที่เป็นระบบและตรวจสอบได้