ความรู้เอกสารบัญชีและการจัดการลูกหนี้สำหรับผู้ประกอบการ
ใบแจ้งหนี้ ใบวางบิล คืออะไร ต่างกันอย่างไร พร้อมตัวอย่างและขั้นตอนวางบิล
ใบแจ้งหนี้ ใบวางบิล เป็นเอกสารทางธุรกิจที่ใช้แจ้งยอดค่าสินค้าหรือบริการและเรียกเก็บเงินจากลูกค้า โดยเฉพาะกิจการที่ขายสินค้าแบบให้เครดิต หรือมีรอบวางบิลและกำหนดชำระเงินตามข้อตกลง
ความแตกต่างสำคัญคือ ใบแจ้งหนี้ (Invoice) ใช้แจ้งรายละเอียดหนี้จากการขายสินค้าหรือให้บริการ ส่วน ใบวางบิล (Billing Note) ใช้รวบรวมรายการที่ต้องเรียกเก็บเงินตามรอบชำระ โดยใบวางบิลหนึ่งใบอาจอ้างอิงใบแจ้งหนี้หลายใบได้
การจัดทำเอกสารให้ถูกต้องช่วยลดปัญหาการวางบิลไม่ผ่าน การชำระเงินล่าช้า และความคลาดเคลื่อนระหว่างยอดลูกหนี้กับเงินที่ได้รับ นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังต้องแยกเอกสารทั้งสองประเภทออกจากใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษีให้ชัดเจน
✓ ใบแจ้งหนี้แจ้งรายละเอียดรายการค้าและยอดที่ต้องชำระ
✓ ใบวางบิลสรุปยอดหนี้ตามรอบเรียกเก็บเงิน
✓ ใบเสร็จรับเงินใช้เป็นหลักฐานเมื่อได้รับชำระเงินแล้ว
.jpg)
ใบแจ้งหนี้ คืออะไร?
ใบแจ้งหนี้ (Invoice) คือเอกสารที่ผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการจัดทำขึ้นเพื่อแจ้งรายละเอียดสินค้า บริการ จำนวนเงิน และกำหนดเวลาที่ลูกค้าต้องชำระตามข้อตกลงทางการค้า
ใบแจ้งหนี้มักใช้ในธุรกิจที่มีการขายเชื่อ เช่น บริษัทขายส่งสินค้า บริษัทรับเหมา หรือธุรกิจให้บริการแก่ลูกค้านิติบุคคล โดยสามารถอ้างอิงใบสั่งซื้อ สัญญา หรือเอกสารส่งมอบงานประกอบได้
ตัวอย่างเช่น บริษัทขายสินค้าให้ลูกค้าวันที่ 5 มิถุนายน และตกลงให้เครดิต 30 วัน ผู้ขายอาจออกใบแจ้งหนี้แสดงรายการสินค้าและยอดชำระ พร้อมระบุวันครบกำหนดตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน
อย่างไรก็ตาม วันออกใบแจ้งหนี้ไม่ใช่ตัวกำหนดวันรับรู้รายได้หรือวันเกิดภาษีมูลค่าเพิ่มในทุกกรณี ต้องตรวจลักษณะรายการและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ใบวางบิล คืออะไร?
ใบวางบิล (Billing Note) เป็นเอกสารสำหรับสรุปรายการหนี้ที่ผู้ขายต้องการเรียกเก็บจากลูกค้าในรอบที่กำหนด โดยอาจรวมใบแจ้งหนี้หลายใบไว้ในเอกสารเดียว
ตัวอย่างเช่น บริษัทส่งสินค้าให้ลูกค้า 3 ครั้งในเดือนเดียวกัน และลูกค้ากำหนดให้วางบิลทุกวันที่ 25 ผู้ขายสามารถรวบรวมใบแจ้งหนี้ที่ถึงรอบวางบิลมาจัดทำใบวางบิล พร้อมเอกสารประกอบตามข้อตกลงของคู่ค้า
การจัดทำใบวางบิลจึงช่วยให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายตรวจสอบยอดหนี้และติดตามการจ่ายเงินได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่มีรายการซื้อขายต่อเนื่อง
สามารถศึกษาแนวทางจัดเก็บเอกสารประกอบเพิ่มเติมจาก การจัดแฟ้มเอกสารบัญชีบริษัท เพื่อให้เอกสารแต่ละรอบค้นหาได้สะดวก
.jpg)
ใบแจ้งหนี้กับใบวางบิล ต่างกันอย่างไร?
แม้เอกสารทั้งสองประเภทจะเกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บเงินเหมือนกัน แต่มีวัตถุประสงค์และช่วงเวลาใช้งานที่อาจแตกต่างกัน
| ประเด็น | ใบแจ้งหนี้ | ใบวางบิล |
|---|---|---|
| วัตถุประสงค์ | แจ้งรายละเอียดหนี้จากการขายหรือบริการ | สรุปหนี้เพื่อเรียกเก็บตามรอบ |
| ช่วงเวลาออก | ตามเงื่อนไขการขายหรือการให้บริการ | ตามรอบวางบิลที่ตกลงกัน |
| รายละเอียดหลัก | รายการค้า ราคา และกำหนดชำระ | เลขที่เอกสารอ้างอิงและยอดรวม |
| จำนวนเอกสารอ้างอิง | มักแสดงรายการตามธุรกรรม | อาจรวบรวมหลายใบแจ้งหนี้ |
| ผู้ออกเอกสาร | ผู้ขายหรือผู้ให้บริการ | ผู้ขายหรือผู้ให้บริการ |
บางกิจการใช้เอกสารชื่อ “ใบวางบิล/ใบแจ้งหนี้” รวมกันเป็นใบเดียว ซึ่งสามารถใช้ในการสื่อสารยอดเรียกเก็บตามรูปแบบงานได้ แต่ควรมีข้อมูลเพียงพอและไม่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นใบกำกับภาษีโดยอัตโนมัติ
ใบแจ้งหนี้ ใบวางบิล ใบเสร็จ และใบกำกับภาษี ต่างกันอย่างไร?
ธุรกิจมักใช้เอกสารหลายประเภทในกระบวนการขาย แต่เอกสารแต่ละชนิดมีหน้าที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นฝ่ายบัญชีและฝ่ายขายควรทราบว่าต้องออกเอกสารใดในแต่ละขั้นตอน
ใบแจ้งหนี้
แจ้งยอดค่าสินค้าหรือบริการที่ลูกค้ามีหน้าที่ชำระตามรายการค้า
ใบวางบิล
รวบรวมรายการหนี้และแจ้งยอดที่ต้องชำระตามรอบเรียกเก็บเงิน
ใบเสร็จรับเงิน
เป็นหลักฐานที่แสดงว่าผู้ขายหรือผู้ให้บริการได้รับเงินแล้ว
ใบกำกับภาษี
เป็นเอกสารภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องออกตามหลักเกณฑ์ของผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT
ตัวอย่างเช่น ลูกค้าอาจได้รับใบแจ้งหนี้ก่อนจ่ายเงิน ต่อมาได้รับใบวางบิลตามรอบเรียกเก็บ และเมื่อมีการชำระเงินจริงจึงได้รับหลักฐานการรับเงิน ส่วนการออกใบกำกับภาษีต้องเป็นไปตามจุดเกิดความรับผิดทาง VAT ซึ่งอาจเกิดก่อนหรือหลังการรับเงินขึ้นอยู่กับประเภทธุรกรรม
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แบบฟอร์มใบเสร็จรับเงินที่สมบูรณ์ และ ใบเสร็จรับเงินคืออะไร เพื่อแยกการรับเงินออกจากการเรียกเก็บเงินอย่างชัดเจน

ข้อมูลสำคัญที่ควรมีในใบแจ้งหนี้และใบวางบิล
แม้รูปแบบใบแจ้งหนี้และใบวางบิลของแต่ละบริษัทจะแตกต่างกัน แต่ควรจัดทำข้อมูลให้ชัดเจนเพื่อให้คู่ค้าตรวจสอบและอนุมัติการจ่ายเงินได้สะดวก
ข้อมูลฝ่ายผู้ขายหรือผู้ออกเอกสาร
- ชื่อบริษัทหรือชื่อผู้ประกอบการและที่อยู่
- เลขประจำตัวผู้เสียภาษีเมื่อเกี่ยวข้อง
- เลขที่เอกสารและวันที่ออกเอกสาร
- ช่องทางติดต่อและข้อมูลการชำระเงิน
- ชื่อหรือข้อมูลผู้จัดทำและผู้อนุมัติตามระบบงาน
ข้อมูลฝ่ายลูกค้าและรายการเรียกเก็บ
- ชื่อและที่อยู่ของลูกค้าหรือผู้รับเอกสาร
- เลขที่ใบสั่งซื้อ สัญญา หรือเอกสารอ้างอิง
- รายละเอียดสินค้าและบริการที่เรียกเก็บ
- จำนวน ราคา ส่วนลด และยอดที่ต้องชำระ
- เงื่อนไขเครดิตและกำหนดชำระเงิน
- เลขที่ใบแจ้งหนี้แต่ละใบที่นำมาวางบิล
- ช่องทางยืนยันการรับเอกสารเมื่อจำเป็น
ข้อมูลเหล่านี้เป็นแนวทางจัดทำเอกสารทางธุรกิจ ไม่ใช่การยืนยันว่าทุกรายการเป็นข้อบังคับทางกฎหมายของใบแจ้งหนี้ทั่วไป หากเอกสารใช้เป็นใบกำกับภาษีหรือเอกสารตามกฎหมายประเภทอื่น ต้องตรวจรายการที่กฎหมายกำหนดแยกต่างหาก
กิจการที่ต้องการจัดระบบเอกสารตั้งแต่เริ่มดำเนินงาน สามารถอ่าน วิธีจัดโครงสร้างเอกสารบัญชีตั้งแต่ปีแรก เพิ่มเติมได้
ตัวอย่างการออกใบแจ้งหนี้และใบวางบิล เครดิต 30 วัน
สมมติบริษัทขายสินค้าให้ลูกค้านิติบุคคลโดยตกลงเครดิต 30 วัน และลูกค้ากำหนดให้วางบิลวันที่ 25 ของเดือน
| วันที่ | รายการสมมติ | ยอดหนี้ (บาท) |
|---|---|---|
| 5 มิถุนายน | ใบแจ้งหนี้ INV-001 | 12,000 |
| 12 มิถุนายน | ใบแจ้งหนี้ INV-002 | 8,000 |
| 20 มิถุนายน | ใบแจ้งหนี้ INV-003 | 10,000 |
| 25 มิถุนายน | วางบิลรวม 3 รายการ | 30,000 |
ใบวางบิลจะแสดงยอดรวม 30,000 บาท พร้อมรายละเอียดใบแจ้งหนี้แต่ละใบ และกำหนดรับชำระตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้
ข้อควรระวัง: เครดิต 30 วันอาจนับจากวันที่ออกใบแจ้งหนี้ วันที่รับสินค้า หรือวันที่ลูกค้ารับวางบิลตามข้อตกลง จึงต้องยืนยันวิธีนับระยะเวลาให้ชัดเจน ไม่ควรถือว่าทุกรายการเริ่มนับเครดิตจากวันวางบิลโดยอัตโนมัติ
ตัวอย่างจำนวนเงินเป็นยอดสมมติสำหรับอธิบายการรวมเอกสาร โดยไม่ได้แยกรายการ VAT หรือภาษีหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งต้องพิจารณาตามธุรกรรมจริง
ออกใบแจ้งหนี้และวางบิลแล้ว แต่ยอดลูกหนี้ไม่ตรง?
ปรึกษาการจัดเอกสารบัญชี การตรวจยอดลูกหนี้ การกระทบยอดรับชำระเงิน และการวางขั้นตอนติดตามหนี้ให้เหมาะกับระบบงานของธุรกิจ
โทร 097-236-2994LINE: p2paccขั้นตอนวางบิลและติดตามรับชำระเงินที่ควรรู้
ธุรกิจที่ให้เครดิตลูกค้าควรกำหนดกระบวนการวางบิลและติดตามหนี้ที่ชัดเจน เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่าแต่ละรายการอยู่ในขั้นตอนใด
ขั้นที่ 1 ตรวจเงื่อนไขลูกค้า
ยืนยันรอบวางบิล วันครบกำหนดชำระ และเอกสารที่ลูกค้าต้องการ
ขั้นที่ 2 ตรวจใบแจ้งหนี้
ตรวจเลขที่เอกสาร รายละเอียดรายการค้า และยอดคงค้างก่อนสรุปหนี้
ขั้นที่ 3 จัดทำใบวางบิล
รวบรวมเอกสารตามรอบและแนบหลักฐานที่ลูกค้ากำหนด
ขั้นที่ 4 ส่งเอกสารและยืนยัน
จัดส่งตามช่องทางที่ตกลงและเก็บหลักฐานการรับเอกสาร
ขั้นที่ 5 ติดตามชำระเงิน
ตรวจยอดครบกำหนดและประสานงานเมื่อลูกค้ายังไม่ชำระ
ขั้นที่ 6 ปิดรายการลูกหนี้
ตรวจยอดรับชำระ หลักฐานธนาคาร และยอดหนี้คงเหลือ
หากบริษัทมีลูกหนี้หลายราย ควรจัดทำรายงานอายุลูกหนี้และกำหนดผู้รับผิดชอบติดตามอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ฝ่ายบัญชีและฝ่ายขายใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน

ใบแจ้งหนี้กับใบกำกับภาษี เกี่ยวข้องกันอย่างไร?
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ การคิดว่าใบแจ้งหนี้หรือใบวางบิลสามารถใช้แทนใบกำกับภาษีได้ทุกกรณี ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะเอกสารทั้งสองชนิดมีหน้าที่ด้านการเรียกเก็บเงินเป็นหลัก ขณะที่ใบกำกับภาษีต้องเป็นไปตามเงื่อนไขในประมวลรัษฎากร
สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT การออกใบกำกับภาษีต้องพิจารณาจุดเกิดความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ Tax Point โดยการขายสินค้าและการให้บริการอาจมีหลักเกณฑ์ต่างกัน
ตัวอย่างเช่น การขายสินค้าทั่วไปโดยหลักเกี่ยวข้องกับการส่งมอบสินค้า แต่หากรับเงินหรือออกใบกำกับภาษีก่อน อาจทำให้ความรับผิดทาง VAT เกิดก่อนการส่งมอบ ส่วนธุรกิจบริการโดยทั่วไปต้องพิจารณาการได้รับชำระค่าบริการและเหตุที่กฎหมายกำหนด
จึงไม่ควรรอออกใบกำกับภาษีจนกว่าจะได้รับเงินทุกกรณี และไม่ควรใช้วันวางบิลเป็นเกณฑ์กำหนด VAT โดยอัตโนมัติ
สามารถศึกษาหลักการจัดทำรายงานภาษีจาก การยื่น ภ.พ.30 และรายงานภาษีซื้อภาษีขาย และเอกสารประกอบจาก หลักฐานการบันทึกบัญชีและค่าใช้จ่าย
ร้านค้าออนไลน์ต้องใช้ใบแจ้งหนี้และใบวางบิลหรือไม่?
ร้านค้าออนไลน์ที่ขายสินค้าและได้รับชำระเงินทันทีอาจใช้เอกสารคำสั่งซื้อและหลักฐานรับเงินตามระบบของแพลตฟอร์ม โดยไม่จำเป็นต้องจัดทำใบวางบิลแยกต่างหากสำหรับการเรียกเก็บเงินทุกรายการ
แต่หากขายส่งให้ลูกค้าบริษัท มีข้อตกลงเครดิต หรือมีรอบรับชำระเงิน การจัดทำใบแจ้งหนี้และใบวางบิลจะช่วยให้ตรวจสอบยอดและติดตามลูกหนี้ได้สะดวกขึ้น
สิ่งสำคัญคือเอกสารที่ใช้ต้องสอดคล้องกับธุรกรรมจริง และยังต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับบัญชี ใบรับ และใบกำกับภาษีที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ถือว่าบิลจากระบบออนไลน์สามารถใช้แทนเอกสารตามกฎหมายได้ทุกประเภท
ผู้ประกอบการที่ต้องการจัดระบบเอกสารด้วยโปรแกรมบัญชีสามารถอ่าน การเลือกโปรแกรมบัญชีที่เหมาะกับธุรกิจ และ แนวทางการทำบัญชีบริษัทเอง เพิ่มเติม
ปัญหาการวางบิลที่พบบ่อยและวิธีป้องกัน
ปัญหาในการเรียกเก็บเงินจำนวนหนึ่งไม่ได้เกิดจากลูกค้าไม่ต้องการจ่ายเงิน แต่เกิดจากเอกสารไม่ครบหรือส่งไม่ตรงตามข้อตกลง ทำให้ฝ่ายบัญชีของลูกค้าไม่สามารถดำเนินการจ่ายได้ตามรอบ
- วางบิลผิดรอบ: ควรยืนยันปฏิทินรับวางบิลของลูกค้า
- เอกสารอ้างอิงไม่ครบ: ตรวจใบสั่งซื้อ ใบส่งของ และใบแจ้งหนี้ก่อนส่ง
- ยอดหนี้ไม่ตรง: กระทบยอดกับรายการชำระเงินและใบลดหนี้ที่เกี่ยวข้อง
- ไม่มีหลักฐานรับวางบิล: เก็บอีเมลหรือหลักฐานรับเอกสารตามช่องทางที่ตกลง
- ไม่ติดตามรายการค้างชำระ: จัดทำรายงานอายุลูกหนี้และติดตามตามรอบ
- ข้อมูลในระบบซ้ำ: ตรวจเลขที่เอกสารก่อนบันทึกและส่งเอกสาร
หากพบยอดลูกหนี้ในระบบไม่ตรงกับเอกสารหรือเงินที่ได้รับ ควรตรวจจากเอกสารต้นทางก่อนปรับปรุงรายการ สามารถศึกษา วิธีตรวจสอบและแก้ไขปัญหาบัญชี เพิ่มเติม
เช็กลิสต์ก่อนส่งใบแจ้งหนี้และใบวางบิลให้ลูกค้า
- ☐ ตรวจชื่อและข้อมูลลูกค้าให้ถูกต้อง
- ☐ ตรวจเลขที่ใบแจ้งหนี้และวันที่เอกสาร
- ☐ ตรวจรายการสินค้า บริการ และยอดเงิน
- ☐ ตรวจเอกสารที่ลูกค้าต้องการแนบ
- ☐ ยืนยันรอบวางบิลและกำหนดชำระเงิน
- ☐ ตรวจว่าใบแจ้งหนี้ใดชำระแล้วหรือยังค้างชำระ
- ☐ ตรวจความถูกต้องของยอดรวมในใบวางบิล
- ☐ ตรวจหน้าที่ออกใบกำกับภาษีแยกตามธุรกรรม
- ☐ เก็บหลักฐานการส่งและรับเอกสาร
- ☐ บันทึกกำหนดติดตามเงินจากลูกค้า
เช็กลิสต์นี้สามารถใช้เป็นมาตรฐานให้ฝ่ายขาย ฝ่ายการเงิน และฝ่ายบัญชีตรวจข้อมูลร่วมกันก่อนส่งเอกสาร โดยปรับรายละเอียดให้เหมาะกับระบบงานและข้อตกลงของลูกค้าแต่ละราย
บทความเกี่ยวกับเอกสารบัญชีที่ควรอ่านเพิ่มเติม
รู้จักข้อมูลเอกสารหลักฐานการรับเงิน
จัดหมวดเอกสารซื้อขายและรับจ่าย
กำหนดขั้นตอนและผู้รับผิดชอบเอกสาร
ตรวจหลักฐานก่อนบันทึกรายการค้า
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับใบแจ้งหนี้และใบวางบิล (FAQ)
1. ใบแจ้งหนี้กับใบวางบิลเป็นเอกสารเดียวกันหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องเป็นเอกสารเดียวกัน ใบแจ้งหนี้แสดงรายละเอียดหนี้จากรายการค้า ส่วนใบวางบิลใช้สรุปยอดตามรอบเรียกเก็บเงิน แต่บางบริษัทอาจออกเอกสารรวมในใบเดียวได้ตามรูปแบบการดำเนินงาน
2. ใบวางบิลหนึ่งใบรวมใบแจ้งหนี้หลายใบได้หรือไม่?
ได้ หากรายการอยู่ในรอบเรียกเก็บเงินเดียวกันและเป็นไปตามข้อตกลงกับลูกค้า โดยควรแสดงเลขที่เอกสารอ้างอิง ยอดแต่ละรายการ และยอดรวมให้ตรวจสอบได้
3. ใบแจ้งหนี้ใช้แทนใบกำกับภาษีได้หรือไม่?
ใบแจ้งหนี้ทั่วไปไม่ใช่ใบกำกับภาษีโดยอัตโนมัติ หากใช้เอกสารรวมกันต้องมีข้อมูลและออกเอกสารตามหลักเกณฑ์ใบกำกับภาษีที่เกี่ยวข้อง
4. ลูกค้ายังไม่จ่ายเงิน ต้องออกใบเสร็จรับเงินหรือไม่?
โดยหลักใบเสร็จรับเงินใช้แสดงการรับชำระเงินจริง จึงควรออกตามการรับเงินและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ส่วนหน้าที่ออกใบกำกับภาษีต้องพิจารณาแยกตามจุดเกิดความรับผิด VAT
5. ร้านค้าออนไลน์จำเป็นต้องมีใบวางบิลทุกคำสั่งซื้อหรือไม่?
ไม่จำเป็นทุกกรณี ขึ้นอยู่กับลักษณะการซื้อขายและข้อตกลงกับลูกค้า หากเป็นการขายเชื่อหรือมีรอบเรียกเก็บเงิน ใบวางบิลจะช่วยติดตามยอดได้ง่ายขึ้น แต่ยังต้องจัดทำเอกสารบัญชีและภาษีตามหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
สรุป ใบแจ้งหนี้และใบวางบิล ช่วยให้การเรียกเก็บเงินเป็นระบบ
ใบแจ้งหนี้และใบวางบิลเป็นเอกสารสำคัญในกระบวนการขายเชื่อ โดยใบแจ้งหนี้ใช้แจ้งรายละเอียดรายการค้าและยอดที่ต้องชำระ ส่วนใบวางบิลช่วยรวบรวมยอดหนี้ตามรอบการเรียกเก็บเงิน เพื่อให้ผู้ซื้อและผู้ขายตรวจสอบรายการได้ตรงกัน
ธุรกิจควรตรวจข้อมูลลูกค้า รายการสินค้า เลขที่เอกสาร ยอดเงิน และกำหนดชำระให้ครบถ้วน พร้อมเก็บหลักฐานรับวางบิลและติดตามลูกหนี้อย่างสม่ำเสมอ
การจัดระบบเอกสารที่ดีไม่เพียงช่วยให้เรียกเก็บเงินสะดวกขึ้น แต่ยังช่วยลดความคลาดเคลื่อนของลูกหนี้ และทำให้ฝ่ายบัญชีสามารถตรวจสอบธุรกรรมย้อนหลังได้อย่างเป็นระบบ
ปรึกษาการจัดเอกสารบัญชีและระบบวางบิลกับสำนักงานบัญชี พีทูพี
ให้คำปรึกษาการจัดทำบัญชี การจัดเก็บเอกสารรายได้และรายจ่าย การตรวจรายการลูกหนี้ และการวางระบบบัญชี เพื่อให้กิจการมีข้อมูลสำหรับตรวจสอบและติดตามการรับชำระเงินได้อย่างเหมาะสม
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc