views

ความรู้ภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับเจ้าของบริษัทและผู้ประกอบการ SME

บริษัทขาดทุน ต้องยื่นภาษีหรือไม่? เข้าใจ ภ.ง.ด.50 และ 51 ก่อนยื่นผิด

“ขายสินค้าได้ แต่รายจ่ายมากกว่ารายรับ ปีนี้บริษัทขาดทุน แล้วทำไมยังต้องยื่นภาษี ทั้งที่ไม่มีเงินกำไรให้เสียภาษี?”

เมื่อธุรกิจประสบภาวะขาดทุน สิ่งที่เจ้าของกิจการมักกังวลคือเงินทุนหมุนเวียน ค่าใช้จ่าย และแนวทางทำให้กิจการกลับมามีกำไร แต่ยังมีคำถามสำคัญอีกข้อหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม นั่นคือบริษัทที่ขาดทุนยังต้องยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือไม่

คำตอบคือ บริษัทขาดทุนยังต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด แม้จะไม่มีภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องชำระก็ตาม ส่วน ภ.ง.ด.51 ต้องพิจารณารอบระยะเวลาบัญชีและเงื่อนไขของผู้มีหน้าที่ยื่น ไม่สามารถสรุปจากคำว่า “ขาดทุน” เพียงอย่างเดียว

อีกเรื่องที่สำคัญคือ ผลขาดทุนในงบการเงินอาจไม่เท่ากับผลขาดทุนที่ใช้คำนวณภาษี เนื่องจากมีรายจ่ายบางประเภทที่ต้องปรับปรุงตามประมวลรัษฎากร บริษัทจึงควรตรวจข้อมูลบัญชีและภาษีให้ครบก่อนสรุปว่าต้องชำระภาษีหรือไม่

สรุป 5 เรื่องสำคัญที่ต้องรู้

  • บริษัทขาดทุนยังต้องยื่น ภ.ง.ด.50 หากมีหน้าที่ตามกฎหมาย
  • ภ.ง.ด.51 ต้องตรวจหลักเกณฑ์และรอบบัญชี ไม่ใช่ดูผลขาดทุนอย่างเดียว
  • ขาดทุนทางบัญชีไม่จำเป็นต้องเท่ากับขาดทุนสุทธิทางภาษี
  • ผลขาดทุนสุทธิทางภาษีที่เข้าเงื่อนไขอาจนำไปหักกำไรในอนาคตได้ภายใน 5 ปี
  • บริษัทยังมีหน้าที่จัดทำบัญชีและงบการเงิน แม้ผลประกอบการขาดทุน

หากต้องการรู้ภาพรวมของแบบภาษีอื่น สามารถอ่าน ยื่นภาษีบริษัทต้องยื่นอะไรบ้าง เพื่อแยกหน้าที่ภาษีของบริษัทแต่ละประเภทให้ถูกต้อง

บริษัทขาดทุน และไม่แน่ใจว่าต้องยื่นภาษีอย่างไร?

สอบถามแนวทางตรวจบัญชีและเตรียมข้อมูลภาษีให้สอดคล้องกับผลประกอบการของบริษัท

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc
การตรวจสอบบัญชีและภาษีเงินได้นิติบุคคลในกรณีบริษัทขาดทุน
ตรวจสอบผลขาดทุนทางบัญชีและภาษีให้ชัดเจนก่อนยื่นแบบแสดงรายการ

CORPORATE INCOME TAX

1. บริษัทขาดทุน ต้องยื่นภาษีหรือไม่?

ต้องยื่นครับ สำหรับแบบภาษีที่บริษัทมีหน้าที่ตามกฎหมาย โดยเฉพาะ ภ.ง.ด.50 ซึ่งเป็นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำรอบระยะเวลาบัญชี

ความเข้าใจที่ว่าบริษัทขาดทุนจึงไม่ต้องยื่นภาษี เกิดจากการนำสองเรื่องมารวมกัน ได้แก่ หน้าที่ในการยื่นแบบกับจำนวนภาษีที่ต้องชำระ ทั้งสองเรื่องนี้มีความหมายแตกต่างกัน

การยื่นแบบเป็นหน้าที่รายงานข้อมูลการคำนวณภาษีตามกฎหมาย ส่วนการมีภาษีต้องจ่ายหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับผลการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษีและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างเช่น บริษัทดำเนินธุรกิจทั้งปี มียอดขายและค่าใช้จ่าย แต่เมื่อคำนวณผลประกอบการแล้วพบว่าขาดทุนสุทธิ บริษัทก็ยังต้องจัดทำข้อมูลและยื่น ภ.ง.ด.50 ตามหน้าที่ แม้ผลการคำนวณอาจไม่มีภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องชำระ

จำให้ชัด: ไม่ต้องเสียภาษี กับ ไม่ต้องยื่นภาษี เป็นคนละเรื่อง

บริษัทอาจไม่มีภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องจ่าย แต่ยังมีหน้าที่ยื่นแบบรายงานผลการดำเนินงานต่อกรมสรรพากรตามที่กฎหมายกำหนด

ผู้ประกอบการที่ต้องการตรวจแบบภาษีทุกประเภทของบริษัท สามารถศึกษา หน้าที่การยื่นภาษีบริษัท เพิ่มเติมได้

2. บริษัทขาดทุน ต้องยื่น ภ.ง.ด.50 หรือไม่?

แบบ ภ.ง.ด.50 เป็นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำรอบบัญชี บริษัทจำกัดที่มีหน้าที่ยื่นแบบต้องคำนวณรายได้และรายจ่ายตามหลักเกณฑ์ของประมวลรัษฎากร และยื่นภายในกำหนดเวลาทั่วไป 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี

แม้กิจการขาดทุนหรือไม่มีรายได้ ก็ยังต้องตรวจและดำเนินการยื่นแบบตามหน้าที่ รวมถึงบริษัทเปิดใหม่ที่มีรอบบัญชีแรกน้อยกว่า 12 เดือนก็ไม่ได้รับยกเว้น ภ.ง.ด.50 ด้วยเหตุผลเรื่องระยะเวลาบัญชีเพียงอย่างเดียว

ก่อนยื่น ภ.ง.ด.50 ต้องเตรียมอะไร?

  • งบทดลองและบัญชีแยกประเภทของรอบบัญชี
  • งบการเงินและข้อมูลประกอบงบ
  • รายละเอียดรายได้ ต้นทุน และค่าใช้จ่าย
  • รายการปรับปรุงกำไรสุทธิทางภาษี
  • ข้อมูลผลขาดทุนสุทธิทางภาษียกมา หากมี
  • รายละเอียดภาษีหัก ณ ที่จ่ายและภาษีที่ชำระไว้ล่วงหน้า

เจ้าของบริษัทไม่ควรใช้เพียงตัวเลขขาดทุนจากงบกำไรขาดทุนไปกรอกเป็นผลขาดทุนสุทธิทางภาษีทันที เพราะต้องตรวจรายการตามมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากรด้วย

หากไม่คุ้นเคยกับการอ่านงบ สามารถศึกษา งบการเงินบริษัทประกอบด้วยอะไรบ้าง เพื่อทำความเข้าใจข้อมูลก่อนยื่นแบบ

3. บริษัทขาดทุน ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 หรือไม่?

ภ.ง.ด.51 เป็นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบบัญชี โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีหน้าที่และรอบบัญชีไม่น้อยกว่า 12 เดือน ต้องพิจารณาการยื่นตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

สำหรับบริษัททั่วไปที่คำนวณจากประมาณการกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ การที่กิจการคาดว่าจะขาดทุนไม่ได้ทำให้พ้นหน้าที่ยื่นแบบโดยอัตโนมัติ แต่หากเป็นรอบบัญชีแรกหรือรอบบัญชีสุดท้ายที่สั้นกว่า 12 เดือน โดยทั่วไปไม่มีหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.51 สำหรับรอบนั้น

ตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจง่าย

บริษัท A มีรอบบัญชีตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม ครบ 12 เดือน และประมาณการว่าขาดทุนสุทธิทางภาษี บริษัทต้องพิจารณายื่น ภ.ง.ด.51 ตามหน้าที่ แม้ประมาณการไม่มีภาษีต้องชำระ

บริษัท B เพิ่งจดทะเบียนในเดือนกันยายนและปิดรอบบัญชีแรกวันที่ 31 ธันวาคมของปีเดียวกัน รอบบัญชีแรกสั้นกว่า 12 เดือน จึงโดยทั่วไปไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ในรอบนั้น แต่ยังต้องตรวจหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.50

ข้อควรระวังคือ การทำประมาณการผลประกอบการต้องมีข้อมูลสนับสนุนตามสมควร ไม่ควรประมาณการขาดทุนโดยไม่มีหลักฐานเพียงเพื่อหลีกเลี่ยงการชำระภาษีครึ่งปี เพราะอาจมีประเด็นความรับผิดหากประมาณการคลาดเคลื่อนตามเงื่อนไขกฎหมาย

กรมสรรพากรมีคำอธิบายเฉพาะเรื่องนี้ใน คำถามเกี่ยวกับการยื่น ภ.ง.ด.51

การวิเคราะห์ข้อมูลบัญชีและผลขาดทุนสำหรับการยื่นภาษีบริษัท

4. ขาดทุนทางบัญชีกับขาดทุนสุทธิทางภาษี ต่างกันอย่างไร?

นี่เป็นประเด็นที่เจ้าของบริษัทควรเข้าใจมากที่สุด เพราะผลประกอบการในงบการเงินกับผลที่ใช้ยื่นภาษีอาจไม่ตรงกัน แม้เป็นข้อมูลจากรอบบัญชีเดียวกันก็ตาม

ขาดทุนทางบัญชี

เป็นผลการดำเนินงานที่แสดงตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้อง โดยรับรู้รายได้และค่าใช้จ่ายตามหลักบัญชี บริษัทอาจมีรายได้จากการขาย แต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมสูงกว่ารายได้ จึงเกิดผลขาดทุนในงบกำไรขาดทุน

ขาดทุนสุทธิทางภาษี

เป็นผลจากการคำนวณรายได้และรายจ่ายตามประมวลรัษฎากร ซึ่งอาจต้องปรับปรุงรายการบางประเภทจากกำไรหรือขาดทุนทางบัญชี เช่น รายจ่ายต้องห้าม ค่าเสื่อมราคาที่คำนวณต่างกัน หรือรายการที่มีเงื่อนไขการหักรายจ่ายโดยเฉพาะ

ตัวอย่างรายจ่ายบางประเภทที่ต้องพิจารณา ได้แก่ ค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับกิจการ ค่าปรับทางภาษี หรือรายจ่ายที่ไม่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย

สิ่งที่เจ้าของบริษัทต้องระวัง

บริษัทอาจแสดงผลขาดทุนในงบการเงิน แต่เมื่อบวกกลับรายจ่ายต้องห้ามและปรับปรุงรายการทางภาษีแล้ว อาจกลายเป็นกำไรสุทธิทางภาษีและมีภาษีต้องชำระได้

การจัดทำบัญชีและภาษีที่เป็นระบบจึงมีความสำคัญ สามารถอ่าน บัญชีภาษีอากรสำหรับ SME เพื่อเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลบัญชีกับการคำนวณภาษี

5. ตัวอย่างบริษัทขาดทุน แต่ผลทางภาษีแตกต่างกัน

ลองพิจารณาตัวอย่างบริษัทสมมติสองแห่งซึ่งมีผลขาดทุนทางบัญชีเท่ากัน แต่มีรายการปรับปรุงทางภาษีไม่เหมือนกัน

กรณีที่ 1 — บริษัทขาดทุนทางบัญชีและทางภาษี

บริษัท A มีรายได้ 2,000,000 บาท และค่าใช้จ่าย 2,300,000 บาท โดยสมมติว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดเข้าเงื่อนไขทางภาษี และไม่มีรายการปรับปรุงอื่น

  • รายได้ 2,000,000 บาท
  • ค่าใช้จ่าย 2,300,000 บาท
  • ผลขาดทุนสุทธิทางบัญชี 300,000 บาท
  • ผลขาดทุนสุทธิทางภาษี 300,000 บาท

ผลลัพธ์: ไม่มีภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิของรอบนี้ต้องชำระ แต่ยังมีหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.50 และจัดทำงบการเงินตามกฎหมาย

กรณีที่ 2 — บัญชีขาดทุน แต่ภาษีกลับมีกำไร

บริษัท B มีรายได้ 2,000,000 บาท และค่าใช้จ่าย 2,300,000 บาทเท่ากัน แต่มีรายจ่ายที่ต้องบวกกลับทางภาษีจำนวน 400,000 บาท โดยสมมติว่าไม่มีรายการปรับปรุงอื่น

  • ผลขาดทุนสุทธิทางบัญชี 300,000 บาท
  • บวกกลับรายจ่ายต้องห้ามทางภาษี 400,000 บาท
  • กำไรสุทธิทางภาษี 100,000 บาท

ผลลัพธ์: แม้ผลการดำเนินงานทางบัญชีขาดทุน แต่บริษัทมีกำไรสุทธิทางภาษี 100,000 บาทก่อนพิจารณาสิทธิหักรายการอื่น จึงอาจมีภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องชำระตามอัตราและเงื่อนไขที่ใช้กับกิจการ

ตัวอย่างทั้งสองกรณีแสดงให้เห็นว่า เจ้าของบริษัทไม่ควรใช้เพียงคำว่า “ขาดทุน” มาสรุปภาระภาษี แต่ต้องให้ผู้ทำบัญชีตรวจรายละเอียดรายการและการปรับปรุงทางภาษีอย่างครบถ้วน

งบการเงินแสดงขาดทุน แต่ไม่แน่ใจว่าต้องเสียภาษีหรือไม่?

ให้สำนักงานบัญชี พีทูพี ช่วยแนะนำแนวทางตรวจรายการบัญชีและความพร้อมของข้อมูลก่อนยื่นแบบภาษีประจำปี

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

6. ผลขาดทุนสุทธิทางภาษี ยกไปใช้หักกำไรในอนาคตได้หรือไม่?

ตามมาตรา 65 ตรี (12) แห่งประมวลรัษฎากร ผลขาดทุนสุทธิทางภาษีที่เข้าเงื่อนไขสามารถนำไปหักในการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษีของรอบบัญชีภายหลังได้ โดยมีระยะเวลาย้อนหลังไม่เกิน 5 ปีก่อนรอบบัญชีปัจจุบัน

สิ่งที่ต้องแยกให้ชัดคือ ผลขาดทุนสะสมทางบัญชีไม่ได้เท่ากับผลขาดทุนสุทธิยกมาทางภาษีเสมอไป เพราะผลขาดทุนที่จะนำไปใช้ต้องผ่านการคำนวณตามกฎหมายภาษี และมีข้อมูลหลักฐานรองรับอย่างถูกต้อง

ตัวอย่างการใช้ผลขาดทุนยกมา

สมมติบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิทางภาษีในปี 2567 จำนวน 300,000 บาท และยังไม่ได้นำไปใช้หักกำไรในรอบบัญชีใด ต่อมาในปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิทางภาษีก่อนหักผลขาดทุนยกมา 200,000 บาท

  • ผลขาดทุนสุทธิยกมาที่ใช้สิทธิได้ 300,000 บาท
  • กำไรสุทธิทางภาษีก่อนหักผลขาดทุน 200,000 บาท
  • นำผลขาดทุนยกมาหักในปี 2569 จำนวน 200,000 บาท
  • ผลขาดทุนคงเหลือจากปี 2567 จำนวน 100,000 บาท

ผลขาดทุนคงเหลือจะต้องติดตามปีที่เกิดและระยะเวลาการใช้สิทธิตามกฎหมาย ไม่ใช่เริ่มนับระยะเวลา 5 ปีใหม่จากวันที่นำผลขาดทุนมาใช้บางส่วน

ตัวอย่างนี้เป็นการอธิบายหลักการทั่วไป โดยสมมติว่าบริษัทมีสิทธิใช้ผลขาดทุนทั้งหมด ไม่มีรายการอื่นที่เปลี่ยนฐานภาษี และไม่ได้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดพิเศษ

หากกิจการมีผลขาดทุนสะสมหลายปี ควรจัดทำรายละเอียดแยกแต่ละรอบบัญชี เพื่อป้องกันการใช้ผลขาดทุนซ้ำ ใช้ผิดจำนวน หรือใช้เกินระยะเวลาที่กฎหมายอนุญาต

ข้อมูลอ้างอิงสามารถศึกษาได้จาก ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (12)

การตรวจสอบงบการเงินและผลขาดทุนสะสมของบริษัท

7. บริษัทขาดทุน ยังต้องจัดทำและยื่นงบการเงินหรือไม่?

ยังต้องดำเนินการตามหน้าที่ครับ การขาดทุนไม่ได้ทำให้บริษัทจำกัดพ้นจากหน้าที่จัดทำบัญชีและงบการเงินตามกฎหมาย

งบการเงินมีหน้าที่แสดงฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของกิจการ แม้บริษัทจะประสบภาวะขาดทุน ก็ยังมีสินทรัพย์ หนี้สิน ทุน รายได้ หรือค่าใช้จ่ายที่ต้องแสดงให้ถูกต้องตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้อง

สำหรับบริษัทจำกัดทั่วไป ต้องจัดให้งบการเงินผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีตามกฎหมาย เสนออนุมัติต่อที่ประชุมใหญ่ภายใน 4 เดือนนับแต่วันปิดบัญชี และนำส่งงบการเงินต่อนายทะเบียนภายใน 1 เดือนนับแต่วันได้รับอนุมัติ

นอกจากนี้ ต้องแยกการยื่นงบการเงินต่อ DBD กับการยื่น ภ.ง.ด.50 ต่อกรมสรรพากร เพราะเป็นหน้าที่ตามกฎหมายคนละส่วน แม้จะใช้ข้อมูลจากรอบบัญชีเดียวกัน

หากกิจการมีบัญชีค้างหรือยังไม่ได้จัดทำงบ สามารถศึกษา แนวทางรับปิดงบการเงินและงบย้อนหลัง และ ขั้นตอนการปิดบัญชีประจำปี เพื่อเตรียมข้อมูลให้ถูกต้อง

8. บริษัทขาดทุน ยังต้องยื่น VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายหรือไม่?

การที่บริษัทขาดทุนจากผลการดำเนินงานประจำปีไม่ได้ทำให้หน้าที่ภาษีประเภทอื่นสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ เพราะ VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายพิจารณาตามหลักเกณฑ์คนละส่วนกับภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

หากบริษัทยังเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT โดยทั่วไปยังต้องยื่น ภ.พ.30 รายเดือน แม้บริษัทจะขาดทุนหรือไม่มีการขายในบางเดือน และต้องตรวจข้อมูลภาษีซื้อกับภาษีขายตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด

รายละเอียดเรื่องการจดทะเบียนและหน้าที่ VAT สามารถอ่าน การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และ ภาษีซื้อและภาษีขาย เพิ่มเติม

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

หากบริษัทมีการจ่ายเงินได้ที่เข้าเงื่อนไขหักภาษี ณ ที่จ่าย เช่น เงินเดือน ค่าเช่า หรือค่าบริการบางประเภท ก็ต้องตรวจหน้าที่หักและนำส่งภาษีตามประเภทเงินได้ ไม่เกี่ยวว่ากิจการจะมีกำไรหรือขาดทุนในรอบบัญชีนั้น

สำหรับรายละเอียดแต่ละประเภท สามารถอ่าน ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับบริษัท เพิ่มเติมได้

สรุปประเด็นนี้

ผลขาดทุนของบริษัทไม่ใช่เหตุยกเว้นหน้าที่ทางภาษีทุกประเภท ต้องตรวจ VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีอื่นตามธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง

9. ข้อผิดพลาดที่บริษัทขาดทุนควรระวังก่อนยื่นภาษี

1. ไม่ยื่น ภ.ง.ด.50 เพราะคิดว่าไม่มีภาษีต้องจ่าย

ควรแยกหน้าที่ยื่นแบบออกจากจำนวนภาษีที่ต้องชำระให้ชัดเจน การไม่มีภาษีไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องยื่นแบบ

2. ใช้ผลขาดทุนทางบัญชีแทนผลขาดทุนทางภาษี

ต้องตรวจรายการปรับปรุงตามประมวลรัษฎากรก่อน เพราะผลขาดทุนทั้งสองประเภทอาจต่างกัน

3. ไม่ติดตามผลขาดทุนยกมาตามปีที่เกิด

อาจทำให้ใช้ผลขาดทุนผิดจำนวนหรือเกินระยะเวลาที่กฎหมายอนุญาต

4. ไม่ตรวจหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.51

ควรพิจารณาว่ารอบบัญชีครบ 12 เดือนหรือไม่ และเป็นผู้มีหน้าที่ยื่นตามหลักเกณฑ์ใด

5. คิดว่าขาดทุนแล้วไม่ต้องจัดทำงบการเงิน

บริษัทจำกัดทั่วไปยังมีหน้าที่จัดทำบัญชี จัดทำงบการเงิน และดำเนินการตามกำหนดของ DBD

กรณียื่นแบบล่าช้า ควรตรวจความรับผิดตามประเภทภาษีที่เกี่ยวข้อง สามารถศึกษา ภาษีย้อนหลัง เบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม เพื่อเตรียมแนวทางแก้ไขได้อย่างเหมาะสม

สำนักงานบัญชี พีทูพี ผู้ให้คำปรึกษาด้านบัญชีและภาษีบริษัท

Checklist ก่อนยื่นภาษีบริษัทที่ขาดทุน

ใช้รายการนี้ตรวจความพร้อมร่วมกับผู้ทำบัญชีหรือผู้รับผิดชอบด้านภาษี ก่อนดำเนินการยื่นแบบประจำปี

  • ☐ ตรวจวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี
  • ☐ ตรวจงบทดลองและบัญชีแยกประเภท
  • ☐ ตรวจรายได้ ต้นทุน และค่าใช้จ่ายครบทั้งปี
  • ☐ ตรวจยอดธนาคาร ลูกหนี้ เจ้าหนี้ และสินทรัพย์
  • ☐ ตรวจรายการปรับปรุงทางบัญชี
  • ☐ ตรวจรายจ่ายต้องห้ามและรายการปรับปรุงภาษี
  • ☐ แยกผลขาดทุนทางบัญชีกับทางภาษี
  • ☐ ตรวจผลขาดทุนสุทธิยกมาของแต่ละปี
  • ☐ ตรวจหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51
  • ☐ ตรวจหน้าที่ VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  • ☐ เตรียมงบการเงินและข้อมูลผู้สอบบัญชี
  • ☐ เก็บหลักฐานการยื่นแบบและชำระภาษี หากมี

การตรวจข้อมูลล่วงหน้าช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้ตัวเลขผิดและเพิ่มความพร้อมเมื่อถึงกำหนดยื่นแบบภาษีหรือยื่นงบการเงิน

คำถามที่พบบ่อย: บริษัทขาดทุนกับการยื่นภาษี

1. บริษัทขาดทุนทั้งปี ยังต้องยื่น ภ.ง.ด.50 หรือไม่?

ต้องยื่นตามหน้าที่ แม้ผลการคำนวณภาษีจะไม่มีภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องชำระก็ตาม

2. บริษัทขาดทุน ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 หรือไม่?

ต้องพิจารณาว่าบริษัทมีหน้าที่ยื่นตามหลักเกณฑ์หรือไม่ โดยเฉพาะรอบบัญชีครบ 12 เดือนหรือไม่ การขาดทุนไม่ได้ทำให้พ้นหน้าที่ยื่นแบบโดยอัตโนมัติ

3. บริษัทขาดทุนทางบัญชี ยังต้องเสียภาษีได้หรือไม่?

เป็นไปได้ หากมีรายการปรับปรุงทางภาษีจนทำให้เกิดกำไรสุทธิทางภาษี ต้องตรวจรายละเอียดและสิทธิหักรายการต่าง ๆ ก่อนคำนวณภาษี

4. ผลขาดทุนทางภาษียกไปใช้ได้กี่ปี?

โดยหลักทั่วไปสามารถนำผลขาดทุนสุทธิทางภาษีที่เข้าเงื่อนไขในรอบบัญชีก่อนหน้าไม่เกิน 5 ปี มาหักในการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษีของรอบบัญชีปัจจุบันได้

5. บริษัทขาดทุนยังต้องยื่นงบการเงินต่อ DBD หรือไม่?

บริษัทจำกัดทั่วไปยังต้องจัดทำบัญชีและงบการเงิน พร้อมดำเนินการตรวจสอบ อนุมัติ และนำส่งตามกำหนดที่เกี่ยวข้อง

6. บริษัทไม่มีรายได้กับบริษัทขาดทุน เหมือนกันหรือไม่?

ไม่เหมือนกัน บริษัทไม่มีรายได้หมายถึงไม่มีรายได้ในช่วงที่พิจารณา ส่วนบริษัทขาดทุนคือรายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์ที่ใช้คำนวณ แต่ทั้งสองกรณียังต้องตรวจหน้าที่ทางบัญชีและภาษี

7. ถ้าบริษัทขาดทุนหลายปี ควรทำอย่างไร?

ควรตรวจผลขาดทุนแต่ละรอบบัญชี แยกขาดทุนทางบัญชีและทางภาษี ตรวจเงินทุนหมุนเวียน และวิเคราะห์ความสามารถดำเนินกิจการต่อไป พร้อมจัดทำและยื่นเอกสารตามหน้าที่อย่างต่อเนื่อง

สรุป บริษัทขาดทุนไม่ได้หมายความว่าหมดหน้าที่ทางภาษี

การที่บริษัทมีผลประกอบการขาดทุนอาจเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้จากต้นทุนเพิ่มขึ้น ยอดขายลดลง หรือการลงทุนในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ แต่ผลขาดทุนไม่ได้ทำให้หน้าที่ทางบัญชีและภาษีหมดไปโดยอัตโนมัติ

สิ่งที่เจ้าของบริษัทควรทำคือ ตรวจผลประกอบการทางบัญชีให้ถูกต้อง คำนวณผลขาดทุนทางภาษีตามกฎหมาย ตรวจหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51 พร้อมจัดทำงบการเงินตามกำหนด

หากบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิทางภาษีที่สามารถนำไปใช้ในอนาคตได้ ก็ควรจัดทำทะเบียนติดตามผลขาดทุนแยกแต่ละปี เพื่อรักษาความถูกต้องและป้องกันการเสียสิทธิจากการใช้ผลขาดทุนผิดระยะเวลา

“ผลขาดทุนเป็นเรื่องของผลประกอบการ แต่ความถูกต้องของบัญชีและภาษีเป็นเรื่องของความรับผิดชอบที่ธุรกิจควรรักษาไว้เสมอ”

เพราะแม้วันนี้ตัวเลขในงบการเงินจะติดลบ แต่ข้อมูลที่ถูกต้องอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการวิเคราะห์ปัญหา วางแผนต้นทุน และพาธุรกิจกลับมาเติบโตได้ในอนาคต

สำนักงานบัญชี พีทูพี มุ่งแบ่งปันความรู้ด้านบัญชีและภาษี เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าใจหน้าที่ตามกฎหมายและสามารถใช้ข้อมูลทางการเงินประกอบการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม

สำนักงานบัญชี พีทูพี

บริษัทขาดทุน ก็ต้องดูแลบัญชีและภาษีให้ถูกต้อง

สอบถามการตรวจข้อมูลบัญชี การเตรียมยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล และการจัดทำงบการเงิน เพื่อวางแนวทางที่เหมาะกับสถานะธุรกิจของคุณ

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

เวลาติดต่อ 09:30–17:30 น.

บทความที่น่าสนใจ