ความรู้ภาษีสำหรับบริษัทเปิดใหม่และผู้ประกอบการ
เปิดบริษัทต้องเสียภาษีอะไรบ้าง? รวม 7 ประเภทภาษีที่ควรรู้
เปิดบริษัทต้องเสียภาษีอะไรบ้าง? คำตอบคือ บริษัทที่จดทะเบียนใหม่ต้องพิจารณาภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นหลัก และอาจมีหน้าที่เกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ อากรแสตมป์ ภาษีป้าย และภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ขึ้นอยู่กับกิจกรรมและทรัพย์สินของบริษัท
สิ่งสำคัญคือ บริษัทไม่ได้ต้องจ่ายภาษีทั้ง 7 ประเภททันทีที่จดทะเบียน เพราะภาษีแต่ละชนิดมีเงื่อนไขแตกต่างกัน บางประเภทมีหน้าที่ยื่นแบบแม้ไม่มีภาษีต้องชำระ ส่วนบางประเภทเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อบริษัททำธุรกรรมตามที่กฎหมายกำหนด
บทความนี้สรุปภาษีที่เกี่ยวข้องกับการเปิดบริษัทใหม่ พร้อมอธิบายหน้าที่ยื่นแบบ กำหนดเวลาสำคัญ และข้อควรระวัง เพื่อให้เจ้าของกิจการสามารถเตรียมระบบบัญชีและเอกสารได้อย่างเป็นระบบตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ
.jpg)
สรุป 7 ประเภทภาษีที่บริษัทเปิดใหม่ควรรู้
ภาษีของบริษัทแบ่งได้เป็นภาษีที่เกี่ยวข้องกับผลประกอบการ ภาษีจากการจ่ายเงิน ภาษีจากการขายสินค้าและบริการ และภาษีที่เกิดจากกิจกรรมหรือทรัพย์สินเฉพาะประเภท
| ประเภทภาษี | เกี่ยวข้องเมื่อใด |
|---|---|
| 1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล | บริษัทมีหน้าที่ยื่นแบบตามรอบบัญชี และคำนวณภาษีตามเกณฑ์ที่ใช้ |
| 2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย | เมื่อจ่ายเงินได้ประเภทที่กฎหมายกำหนดให้หักภาษี |
| 3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม | เมื่อมีหน้าที่หรือสมัครใจจดทะเบียน VAT ตามเงื่อนไข |
| 4. ภาษีธุรกิจเฉพาะ | เมื่อประกอบกิจการที่อยู่ในบังคับภาษีธุรกิจเฉพาะ |
| 5. อากรแสตมป์ | เมื่อจัดทำตราสารที่เข้าข่ายต้องเสียอากร |
| 6. ภาษีป้าย | เมื่อมีป้ายที่อยู่ในข่ายภาษีตามกฎหมาย |
| 7. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง | เมื่อเป็นเจ้าของหรือมีหน้าที่เสียภาษีตามสิทธิในทรัพย์สิน |
ผู้ประกอบการสามารถศึกษาเรื่อง บัญชีภาษีพื้นฐานสำหรับผู้ประกอบการ และ การวางระบบบัญชีภาษีหลังจดบริษัทใหม่ เพื่อเตรียมงานตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นกิจการ
.jpg)
1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัทต้องเสียเท่าไหร่?
ภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นภาษีสำคัญของบริษัทจำกัด โดยทั่วไปคำนวณจากกำไรสุทธิทางภาษี ซึ่งต้องพิจารณารายได้และรายจ่ายตามประมวลรัษฎากร ไม่ใช่นำรายรับหักรายจ่ายทางบัญชีทุกจำนวนแล้วใช้อัตราภาษีทันที
อัตราภาษีทั่วไปของบริษัทอยู่ที่ร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิ ส่วนบริษัท SME ที่เข้าเงื่อนไขอาจใช้อัตราก้าวหน้า โดยพิจารณาทุนที่ชำระแล้วและรายได้จากการขายสินค้าและให้บริการของกิจการ
อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SME ที่เข้าเงื่อนไข
สำหรับบริษัทที่มีทุนชำระแล้ว ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท ตามเงื่อนไขกฎหมาย อัตราภาษีแบ่งเป็นช่วงดังนี้
| กำไรสุทธิทางภาษี | อัตราภาษี |
|---|---|
| ไม่เกิน 300,000 บาท | ยกเว้นภาษี |
| ส่วนที่เกิน 300,000 ถึง 3,000,000 บาท | 15% |
| ส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท | 20% |
แบบภาษีที่เกี่ยวข้อง
- ภ.ง.ด.51: แบบภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบบัญชี โดยทั่วไปยื่นภายใน 2 เดือนหลังสิ้น 6 เดือนแรกของรอบบัญชี สำหรับกิจการที่มีหน้าที่ยื่น
- ภ.ง.ด.50: แบบภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำรอบบัญชี โดยทั่วไปยื่นภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี
แม้บริษัทไม่มีรายได้หรือมีผลขาดทุน ก็ยังต้องตรวจสอบหน้าที่ยื่นแบบประจำปี โดยการไม่มีภาษีต้องชำระไม่ได้หมายความว่าไม่มีหน้าที่ยื่นแบบ
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การยื่นภาษีบริษัท เพื่อทำความเข้าใจแบบภาษีและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
.jpg)
2. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นภาษีที่บริษัทในฐานะผู้จ่ายเงินอาจมีหน้าที่หักไว้จากจำนวนเงินที่จ่ายให้บุคคลหรือกิจการอื่น แล้วนำส่งกรมสรรพากรตามหลักเกณฑ์กฎหมาย
รายการที่พบบ่อย ได้แก่ ค่าบริการ ค่าเช่า ค่าจ้างทำของ ค่าโฆษณา และเงินเดือนพนักงาน แต่ไม่ได้หมายความว่ารายการจ่ายทุกประเภทต้องถูกหักภาษี โดยต้องพิจารณาประเภทเงินได้ ผู้รับเงิน และเงื่อนไขของรายการด้วย
ภ.ง.ด.1
ใช้กับเงินได้จากการจ้างงานและเงินได้ที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ภ.ง.ด.3
ใช้กับเงินได้บางประเภทที่จ่ายให้บุคคลธรรมดา
ภ.ง.ด.53
ใช้กับเงินได้บางประเภทที่จ่ายให้นิติบุคคล
ในทางปฏิบัติ อัตราหักภาษีขึ้นอยู่กับลักษณะรายการจ่าย เช่น ค่าบริการทั่วไปบางกรณีอาจหักร้อยละ 3 หรือค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์บางกรณีร้อยละ 5 แต่ต้องตรวจข้อกำหนดเฉพาะก่อนใช้จริง
ข้อควรระวัง: เกณฑ์การจ่ายเงิน 1,000 บาทไม่ได้ใช้เหมือนกันกับเงินได้ทุกประเภท และบางกรณีต้องพิจารณายอดตามสัญญารวมถึงการแบ่งจ่าย จึงไม่ควรสรุปว่าจ่ายต่ำกว่า 1,000 บาทแล้วไม่ต้องหักภาษีเสมอไป
ศึกษาเพิ่มเติมได้จาก ภาษีหัก ณ ที่จ่าย วิธีคำนวณและแบบที่ต้องยื่น และ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายในมุมผู้รับเงิน

3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีที่เกี่ยวข้องกับการขายสินค้าและให้บริการที่อยู่ในระบบ VAT โดยกิจการที่มีรายรับจากการขายสินค้าและให้บริการที่อยู่ในบังคับ VAT เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี โดยทั่วไปต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกินเกณฑ์
กิจการบางประเภทได้รับยกเว้น VAT และกิจการที่ยังไม่ถึงเกณฑ์อาจมีสิทธิจดทะเบียนโดยสมัครใจตามเงื่อนไขกฎหมาย จึงต้องตรวจประเภทกิจกรรมก่อนตัดสินใจ
ตัวอย่างการคำนวณ VAT
ภาษีขายที่เรียกเก็บจากลูกค้า 14,000 บาท
ภาษีซื้อที่มีสิทธินำมาหัก 7,000 บาท
ภาษีที่ต้องชำระตามตัวอย่าง = 7,000 บาท
อัตรา VAT ทั่วไปที่ใช้ในเดือนตุลาคม 2569 คือร้อยละ 7 ตามมาตรการที่ขยายเวลาถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 โดยต้องตรวจประกาศเพิ่มเติมสำหรับระยะเวลาถัดไป
เมื่อจดทะเบียน VAT แล้ว ผู้ประกอบการต้องจัดทำรายงานและยื่นแบบ ภ.พ.30 ตามหน้าที่ของแต่ละเดือน แม้เดือนที่ไม่มีการขายก็ยังต้องตรวจหน้าที่ยื่นแบบ
อ่านเพิ่มเติมเรื่อง ภ.พ.30 และภาษีซื้อภาษีขาย หรือ กำหนดเวลายื่น ภ.พ.30 เพื่อเตรียมการยื่นภาษีรายเดือนให้ถูกต้อง
เปิดบริษัทใหม่และกำลังวางระบบบัญชีภาษี?
สำนักงานบัญชี พีทูพี ให้คำปรึกษาการจัดทำบัญชี การเตรียมเอกสาร และการตรวจสอบหน้าที่ภาษีที่เกี่ยวข้องกับลักษณะธุรกิจ
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc4. ภาษีธุรกิจเฉพาะ
ภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นภาษีที่จัดเก็บจากการประกอบกิจการบางประเภท เช่น ธุรกิจธนาคาร การประกอบกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ และการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรตามเงื่อนไขกฎหมาย
ไม่ใช่การขายอสังหาริมทรัพย์หรือการให้กู้ยืมเงินทุกกรณีจะเข้าเกณฑ์เหมือนกัน บริษัทควรตรวจสอบลักษณะธุรกรรมก่อนคำนวณภาษี โดยกิจการที่เข้าข่ายอาจมีหน้าที่จดทะเบียนและยื่นแบบ ภ.ธ.40 ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างการขายอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในบังคับภาษีธุรกิจเฉพาะบางกรณีใช้อัตราร้อยละ 3 และภาษีท้องถิ่นอีกร้อยละ 10 ของภาษีธุรกิจเฉพาะ รวมเป็นร้อยละ 3.3 ของฐานภาษีตามเกณฑ์ แต่ไม่ใช่อัตราเดียวกันสำหรับทุกกิจการที่อยู่ในระบบนี้
5. อากรแสตมป์
อากรแสตมป์เป็นภาษีที่เกี่ยวข้องกับตราสารตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ เช่น สัญญาเช่าทรัพย์สินบางประเภท สัญญาจ้างทำของ หนังสือมอบอำนาจ และตราสารอื่นที่กฎหมายกำหนด
บริษัทไม่จำเป็นต้องเสียอากรแสตมป์กับเอกสารทุกฉบับ และไม่ใช่สัญญาทุกประเภทมีอัตราเท่ากัน ต้องตรวจลักษณะตราสาร ผู้มีหน้าที่เสียอากร และวิธีชำระที่กฎหมายกำหนด ซึ่งอาจใช้การปิดแสตมป์ การชำระเป็นตัวเงิน หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามกรณี
ตัวอย่างเช่น บริษัททำสัญญาเช่าสำนักงานหรือจ้างผู้รับเหมา อาจต้องพิจารณาหน้าที่อากรแสตมป์ร่วมกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย โดยแยกหน้าที่ของแต่ละภาษีออกจากกันให้ชัดเจน
6. ภาษีป้าย
ภาษีป้ายเป็นภาษีท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับป้ายแสดงชื่อ ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายที่ใช้ในการประกอบการค้าหรือหารายได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย
การคำนวณภาษีป้ายพิจารณาประเภทตัวอักษร ภาษา รูปภาพหรือเครื่องหมาย ขนาด และลักษณะการแสดงผล รวมถึงข้อยกเว้นตามกฎหมาย บริษัทที่ติดตั้งป้ายจึงควรติดต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เพื่อประเมินภาษีให้ถูกต้อง
ไม่ควรนำอัตราภาษีป้ายในเอกสารเก่ามาใช้โดยไม่ตรวจสอบ เพราะอัตราและหลักเกณฑ์ที่ใช้กับป้ายแต่ละประเภทอาจแตกต่างกัน รวมถึงป้ายบางประเภทที่กฎหมายกำหนดยกเว้น
7. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นภาษีท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินประเภทที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยพิจารณาผู้เป็นเจ้าของหรือผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามกฎหมาย ณ วันที่กำหนด รวมถึงประเภทการใช้ประโยชน์และราคาประเมินทรัพย์สิน
การเปิดบริษัทโดยใช้สถานที่เช่าไม่ได้หมายความว่าบริษัทผู้เช่าต้องเป็นผู้เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างโดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณาผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามกฎหมาย และแยกจากข้อตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายระหว่างเจ้าของทรัพย์สินกับผู้เช่า
หากบริษัทเป็นเจ้าของอาคารหรือที่ดินเอง ควรตรวจประเภทการใช้ประโยชน์ มูลค่าประเมิน และหนังสือแจ้งประเมินจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อดำเนินการภายในกำหนดของปีภาษีนั้น

เปิดบริษัทใหม่ ต้องยื่นภาษีอะไรทุกเดือนและทุกปี?
การจัดทำปฏิทินภาษีเป็นสิ่งที่บริษัทเปิดใหม่ควรเริ่มทำตั้งแต่เดือนแรก โดยแยกแบบภาษีที่ต้องยื่นประจำกับแบบที่เกิดขึ้นเมื่อมีรายการตามเงื่อนไข
| แบบภาษี | หน้าที่สำคัญ |
|---|---|
| ภ.ง.ด.1, 3, 53 | นำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายเมื่อมีหน้าที่ตามประเภทเงินได้ |
| ภ.พ.30 | รายงานภาษีซื้อและภาษีขายประจำเดือนสำหรับผู้จดทะเบียน VAT |
| ภ.ง.ด.51 | ยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบบัญชีตามเงื่อนไข |
| ภ.ง.ด.50 | ยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำรอบบัญชี |
กำหนดยื่นแบบและวันขยายเวลาผ่านระบบออนไลน์ต้องตรวจสอบตามปฏิทินภาษีของกรมสรรพากรแต่ละเดือน และควรจัดเก็บหลักฐานการยื่นแบบไว้ตรวจสอบภายหลัง
บริษัทไม่มีรายได้หรือขาดทุน ต้องยื่นภาษีไหม?
บริษัทที่ยังดำรงสถานะนิติบุคคลอยู่ต้องพิจารณาหน้าที่จัดทำบัญชีและยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล แม้ไม่มีรายได้หรือมีกำไรสุทธิทางภาษีไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี โดยเฉพาะการยื่น ภ.ง.ด.50 ประจำรอบบัญชี
หากบริษัทจดทะเบียน VAT อยู่แล้ว ก็ต้องตรวจหน้าที่ยื่น ภ.พ.30 ของแต่ละเดือนด้วย การไม่มียอดขายไม่ใช่เหตุให้ละเลยการจัดทำรายงานหรือยื่นแบบตามหน้าที่
นอกจากนี้การยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นคนละหน้าที่กับการยื่น ภ.ง.ด.50 บริษัทสามารถอ่าน การปิดงบบัญชีและยื่นงบการเงิน และ การตรวจสอบบัญชีและผู้สอบบัญชี เพื่อเตรียมงานประจำปี
เช็กลิสต์ภาษีสำหรับบริษัทเปิดใหม่
- ☐ ตรวจประเภทกิจการและภาษีที่เกี่ยวข้อง
- ☐ ประเมินรายรับที่อยู่ในข่าย VAT
- ☐ จัดระบบใบกำกับภาษี ใบเสร็จ และหลักฐานรายจ่าย
- ☐ ตรวจรายการที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย
- ☐ จัดทำปฏิทินการยื่นแบบรายเดือนและรายปี
- ☐ ตรวจเรื่องอากรแสตมป์ในสัญญาสำคัญ
- ☐ ตรวจหน้าที่ภาษีป้ายและภาษีทรัพย์สิน
- ☐ จัดเตรียมเอกสารสำหรับปิดงบและยื่น ภ.ง.ด.50
การวางระบบเอกสารตั้งแต่ต้นจะช่วยให้การตรวจสอบบัญชีและภาษีระหว่างปีทำได้ง่ายขึ้น ลดงานค้นข้อมูลย้อนหลัง และช่วยให้ผู้บริหารทราบภาระภาษีได้ชัดเจนมากขึ้น
บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง
เตรียมข้อมูลและเอกสารจดทะเบียนสำหรับผู้ประกอบการ
วางระบบบัญชีภาษีสำหรับบริษัทเปิดใหม่
ตรวจประเภทเงินได้ อัตราหัก และแบบนำส่ง
เตรียมการยื่น VAT รายเดือนและตรวจวันครบกำหนด
รวมหน้าที่และเอกสารสำหรับการยื่นภาษีนิติบุคคล
เปรียบเทียบทางเลือกการจัดตั้งนิติบุคคล
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีบริษัทเปิดใหม่
1. เปิดบริษัทใหม่ต้องจ่ายภาษีทันทีหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องมีภาษีทุกประเภทต้องชำระทันที ต้องพิจารณารายการธุรกิจ กำไรสุทธิทางภาษี การจดทะเบียน VAT และเงื่อนไขของภาษีแต่ละชนิด แต่บริษัทยังคงมีหน้าที่ด้านบัญชีและแบบภาษีตามกฎหมาย
2. บริษัทไม่มีรายได้ต้องยื่น ภ.ง.ด.50 หรือไม่?
โดยทั่วไปบริษัทที่ยังมีหน้าที่ยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องยื่น ภ.ง.ด.50 แม้ไม่มีรายได้หรือไม่มีภาษีต้องชำระ โดยตรวจสอบสถานะและรอบบัญชีของกิจการ
3. เปิดบริษัทแล้วต้องจด VAT ทันทีไหม?
ไม่ใช่ทุกบริษัทต้องจด VAT ทันที โดยทั่วไปต้องพิจารณารายรับที่อยู่ในข่าย VAT และเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทต่อปี รวมถึงกิจการที่ได้รับยกเว้นหรือประสงค์จดทะเบียนโดยสมัครใจ
4. บริษัทขาดทุนยังต้องทำบัญชีและยื่นภาษีหรือไม่?
บริษัทที่ขาดทุนยังต้องจัดทำบัญชี งบการเงิน และตรวจหน้าที่ยื่นแบบภาษีตามเกณฑ์ การไม่มีภาษีที่ต้องชำระไม่ทำให้หน้าที่ทางบัญชีและการยื่นแบบสิ้นสุดลง
5. บริษัทเปิดใหม่ควรเริ่มวางแผนภาษีจากเรื่องใด?
ควรเริ่มจากตรวจประเภทกิจการ การจด VAT รายการภาษีหัก ณ ที่จ่าย การจัดเอกสารรายรับรายจ่าย และกำหนดยื่นแบบ จากนั้นจัดระบบบัญชีให้สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ต่อเนื่อง
สรุป: เปิดบริษัทต้องเสียภาษีอะไรบ้าง?
บริษัทเปิดใหม่ควรเข้าใจภาษีทั้ง 7 ประเภท แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกบริษัทต้องชำระภาษีทั้งหมด ภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นหน้าที่หลักที่ต้องพิจารณาตามรอบบัญชี ส่วน VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีประเภทอื่นขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง
การวางแผนภาษีที่ดีเริ่มจากการทำความเข้าใจกิจการ จัดเก็บเอกสารให้ครบ บันทึกบัญชีตามข้อเท็จจริง และตรวจสอบกำหนดยื่นแบบอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ควรตัดสินว่าบริษัทเสียภาษีมากหรือน้อยจากยอดรายได้หรือกำไรเพียงตัวเลขเดียว
เมื่อมีระบบบัญชีและภาษีที่เหมาะสม ผู้ประกอบการจะสามารถใช้ข้อมูลทางการเงินประกอบการบริหารธุรกิจ ลดความผิดพลาดในการยื่นภาษี และเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดทำงบการเงินประจำปีได้ดีขึ้น

ปรึกษาภาษีบริษัทเปิดใหม่กับสำนักงานบัญชี พีทูพี
ให้คำปรึกษาด้านการจัดทำบัญชี ยื่นภาษี ปิดงบการเงิน และวางระบบบัญชีภาษีสำหรับบริษัทเปิดใหม่ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจหน้าที่และเตรียมข้อมูลอย่างเป็นระบบ
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc