views

ไม่ใช่ทุกธุรกิจที่อยู่ในระบบ VAT เพราะบางกิจการมีกฎหมายกำหนดให้เสีย “ภาษีธุรกิจเฉพาะ” แทน และใช้ฐานภาษี วิธีคำนวณ รวมถึงแบบยื่นที่ต่างออกไป

กิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ มีอะไรบ้าง? อัตรา ภ.ธ.40 และกำหนดยื่น

เมื่อพูดถึงภาษีจากการประกอบธุรกิจ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักนึกถึง VAT ก่อน แต่ในประมวลรัษฎากรยังมี “ภาษีธุรกิจเฉพาะ” ซึ่งใช้กับกิจการบางประเภทที่กฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะ

กิจการเหล่านี้มีทั้งธุรกิจการเงิน ประกันชีวิต โรงรับจำนำ การประกอบกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจแฟ็กเตอริง ตลอดจนการขายอสังหาริมทรัพย์บางกรณี โดยฐานภาษีและอัตราที่ใช้ไม่ได้เหมือนกันทุกกิจการ

ดังนั้นก่อนสรุปว่าธุรกรรมหนึ่งต้องเสีย VAT หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ ควรดูประเภทกิจการและข้อเท็จจริงของรายรับให้ชัด เพราะการเลือกประเภทภาษีผิดตั้งแต่ต้นอาจทำให้แบบภาษีและบัญชีรายเดือนผิดตามไปด้วย

กิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

ไม่แน่ใจว่ารายรับของธุรกิจเข้าระบบ VAT หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ?

สำนักงานบัญชี พีทูพีช่วยตรวจลักษณะธุรกรรมและดูแลงานบัญชีภาษีสำหรับบริษัทและผู้ประกอบการ

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร

ภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นภาษีตามประมวลรัษฎากรที่จัดเก็บจากกิจการบางประเภทเป็นการเฉพาะ โดยแยกออกจากระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม และกรมสรรพากรเป็นหน่วยงานที่ดูแลการจัดเก็บ

หลักการสำคัญคือไม่ได้พิจารณาเพียงว่าผู้ประกอบการเป็นบริษัทหรือบุคคลธรรมดา แต่ต้องดูว่า “กิจการที่ทำ” เข้าลักษณะกิจการที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่

หากต้องการเปรียบเทียบกับ VAT สามารถอ่านภาษีมูลค่าเพิ่มคืออะไรเพิ่มเติม

กิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ มีอะไรบ้าง

กิจการที่อยู่ในข่ายภาษีธุรกิจเฉพาะมีหลายกลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มมีฐานและอัตราภาษีของตนเอง ตัวอย่างสำคัญ ได้แก่

  1. กิจการธนาคารตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  2. ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
  3. กิจการรับประกันชีวิต
  4. กิจการโรงรับจำนำ
  5. การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรตามหลักเกณฑ์
  6. การประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์
  7. การซื้อและขายคืนหลักทรัพย์ตามเงื่อนไขที่กำหนด
  8. ธุรกิจแฟ็กเตอริง
  9. กิจการอื่นที่กฎหมายกำหนดให้อยู่ในบังคับภาษีธุรกิจเฉพาะ

รายการข้างต้นเป็นภาพรวม การจะสรุปว่าธุรกรรมใดเข้าข่ายจริงต้องดูทั้งประเภทกิจการ ลักษณะรายรับ และข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้อง

กิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ หมายถึงอะไร

คำว่า “ประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์” อาจเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางการเงินบางประเภท เช่น การให้กู้ยืม การแลกเปลี่ยนเงินตรา การซื้อขายตั๋วเงิน หรือธุรกรรมอื่นที่มีลักษณะตามกฎหมาย

จุดนี้เป็นเรื่องที่บริษัททั่วไปควรระวัง โดยเฉพาะกิจการที่มีรายการให้กู้ยืมเงินหรือรับดอกเบี้ยอย่างสม่ำเสมอ เพราะไม่ควรสรุปจากชื่อบริษัทเพียงอย่างเดียวว่าตนไม่ได้อยู่ในระบบภาษีธุรกิจเฉพาะ

ภาษีธุรกิจเฉพาะ

ภาษีธุรกิจเฉพาะคำนวณจากอะไร

ฐานภาษีธุรกิจเฉพาะโดยทั่วไปพิจารณาจากรายรับตามฐานภาษีของกิจการแต่ละประเภท ก่อนหักรายจ่าย แล้วนำมาคูณด้วยอัตราที่กฎหมายกำหนด

นอกจากนี้ยังมีภาษีท้องถิ่นอีกร้อยละ 10 ของจำนวนภาษีธุรกิจเฉพาะที่คำนวณได้ จึงต้องแยกให้ชัดว่า “อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ” กับ “ภาระรวมหลังภาษีท้องถิ่น” ไม่ใช่ตัวเลขเดียวกัน

อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะมีเท่าไร

อัตราไม่ได้เท่ากันทุกกิจการ ตามหลักของประมวลรัษฎากรมีอัตราหลัก เช่น 3% และ 2.5% รวมถึงอัตราเฉพาะหรือการยกเว้นบางประเภทตามกฎหมายและพระราชกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างอัตราที่พบบ่อย

  • กิจการธนาคารและกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์บางฐาน — 3%
  • กิจการรับประกันชีวิตบางฐาน — 2.5%
  • กิจการโรงรับจำนำ — 2.5%
  • ธุรกิจแฟ็กเตอริงบางฐาน — 3%
  • การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรโดยทั่วไป — 3%

ไม่ควรใช้อัตราในบทความเก่าหรือเอกสารที่ไม่ระบุช่วงเวลามาคำนวณทันที เพราะบางช่วงเคยมีมาตรการลดอัตราเป็นการชั่วคราว โดยเฉพาะธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์

ชื่อธุรกิจอาจเหมือนกัน แต่ภาษีต้องดูจาก “รายรับและธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง”

ก่อนยื่น ภ.ธ.40 ควรตรวจประเภทกิจการ ฐานภาษี และอัตราที่ใช้กับรายการให้ตรงกับข้อเท็จจริง

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

ภาษีธุรกิจเฉพาะจากการขายอสังหาริมทรัพย์

การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นกรณีที่คนทั่วไปพบภาษีธุรกิจเฉพาะได้บ่อย แต่ไม่ใช่การขายอสังหาริมทรัพย์ทุกครั้งจะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะเหมือนกันทั้งหมด ต้องพิจารณาว่าเข้าลักษณะการขายเป็นทางค้าหรือหากำไรตามหลักเกณฑ์หรือไม่

กรณีที่อยู่ในบังคับ โดยทั่วไปใช้อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ 3% ของฐานที่กฎหมายกำหนด และมีภาษีท้องถิ่นอีก 10% ของภาษีธุรกิจเฉพาะ จึงมักเห็นตัวเลขภาระรวมเทียบเท่า 3.3%

ผู้ขายจึงไม่ควรใช้ตัวเลข 0.1% จากข้อมูลเก่า เพราะอัตราดังกล่าวเคยเป็นมาตรการลดอัตราชั่วคราวในอดีต ไม่ใช่อัตราทั่วไปที่ควรใช้ในปัจจุบัน

ภาษีธุรกิจเฉพาะกับ VAT ต่างกันอย่างไร

VAT และภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นภาษีคนละประเภท VAT มีระบบภาษีขายและภาษีซื้อ ขณะที่ภาษีธุรกิจเฉพาะคำนวณจากฐานรายรับของกิจการตามประเภทที่กฎหมายกำหนด

ดังนั้นผู้ประกอบการไม่ควรเห็นคำว่า “รายรับ” แล้วนำอัตรา VAT มาใช้โดยอัตโนมัติ หรือเห็นว่าไม่ได้จด VAT แล้วสรุปว่าไม่มีภาษีจากการประกอบกิจการ

หากกำลังพิจารณาเรื่อง VAT สามารถอ่านเมื่อไรธุรกิจต้องจด VATเพิ่มเติม

ภ.ธ.40 คืออะไร

ภ.ธ.40 คือแบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะ ใช้สำหรับรายงานประเภทกิจการ รายรับ ฐานภาษี จำนวนภาษีธุรกิจเฉพาะ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามแบบของกรมสรรพากร

กรมสรรพากรยังมีใบแนบ ภ.ธ.40 สำหรับผู้ประกอบการที่มีหลายสถานประกอบการและได้รับอนุมัติให้ยื่นแบบและชำระภาษีรวมกันตามหลักเกณฑ์

ภ.ธ.40 ต้องยื่นเมื่อไร

กำหนดปกติสำหรับการยื่น ภ.ธ.40 คือภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป และต้องพิจารณารายรับของเดือนภาษีนั้นตามหน้าที่ของกิจการ

สำหรับการยื่นทางอินเทอร์เน็ต กรมสรรพากรมีปฏิทินกำหนดเวลาสำหรับช่องทางออนไลน์โดยเฉพาะ จึงควรตรวจปฏิทินภาษีในเดือนที่ยื่นจริง โดยในปฏิทินปัจจุบันจะเห็นกำหนด ภ.ธ.40 ทางออนไลน์แยกจากวันยื่นแบบปกติ

เดือนที่ไม่มีรายรับ ต้องยื่น ภ.ธ.40 หรือไม่

สำหรับผู้ประกอบกิจการที่อยู่ในระบบและมีหน้าที่ยื่นแบบ ต้องพิจารณาหน้าที่การยื่นแบบตามสถานะของกิจการ ไม่ควรสรุปเองว่าเดือนที่ไม่มีรายรับสามารถหยุดยื่นได้ทันที

ต้นฉบับเดิมของบทความก็ระบุหลักว่าต้องยื่นแบบเป็นรายเดือนแม้เดือนนั้นไม่มีรายรับ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าธุรกิจควรมีปฏิทินภาษีและผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน

ยื่น ภ.ธ.40

ต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะหรือไม่

ผู้ประกอบกิจการที่มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะต้องตรวจหน้าที่เรื่องการจดทะเบียนตามประเภทกิจการ โดยหลักมีกรอบเวลาที่เกี่ยวข้องกับวันเริ่มประกอบกิจการ

อย่างไรก็ตาม กิจการและธุรกรรมบางประเภทอาจมีหลักเกณฑ์เฉพาะหรือได้รับยกเว้น จึงควรตรวจข้อเท็จจริงก่อนยื่นคำขอ ไม่ควรจดทะเบียนเพียงเพราะพบคำว่า “ดอกเบี้ย” หรือ “ขายอสังหาริมทรัพย์” ในธุรกรรมหนึ่งครั้ง

ต้องทำรายงานอะไรบ้าง

ผู้ประกอบกิจการที่อยู่ในบังคับภาษีธุรกิจเฉพาะต้องมีข้อมูลรายรับที่ใช้คำนวณภาษีและแยกรายการที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณตามหลักเกณฑ์ เพื่อให้สามารถตรวจสอบยอดใน ภ.ธ.40 ย้อนกลับมายังเอกสารและบัญชีได้

จึงควรจัดระบบเอกสารตั้งแต่วันที่รับเงิน ไม่ใช่รอถึงวันใกล้ยื่นแบบแล้วค่อยค้นว่าแต่ละยอดมาจากรายการใด

ดูพื้นฐานการจัดเอกสารได้ที่เอกสารทำบัญชีมีอะไรบ้าง

ภาษีธุรกิจเฉพาะเกี่ยวข้องกับบัญชีอย่างไร

รายรับที่นำไปยื่น ภ.ธ.40 ต้องสัมพันธ์กับข้อมูลในบัญชีและหลักฐานของกิจการ หากยอดในแบบภาษีกับรายได้หรือดอกเบี้ยในบัญชีไม่สัมพันธ์กัน เมื่อถึงช่วงปิดงบอาจต้องย้อนตรวจว่าความต่างเกิดจากอะไร

การดูแลรายเดือนจึงควรเชื่อมตั้งแต่เอกสาร รายรับ ภาษี ไปจนถึงบัญชีแยกประเภท บริษัทที่ต้องการดูภาพรวมสามารถอ่านทำบัญชีรายเดือนกับรายปีต่างกันอย่างไร

ภาษีธุรกิจเฉพาะกับภาษีเงินได้นิติบุคคลไม่ใช่ภาษีเดียวกัน

แม้บริษัทจะเสียภาษีธุรกิจเฉพาะจากรายรับบางประเภทแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีหน้าที่เรื่องภาษีเงินได้นิติบุคคล เพราะเป็นภาษีคนละประเภทและคำนวณตามคนละฐาน

เมื่อสิ้นรอบบัญชี บริษัทจึงยังต้องพิจารณาภาษีเงินได้นิติบุคคลและงานประจำปีตามปกติ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลออนไลน์

ก่อนคำนวณภาษี ควรถาม 5 คำถามนี้

  1. ธุรกิจหรือรายการนี้เข้าประเภทกิจการที่กฎหมายกำหนดหรือไม่
  2. ฐานภาษีของกิจการประเภทนี้คือรายรับส่วนใด
  3. อัตราภาษีที่ใช้กับฐานนั้นเท่าไร
  4. มีข้อยกเว้นหรือมาตรการเฉพาะที่เกี่ยวข้องหรือไม่
  5. ต้องยื่น ภ.ธ.40 และจัดเก็บเอกสารอย่างไร

หากเป็นรายการที่มีมูลค่าสูงหรือโครงสร้างซับซ้อน ควรตรวจข้อกฎหมายก่อนทำธุรกรรม สามารถดูที่ปรึกษาภาษีธุรกิจเพิ่มเติม

กิจการมีหลายสาขาต้องจัดการอย่างไร

กิจการที่มีหลายสถานประกอบการควรตรวจว่าต้องจัดทำข้อมูลรายรับแยกอย่างไร และได้รับอนุมัติให้ยื่นแบบรวมกันหรือไม่ เพราะกรมสรรพากรมีใบแนบ ภ.ธ.40 สำหรับกรณีหลายสถานประกอบการที่ได้รับอนุมัติให้ยื่นรวม

บริษัทที่กำลังเปิดสาขาใหม่ควรตรวจทั้งทะเบียนนิติบุคคล ระบบบัญชี และภาษีของสาขาให้พร้อม สามารถอ่านจดทะเบียนเพิ่มสาขาบริษัทประกอบ

เมื่อกิจการเปลี่ยนแปลง ต้องตรวจทะเบียนภาษีด้วย

หากมีการเปลี่ยนชื่อ ประเภทกิจการ เปิดหรือปิดสถานประกอบการ หรือมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญอื่น ไม่ควรตรวจเฉพาะข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แต่ควรตรวจผลต่อทะเบียนภาษีที่เกี่ยวข้องด้วย

อ่านเรื่องการแก้ข้อมูลบริษัทได้ที่จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงแก้ไขบริษัท

ระบบบัญชีช่วยลดความผิดพลาดของ ภ.ธ.40 ได้อย่างไร

หากธุรกิจมีรายรับหลายประเภท ควรแยกหมวดรายรับตั้งแต่ต้นว่าเงินก้อนไหนอยู่ในฐานภาษีธุรกิจเฉพาะ เงินก้อนไหนเป็นรายได้ประเภทอื่น และเงินก้อนไหนไม่ใช่รายรับของกิจการ

การรวมรายรับทุกอย่างไว้บัญชีเดียวแล้วค่อยมานั่งแยกตอนสิ้นเดือนเพิ่มความเสี่ยงต่อการยื่นผิด บริษัทที่มีรายการจำนวนมากสามารถดูบริการรับวางระบบบัญชีเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อยเรื่องภาษีธุรกิจเฉพาะ

ภาษีธุรกิจเฉพาะกับ VAT เหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกัน เป็นภาษีคนละประเภท มีฐาน วิธีคำนวณ และแบบยื่นต่างกัน ต้องดูว่ากิจการหรือธุรกรรมอยู่ในระบบใดตามกฎหมาย

ภาษีธุรกิจเฉพาะยื่นแบบอะไร?

แบบหลักคือ ภ.ธ.40 และมีใบแนบสำหรับกรณีหลายสถานประกอบการที่เข้าเงื่อนไขตามกรมสรรพากร

ภ.ธ.40 ยื่นเมื่อไร?

กำหนดปกติคือภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ส่วนการยื่นทางอินเทอร์เน็ตควรตรวจปฏิทินภาษีของกรมสรรพากรในเดือนนั้น

ขายอสังหาริมทรัพย์เสีย 0.1% หรือ 3%?

อัตรา 0.1% เคยมีการลดชั่วคราวในอดีต ปัจจุบันกรณีขายอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าลักษณะเป็นทางค้าหรือหากำไรโดยทั่วไปใช้อัตรา 3% และมีภาษีท้องถิ่นเพิ่มอีก 10% ของภาษีธุรกิจเฉพาะ

บริษัททั่วไปมีรายได้ดอกเบี้ยต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะไหม?

ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและลักษณะการประกอบกิจการ ไม่ควรสรุปจากคำว่า “ดอกเบี้ย” เพียงอย่างเดียว หากรายการมีนัยสำคัญควรตรวจประเภทกิจการและข้อกฎหมายก่อน

ภาษีที่ถูกต้อง เริ่มจากการรู้ว่า “ธุรกิจทำอะไรจริง” ไม่ใช่เริ่มจากเลือกแบบภาษีที่คุ้นเคยที่สุด

กิจการที่มีรายรับเหมือนกันอาจมีภาระภาษีต่างกัน หากลักษณะธุรกรรมและฐานภาษีไม่เหมือนกัน การดูเพียงจำนวนเงินที่เข้าธนาคารจึงไม่เพียงพอ

ผู้ประกอบการควรแยกประเภทกิจการ ตรวจฐานรายรับ ใช้อัตราตามกฎหมาย และจัดเอกสารรองรับตั้งแต่เดือนที่เกิดรายการ เพื่อให้บัญชีและแบบ ภ.ธ.40 ตรวจสอบย้อนกลับกันได้

เพราะความผิดพลาดของภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ได้เริ่มในวันที่กดยื่นแบบ แต่เริ่มตั้งแต่วันที่ธุรกิจตีความรายรับผิดว่าอยู่ในระบบภาษีประเภทใด

มีรายรับหรือธุรกรรมที่ไม่แน่ใจว่าเข้าภาษีธุรกิจเฉพาะหรือไม่?

สำนักงานบัญชี พีทูพีช่วยดูงานบัญชี ภาษี และตรวจลักษณะรายการให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจจริง

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc
สำนักงานบัญชีและภาษีธุรกิจเฉพาะ

บทความที่น่าสนใจ