views

ทำบัญชีธุรกิจ สิ่งที่เจ้าของกิจการต้องรู้



จะทำธุรกิจ จะคิดแต่ยอดขายอย่างเดียวไม่ได้ การทำบัญชีธุรกิจ หรือจัดทำบัญชีที่เหมาะสมกับธุรกิจ

เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม นอกจากจะมีผลในทางกฎหมาย ยังจะช่วยทำให้เห็นภาพชัดในการดำเนินงานธุรกิจ

เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงาน ลองมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับบัญชีธุรกิจกันเลยในตอนนี้

รับปรึกษาภาษี ที่ปรึกษาภาษี


บัญชีธุรกิจ คือ


การบันทึก รวบรวม จัดหมวดหมู่ สรุปผลและรายงานข้อมูลทางการเงินของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น

งบกำไร ขาดทุน งบดุล งบแสดงการเปลี่ยนแปลงในส่วนของผู้ถือหุ้น งบกระแสเงินสด นโยบายบัญชี

เพื่อใช้ประโยชน์ในด้านข้อมูลสำหรับการดำเนินงานในหลายส่วน รวมไปถึงการตรวจสอบบัญชีและภาษี


ประโยชน์ของการทำบัญชี ที่สามารถจับต้องได้


ทำให้ทราบถึงความก้าวหน้าของการดำเนินงาน แสดงถึงสถานะทางการเงินของบริษัท เพื่อที่ผู้บริหาร

หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง สามารถใช้ข้อมูลเพื่อประกอบการวางแผน ดำเนินงาน และการตัดสินใจ อีกทั้งยังใช้ในการ

ตรวจเช็คข้อบกพร่องจากการดำเนินงานในครั้งที่ผ่านมา เพื่อทำมาปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

และที่สำคัญยังช่วยให้การดำเนินงานของบริษัท เป็นไปอย่างโปร่งใสตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น

แนะนำอ่าน โปรแกรมสำเจ็จรูปบัญชี Express

ประเภทของบัญชีธุรกิจ


บัญชีธุรกิจ จะแบ่งออกไปตามประเภทของธุรกิจ หรือกลุ่มธุรกิจใหญ่ ๆ มีดังต่อไปนี้


- ธุรกิจพาณิชยกรรม เป็นธุรกิจประเภทซื้อมาขายไป โดยนำสินค้าสำเร็จรูปมาจำหน่าย ซึ่งรายได้หลัก

จะมาจากการขายเท่านั้นการทำบัญชีจึงไม่ซับซ้อนเท่าใดนัก จะมีเพียงต้นทุนจากการซื้อสินค้าเท่านั้น ไม่มีต้นทุนจากการผลิตแต่อย่างใด

- ธุรกิจอุตสาหกรรม เป็นธุรกิจประเภทผลิต โดยทำการซื้อวัตถุดิบ แล้วนำไปเข้าสู่กระบวนการผลิต

จะมีต้นทุนแรงงานและค่าใช้จ่ายในการผลิต ซึ่งรายได้หลักของธุรกิจประเภทนี้จะมาจากการขาย

การทำรายงานทางการเงินหรือบัญชี จะค่อนข้างซับซ้อนเพราะจะต้องคำนวณต้นทุนการผลิตประกอบด้วย

- ธุรกิจบริการ เป็นธุรกิจที่ให้บริการในรูปแบบของแรงงาน ซึ่งรายได้จะมาจากค่าบริการจากผู้ใช้ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม

ค่านายหน้า ค่าบริการต่าง ๆ หรือค่าเช่า ต้นทุนส่วนใหญ่ของธุรกิจประเภทนี้ จะอยู่ในรูปแบบของแรงงานของผู้ให้บริการเป็นหลัก

อ่าน รับวางแผนภาษี ลดหย่อนภาษี ถูกต้องตามประมวลรัษฎากร

ไม่เพียงเท่านั้น ประเภทบัญชีจะมีความยากง่าย ลึกตื้นขึ้นไปตามรูปแบบของธุรกิจ

1. ธุรกิจส่วนตัว หรือเป็นธุรกิจที่มีเจ้าของเพียงคนเดียว จะเป็นผู้ดำเนินธุรกิจแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีผู้ร่วมลงทุน

แหล่งเงินทุนส่วนใหญ่จะมาจากเงินทุนส่วนตัว หรือจากแหล่งเงินกู้ อีกทั้งการจัดการหนี้สิน

เจ้าของจะเป็นผู้รับผิดชอบเองแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น เมื่อเจ้าของธุรกิจเสียชีวิตลง การดำเนินธุรกิจก็จบลงเช่นเดียวกัน

2. ห้างหุ้นส่วน ธุรกิจประเภทนี้ จะมีบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อดำเนินกิจการร่วมกัน สัดส่วนการถือหุ้น

หรือการลงทุน ไม่จำเป็นที่จะต้องเท่ากันเสมอไป ขึ้นอยู่กับการตกลงกัน จะร่วมกันบริหารก็สามารถทำได้

โดยห้างหุ้นส่วนจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ ห้างหุ้นส่วนสามัญ และห้างหุ้นส่วนจำกัด
 
ห้างหุ้นส่วนสามัญ โดยผู้ที่เป็นหุ้นส่วนทุกคนจะต้องร่วมรับผิดชอบหนี้สินอย่างไม่จำกัด แม้จะจดทะเบียนหรือไม่จดก็ตาม และสามารถแยกประเภทย่อยได้อีก มีดังนี้
 
- ห้างหุ้นส่วนสามัญ ไม่จดทะเบียน จะมีสภาพบุคคลธรรมดา ในเรื่องของการเสียภาษีเปรียบเสมือนบุคคลธรรมดา ในเรื่องของการบริหารขึ้นอยู่กับการตกลงของทั้ง 2 ฝ่าย

- ห้างหุ้นส่วนสามัญ จดทะเบียน สำหรับการจดทะเบียนจะทำการจดกับพนักงานนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท กระทรวงพาณิชย์ ทำให้หุ้นส่วนสามัญ

มีฐานะเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากผู้เป็นหุ้นส่วน สำหรับการจดทะเบียนจะต้องระบุชื่อผู้เป็นหุ้นส่วนและผู้จัดการด้วย โดยหุ้นส่วนผู้จัดการจะเป็นผู้มีสิทธิ์ในการบริหารหรือดำเนินงานใด ๆ ของห้างหุ้นส่วน
 
ห้างหุ้นส่วนจำกัด เป็นห้างหุ้นส่วนที่มีผู้เป็นหุ้นส่วน 2 ประเภทคือ ผู้เป็นหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิดชอบ และอีกประเภทหนึ่งคือ ผู้เป็นหุ้นส่วนประเภทที่ไม่จำกัดความรับผิดชอบ
 
- ประเภทจำกัดความรับผิดชอบ จะต้องรับผิดชอบในหนี้สินจากการดำเนินงาน ไม่เกินจำนวนของหุ้นส่วนที่ลงทุนไว้

- ประเภทไม่จำกัดความรับผิดชอบ จะต้องรับผิดชอบหนี้สินจากการดำเนินงานทั้งหมด โดยไม่มีจำกัดจำนวน

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดไว้ว่า จะต้องมีหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความารับผิดชอบอย่างน้อย 1 คน

และห้างหุ้นส่วนจำกัดนี้จะต้องจะจดเบียนเป็นนิติบุคล และรูปแบบการบริหารจัดการในรูปแบบการมีหุ้นส่วน จะดีกว่าการเป็นรูปแบบเจ้าของคนเดียว

ในเรื่องของการดำเนินงานและการหาแหล่งเงินทุน แต่จะมีข้อจำกัดในเรื่องของการบริหารในเรื่องของกฎหมาย ที่กำหนดไว้ว่าจะต้องมีผู้สอบบัญชีภาษีอากรเข้ามาเป็นผู้ตรวจสอบ

3. บริษัทจำกัด โดยจะต้องเป็นกลุ่มบุคคลตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป ร่วมกันลงทุนในรูปแบบของนิติบุคคล โดยจดทะเบียนบริษัทแยกออกต่างหากจากเจ้าของ

แบ่งทุนออกเป็นมูลค่าหุ้น หุ้นละเท่า ๆ กัน โดยผู้ลงทุนจะซื้อหุ้นจะเรียกว่า ผู้ถือหุ้น และผู้ถือหุ้นจะรับผิดชอบหนี้สินในส่วนที่ไม่เกินไปกว่าจำนวนเงินลงทุน

ที่ยังส่งให้บริษัทไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ถืออยู่ ซึ่งผู้ที่ถือหุ้นจะนับว่าเป็นเจ้าของกิจการร่วมกัน และมีสิทธิ

ในการออกเสียงตามจำนวนของหุ้นส่วนที่ถือ จะได้รับส่วนแบ่งในรูปแบบเงินปันผล ซึ่งการจดทะเบียนจะเรียกว่าหุ้นสามัญ


อ่าน รับวางระบบบัญชี ระบบงานฝ่ายบัญชี

การจัดตั้งบริษัทจำกัด แบ่งออกได้ 2 ประเภท


- บริษัทเอกชนจำกัด โดยจะแบ่งทุนเป็นหุ้น แต่ละหุ้นจะมีมูลค่าเท่า ๆ กัน และจะมีผู้ถือหุ้นไม่เกิน 100 คน

- บริษัทมหาชนจำกัด โดยกลุ่มผู้จัดตั้งจะต้องมีอย่างน้อย 15 คน และมีผู้ถือหุ้นมากกว่า 100 คน โดยหุ้นของบริษัทมหาชน จะมี 2 ประเภทคือ คือหุ้นสามัญ และหุ้นบุริมสิทธิ

การทำบัญชีของธุรกิจแต่ละประเภท


แน่นอนว่าจะมีปัจจัยที่แตกต่างกันเข้ามาประกอบด้วย และทุกอย่างจำเป็นที่จะต้องถูกต้อง ชัดเจน

เพื่อประโยชน์ในการเสียภาษี วิเคราะห์ข้อมูล และการดำเนินงานของธุรกิจแต่ละประเภท

แม้กระทั่งเป็นข้อมูลสำหรับผู้ถือหุ้น หรือความน่าเชื่อถือของบริษัท คู่ค้า ที่จะดำเนินกิจการร่วมกันต่อไปในอนาคต

การทำบัญชีธุรกิจอย่างถูกต้อง ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง และใช้งานอย่างถูกประเภท จึงเป็นส่วนสำคัญในการทำบัญชี

ดูบริการ รับตรวจสอบบัญชี โดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)


สรุปบัญชีธุรกิจ


จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับธุรกิจทุกประเภท เพราะธุรกิจที่มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง

ล้วนแล้วจะต้องประกอบการให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด การทำบัญชีธุรกิจให้ถูกต้อง

เสียภาษีอย่างถูกกฎหมาย ผู้จัดทำจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง เพื่อประโยชน์

ในการดำเนินงานต่าง ๆ ของบริษัท ผู้ถือหุ้น และการดำเนินงาน เพื่อการเติบโตของธุรกิจอย่างมั่นคง และยั่งยืน



แนะนำอ่านบริการ รับทำบัญชี ยื่นภาษี เช็คราคาทำบัญชี


บริการรับจดทะเบียนบริษัท ราคาประหยัด
บริษัท สำนักงานบัญชี พีทูพี จำกัด
โทรศัพท์ : 097 236 2994
ไอดีไลน์ : p2pacc
www.p2paccounting.com

บทความที่น่าสนใจ