คู่มือเตรียมความพร้อมด้านบัญชีสำหรับเจ้าของธุรกิจและ SME
เริ่มใช้โปรแกรมบัญชี Express ต้องเตรียมอะไรบ้าง? คู่มือสำหรับบริษัท
“ซื้อโปรแกรมบัญชีมาแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร” ปัญหานี้แก้ได้ หากธุรกิจเตรียมข้อมูลและกำหนดขั้นตอนให้ชัดเจนก่อนเริ่มใช้งาน
เริ่มใช้โปรแกรมบัญชี Express ไม่ใช่เพียงการติดตั้งโปรแกรมแล้วเริ่มออกใบแจ้งหนี้ทันที แต่ควรเตรียมข้อมูลบริษัท ผังบัญชี รายชื่อลูกค้าและผู้ขาย สินค้า ยอดคงเหลือเดิม และระบบเอกสารให้พร้อมก่อน
หลายกิจการเลือกใช้โปรแกรมบัญชีเพื่อให้ทำงานได้รวดเร็ว ลดการทำเอกสารซ้ำ และติดตามข้อมูลทางการเงินได้ง่ายขึ้น แต่หากนำข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเข้าสู่ระบบตั้งแต่วันแรก ปัญหาอาจสะสมไปจนถึงการปิดบัญชีประจำเดือนหรือสิ้นปี
บทความนี้จึงชวนเจ้าของบริษัทและพนักงานบัญชีมาเตรียมความพร้อมทีละขั้น ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างที่สามารถนำไปใช้วางแผนเริ่มต้นระบบบัญชีของกิจการได้จริง
5 เรื่องที่ควรเตรียมก่อนเริ่มใช้ Express
✓ ข้อมูลบริษัทและสถานะการจดทะเบียนภาษี
✓ รายชื่อลูกค้า ผู้ขาย สินค้า และบริการ
✓ ยอดบัญชีเดิมและข้อมูลที่ต้องนำเข้าสู่ระบบ
✓ ขั้นตอนจัดเก็บเอกสารและแบ่งหน้าที่พนักงาน
✓ วิธีตรวจสอบและสำรองข้อมูลก่อนใช้งานจริง
หากยังไม่รู้จักโปรแกรมมาก่อน สามารถอ่าน โปรแกรมบัญชี Express คืออะไร เพื่อทำความเข้าใจระบบงานและคุณสมบัติของโปรแกรมก่อน

ACCOUNTING SYSTEM READINESS
ทำไมต้องเตรียมข้อมูลก่อนเริ่มใช้โปรแกรมบัญชี Express?
ลองนึกภาพว่าบริษัทแห่งหนึ่งเคยบันทึกยอดขายใน Excel เก็บเอกสารซื้อไว้ในแฟ้ม และให้พนักงานแต่ละคนดูแลข้อมูลของตนเอง เมื่อเปลี่ยนมาใช้ Express บริษัทก็นำข้อมูลเดิมเข้าโปรแกรมทันทีโดยไม่ได้ตรวจสอบ
หลังใช้งานไปได้หนึ่งเดือน กลับพบว่าชื่อลูกค้าซ้ำกันหลายราย ยอดสินค้าคงเหลือไม่ตรงกับสินค้าจริง และลูกหนี้บางรายการแสดงยอดผิดพลาด
ปัญหาดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าโปรแกรมทำงานผิดเสมอไป แต่อาจเกิดจากข้อมูลต้นทางไม่ถูกต้องหรือไม่ได้กำหนดวิธีทำงานร่วมกันตั้งแต่แรก
เพราะฉะนั้น การเตรียมความพร้อมก่อนใช้โปรแกรมจึงควรเริ่มจากการสำรวจข้อมูลที่ธุรกิจมีอยู่ ตรวจความถูกต้อง และกำหนดว่าจะนำข้อมูลส่วนใดมาใช้ในระบบใหม่
ข้อคิดสำหรับเจ้าของธุรกิจ
อย่ารีบนำข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่โปรแกรมเพียงเพราะต้องการเริ่มใช้งานเร็ว เพราะเวลาเพียงเล็กน้อยที่ใช้ตรวจข้อมูลก่อนเริ่มต้น อาจช่วยลดเวลาแก้ไขบัญชีในอนาคตได้มาก
ผู้ประกอบการสามารถอ่านเพิ่มเติมเรื่อง โปรแกรมบัญชีช่วยบริหารธุรกิจได้อย่างไร เพื่อเข้าใจประโยชน์ของข้อมูลบัญชีที่มีคุณภาพ
1. เตรียมข้อมูลบริษัทและสถานะภาษีให้ถูกต้อง
ข้อมูลบริษัทเป็นส่วนสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนเริ่มใช้โปรแกรม เพราะอาจถูกนำไปแสดงบนเอกสารซื้อขาย ใบเสร็จรับเงิน และรายงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการ
ข้อมูลที่ควรเตรียม
- ชื่อบริษัทตามหนังสือรับรองนิติบุคคล
- เลขทะเบียนนิติบุคคลและเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
- ที่อยู่สำนักงานใหญ่และสาขาที่เกี่ยวข้อง
- ข้อมูลการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- รอบระยะเวลาบัญชีของบริษัท
- ข้อมูลติดต่อและรายละเอียดที่จำเป็นสำหรับเอกสารทางการค้า
หากบริษัทจดทะเบียน VAT ต้องตรวจสอบการตั้งค่าภาษีให้สอดคล้องกับสถานะและลักษณะธุรกรรมจริง รวมถึงกำหนดรูปแบบเอกสารที่กิจการต้องใช้ให้ถูกต้อง
ไม่ควรเข้าใจว่าการมีเมนูใบกำกับภาษีในโปรแกรม ทำให้ทุกกิจการสามารถออกใบกำกับภาษีได้โดยไม่มีเงื่อนไข เพราะต้องพิจารณาตามกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย
OPENING BALANCES
2. เตรียมผังบัญชีและยอดยกมา ก่อนนำข้อมูลเดิมเข้า Express
สำหรับบริษัทที่เคยทำบัญชีด้วยวิธีอื่นมาก่อน สิ่งสำคัญคือการกำหนดวันที่เริ่มใช้ระบบใหม่ และตรวจสอบยอดบัญชีคงเหลือ ณ วันดังกล่าวให้ถูกต้อง
ตัวอย่างเช่น บริษัทจะเริ่มใช้ Express วันที่ 1 กรกฎาคม ผู้ทำบัญชีควรตรวจยอดคงเหลือจากระบบเดิม ณ วันที่ 30 มิถุนายน พร้อมพิจารณารายการที่ต้องนำมาเปิดระบบให้ครบถ้วน
- เงินสดและเงินฝากธนาคาร
- ลูกหนี้การค้าและเจ้าหนี้การค้า
- สินค้าคงเหลือ
- สินทรัพย์ถาวรและค่าเสื่อมราคาสะสม
- เงินกู้และหนี้สินคงเหลือ
- ทุนและรายการในส่วนของเจ้าของ
- ยอดบัญชีอื่นที่เกี่ยวข้องตามงบทดลอง
ตัวอย่างปัญหาที่เกิดจากยอดยกมาไม่ถูกต้อง
สมมติยอดลูกหนี้ตามบัญชีเดิมมีจำนวน 250,000 บาท แต่เมื่อตรวจรายละเอียดพบว่ามีใบแจ้งหนี้รายการหนึ่งได้รับชำระแล้ว 20,000 บาท และยังไม่ได้บันทึกตัดหนี้
หากนำยอด 250,000 บาทเข้า Express โดยไม่ตรวจสอบ ระบบใหม่ก็จะเริ่มต้นด้วยยอดลูกหนี้ที่คลาดเคลื่อน
ดังนั้น ก่อนนำข้อมูลเข้าสู่ระบบควรให้ผู้รับผิดชอบตรวจยอดและจัดทำรายการปรับปรุงตามหลักฐานให้เรียบร้อย รวมถึงตรวจความสัมพันธ์ระหว่างยอดรายตัวกับบัญชีแยกประเภท
การจัดทำผังบัญชีควรสอดคล้องกับลักษณะกิจการและมาตรฐานบัญชีที่ใช้ ไม่ควรเพิ่มรหัสบัญชีจำนวนมากโดยไม่จำเป็น เพราะอาจทำให้พนักงานเลือกบัญชีผิดและตรวจสอบยากขึ้น
.png)
3. จัดข้อมูลลูกค้าและผู้ขายให้เรียบร้อยก่อนเริ่มบันทึกบัญชี
ชื่อและรายละเอียดของคู่ค้าเป็นข้อมูลที่ถูกเรียกใช้บ่อยในระบบซื้อและขาย การมีข้อมูลซ้ำหรือผิดพลาดอาจทำให้บริษัทติดตามยอดลูกหนี้และเจ้าหนี้ได้ยาก
ตัวอย่างเช่น บริษัทขายสินค้าให้ลูกค้ารายหนึ่ง แต่พนักงานสร้างชื่อไว้สามรูปแบบ ได้แก่ บริษัท เอ จำกัด, บจก. เอ และ บริษัทเอ เมื่อตรวจยอดค้างรับ อาจต้องรวบรวมรายการจากหลายรหัส ทำให้เสี่ยงต่อการติดตามยอดไม่ครบ
ก่อนเริ่มใช้โปรแกรมจึงควรกำหนดมาตรฐานการตั้งรหัสและชื่อคู่ค้า ตรวจข้อมูลซ้ำ และกำหนดผู้รับผิดชอบในการเพิ่มหรือแก้ไขรายชื่อ
รายละเอียดที่ควรจัดเตรียม
- ชื่อและข้อมูลติดต่อของลูกค้าและผู้ขาย
- เลขประจำตัวผู้เสียภาษีเมื่อเกี่ยวข้อง
- ที่อยู่สำหรับออกเอกสาร
- เงื่อนไขเครดิตและกำหนดชำระเงิน
- ยอดลูกหนี้หรือเจ้าหนี้เดิมแยกตามราย
การเตรียมข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้การออกเอกสารและติดตามรายการทางการค้าทำได้เป็นระบบมากขึ้น และลดงานแก้ไขภายหลัง
ผู้ที่ต้องดูแลเอกสารของบริษัทสามารถอ่าน วิธีเตรียมเอกสารบัญชีให้ครบถ้วน เพื่อใช้วางแนวทางจัดเก็บข้อมูล
4. เตรียมข้อมูลสินค้าให้ตรงกับสต็อกจริง
หากกิจการมีการซื้อสินค้าเพื่อจำหน่าย ควรเตรียมรหัสสินค้า ชื่อสินค้า หน่วยนับ และข้อมูลต้นทุนที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มใช้งานระบบสินค้าคงคลัง
สิ่งที่ควรระวังคือการตั้งชื่อหรือรหัสสินค้าซ้ำ รวมถึงการกำหนดหน่วยนับไม่ตรงกับวิธีซื้อขาย เช่น ซื้อเป็นกล่อง แต่ขายเป็นชิ้น หากไม่มีหลักเกณฑ์การแปลงหน่วยที่ถูกต้อง ยอดสินค้าคงเหลืออาจผิดได้ง่าย
ตัวอย่างธุรกิจขายอุปกรณ์สำนักงาน
บริษัทมีปากกาคงเหลือ 500 ด้าม แต่ในข้อมูลเดิมมีชื่อสินค้าสองรหัสแยกกัน ได้แก่ ปากกาน้ำเงิน และปากกาสีน้ำเงิน ทั้งที่เป็นสินค้าชนิดเดียวกัน
ก่อนย้ายข้อมูลจึงควรตรวจว่ารายการใดเป็นสินค้าจริง รายการใดเป็นข้อมูลซ้ำ และยืนยันยอดคงเหลือกับการตรวจนับสินค้า ณ วันเริ่มใช้ระบบ
สำหรับโรงงานหรือธุรกิจที่มีขั้นตอนผลิตหลายระดับ ควรตรวจว่ารูปแบบการควบคุมวัตถุดิบ งานระหว่างทำ และต้นทุนการผลิตสามารถรองรับได้ด้วยระบบที่เลือกหรือจำเป็นต้องมีระบบเสริม
การเลือกโปรแกรมให้เหมาะกับลักษณะธุรกิจจึงสำคัญ สามารถศึกษา วิธีเลือกโปรแกรมบัญชีสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ก่อนตัดสินใจใช้งานจริง
5. กำหนดขั้นตอนเอกสารและหน้าที่พนักงานให้ชัดเจน
การใช้ Express ให้เกิดประโยชน์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝ่ายบัญชีเพียงฝ่ายเดียว เพราะข้อมูลจำนวนมากเริ่มจากฝ่ายขาย ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายคลังสินค้า และฝ่ายการเงิน
หากแต่ละฝ่ายทำงานโดยไม่มีข้อตกลงร่วมกัน อาจเกิดปัญหา เช่น ออกใบแจ้งหนี้แล้วไม่แจ้งฝ่ายบัญชี ส่งสินค้าแล้วไม่บันทึกการจ่ายออก หรือได้รับเงินแล้วไม่แจ้งผู้รับผิดชอบลูกหนี้
ธุรกิจจึงควรกำหนดว่าใครเป็นผู้จัดทำเอกสาร ใครตรวจสอบ ใครอนุมัติ และใครรับผิดชอบบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบ
ตัวอย่างการแบ่งหน้าที่ในบริษัทขนาดเล็ก
ฝ่ายขาย: จัดทำเอกสารขายและแจ้งข้อมูลลูกค้า
คลังสินค้า: ตรวจสินค้าและยืนยันการรับหรือส่งมอบ
ฝ่ายการเงิน: ตรวจหลักฐานรับจ่ายและรายการธนาคาร
ฝ่ายบัญชี: บันทึกและตรวจรายการบัญชีภาษี
ผู้บริหาร: กำหนดอำนาจอนุมัติและติดตามรายงานที่สำคัญ
แม้บริษัทมีพนักงานเพียงไม่กี่คน ก็สามารถกำหนดขั้นตอนตรวจสอบทดแทนการแบ่งหน้าที่ที่ไม่สามารถแยกบุคลากรได้ครบทุกตำแหน่ง เพื่อช่วยลดความผิดพลาดและเพิ่มความรับผิดชอบในการทำงาน
สำหรับรายละเอียดการเชื่อมโยงกระบวนการซื้อ ขาย รับเงิน จ่ายเงิน และระบบบัญชีอื่น ๆ สามารถอ่าน แนวทางวางระบบบัญชีด้วย Express ซึ่งเป็นบทความเฉพาะเรื่องการทำงานของแต่ละระบบ

6. ทดลองใช้ Express ก่อนเริ่มบันทึกข้อมูลจริง
ก่อนให้พนักงานทั้งบริษัทเริ่มใช้งาน ควรทดลองกระบวนการกับรายการตัวอย่าง เพื่อดูว่าการตั้งค่าข้อมูล เอกสาร และการส่งต่อรายการระหว่างระบบทำงานสอดคล้องกับความต้องการหรือไม่
ตัวอย่างการทดสอบ 5 ขั้นตอน
- ทดลองเพิ่มข้อมูลลูกค้าและผู้ขาย
- ทดลองบันทึกซื้อสินค้าและตรวจเจ้าหนี้
- ทดลองขายสินค้าและตรวจลูกหนี้
- ทดลองรับเงิน จ่ายเงิน และกระทบยอดธนาคาร
- ทดลองเรียกรายงานเพื่อดูผลของรายการที่บันทึก
เมื่อทดสอบแล้วควรตรวจว่าเอกสารที่ออกมีข้อมูลถูกต้องหรือไม่ รายงานเชื่อมโยงตามการตั้งค่าหรือไม่ และพนักงานเข้าใจขั้นตอนที่ตนรับผิดชอบหรือยัง
ควรแยกข้อมูลสำหรับทดลองออกจากข้อมูลจริงตามวิธีที่ผู้ดูแลระบบกำหนด เพื่อไม่ให้รายการทดสอบปะปนกับธุรกรรมของบริษัท
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้เมนูต่าง ๆ สามารถศึกษา คอร์สเรียนโปรแกรมบัญชี Express เพื่อดูแนวทางการฝึกใช้งานตั้งแต่พื้นฐาน
เตรียมข้อมูลพร้อมแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าจะเริ่มใช้ Express อย่างไร?
สอบถามแนวทางจัดเอกสาร บัญชีเริ่มต้น และการเตรียมข้อมูลสำหรับการใช้งานตามรูปแบบธุรกิจ
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc7 ข้อผิดพลาดที่ควรระวังก่อนเริ่มใช้ Express
- เริ่มใช้โดยไม่กำหนดวันตัดยอด: ทำให้แยกธุรกรรมจากระบบเดิมกับระบบใหม่ได้ยาก
- นำยอดบัญชีเดิมเข้าระบบโดยไม่ตรวจสอบ: ทำให้ยอดเปิดระบบคลาดเคลื่อนตั้งแต่วันแรก
- ใช้รหัสลูกค้าและสินค้าซ้ำ: ทำให้ติดตามข้อมูลและออกรายงานยาก
- ไม่ตรวจสถานะ VAT: อาจทำให้การออกเอกสารและบันทึกภาษีผิดพลาด
- พนักงานไม่มีขั้นตอนทำงานร่วมกัน: อาจทำให้ข้อมูลบางส่วนไม่ถูกส่งต่อเข้าระบบ
- ไม่กำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งาน: เพิ่มความเสี่ยงต่อการแก้ไขข้อมูลโดยไม่มีการควบคุม
- ไม่เตรียมระบบสำรองข้อมูล: เพิ่มความเสี่ยงหากเครื่องหรือฐานข้อมูลมีปัญหา
การวางระบบที่ดีควรกำหนดวิธีป้องกันปัญหาเหล่านี้ตั้งแต่ก่อนเริ่มใช้จริง เพราะการแก้ไขหลังมีรายการบัญชีจำนวนมากอาจต้องใช้ทั้งเวลาและแรงงานมากกว่าที่คาดคิด
เจ้าของกิจการที่ต้องการรับผิดชอบงานบัญชีบางส่วนด้วยตนเองสามารถอ่าน ทำบัญชีบริษัทเองต้องรู้อะไรบ้าง เพื่อเข้าใจหน้าที่และข้อควรระวังเพิ่มเติม
Checklist ก่อนเริ่มใช้โปรแกรมบัญชี Express
ใช้รายการต่อไปนี้ตรวจความพร้อมร่วมกันระหว่างผู้บริหาร ฝ่ายบัญชี และผู้ดูแลระบบก่อนเริ่มใช้งานจริง
- ☐ ตรวจชื่อบริษัทและข้อมูลทางภาษี
- ☐ ตรวจรอบบัญชีและวันที่เริ่มใช้ระบบ
- ☐ กำหนดผังบัญชีให้เหมาะกับธุรกิจ
- ☐ ตรวจยอดยกมาจากระบบเดิม
- ☐ ตรวจข้อมูลลูกค้าและผู้ขาย
- ☐ ตรวจรหัสสินค้าและหน่วยนับ
- ☐ ตรวจนับสินค้าคงเหลือ
- ☐ ตรวจข้อมูลบัญชีธนาคาร
- ☐ จัดรูปแบบเอกสารขายและเอกสารซื้อ
- ☐ กำหนดผู้จัดทำ ผู้ตรวจสอบ และผู้อนุมัติ
- ☐ กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงของผู้ใช้งาน
- ☐ เตรียมระบบสำรองข้อมูล
- ☐ ทดลองบันทึกซื้อขายและรับจ่ายเงิน
- ☐ ตรวจรายงานหลังการทดลองใช้งาน
- ☐ ยืนยันความพร้อมก่อนเริ่มใช้กับธุรกรรมจริง
หากยังมีข้อใดไม่พร้อม ควรกำหนดผู้รับผิดชอบและระยะเวลาแก้ไขก่อนเริ่มต้น เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาค้างอยู่ในระบบเป็นเวลานาน
สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เลือกโปรแกรม สามารถศึกษา ข้อมูลโปรแกรมบัญชี Express และแนวทางเลือกซื้อ ก่อนตัดสินใจได้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเริ่มใช้โปรแกรมบัญชี Express
1. บริษัทเปิดใหม่สามารถเริ่มใช้ Express ได้เลยหรือไม่?
ได้ หากประเมินแล้วว่าโปรแกรมเหมาะกับงานของกิจการ โดยควรเตรียมข้อมูลบริษัท ผังบัญชี และกำหนดขั้นตอนเอกสารก่อนบันทึกธุรกรรมจริง
2. เปลี่ยนจาก Excel มาใช้ Express ต้องเริ่มตรงไหน?
ควรกำหนดวันเริ่มใช้ระบบ ตรวจสอบยอดบัญชีและข้อมูลคงเหลือจาก Excel แล้ววางแผนนำข้อมูลเข้าสู่ Express ตามวิธีที่ระบบรองรับ โดยตรวจสอบยอดอีกครั้งหลังนำเข้า
3. ต้องนำเอกสารย้อนหลังทั้งหมดเข้า Express หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับวันที่เริ่มใช้ระบบและความต้องการรายงานของกิจการ โดยควรให้ผู้ทำบัญชีช่วยกำหนดข้อมูลที่จำเป็น เพื่อหลีกเลี่ยงการบันทึกซ้ำหรือขาดรายการสำคัญ
4. ใช้ Express แล้วจำเป็นต้องมีผู้ทำบัญชีหรือไม่?
โปรแกรมเป็นเครื่องมือช่วยจัดทำข้อมูล แต่ไม่ได้ทดแทนหน้าที่ผู้ทำบัญชีและข้อกำหนดทางกฎหมายของนิติบุคคล กิจการจึงต้องจัดให้มีผู้รับผิดชอบตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
5. ก่อนเริ่มใช้ Express ควรให้ใครตรวจสอบข้อมูล?
ควรให้ผู้ทำบัญชีตรวจข้อมูลทางบัญชีและภาษี ผู้ดูแลสินค้าตรวจยอดสินค้า และผู้ดูแลระบบตรวจการตั้งค่า สิทธิ์ผู้ใช้งาน และการสำรองข้อมูล โดยมีผู้รับผิดชอบยืนยันความพร้อมก่อนเริ่มใช้งานจริง
สรุป เริ่มใช้ Express อย่างไรให้ทำงานง่าย และไม่ต้องกลับมาแก้บัญชีภายหลัง?
การนำโปรแกรมบัญชี Express มาใช้เป็นโอกาสที่ดีในการปรับปรุงวิธีทำงานของธุรกิจ แต่ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับการติดตั้งโปรแกรมให้เสร็จเร็วที่สุด
สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือการเตรียมข้อมูลบริษัทให้ถูกต้อง ตรวจยอดจากระบบเดิม จัดระเบียบข้อมูลลูกค้าและสินค้า กำหนดหน้าที่พนักงาน และทดลองกระบวนการทำงานก่อนเปิดใช้กับรายการจริง
เมื่อข้อมูลเริ่มต้นมีคุณภาพและบุคลากรเข้าใจหน้าที่ของตนเอง โปรแกรมก็สามารถช่วยลดงานซ้ำซ้อนและสนับสนุนการจัดทำข้อมูลบัญชีที่ตรวจสอบได้มากขึ้น
“ระบบบัญชีที่ดี ไม่ได้เริ่มต้นในวันที่เปิดโปรแกรม แต่เริ่มจากวันที่ทุกคนเข้าใจว่าต้องทำอะไร และข้อมูลที่ใช้ต้องถูกต้องเพียงใด”
โปรแกรมที่ดีช่วยให้งานเร็วขึ้น แต่คนที่เข้าใจงานและระบบที่มีระเบียบจะช่วยให้ข้อมูลมีคุณค่า เพราะเป้าหมายของการทำบัญชีไม่ใช่เพียงบันทึกให้เสร็จ แต่คือการมีข้อมูลที่เจ้าของธุรกิจสามารถใช้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
สำนักงานบัญชี พีทูพี ให้ความสำคัญกับการจัดระบบบัญชีและภาษีที่เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจ เพื่อให้ข้อมูลทางบัญชีมีความถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้