ความรู้บัญชีและภาษีสำหรับผู้ประกอบการร้านขายยา
ร้านขายยาต้องเสีย VAT หรือไม่? เรื่องภาษีที่เจ้าของร้านควรรู้
“เปิดร้านขายยา ขายยารักษาโรคและผลิตภัณฑ์สุขภาพทุกวัน แต่รายได้เท่าไรจึงต้องจด VAT และต้องคิดภาษีจากสินค้าอะไรบ้าง?”
ร้านขายยาเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ แต่ในด้านภาษี การประกอบกิจการร้านขายยายังคงต้องปฏิบัติตามกฎหมายภาษีที่เกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับธุรกิจจำหน่ายสินค้าประเภทอื่น โดยต้องพิจารณาลักษณะการขายและประเภทสินค้าของกิจการให้ถูกต้อง
ภาษีมูลค่าเพิ่มร้านขายยา เป็นเรื่องที่เจ้าของร้านควรเข้าใจ โดยเฉพาะเมื่อกิจการมีรายรับเพิ่มขึ้น หรือจำหน่ายสินค้าหลายประเภท ทั้งยารักษาโรค อาหารเสริม เวชสำอาง และเครื่องมือหรืออุปกรณ์สุขภาพ
คำตอบสำคัญคือ การขายยารักษาโรคสำหรับมนุษย์ในร้านขายยาไม่ได้รับยกเว้น VAT ทั้งหมดเพียงเพราะเป็นยา และเมื่อรายรับจากกิจการที่อยู่ในบังคับ VAT เกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ผู้ประกอบการต้องพิจารณาหน้าที่จดทะเบียนและจัดทำเอกสารภาษีให้ถูกต้อง
บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่เกณฑ์รายรับ 1.8 ล้านบาท การจำแนกสินค้าตามภาษี การออกใบกำกับภาษี ภาษีซื้อ–ภาษีขาย และการยื่น ภ.พ.30 พร้อมตัวอย่างที่เข้าใจง่าย เพื่อให้เจ้าของร้านนำไปใช้ตรวจสอบระบบงานของตนเองได้
- การขายยาในร้านไม่ได้รับยกเว้น VAT ทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
- เกณฑ์รายรับ 1.8 ล้านบาท ต้องพิจารณารายรับจากกิจการที่อยู่ในบังคับ VAT
- ร้านที่จด VAT ต้องออกเอกสารและยื่นแบบตามข้อกำหนด
- รายการขายและรายการซื้อควรมีรหัสสินค้าและเอกสารที่ตรวจสอบได้
- สินค้าหรือกิจการที่ได้รับยกเว้นตามกฎหมายต้องแยกจากรายการที่ต้องเสีย VAT
สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจ สามารถอ่านเพิ่มเติมเรื่อง การจัดทำบัญชีสำหรับร้านขายยา เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมของงานบัญชีร้านขายยาก่อน

ร้านขายยาต้องเสีย VAT หรือไม่? คำตอบอยู่ที่ลักษณะกิจการและรายรับ
การขายยารักษาโรคสำหรับมนุษย์โดยร้านขายยาเป็นกิจกรรมที่ต้องพิจารณาภาษีมูลค่าเพิ่มตามหลักการขายสินค้าทั่วไป ไม่ใช่ได้รับการยกเว้นเพียงเพราะสินค้ามีจุดประสงค์เพื่อรักษาโรค
เจ้าของร้านจึงควรตรวจว่ากิจการมีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในบังคับ VAT เกินเกณฑ์หรือไม่ และมีรายการอื่นที่กฎหมายยกเว้น VAT ปะปนอยู่หรือไม่
ประเด็นที่มักเข้าใจผิดคือการนำข้อยกเว้นสำหรับบริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลมาใช้กับการขายสินค้าของร้านขายยาทั่วไป ทั้งที่กิจกรรมทั้งสองมีลักษณะแตกต่างกัน
ตัวอย่างเช่น การซื้อยาแก้ปวดจากร้านขายยา กับการรับบริการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาล ไม่ใช่ธุรกรรมประเภทเดียวกัน แม้ทั้งสองเรื่องจะเกี่ยวข้องกับสุขภาพก็ตาม
หลักคิดที่ควรจำ
การพิจารณา VAT ต้องดูว่าขายสินค้าอะไร หรือให้บริการลักษณะใด ไม่ควรตัดสินจากชื่อร้านหรือวัตถุประสงค์ในการใช้สินค้าเพียงอย่างเดียว
ผู้ประกอบการที่ต้องการศึกษาเกณฑ์จดทะเบียนโดยละเอียด สามารถอ่าน จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องเตรียมอะไรบ้าง ประกอบได้
ร้านขายยามีรายได้เท่าไร ต้องจดทะเบียน VAT?
ตามหลักเกณฑ์ทั่วไป ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในบังคับ VAT เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นคำขอจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีรายรับเกินเกณฑ์ ทั้งนี้ต้องพิจารณาข้อยกเว้นของกิจการและเงื่อนไขทางกฎหมายด้วย
เกณฑ์นี้พิจารณาจากรายรับที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่กำไรสุทธิหลังหักต้นทุนสินค้า ค่าเช่าร้าน หรือเงินเดือนพนักงาน
ตัวอย่างร้านขายยามียอดขายเดือนละ 200,000 บาท
สมมติร้านขายยาแห่งหนึ่งจำหน่ายยารักษาโรคสำหรับมนุษย์และผลิตภัณฑ์สุขภาพที่อยู่ในบังคับ VAT โดยมีรายรับเฉลี่ยเดือนละ 200,000 บาท และไม่มีรายรับที่กฎหมายยกเว้นในตัวอย่างนี้
ยอดขายเฉลี่ยต่อเดือน: 200,000 บาท
ยอดขายประมาณ 12 เดือน: 2,400,000 บาท
รายรับระดับนี้เกินเกณฑ์ 1.8 ล้านบาท จึงต้องติดตามวันที่รายรับสะสมเกินเกณฑ์และดำเนินการจดทะเบียนตามกำหนดกฎหมาย
ในทางปฏิบัติร้านขายยาควรติดตามยอดขายสะสมอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรรอจนสิ้นปีจึงนำยอดมารวม เพราะหน้าที่จดทะเบียนอาจเกิดขึ้นก่อนวันสิ้นปี
หากกิจการมีสินค้าหรือบริการที่ได้รับยกเว้น VAT ด้วย ต้องจำแนกและตรวจรายรับแต่ละประเภทก่อนพิจารณาเกณฑ์ ไม่ใช่นำยอดรายรับทุกประเภทมาสรุปโดยไม่ตรวจสอบ
กรณีที่รายรับยังไม่เกินเกณฑ์และกิจการมีสิทธิจดทะเบียนโดยสมัครใจ ควรพิจารณาภาระการยื่นแบบและสิทธิภาษีซื้อประกอบ โดยศึกษา การจดทะเบียน VAT สำหรับบุคคลธรรมดา หากร้านดำเนินกิจการในนามเจ้าของรายบุคคล
ยารักษาโรค อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ต้องคิด VAT เหมือนกันหรือไม่?
ร้านขายยาสมัยใหม่มักไม่ได้จำหน่ายเฉพาะยารักษาโรค แต่ยังมีวิตามิน อาหารเสริม เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ และอุปกรณ์ต่าง ๆ จึงควรแยกประเภทสินค้าในระบบขายให้ชัดเจน
| ประเภทสินค้า | ข้อพิจารณาด้าน VAT |
|---|---|
| ยารักษาโรคสำหรับมนุษย์ | การขายในร้านทั่วไปอยู่ในบังคับ VAT เมื่อผู้ขายมีหน้าที่เสีย VAT ไม่ได้รับยกเว้นเพียงเพราะเป็นยา |
| วิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร | โดยทั่วไปเป็นสินค้าที่อยู่ในบังคับ VAT ต้องตรวจลักษณะสินค้าและข้อกฎหมายเฉพาะรายการ |
| เวชสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว | โดยทั่วไปอยู่ในบังคับ VAT เช่นเดียวกับสินค้าทั่วไป |
| เครื่องมือและอุปกรณ์สุขภาพ | ตรวจลักษณะสินค้าและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ถือว่าได้รับยกเว้นทุกชนิดโดยอัตโนมัติ |
| ยาหรือเคมีภัณฑ์สำหรับพืชหรือสัตว์ | อาจได้รับยกเว้นตามมาตรา 81(1)(จ) เมื่อเข้าเงื่อนไขของกฎหมาย ซึ่งต้องพิจารณาแยกจากยาสำหรับมนุษย์ |
การกำหนดรหัสสินค้าแยกตามประเภทภาษีช่วยลดความผิดพลาดในการออกใบกำกับภาษีและทำรายงานภาษีขาย โดยเฉพาะร้านที่มีสินค้าจำนวนมากหรือใช้ระบบขายหน้าร้าน POS
หากร้านประกอบกิจการทั้งประเภทที่ต้องเสีย VAT และประเภทที่ได้รับยกเว้น อาจต้องพิจารณาวิธีจัดการภาษีซื้อร่วมและการเฉลี่ยภาษีซื้อตามกฎหมายด้วย
ทั้งนี้การจำแนกสินค้าควรตรวจจากข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงของสินค้า ไม่ใช่อาศัยเพียงชื่อหมวดสินค้าที่ตั้งไว้ในโปรแกรมบัญชี
.jpg)
ตัวอย่างคำนวณ VAT ของร้านขายยาที่จดทะเบียนแล้ว
สมมติร้านขายยาจดทะเบียน VAT และมียอดขายสินค้าที่อยู่ในบังคับอัตรา 7% มูลค่า 100,000 บาทก่อนภาษี และมีการซื้อสินค้าหรือรับบริการที่มีภาษีซื้อใช้สิทธิได้ตามกฎหมาย
| รายการ | จำนวนเงิน |
|---|---|
| ยอดขายก่อน VAT | 100,000 บาท |
| ภาษีขาย 7% | 7,000 บาท |
| ภาษีซื้อที่ใช้สิทธิได้ | 4,200 บาท |
| ภาษีที่คำนวณได้ | 2,800 บาท |
เมื่อภาษีขาย 7,000 บาท หักด้วยภาษีซื้อที่ใช้สิทธิได้ 4,200 บาท จะมีภาษีที่คำนวณได้ 2,800 บาท โดยสมมติว่าไม่มีเครดิตยกมาและรายการปรับปรุงอื่น
ตัวอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าร้านต้องนำเงิน VAT ที่เก็บจากลูกค้าส่งทั้งหมดโดยไม่หักภาษีซื้อ เพราะกฎหมายกำหนดวิธีคำนวณและสิทธิภาษีซื้อไว้ตามเงื่อนไข
หากมีภาษีซื้อสูงกว่าภาษีขาย ร้านอาจมีเครดิตภาษี และสามารถศึกษา การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT เพื่อเข้าใจทางเลือกตามกฎหมาย
ร้านขายยาที่จด VAT ต้องออกใบกำกับภาษีอย่างไร?
หลังจดทะเบียน VAT ร้านขายยาต้องจัดทำเอกสารการขายตามข้อกำหนด โดยร้านที่มีลักษณะเป็นกิจการค้าปลีกอาจเข้าเกณฑ์ออกใบกำกับภาษีอย่างย่อตามกฎหมาย และต้องสามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบเมื่อมีหน้าที่ตามข้อกำหนด เช่น กรณีลูกค้าร้องขอ
ใบกำกับภาษีอย่างย่อ
เหมาะกับการขายปลีกที่เข้าเงื่อนไข เช่น การขายสินค้าหน้าร้านให้ผู้บริโภคทั่วไป โดยต้องมีข้อความสำคัญและวิธีออกเอกสารตามกฎหมาย
ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ
ใช้กรณีที่ต้องออกเอกสารตามเงื่อนไข โดยระบุข้อมูลที่กฎหมายกำหนด เช่น ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เลขที่และวันที่เอกสาร รายละเอียดสินค้า มูลค่าและจำนวนภาษีอย่างถูกต้อง
ตัวอย่างเช่น บริษัทซื้อเวชภัณฑ์จากร้านขายยาเพื่อนำไปใช้ในกิจการ หากร้องขอใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ร้านควรมีระบบรองรับการออกเอกสารให้ถูกต้อง โดยต้องตรวจสถานะ VAT และลักษณะรายการขายประกอบ
สามารถอ่านรายละเอียดที่ ใบกำกับภาษีคืออะไร และออกอย่างไรให้ถูกต้อง เพื่อเข้าใจความแตกต่างระหว่างใบกำกับภาษีแต่ละประเภท
ร้านที่ใช้ระบบ POS ควรตั้งค่าเลขที่เอกสาร รายละเอียดสาขา รายการสินค้า และอัตราภาษีให้สอดคล้องกัน หากข้อมูลผิดตั้งแต่ระบบขาย จะส่งผลต่อรายงานที่ใช้ยื่นภาษีภายหลัง
ร้านขายยาที่จด VAT ต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนหรือไม่?
เมื่อร้านขายยาเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT โดยทั่วไปมีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.พ.30 เป็นรายเดือนภาษี แม้บางเดือนจะไม่มีรายการขายหรือไม่มีภาษีต้องชำระก็ตาม โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของการยื่นแบบในช่วงเวลานั้น
การยื่น VAT ไม่ใช่การนำส่งรายไตรมาสตามความสะดวกของร้าน โดยทั่วไปแบบ ภ.พ.30 ยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ส่วนการยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตอาจได้รับสิทธิขยายเวลาตามประกาศที่เกี่ยวข้อง จึงควรตรวจปฏิทินภาษีล่าสุดทุกเดือน
ดูเพิ่มเติมเรื่อง ภ.พ.30 ยื่นวันไหน และกำหนดยื่นออนไลน์
เอกสารที่ควรจัดเตรียมทุกเดือน
- รายงานยอดขายจากระบบหน้าร้านและช่องทางขายอื่น
- ใบกำกับภาษีขายและหลักฐานการรับเงิน
- ใบกำกับภาษีซื้อจากผู้จำหน่ายยาและสินค้า
- รายงานภาษีซื้อและรายงานภาษีขาย
- ใบลดหนี้ ใบเพิ่มหนี้ และรายการคืนสินค้า
- รายละเอียดเครดิตภาษีที่ยกมาจากเดือนก่อน หากมี
ควรตรวจยอดขายรายวันกับเงินสด เงินโอน และยอดรับจากเครื่องรับชำระเงินให้ตรงกัน เพราะร้านขายยามักมีรายการขายจำนวนมากและใช้หลายช่องทางรับชำระเงิน
สำหรับขั้นตอนจัดทำรายงาน สามารถอ่าน การจัดทำรายงานภาษีซื้อ–ภาษีขาย รวมถึง การเตรียมข้อมูลสำหรับยื่นแบบ ภ.พ.30 เพิ่มเติม
ระบบขายหน้าร้านและข้อมูลภาษีควรตรวจสอบให้ตรงกัน
หากต้องการคำแนะนำเรื่องเอกสาร รายงาน VAT และการจัดระบบบัญชีร้านขายยา สามารถติดต่อสำนักงานบัญชี พีทูพี
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc.jpg)
5 ข้อผิดพลาดเกี่ยวกับ VAT ที่ร้านขายยาควรระวัง
1. เข้าใจว่าขายยาไม่ต้องเสีย VAT ทุกกรณี
เป็นความเข้าใจที่อาจทำให้กิจการไม่ติดตามยอดขายที่อยู่ในบังคับ VAT หรือไม่จดทะเบียนตามกำหนด ควรจำแนกกิจกรรมตามกฎหมายก่อนสรุป
2. นำกำไรแทนรายรับไปใช้วัดเกณฑ์ 1.8 ล้านบาท
เกณฑ์จดทะเบียนพิจารณารายรับตามข้อกำหนด ไม่ใช่กำไรหลังหักต้นทุนยา ค่าจ้างเภสัชกร หรือค่าเช่าร้าน
3. ใช้ภาษีซื้อทุกใบโดยไม่ตรวจสิทธิ
ภาษีซื้อจากค่าใช้จ่ายส่วนตัว เอกสารที่ไม่ถูกต้อง หรือรายการที่กฎหมายห้าม อาจไม่สามารถนำมาหักภาษีขายได้ตามปกติ
4. ระบบขายหน้าร้านไม่ตรงกับรายงานภาษี
ยอดขายจากเครื่อง POS อาจไม่ตรงกับเอกสารเมื่อมีการคืนสินค้า ยกเลิกรายการ ส่วนลด หรือการตั้งค่าภาษีไม่ถูกต้อง จึงต้องกระทบยอดก่อนยื่นแบบ
5. ยื่นแบบล่าช้าหรือไม่ยื่นเดือนที่ไม่มีรายได้
ร้านที่อยู่ในระบบ VAT ต้องติดตามหน้าที่ยื่นแบบรายเดือนอย่างต่อเนื่อง แม้ยอดขายบางเดือนเป็นศูนย์หรือไม่มีภาษีต้องชำระ
การจัดเอกสารซื้อขายให้ครบทุกเดือนช่วยลดปัญหาเมื่อถึงเวลายื่นภาษี โดยสามารถศึกษาเพิ่มเติมจาก แนวทางจัดแฟ้มเอกสารบัญชีให้ตรวจสอบง่าย
Checklist ร้านขายยา ก่อนยื่นภาษี VAT ประจำเดือน
เจ้าของร้านสามารถนำรายการนี้ไปใช้ตรวจสอบความพร้อมร่วมกับผู้ทำบัญชีและผู้ดูแลระบบขายได้
- ☐ ตรวจรายรับสะสมและสถานะ VAT ของร้าน
- ☐ ตรวจประเภทสินค้าและอัตราภาษีในระบบ POS
- ☐ รวบรวมยอดขายจากทุกช่องทาง
- ☐ ตรวจรายงานภาษีขายกับใบกำกับภาษี
- ☐ ตรวจใบกำกับภาษีซื้อจากผู้จำหน่ายสินค้า
- ☐ แยกภาษีซื้อที่ใช้สิทธิได้และภาษีซื้อต้องห้าม
- ☐ ตรวจรายการคืนยาและคืนสินค้า
- ☐ ตรวจใบลดหนี้และใบเพิ่มหนี้
- ☐ กระทบยอดเงินสด เงินโอน และรายการรับชำระ
- ☐ ตรวจยอดภาษีและเครดิตยกมาก่อนยื่น ภ.พ.30
- ☐ เก็บหลักฐานการยื่นภาษีไว้ตรวจย้อนหลัง
รายการตรวจสอบนี้เป็นเพียงแนวทางสำหรับงานภาษี ไม่ได้ทดแทนหน้าที่ด้านทะเบียนยา บัญชียาตามกฎหมายยา และการควบคุมสินค้าคงเหลือซึ่งร้านขายยาต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ VAT ร้านขายยา
1. ร้านขายยาเปิดใหม่ต้องจด VAT ทันทีหรือไม่?
ไม่จำเป็นทุกร้าน ต้องพิจารณารายรับจากกิจการที่อยู่ในบังคับ VAT และข้อกำหนดทางกฎหมาย แต่บางร้านอาจพิจารณาจดทะเบียนโดยสมัครใจตามเงื่อนไขได้
2. ขายยาที่แพทย์สั่ง ต้องได้รับยกเว้น VAT หรือไม่?
ไม่ใช่โดยอัตโนมัติ การขายยารักษาโรคในร้านขายยาทั่วไปต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ VAT ของการขายสินค้า ไม่ใช่อาศัยเพียงว่าลูกค้ามีใบสั่งยาหรือสินค้านั้นใช้รักษาโรค
3. ร้านขายยาจด VAT แล้วต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนหรือไม่?
โดยทั่วไปต้องยื่นเป็นรายเดือนภาษีตามกฎหมาย แม้บางเดือนไม่มีรายการขายหรือไม่มีภาษีต้องชำระ
4. ร้านขายยาใช้ใบกำกับภาษีอย่างย่อได้หรือไม่?
ร้านที่เข้าหลักเกณฑ์กิจการค้าปลีกสามารถออกใบกำกับภาษีอย่างย่อตามกฎหมายได้ แต่ต้องรองรับการออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบเมื่อมีหน้าที่ตามข้อกำหนด
5. ร้านขายยาที่มี VAT ต้องคิด VAT เพิ่มจากราคาป้ายเสมอหรือไม่?
ต้องตรวจรูปแบบการกำหนดราคาขายและการแสดงราคาให้ถูกต้อง หากราคาขายรวม VAT อยู่แล้ว ต้องคำนวณภาษีจากราคาแบบรวมภาษีอย่างถูกวิธี ไม่ใช่เรียกเก็บซ้ำจากลูกค้าโดยไม่มีหลักเกณฑ์
สรุป ภาษีร้านขายยาไม่ยาก หากเริ่มจากการเข้าใจธุรกิจของตัวเอง
การทำความเข้าใจ VAT สำหรับร้านขายยาไม่ควรเริ่มจากการจำว่า “สินค้าสุขภาพไม่เสียภาษี” เพราะการขายยารักษาโรค อาหารเสริม เวชสำอาง และการให้บริการสุขภาพอาจอยู่ภายใต้ข้อกำหนดที่แตกต่างกัน
เจ้าของร้านควรเริ่มจากตรวจประเภทกิจการและสินค้า ติดตามรายรับให้ครบถ้วน พิจารณาเกณฑ์จดทะเบียน และจัดระบบเอกสารหลังเข้าสู่ระบบ VAT อย่างถูกต้อง
นอกจากนี้ การมีระบบขายหน้าร้านและรายงานภาษีที่สัมพันธ์กันจะช่วยลดงานแก้ไข ช่วยให้ตรวจสอบยอดขายและภาษีได้ง่ายขึ้น และทำให้ข้อมูลที่ส่งให้ผู้ทำบัญชีมีความถูกต้องมากขึ้น
“ร้านขายยาที่ดีดูแลสุขภาพของลูกค้า ส่วนระบบบัญชีและภาษีที่ดีช่วยดูแลความมั่นคงของกิจการ”
เพราะการบริหารร้านขายยาไม่ได้จบเพียงการจำหน่ายสินค้าอย่างถูกต้อง แต่ยังรวมถึงการดูแลต้นทุน รายได้ เอกสาร และภาษีอย่างรอบคอบ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตบนพื้นฐานที่ตรวจสอบได้
สำนักงานบัญชี พีทูพี มุ่งแบ่งปันความรู้ด้านบัญชีและภาษีสำหรับผู้ประกอบการ เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจเข้าใจหน้าที่ของตนเองและจัดการข้อมูลทางบัญชีอย่างเหมาะสม