ชื่อบริษัทเป็นข้อมูลแรก ๆ ที่ควรตรวจให้ชัด ก่อนเดินหน้าจดทะเบียน
จองชื่อบริษัทออนไลน์ วิธีเช็กชื่อ ขั้นตอนจอง และชื่อแบบไหนใช้ไม่ได้
ก่อนจดทะเบียนบริษัท ผู้ประกอบการควรตรวจและจองชื่อที่ต้องการใช้ให้เรียบร้อย เพราะชื่อบริษัทไม่ใช่เพียงเรื่องภาพลักษณ์ แต่เป็นข้อมูลทางทะเบียนที่จะใช้ในหนังสือรับรอง เอกสารธุรกิจ บัญชีธนาคาร สัญญา และเอกสารภาษีต่อไป
การจองชื่อบริษัทออนไลน์ช่วยให้ตรวจได้ว่าชื่อที่คิดไว้มีโอกาสซ้ำหรือคล้ายกับนิติบุคคลที่มีอยู่แล้วหรือไม่ และช่วยลดปัญหาการเตรียมเอกสารส่วนอื่นไปแล้ว แต่ชื่อกลับไม่ผ่านหลักเกณฑ์
สิ่งที่ควรทำก่อนเริ่มจึงไม่ใช่เพียงคิดชื่อที่ชอบ แต่ควรเตรียมชื่อสำรอง ตรวจหลักเกณฑ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และทำให้ชื่อภาษาไทยกับภาษาต่างประเทศสอดคล้องกัน

มีชื่อบริษัทในใจแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าจะใช้ได้หรือไม่?
สอบถามการเตรียมชื่อและข้อมูลก่อนจดทะเบียนบริษัทกับสำนักงานบัญชี พีทูพี
โทร 097-236-2994LINE: p2paccจองชื่อบริษัทออนไลน์คืออะไร
การจองชื่อบริษัทออนไลน์ คือการตรวจสอบและยื่นขอใช้ชื่อนิติบุคคลก่อนนำชื่อดังกล่าวไปประกอบการจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน เพื่อให้มั่นใจว่าชื่อนั้นไม่ซ้ำหรือมีลักษณะที่ขัดกับหลักเกณฑ์ของนายทะเบียน
กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีระบบสำหรับตรวจสอบและจองชื่อนิติบุคคล ผู้ใช้งานสามารถตรวจชื่อ ส่งคำขอ ติดตามผล และนำผลการจองไปใช้ในขั้นตอนจดทะเบียนต่อไป
หากต้องการดูภาพรวมขั้นตอนจดบริษัท สามารถอ่านจดทะเบียนบริษัทออนไลน์เพิ่มเติม
ทำไมต้องตรวจชื่อก่อนจดบริษัท
เหตุผลหลักคือเพื่อป้องกันการใช้ชื่อที่เหมือนหรือมีเสียงเรียกขานตรงกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียนไว้ก่อนแล้ว จนทำให้บุคคลทั่วไปอาจเข้าใจผิดว่าเป็นธุรกิจเดียวกัน
การตรวจชื่อไว้ตั้งแต่ต้นยังช่วยลดการแก้เอกสาร เพราะชื่อบริษัทจะถูกนำไปใช้กับข้อมูลอื่น เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ เอกสารผู้ถือหุ้น ที่ตั้ง วัตถุประสงค์ และเอกสารภายหลังการจัดตั้ง
หากยังอยู่ในช่วงวางโครงสร้างบริษัท สามารถอ่านบริการรับจดทะเบียนบริษัทเพื่อดูภาพรวมงานจัดตั้งนิติบุคคล
.jpg)
ชื่อบริษัทแบบไหนมีโอกาสไม่ผ่าน
หลักเกณฑ์การใช้ชื่อนิติบุคคลมีรายละเอียดหลายข้อ ดังนั้นก่อนเลือกชื่อควรพิจารณามากกว่าคำว่า “มีคนใช้หรือยัง”
- ชื่อที่เหมือนหรือมีเสียงเรียกขานตรงกับนิติบุคคลอื่นจนทำให้เกิดความหลงผิด
- ชื่อที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานของรัฐ
- ชื่อที่ใช้คำบางประเภทซึ่งมีกฎหมายหรือหน่วยงานเฉพาะกำกับโดยไม่ได้รับความเห็นชอบ
- ชื่อที่ขัดต่อนโยบายของรัฐ ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดี
- ชื่อภาษาต่างประเทศที่ความหมายหรือเสียงเรียกขานไม่สอดคล้องกับชื่อภาษาไทย
- ชื่อที่มีลักษณะต้องห้ามอื่นตามหลักเกณฑ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ชื่อบริษัทภาษาไทยและภาษาอังกฤษควรเตรียมอย่างไร
ผู้ประกอบการควรคิดชื่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษไปพร้อมกัน ไม่ควรตั้งชื่อภาษาไทยก่อนแล้วค่อยแปลแบบคร่าว ๆ ภายหลัง เพราะชื่อภาษาต่างประเทศควรสอดคล้องกับความหมายหรือเสียงเรียกขานของชื่อภาษาไทย
หากใช้ชื่อแบรนด์ คำประดิษฐ์ หรือคำที่มีการสะกดเฉพาะ ควรกำหนดรูปแบบภาษาอังกฤษให้ชัดตั้งแต่ต้น เพื่อให้ใช้ตรงกันในเว็บไซต์ อีเมล นามบัตร เอกสารเสนอราคา และบัญชีธนาคาร
ชื่อคล้ายกันแค่ไหนถึงมีความเสี่ยง
ไม่ควรดูเฉพาะการสะกดว่าต่างกันหรือไม่ เพราะนายทะเบียนอาจพิจารณาทั้งรูปคำและเสียงเรียกขาน หากชื่อที่เสนอทำให้บุคคลทั่วไปอาจเข้าใจผิดว่าเป็นนิติบุคคลเดียวกับชื่อที่มีอยู่แล้ว ก็มีความเสี่ยงที่จะไม่ผ่าน
การเติมคำทั่วไปท้ายชื่อเพียงเล็กน้อยจึงไม่ได้หมายความว่าจะผ่านเสมอไป วิธีที่เหมาะกว่าคือเตรียมชื่อสำรองที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
ก่อนจองชื่อบริษัทควรเตรียมอะไร
- ชื่อภาษาไทยที่ต้องการใช้
- ชื่อภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศที่สอดคล้องกัน
- ชื่อสำรองมากกว่าหนึ่งตัวเลือก
- ข้อมูลของผู้ดำเนินการจองชื่อ
- ภาพรวมประเภทธุรกิจที่จะประกอบกิจการ
- ตรวจคำที่อาจต้องขออนุญาตจากหน่วยงานอื่นก่อนใช้
สำหรับผู้ที่กำลังเตรียมข้อมูลบริษัทพร้อมกัน สามารถอ่านแนวทางกำหนดสัดส่วนผู้ถือหุ้นและทุนจดทะเบียนบริษัทประกอบ
ชื่อบริษัทผ่านแล้ว ขั้นต่อไปต้องวางหุ้น กรรมการ และทุนอย่างไร?
ติดต่อสำนักงานบัญชี พีทูพี เพื่อสอบถามข้อมูลก่อนจัดตั้งบริษัทให้สอดคล้องกับธุรกิจจริง
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc.jpg)
ขั้นตอนจองชื่อบริษัทออนไลน์โดยภาพรวม
1. เข้าใช้ระบบจองชื่อนิติบุคคล
เริ่มจากบริการออนไลน์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และเลือกบริการตรวจสอบหรือจองชื่อนิติบุคคลตามเมนูที่ระบบกำหนด
2. ตรวจชื่อที่ต้องการก่อน
ค้นหาชื่อภาษาไทยและตรวจชื่อที่ใกล้เคียง อย่าดูเฉพาะผลว่า “ไม่มีชื่อเดียวกัน” แต่ควรดูชื่อที่มีเสียงหรือรูปคำใกล้กันด้วย
3. กรอกข้อมูลชื่อและรายละเอียด
กรอกชื่อที่ต้องการใช้ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ รวมถึงข้อมูลผู้ขอจองตามที่ระบบกำหนด
4. ตรวจข้อมูลก่อนส่งคำขอ
ตรวจการสะกด เว้นวรรค ชื่อภาษาอังกฤษ และข้อมูลส่วนบุคคลให้ครบ เพราะผลการจองชื่อควรนำไปใช้ต่อโดยไม่เปลี่ยนรูปแบบโดยไม่จำเป็น
5. ส่งคำขอและติดตามผล
หลังส่งคำขอ ควรตรวจสถานะและผลการจองผ่านระบบ หากชื่อไม่ผ่านให้ดูสาเหตุและเลือกชื่อสำรองที่แตกต่างอย่างเหมาะสม
6. นำชื่อที่ได้รับอนุมัติไปใช้จดทะเบียนต่อ
เมื่อชื่อผ่านแล้ว ควรดำเนินการเตรียมข้อมูลจดทะเบียนต่อ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นาน เพราะชื่อที่จองมีระยะเวลาสำหรับนำไปใช้ตามหลักเกณฑ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
จองชื่อได้แล้ว แปลว่าจดบริษัทได้แน่นอนหรือไม่
ไม่ควรเข้าใจว่าการผ่านการจองชื่อเท่ากับบริษัทได้รับการจดทะเบียนแล้ว เพราะการจองชื่อเป็นเพียงหนึ่งส่วนของกระบวนการ ผู้ประกอบการยังต้องจัดเตรียมข้อมูลผู้เริ่มก่อการ ผู้ถือหุ้น กรรมการ ทุน ที่ตั้ง วัตถุประสงค์ และเอกสารประกอบตามขั้นตอน
รายละเอียดขั้นตอนเหล่านี้สามารถดูต่อได้ที่ขั้นตอนจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ผ่าน DBD Biz Regist
จองชื่อบริษัทกับชื่อทางการค้าหรือแบรนด์ เหมือนกันหรือไม่
ชื่อบริษัทตามทะเบียนกับชื่อแบรนด์ที่ใช้ทำตลาดอาจเป็นคนละเรื่องกัน การจองชื่อนิติบุคคลไม่ได้หมายความว่าผู้ประกอบการได้รับสิทธิในเครื่องหมายการค้าทุกกรณีโดยอัตโนมัติ
หากชื่อที่จะใช้มีความสำคัญต่อแบรนด์ในระยะยาว ควรตรวจเรื่องชื่อโดเมน ช่องทางออนไลน์ และสิทธิด้านเครื่องหมายการค้าแยกต่างหากก่อนลงทุนกับชื่ออย่างจริงจัง
ชื่อบริษัทควรสะท้อนวัตถุประสงค์ธุรกิจแค่ไหน
ชื่อไม่จำเป็นต้องบอกกิจกรรมทุกอย่างที่บริษัททำ แต่ควรเหมาะกับภาพธุรกิจและไม่ทำให้เข้าใจผิด โดยเฉพาะคำที่อาจสื่อถึงกิจการควบคุมเฉพาะ เช่น งานการเงิน การศึกษา หรือกิจการบางประเภทที่อยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะ
หลังเลือกชื่อแล้วควรกำหนดวัตถุประสงค์บริษัทให้ตรงกับกิจกรรมจริง ไม่ควรใช้ชื่อเป็นตัวแทนของวัตถุประสงค์ทั้งหมด
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตอนจองชื่อบริษัท
- เตรียมชื่อไว้เพียงชื่อเดียว
- ดูเฉพาะตัวสะกด แต่ไม่ได้ตรวจเสียงเรียกขาน
- ชื่อไทยกับชื่ออังกฤษไม่สอดคล้องกัน
- ใช้คำที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจควบคุมโดยไม่ได้ตรวจเงื่อนไข
- สะกดชื่อไม่ตรงกันในเอกสารแต่ละชุด
- เข้าใจว่าจองชื่อผ่านแล้วเท่ากับจดบริษัทเรียบร้อย
- ปล่อยเวลาหลังจองชื่อไว้นานจนต้องกลับมาดำเนินการใหม่

หลังจองชื่อบริษัทผ่านแล้ว ควรเตรียมอะไรต่อ
ช่วงหลังชื่อผ่านเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับตรวจรายละเอียดโครงสร้างบริษัทให้ครบ เพราะข้อมูลหลายส่วนจะถูกนำไปใช้ในคำขอจดทะเบียน
- ผู้เริ่มก่อการและผู้ถือหุ้น
- สัดส่วนการถือหุ้น
- กรรมการและอำนาจกรรมการ
- ทุนจดทะเบียน
- ที่ตั้งสำนักงานใหญ่
- วัตถุประสงค์ของบริษัท
- เอกสารประกอบตามลักษณะสถานที่และธุรกิจ
หากยังไม่แน่ใจเรื่องการแบ่งหุ้น สามารถอ่านสัดส่วนผู้ถือหุ้นบริษัทควรแบ่งอย่างไร
ส่วนผู้ที่ต้องการเปรียบเทียบว่าจะจัดตั้งเองหรือใช้ผู้ช่วย สามารถอ่านจ้างจดทะเบียนบริษัทดีไหมเพิ่มเติม
หลังเปิดบริษัท อย่าลืมงานบัญชีและภาษี
การตั้งชื่อและจดทะเบียนเป็นเพียงจุดเริ่มต้น หลังบริษัทได้รับการจัดตั้งแล้วควรแยกบัญชีธนาคารของบริษัท เก็บเอกสารรายรับรายจ่าย และจัดระบบบัญชีตั้งแต่ช่วงเริ่มดำเนินงาน
หากต้องการดูการดูแลงานหลังเปิดบริษัท สามารถอ่านบริการรับทำบัญชีรายเดือนหรือบริการรับวางระบบบัญชีเพิ่มเติม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจองชื่อบริษัท
จองชื่อบริษัทออนไลน์ต้องทำที่ไหน?
สามารถตรวจและจองชื่อนิติบุคคลผ่านบริการออนไลน์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยควรตรวจชื่อก่อนส่งคำขอ
ชื่อบริษัทซ้ำกับคนอื่นใช้ได้หรือไม่?
ชื่อที่เหมือนหรือมีเสียงเรียกขานตรงกับนิติบุคคลอื่นจนทำให้เกิดความหลงผิดมีความเสี่ยงที่จะไม่ผ่านการพิจารณา
ควรเตรียมชื่อสำรองไว้หรือไม่?
ควรเตรียมไว้มากกว่าหนึ่งชื่อ เพราะชื่อแรกอาจซ้ำ คล้าย หรือมีคำที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์
ชื่อภาษาอังกฤษต้องตรงกับภาษาไทยหรือไม่?
ควรมีความหมายหรือเสียงเรียกขานที่สอดคล้องกัน และควรใช้รูปแบบเดียวกันในเอกสารธุรกิจต่อเนื่อง
จองชื่อผ่านแล้วบริษัทถือว่าเปิดแล้วหรือยัง?
ยัง การจองชื่อเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่ง ผู้ประกอบการยังต้องดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทและเตรียมข้อมูลอื่นให้ครบ
สรุป จองชื่อบริษัทออนไลน์ ควรเช็กให้พร้อมก่อนสร้างคำขอ
ชื่อบริษัทที่ดีไม่ใช่เพียงชื่อที่จำง่าย แต่ต้องสามารถใช้จดทะเบียนได้จริง ไม่ทำให้เข้าใจผิด และสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ก่อนส่งคำขอควรตรวจชื่อที่ใกล้เคียง เตรียมชื่อสำรอง ตรวจชื่อไทยและอังกฤษ และตรวจคำที่อาจอยู่ภายใต้กฎหมายหรือหน่วยงานเฉพาะ
เมื่อชื่อผ่านแล้วควรเดินหน้าจัดโครงสร้างผู้ถือหุ้น กรรมการ ทุน ที่ตั้ง และวัตถุประสงค์ต่อให้ครบ เพื่อไม่ให้การเริ่มต้นบริษัทสะดุดในขั้นตอนถัดไป
ต้องการจดบริษัท และอยากตรวจข้อมูลให้เรียบร้อยตั้งแต่ชื่อจนถึงวันเปิดบริษัท?
สำนักงานบัญชี พีทูพี ดูแลงานจดทะเบียนบริษัท พร้อมให้คำแนะนำด้านบัญชีและภาษีหลังเปิดกิจการ
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc.jpg)