ตัวเลขในงบการเงินจะเปรียบเทียบกันได้และน่าเชื่อถือมากขึ้น เมื่อกิจการใช้หลักเกณฑ์ในการรับรู้ วัดมูลค่า และนำเสนอข้อมูลทางการเงินอย่างเป็นระบบ
มาตรฐานการบัญชี คืออะไร? TAS, TFRS, IFRS และ TFRS for NPAEs ต่างกันอย่างไร
มาตรฐานการบัญชีและมาตรฐานการรายงานทางการเงินเป็นหลักเกณฑ์ที่ใช้กำหนดว่า ธุรกรรมหนึ่งควรถูกรับรู้ วัดมูลค่า แสดงรายการ และเปิดเผยข้อมูลในงบการเงินอย่างไร เพื่อให้ข้อมูลของกิจการมีความสม่ำเสมอ เปรียบเทียบได้ และใช้ประกอบการตัดสินใจได้
อย่างไรก็ตาม คำว่า TAS, TFRS, IFRS และ TFRS for NPAEs ไม่ใช่คำเดียวกันทั้งหมด และธุรกิจแต่ละประเภทอาจอยู่ภายใต้มาตรฐานที่ต่างกัน เจ้าของกิจการจึงไม่จำเป็นต้องจำทุกมาตรฐาน แต่ควรรู้ว่ากิจการของตนใช้กรอบใดและเรื่องใดควรให้ผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีพิจารณา
บทความนี้สรุปภาพรวมมาตรฐานที่สำคัญให้เข้าใจง่าย โดยเน้นการแยกบทบาทของมาตรฐาน ไม่ลงรายละเอียดเชิงเทคนิคของทุกฉบับ เพื่อไม่ให้ซ้ำกับบทความเฉพาะเรื่องในเว็บไซต์
.jpg)
ไม่แน่ใจว่ากิจการควรใช้มาตรฐานใด?
ควรเริ่มจากประเภทธุรกิจ สถานะของกิจการ ลักษณะผู้ใช้งบ และมาตรฐานที่กิจการอยู่ภายใต้ ก่อนกำหนดนโยบายบัญชีหรือเลือกวิธีบันทึกรายการ
โทร 097-236-2994LINE: p2paccมาตรฐานการบัญชี คืออะไร
มาตรฐานการบัญชี เป็นหลักเกณฑ์ที่ใช้กำหนดแนวทางทางบัญชีของธุรกรรมและเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ เพื่อให้นักบัญชีและผู้จัดทำงบการเงินมีแนวทางที่สอดคล้องกันในการรับรู้ วัดมูลค่า และนำเสนอข้อมูล
ในอดีตผู้ประกอบการมักใช้คำว่า “มาตรฐานการบัญชี” เรียกรวมมาตรฐานทั้งหมด แต่ในปัจจุบันระบบมาตรฐานของไทยมีทั้ง TAS, TFRS และการตีความมาตรฐานต่าง ๆ จึงควรใช้คำให้ตรงกับบริบทมากขึ้น
สำหรับเจ้าของกิจการ สิ่งสำคัญไม่ใช่การจำเลขมาตรฐานทุกฉบับ แต่ต้องรู้ว่าการบันทึกรายการต่าง ๆ เช่น รายได้ สินค้าคงเหลือ ทรัพย์สิน สัญญาเช่า หรือประมาณการ ไม่สามารถเลือกวิธีตามความสะดวกได้โดยไม่มีหลักเกณฑ์รองรับ
หากต้องการเข้าใจพื้นฐานก่อน สามารถอ่านพื้นฐานการทำบัญชีธุรกิจ เพื่อเห็นว่าข้อมูลจากเอกสารถูกพัฒนาไปสู่รายงานและงบการเงินอย่างไร
.jpg)
TAS กับ TFRS ต่างกันอย่างไร
TAS ย่อมาจาก Thai Accounting Standards หรือมาตรฐานการบัญชี ส่วน TFRS ย่อมาจาก Thai Financial Reporting Standards หรือมาตรฐานการรายงานทางการเงิน
ทั้งสองกลุ่มอยู่ในชุดมาตรฐานที่กิจการซึ่งอยู่ภายใต้ TFRS ต้องพิจารณาใช้ โดยแต่ละฉบับดูแลธุรกรรมหรือหัวข้อแตกต่างกัน เช่น TAS 2 เรื่องสินค้าคงเหลือ หรือ TFRS ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมเฉพาะประเภท
นอกจากนี้ยังมี TSIC และ TFRIC ซึ่งเป็นการตีความมาตรฐาน เพื่อช่วยกำหนดแนวทางสำหรับประเด็นที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม
แล้ว IFRS คืออะไร
IFRS คือ International Financial Reporting Standards ซึ่งเป็นมาตรฐานการรายงานทางการเงินระดับสากลที่จัดทำโดย International Accounting Standards Board หรือ IASB
ประเทศไทยพัฒนามาตรฐานการรายงานทางการเงินของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลตามกระบวนการของสภาวิชาชีพบัญชี ดังนั้น TFRS จึงมีความเชื่อมโยงกับ IFRS แต่การนำไปใช้ในประเทศไทยต้องอ้างอิงฉบับที่ประกาศใช้ในประเทศไทย ไม่ควรหยิบ IFRS ต่างประเทศมาใช้โดยตรงโดยไม่ตรวจสถานะของมาตรฐานไทย
การจัดทำมาตรฐานของไทยยังมีกระบวนการ Due Process เพื่อศึกษา ติดตาม พิจารณาร่าง รับฟังความคิดเห็น และประกาศใช้มาตรฐานอย่างเป็นระบบ
.jpg)
TFRS for NPAEs คืออะไร
TFRS for NPAEs คือมาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ ซึ่งจัดทำขึ้นสำหรับกิจการที่เข้าเกณฑ์ NPAEs ตามนิยามของมาตรฐาน
กิจการขนาดเล็กและขนาดกลางจำนวนมากในประเทศไทยอยู่ภายใต้มาตรฐานกลุ่มนี้ แต่ไม่ควรสรุปเพียงจากคำว่า “SME” หรือขนาดยอดขายเท่านั้น ต้องตรวจสถานะของกิจการว่ามีส่วนได้เสียสาธารณะหรือไม่ตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
TFRS for NPAEs ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นฉบับปรับปรุงที่มีผลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นไป ดังนั้นบทความหรือคู่มือที่อ้างอิงฉบับก่อนหน้านั้นควรตรวจสอบก่อนนำมาใช้
ผู้ประกอบการสามารถเชื่อมความเข้าใจกับบัญชีบริษัทต้องทำอะไรบ้าง เพื่อดูว่ามาตรฐานบัญชีเชื่อมกับหน้าที่ของนิติบุคคลอย่างไร
PAEs กับ NPAEs ต่างกันอย่างไรในภาพรวม
ในภาพรวม กิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะหรือ PAEs จะอยู่ภายใต้ชุดมาตรฐาน TFRS ที่ครบถ้วนตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่กิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะสามารถใช้ TFRS for NPAEs ซึ่งออกแบบให้เหมาะกับลักษณะกิจการกลุ่มนี้มากขึ้น
ดังนั้นคำถามว่า “บริษัทของฉันต้องใช้ TFRS หรือ NPAEs” ต้องตอบจากสถานะกิจการก่อน ไม่ควรเลือกจากความง่ายหรือยากของมาตรฐาน
มาตรฐานที่ใช้ ต้องสอดคล้องกับสถานะกิจการ
ก่อนกำหนดนโยบายบัญชี ควรระบุให้ชัดว่ากิจการอยู่ภายใต้มาตรฐานชุดใด แล้วจึงเลือกหลักการรับรู้ วัดมูลค่า และเปิดเผยข้อมูลให้สอดคล้อง
โทร 097-236-2994LINE: p2paccมาตรฐานการบัญชีเกี่ยวข้องกับงานบัญชีประจำวันอย่างไร
มาตรฐานไม่ได้เริ่มทำงานเฉพาะตอนปิดงบ แต่มีผลตั้งแต่วันที่กิจการตัดสินใจว่าจะบันทึกรายการอย่างไร เช่น จะรับรู้รายได้เมื่อใด ต้นทุนสินค้าคงเหลือประกอบด้วยอะไร ทรัพย์สินควรคิดค่าเสื่อมราคาอย่างไร หรือรายการหนึ่งควรเป็นสินทรัพย์หรือค่าใช้จ่าย
การตั้งผังบัญชีและขั้นตอนเอกสารที่ดีจึงควรรองรับการจัดทำงบตามมาตรฐานตั้งแต่ต้น ไม่ใช่บันทึกทุกอย่างแบบรวม ๆ แล้วค่อยแยกใหม่เมื่อถึงวันปิดงบ
อ่านต่อได้ที่ผังบัญชีคืออะไร และวิธีเตรียมเอกสารส่งสำนักงานบัญชี เพื่อเชื่อมมาตรฐานเข้ากับงานจริง

ตัวอย่างมาตรฐานที่เจ้าของธุรกิจมักพบ
เจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นต้องอ่านมาตรฐานทุกฉบับ แต่จะพบผลของมาตรฐานอยู่ในหลายเรื่อง เช่น สินค้าคงเหลือ ทรัพย์สิน ค่าเสื่อมราคา รายได้ สัญญาเช่า การด้อยค่า ประมาณการ หรือการนำเสนองบการเงิน
- สินค้าคงเหลือ — ต้องพิจารณาราคาทุน วิธีคำนวณต้นทุน และมูลค่าที่เหมาะสม
- ทรัพย์สิน — ต้องแยกสินทรัพย์ออกจากค่าใช้จ่ายและกำหนดอายุการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม
- รายได้ — ต้องพิจารณาว่าเมื่อใดจึงเข้าเงื่อนไขการรับรู้รายได้
- ลูกหนี้ — อาจต้องพิจารณาความเสี่ยงในการเรียกเก็บและการด้อยค่าตามมาตรฐานที่ใช้
- สัญญาเช่า — วิธีบัญชีขึ้นกับลักษณะกิจการและมาตรฐานที่ถือปฏิบัติ
- งบการเงิน — ต้องนำเสนอรายการและเปิดเผยข้อมูลให้สอดคล้องกับมาตรฐานของกิจการ
ตัวอย่างเรื่องสินค้าคงเหลือสามารถอ่านต่อที่การจัดการสินค้าคงเหลือ ซึ่งแยก Search Intent เรื่องสต๊อกและต้นทุนออกจากหน้ามาตรฐานนี้แล้ว
มาตรฐานการบัญชีกับกฎหมายภาษีไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
ประเด็นที่เจ้าของกิจการควรเข้าใจมากที่สุดเรื่องหนึ่งคือ รายการที่ถูกต้องตามมาตรฐานบัญชีไม่ได้หมายความว่าจะนำไปคำนวณภาษีได้เหมือนกันทุกประการ เพราะการจัดทำงบการเงินกับการคำนวณภาษีใช้หลักคนละด้าน
ตัวอย่างเช่น ค่าใช้จ่ายบางรายการอาจบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีได้ แต่เมื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลอาจต้องปรับกลับตามประมวลรัษฎากร
อ่านรายละเอียดได้ที่บัญชีการเงินกับบัญชีภาษีอากรต่างกันอย่างไร และบัญชีภาษีอากรคืออะไร
มาตรฐานมีผลต่อการปิดงบอย่างไร
เมื่อสิ้นรอบบัญชี ฝ่ายบัญชีต้องตรวจว่ารายการที่บันทึกระหว่างปีได้รับการจัดประเภทและวัดมูลค่าตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องหรือไม่ รวมถึงรายการปรับปรุง เช่น ค่าเสื่อมราคา ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย รายได้ค้างรับ หรือประมาณการต่าง ๆ ตามข้อเท็จจริงของกิจการ
จากนั้นจึงจัดทำงบการเงินเพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและยื่นตามหน้าที่ของนิติบุคคล ดังนั้นการปิดงบที่ดีไม่ควรเริ่มจากการ “ปรับตัวเลขให้ลง” แต่ต้องย้อนตรวจว่ารายการแต่ละประเภทใช้หลักบัญชีถูกต้องหรือไม่
สามารถอ่านต่อที่ปิดงบบัญชี คืออะไร และผู้สอบบัญชี CPA และ TA ต่างกันอย่างไร

มาตรฐานเปลี่ยนแปลงได้ จึงไม่ควรยึดบทความเก่าโดยไม่ตรวจสอบ
มาตรฐานการรายงานทางการเงินมีการทบทวนและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและสภาพธุรกรรมที่เปลี่ยนไป ดังนั้นข้อมูลที่เคยถูกต้องเมื่อหลายปีก่อนอาจไม่ใช่ฉบับที่ใช้กับรอบบัญชีปัจจุบัน
ก่อนใช้อ้างอิงควรตรวจอย่างน้อย 3 เรื่อง คือ ชื่อมาตรฐาน ฉบับปรับปรุง และวันที่มีผลบังคับใช้กับรอบระยะเวลาบัญชีของกิจการ เพราะบางครั้งมาตรฐานประกาศแล้ว แต่มีผลกับรอบบัญชีในอนาคต
หลักเดียวกันนี้ใช้กับคู่มืออธิบายมาตรฐานด้วย คู่มือช่วยให้เข้าใจมาตรฐานได้ง่ายขึ้น แต่ต้องตรวจว่าคู่มืออ้างอิงมาตรฐานฉบับใดและยังสอดคล้องกับฉบับที่กิจการใช้อยู่หรือไม่
เจ้าของธุรกิจควรรู้มาตรฐานบัญชีแค่ไหน
เจ้าของกิจการไม่จำเป็นต้องเป็นนักบัญชี แต่ควรเข้าใจหลักสำคัญว่า ตัวเลขในงบไม่ได้เกิดจากการเลือกตามความต้องการ แต่มีหลักในการรับรู้และวัดมูลค่ารองรับ
เมื่อผู้บริหารเข้าใจจุดนี้ จะช่วยให้การพูดคุยกับฝ่ายบัญชีมีคุณภาพมากขึ้น เช่น แทนที่จะถามว่า “ทำอย่างไรให้กำไรน้อยลง” ควรถามว่า “รายการนี้ควรรับรู้เมื่อใดตามข้อเท็จจริงและมาตรฐาน” หรือ “สินทรัพย์นี้ต้องบันทึกและคิดค่าเสื่อมอย่างไร”
สำหรับผู้เริ่มต้นสามารถอ่านเรียนบัญชีพื้นฐาน เริ่มจากอะไร เพื่อทำความเข้าใจการเดินทางของข้อมูลตั้งแต่เอกสารไปถึงงบการเงิน
มาตรฐานที่ดี ต้องถูกนำไปใช้กับระบบงานจริง
หากผังบัญชี เอกสาร โปรแกรม และขั้นตอนอนุมัติไม่รองรับ ต่อให้รู้มาตรฐานก็อาจเกิดข้อมูลที่ไม่พร้อมสำหรับจัดทำงบได้
โทร 097-236-2994LINE: p2paccมาตรฐานการบัญชีกับการวางระบบบัญชี
การวางระบบบัญชีที่ดีควรเริ่มจากคำถามว่า ข้อมูลอะไรต้องถูกเก็บเพื่อนำไปจัดทำบัญชีและงบการเงินตามมาตรฐาน ตัวอย่างเช่น หากกิจการต้องติดตามสินค้าคงเหลือ ระบบควรเก็บทั้งจำนวน ต้นทุน และความเคลื่อนไหวที่ตรวจสอบได้
หากกิจการมีทรัพย์สินจำนวนมาก ก็ควรมีทะเบียนทรัพย์สินและข้อมูลวันที่ซื้อ ต้นทุน อายุการใช้งาน และค่าเสื่อมราคา เพื่อให้สามารถจัดทำบัญชีได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ตามหาเอกสารตอนปลายปี
ผู้ประกอบการสามารถอ่านที่ปรึกษาวางระบบบัญชีและ Workflow เพื่อเชื่อมหลักมาตรฐานเข้ากับระบบงานจริงของกิจการ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรฐานการบัญชี
มาตรฐานการบัญชี คืออะไร?
คือหลักเกณฑ์ที่ใช้เป็นแนวทางในการรับรู้ วัดมูลค่า และนำเสนอรายการทางบัญชี เพื่อให้ข้อมูลทางการเงินจัดทำอย่างเป็นระบบและเปรียบเทียบกันได้
TAS กับ TFRS เหมือนกันหรือไม่?
ไม่ใช่ชื่อเดียวกัน TAS หมายถึงมาตรฐานการบัญชี ส่วน TFRS หมายถึงมาตรฐานการรายงานทางการเงิน โดยทั้งสองเป็นส่วนหนึ่งของกรอบมาตรฐานที่ใช้ในประเทศไทยตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
TFRS for NPAEs ใช้กับบริษัททุกแห่งหรือไม่?
ไม่ใช่ ต้องพิจารณาว่ากิจการเข้าเกณฑ์กิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะหรือไม่ หากเป็นกิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะจะอยู่ภายใต้ชุดมาตรฐานอีกกลุ่มหนึ่ง
IFRS กับ TFRS ต่างกันอย่างไร?
IFRS เป็นมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ ส่วน TFRS เป็นมาตรฐานการรายงานทางการเงินของไทยที่พัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและประกาศใช้ในประเทศไทย
มาตรฐานการบัญชีกับกฎหมายภาษีเหมือนกันหรือไม่?
ไม่เหมือนกันทั้งหมด การจัดทำงบใช้มาตรฐานทางบัญชี ส่วนการคำนวณภาษีต้องพิจารณากฎหมายภาษีเพิ่มเติม จึงอาจมีรายการปรับปรุงจากกำไรทางบัญชีไปเป็นกำไรทางภาษี
สรุป มาตรฐานการบัญชีคือภาษากลางของข้อมูลทางการเงิน
มาตรฐานช่วยให้การรับรู้ วัดมูลค่า และนำเสนอรายการทางบัญชีมีหลักที่สอดคล้องกัน ไม่ใช่เปลี่ยนวิธีบันทึกตามความต้องการของแต่ละกิจการ
สำหรับธุรกิจไทย สิ่งสำคัญคือรู้ว่ากิจการอยู่ภายใต้ TFRS หรือ TFRS for NPAEs และตรวจฉบับที่มีผลใช้กับรอบบัญชีของกิจการทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อมาตรฐานมีการปรับปรุง
เมื่อมาตรฐานถูกเชื่อมเข้ากับเอกสาร ผังบัญชี โปรแกรม และกระบวนการตรวจสอบตั้งแต่ต้น การปิดงบและการตรวจสอบงบการเงินก็จะมีข้อมูลรองรับมากขึ้นและตรวจสอบได้ง่ายกว่าเดิม
ต้องการจัดระบบบัญชีให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่กิจการใช้?
แจ้งประเภทธุรกิจ ระบบบัญชี โปรแกรมที่ใช้ และประเด็นที่ต้องการตรวจ เพื่อสอบถามแนวทางจัดข้อมูลและ Workflow ให้เหมาะกับการจัดทำงบการเงิน
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc