มือภาษีสำหรับผู้ถือหุ้น บริษัทแม่ และกลุ่มธุรกิจ
Holding Company เสียภาษีอย่างไร? ภาษีเงินปันผลและการวางแผนภาษี
Holding Company เสียภาษีอย่างไร? บริษัทโฮลดิ้งที่จัดตั้งตามกฎหมายไทยโดยทั่วไปยังมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง แต่เงินปันผลที่ได้รับจากบริษัทไทยอาจได้รับสิทธิไม่นำมารวมคำนวณกำไรสุทธิทั้งหมดหรือบางส่วน ตามมาตรา 65 ทวิ (10) แห่งประมวลรัษฎากร หากเข้าเงื่อนไขของกฎหมาย
การใช้บริษัทแม่ถือหุ้นบริษัทลูกจึงไม่ได้หมายความว่ารายได้ทั้งหมดของกลุ่มบริษัทจะปลอดภาษี เพราะต้องแยกพิจารณารายได้จากเงินปันผล กำไรจากการขายหุ้น ดอกเบี้ย ค่าบริหารจัดการ และธุรกรรมระหว่างบริษัท ซึ่งอาจมีภาระภาษีแตกต่างกัน
บทความนี้อธิบายเงื่อนไขภาษีที่ผู้ประกอบการควรรู้ พร้อมตัวอย่างคำนวณเงินปันผล ตารางเปรียบเทียบ และข้อควรตรวจสอบก่อนใช้โครงสร้าง Holding Company เพื่อบริหารการลงทุนหลายกิจการ
5 เรื่องภาษี Holding Company ที่ต้องรู้
- บริษัทโฮลดิ้งยังมีหน้าที่จัดทำบัญชีและยื่นภาษีตามกฎหมาย
- เงินปันผลระหว่างบริษัทไทยอาจได้รับสิทธิทางภาษีตามเงื่อนไข
- การถือหุ้นตั้งแต่ 25% ไม่ได้ทำให้ได้รับสิทธิทันทีทุกกรณี
- กำไรจากการขายหุ้นไม่ใช่เงินปันผล และต้องพิจารณาภาษีแยกกัน
- การโอนเงินหรือเรียกเก็บค่าบริหารระหว่างบริษัทต้องมีหลักฐานรองรับ
ต้องการวางโครงสร้าง Holding Company ให้เหมาะกับธุรกิจ?
สำนักงานบัญชี พีทูพี ให้คำปรึกษาด้านบัญชีและภาษี เพื่อประเมินข้อมูลการถือหุ้น เงินปันผล และธุรกรรมระหว่างบริษัทก่อนดำเนินการ
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc
1. Holding Company ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง?
Holding Company หรือบริษัทโฮลดิ้ง คือบริษัทที่มุ่งถือหุ้นหรือลงทุนในบริษัทอื่นเป็นหลัก คำว่า Holding Company เป็นลักษณะการประกอบธุรกิจ ไม่ใช่สถานะที่ทำให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลโดยอัตโนมัติ
เมื่อบริษัทโฮลดิ้งจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัดตามกฎหมายไทย บริษัทนั้นมีหน้าที่ทางบัญชีและภาษีของตนเอง เช่น การจัดทำบัญชี การยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล และการจัดทำงบการเงินตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง แม้กิจการจะไม่มีรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการโดยตรง
ภาษีที่ต้องพิจารณาขึ้นอยู่กับธุรกรรมจริง เช่น บริษัทได้รับเงินปันผลจากการถือหุ้น ได้รับดอกเบี้ยจากการให้บริษัทลูกกู้ยืม มีรายได้ค่าบริหารจัดการ หรือขายเงินลงทุนออกไป ซึ่งแต่ละรายการมีวิธีพิจารณาภาษีแตกต่างกัน
โดยหลักภาษีเงินได้นิติบุคคลคำนวณจากกำไรสุทธิทางภาษีตามมาตรา 65 มาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร มิใช่นำยอดเงินรับทุกประเภทมาคูณอัตราภาษีทันที ผู้ประกอบการสามารถศึกษา วิธีคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล เพื่อเข้าใจรายการปรับปรุงกำไรสุทธิทางภาษี
รายได้ที่ควรแยกประเภทก่อนคำนวณภาษี
- เงินปันผลจากบริษัทไทย
- เงินปันผลจากบริษัทในต่างประเทศ
- กำไรหรือขาดทุนจากการขายหุ้นและเงินลงทุน
- ดอกเบี้ยรับจากเงินฝากหรือเงินให้กู้ยืม
- ค่าบริหารจัดการหรือค่าบริการที่เรียกเก็บจากบริษัทในเครือ
- รายได้อื่นจากการประกอบกิจการหรือการลงทุน
2. ภาษีเงินปันผล Holding Company ตามมาตรา 65 ทวิ (10)
ประเด็นที่สำคัญที่สุดสำหรับ Holding Company คือเงินปันผลที่ได้รับจากบริษัทซึ่งตนถือหุ้นอยู่ เพราะกฎหมายไทยกำหนดหลักเกณฑ์เฉพาะสำหรับบริษัทไทยที่ได้รับเงินปันผลจากบริษัทไทย เพื่อพิจารณาว่าต้องนำเงินปันผลมารวมคำนวณกำไรสุทธิจำนวนเท่าใด
กรณีที่ 1 บริษัทไทยได้รับเงินปันผลและเข้าเงื่อนไขยกเว้นกึ่งหนึ่ง
ตามหลักทั่วไปของมาตรา 65 ทวิ (10) บริษัทจำกัดที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและได้รับเงินปันผลจากบริษัทจำกัดไทย อาจนำเงินปันผลมารวมคำนวณเป็นรายได้เพียงกึ่งหนึ่งของจำนวนที่ได้รับ หากเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะหลักเกณฑ์ระยะเวลาการถือหุ้น
กล่าวคือ เงินปันผล 1,000,000 บาท อาจต้องนำมารวมคำนวณกำไรสุทธิทางภาษี 500,000 บาท ไม่ใช่หมายความว่าต้องเสียภาษี 500,000 บาท เพราะจำนวนภาษีจริงยังขึ้นอยู่กับกำไรสุทธิทางภาษีและอัตราภาษีที่ใช้กับบริษัท
กรณีที่ 2 บริษัทไทยเข้าเงื่อนไขไม่นำเงินปันผลมารวมคำนวณทั้งหมด
บริษัทจำกัดไทยที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ อาจได้รับสิทธิไม่นำเงินปันผลจากบริษัทไทยมารวมคำนวณกำไรสุทธิทั้งหมด หากถือหุ้นในบริษัทผู้จ่ายไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียง และบริษัทผู้จ่ายไม่ได้ถือหุ้นในบริษัทผู้รับไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม พร้อมปฏิบัติตามเงื่อนไขระยะเวลาถือหุ้น
สำหรับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายมีหลักเกณฑ์การยกเว้นอีกกรณีหนึ่ง ซึ่งต้องตรวจสอบเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ
กรณีที่ 3 ไม่เข้าเงื่อนไขระยะเวลาถือหุ้น
มาตรา 65 ทวิ (10) มีเงื่อนไขเกี่ยวกับการถือหุ้นก่อนและหลังวันที่มีเงินได้จากเงินปันผล โดยหลักต้องถือหุ้นที่ก่อให้เกิดเงินได้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือนก่อนวันที่มีเงินได้นั้น และถือต่อไปอีกไม่น้อยกว่า 3 เดือน
หากบริษัทเพิ่งซื้อหุ้นแล้วได้รับเงินปันผลในระยะเวลาสั้น ๆ หรือขายหุ้นออกก่อนครบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด อาจไม่สามารถใช้สิทธิยกเว้นตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้ จึงต้องตรวจสอบวันได้มาซึ่งหุ้น วันที่มีเงินได้ และวันที่จำหน่ายหุ้นจริง
ก่อนพิจารณาเงื่อนไขถือหุ้น 25% ผู้ประกอบการควรตรวจสอบจำนวนหุ้นและสิทธิออกเสียง เพราะหุ้นทุกชนิดอาจมีสิทธิแตกต่างกัน สามารถอ่านเรื่อง สัดส่วนการถือหุ้นบริษัทและวิธีคำนวณสิทธิของผู้ถือหุ้น ประกอบการจัดเตรียมข้อมูล

3. ตัวอย่างคำนวณภาษีเงินปันผล Holding Company
เพื่อให้เห็นความแตกต่างระหว่างการยกเว้นเงินปันผลทั้งหมดกับการยกเว้นกึ่งหนึ่ง ลองพิจารณาตัวอย่างสมมติ โดยให้บริษัท H เป็นบริษัทจำกัดไทยที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และได้รับเงินปันผลจากบริษัท A ซึ่งเป็นบริษัทจำกัดไทยจำนวน 1,000,000 บาท
ตัวอย่าง A : บริษัท H ถือหุ้น 30% และเข้าเงื่อนไขครบ
สมมติบริษัท H ถือหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงในบริษัท A ร้อยละ 30 บริษัท A ไม่ได้ถือหุ้นกลับในบริษัท H ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม และบริษัท H ถือหุ้นครบตามเงื่อนไขระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
ตัวอย่างคำนวณ
เงินปันผลได้รับ: 1,000,000 บาท
เงินปันผลที่เข้าเกณฑ์ยกเว้นทั้งหมด: 1,000,000 บาท
จำนวนเงินปันผลที่นำมารวมคำนวณกำไรสุทธิทางภาษี: 0 บาท
ตัวอย่างนี้แสดงเฉพาะผลของเงินปันผลต่อฐานกำไรสุทธิทางภาษี ไม่ได้หมายความว่าบริษัท H ไม่มีภาษีต้องชำระจากรายได้หรือธุรกรรมประเภทอื่น และไม่ได้สรุปเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่ายแทนการตรวจเงื่อนไขเฉพาะ
ตัวอย่าง B : บริษัท H ถือหุ้น 10% และเข้าเงื่อนไขยกเว้นกึ่งหนึ่ง
สมมติบริษัท H ถือหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงในบริษัท A ร้อยละ 10 และถือหุ้นครบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด แต่ไม่ได้เข้าเกณฑ์ยกเว้นเงินปันผลทั้งหมดตามสัดส่วนการถือหุ้น
ตัวอย่างคำนวณ
เงินปันผลได้รับ: 1,000,000 บาท
ส่วนที่ไม่นำมารวมคำนวณ: 500,000 บาท
ส่วนที่นำมารวมคำนวณกำไรสุทธิทางภาษี: 500,000 บาท
ถ้าสมมติให้ส่วนดังกล่าวเป็นกำไรสุทธิทางภาษีเพิ่มเติมทั้งหมด ไม่มีรายจ่ายหรือผลขาดทุนอื่น และบริษัทเสียภาษีในอัตราร้อยละ 20 ผลทางภาษีเชิงตัวอย่างจะเท่ากับ 100,000 บาท แต่ภาษีจริงต้องคำนวณจากกำไรสุทธิทางภาษีรวมทั้งรอบบัญชี ไม่ใช่คำนวณแยกจากเงินปันผลโดยอัตโนมัติ
ตัวอย่าง C : ซื้อหุ้นก่อนรับเงินปันผลไม่นาน
หากบริษัท H เพิ่งซื้อหุ้นในบริษัท A แล้วได้รับเงินปันผลก่อนครบช่วงระยะเวลาถือหุ้นตามเงื่อนไข แม้ถือหุ้นถึงร้อยละ 30 ก็อาจไม่สามารถใช้สิทธิยกเว้นทั้งหมดหรือกึ่งหนึ่งตามมาตรา 65 ทวิ (10) ได้ ต้องพิจารณาให้นำรายได้ดังกล่าวมาคำนวณตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับข้อเท็จจริงนั้น
ตัวอย่างเหล่านี้จึงแสดงให้เห็นว่า สัดส่วนหุ้นและระยะเวลาถือหุ้นมีความสำคัญพอ ๆ กัน บริษัทควรเก็บสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น หลักฐานการโอนหุ้น มติจ่ายเงินปันผล และเอกสารรับเงินให้ครบถ้วน
4. เงินปันผลจากบริษัทลูก ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่?
การยกเว้นเงินปันผลในการคำนวณกำไรสุทธิ กับการหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายเงินปันผล เป็นคนละประเด็นที่ต้องตรวจสอบแยกกัน
โดยทั่วไปการจ่ายเงินปันผลมีหลักเกณฑ์ภาษีหัก ณ ที่จ่าย แต่กรณีผู้รับเป็นบริษัทไทยที่เข้าเงื่อนไขบางประเภทอาจมีข้อยกเว้นตามกฎหมายและคำสั่งของกรมสรรพากร ดังนั้นผู้จ่ายควรตรวจสอบสถานะผู้ถือหุ้น สัดส่วนการถือหุ้น และเอกสารประกอบก่อนสรุปว่าต้องหักหรือไม่ต้องหัก
ตัวอย่างเช่น เงินปันผลจากบริษัทลูกจำนวน 1,000,000 บาท ไม่ควรสรุปทันทีว่าบริษัทแม่ต้องถูกหักภาษี 100,000 บาททุกกรณี เพราะอาจเข้าเงื่อนไขข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้อง ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์ของผู้จ่ายและผู้รับเงินปันผลร่วมกัน
บริษัทควรแยกบัญชีเงินปันผลรับกับภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ให้ชัดเจน พร้อมจัดเก็บหนังสือรับรองภาษีและข้อมูลการจ่ายเงินปันผล เพื่อใช้คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลและตรวจสอบในภายหลัง
5. Holding Company ขายหุ้นบริษัทลูก ต้องเสียภาษีอย่างไร?
เมื่อ Holding Company ขายหุ้นหรือเงินลงทุนในบริษัทอื่น ผลตอบแทนที่เกิดขึ้นมีลักษณะแตกต่างจากเงินปันผล ดังนั้นจึงไม่สามารถนำสิทธิยกเว้นเงินปันผลตามมาตรา 65 ทวิ (10) มาใช้กับกำไรจากการขายหุ้นโดยอัตโนมัติ
โดยทั่วไปบริษัทไทยต้องพิจารณาผลกำไรหรือขาดทุนจากการขายเงินลงทุนตามหลักบัญชีและภาษีที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเงื่อนไขราคาขาย ต้นทุนของหุ้น เอกสารการโอน และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย
ตัวอย่างกำไรจากการขายหุ้น
สมมติบริษัท H ซื้อหุ้นบริษัท A ในราคา 3,000,000 บาท และต่อมาขายหุ้นดังกล่าวในราคา 4,200,000 บาท โดยไม่มีต้นทุนปรับปรุงหรือรายการอื่นที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม ผลต่างเชิงตัวอย่างคือกำไร 1,200,000 บาท
หากไม่มีบทบัญญัติยกเว้นเฉพาะและผลต่างดังกล่าวเป็นกำไรสุทธิทางภาษีเพิ่มเติมทั้งหมด บริษัทต้องพิจารณานำกำไรจากการขายหุ้นไปรวมคำนวณกำไรสุทธิของรอบบัญชีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้การโอนหุ้นอาจมีประเด็นอากรแสตมป์หรือภาษีอื่นตามรูปแบบเอกสารและข้อเท็จจริง ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบรายการทุกส่วนก่อนดำเนินการ โดยเฉพาะธุรกรรมที่ผู้ซื้อและผู้ขายเป็นบริษัทในกลุ่มเดียวกัน
สำหรับการเปลี่ยนสัดส่วนหุ้น ควรตรวจข้อมูลทุนและโครงสร้างเงินลงทุนประกอบด้วย สามารถศึกษา ทุนจดทะเบียนบริษัทและการกำหนดเงินลงทุน เพื่อวางความสัมพันธ์ระหว่างทุน หุ้น และเงินลงทุนให้ถูกต้อง

6. ภาษีธุรกรรมระหว่างบริษัทแม่และบริษัทลูก
กลุ่มบริษัทที่มี Holding Company มักมีธุรกรรมระหว่างกัน เช่น บริษัทแม่ให้บริษัทลูกกู้ยืมเงิน จ่ายค่าบริการบริหารจัดการ แชร์ค่าใช้จ่าย หรือโอนสินทรัพย์ระหว่างบริษัท ซึ่งต้องบันทึกบัญชีให้ตรงตามข้อเท็จจริงและตรวจสอบภาษีแยกตามประเภทของรายการ
เงินให้กู้ยืมและดอกเบี้ย
หากบริษัทแม่ให้บริษัทลูกกู้ยืมเงิน ควรจัดทำสัญญา ระบุจำนวนเงิน ระยะเวลาชำระคืน อัตราดอกเบี้ย และหลักฐานการรับจ่ายเงินให้ชัดเจน โดยต้องพิจารณาผลทางภาษีและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเมื่อคู่สัญญาเป็นกิจการที่มีความสัมพันธ์กัน
ค่าบริหารจัดการและค่าบริการ
กรณี Holding Company เรียกเก็บค่าบริหารจัดการจากบริษัทลูก ต้องตรวจว่ามีบริการเกิดขึ้นจริงหรือไม่ มีหลักฐานการให้บริการอย่างไร และอัตราค่าบริการเหมาะสมกับลักษณะงานหรือไม่ รวมถึงหน้าที่เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามธุรกรรมจริง
การแบ่งค่าใช้จ่ายระหว่างบริษัท
บางกลุ่มธุรกิจใช้พนักงาน ระบบบัญชี หรือสถานที่ร่วมกัน การจัดสรรค่าใช้จ่ายจึงควรมีหลักเกณฑ์และเอกสารประกอบที่ตรวจสอบได้ ไม่ควรโอนค่าใช้จ่ายให้บริษัทใดบริษัทหนึ่งโดยไม่มีเหตุผลทางธุรกิจรองรับ
หากธุรกรรมระหว่างบริษัทในเครือมีจำนวนมาก ควรจัดทำบัญชีและรายงานแยกแต่ละนิติบุคคล พร้อมตรวจสอบยอดลูกหนี้เจ้าหนี้ระหว่างกันอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการตกหล่นหรือความคลาดเคลื่อนเมื่อปิดงบ
ก่อนกำหนดอำนาจอนุมัติการทำธุรกรรมสำคัญ ควรตรวจสอบข้อบังคับและมติของบริษัทที่เกี่ยวข้อง สามารถอ่าน ข้อบังคับบริษัทและอำนาจตัดสินใจของผู้ถือหุ้น เพื่อจัดลำดับการอนุมัติให้เหมาะสม
มีเงินปันผล เงินกู้ หรือค่าบริการระหว่างบริษัทในเครือ?
ปรึกษาสำนักงานบัญชี พีทูพี เพื่อประเมินหลักฐานทางบัญชี ประเภทรายได้ และข้อควรระวังก่อนยื่นภาษีหรือปรับโครงสร้างธุรกิจ
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc7. Holding Company ไทยรับเงินปันผลจากต่างประเทศ เสียภาษีอย่างไร?
บริษัทโฮลดิ้งไทยที่ลงทุนในบริษัทต่างประเทศต้องพิจารณากฎหมายภาษีเพิ่มเติม เพราะเงินปันผลจากต่างประเทศมีหลักเกณฑ์ต่างจากเงินปันผลระหว่างบริษัทไทย และอาจเกี่ยวข้องกับภาษีที่ถูกหักหรือชำระในประเทศต้นทางด้วย
ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 442 มีหลักเกณฑ์ยกเว้นภาษีสำหรับเงินปันผลจากบริษัทต่างประเทศบางกรณี โดยต้องตรวจสอบเงื่อนไข เช่น การถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง ระยะเวลาถือหุ้นตามที่กฎหมายกำหนด และอัตราภาษีของประเทศที่บริษัทผู้จ่ายเงินปันผลตั้งอยู่
จึงไม่ควรใช้ข้อสรุปว่า “ถือหุ้นเกิน 25% แล้วเงินปันผลต่างประเทศไม่เสียภาษีเสมอ” เพราะเงื่อนไขของเงินปันผลต่างประเทศและเงินปันผลในประเทศแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ควรตรวจสอบอนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างประเทศไทยกับประเทศที่เกี่ยวข้อง และหลักเกณฑ์การนำภาษีที่เสียในต่างประเทศมาพิจารณาตามกฎหมายไทย เนื่องจากผลทางภาษีอาจแตกต่างกันตามประเทศและโครงสร้างการลงทุน
8. Holding Company ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 และปิดงบการเงินหรือไม่?
บริษัทโฮลดิ้งที่จัดตั้งเป็นบริษัทไทยโดยทั่วไปมีหน้าที่จัดทำบัญชีและงบการเงินประจำปี รวมถึงยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมาย แม้รายได้หลักจะเป็นเงินปันผลหรือยังไม่มีการดำเนินธุรกิจเต็มรูปแบบก็ตาม
บริษัทควรแยกกำหนดการยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกจากการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ต่อกรมสรรพากร เพราะเป็นคนละหน้าที่และอาจมีกำหนดเวลาต่างกัน โดยการยื่น ภ.ง.ด.50 โดยหลักต้องดำเนินการภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีสำหรับผู้มีหน้าที่ยื่นแบบดังกล่าว
รายการทางบัญชีของบริษัทโฮลดิ้งควรแสดงเงินลงทุน เงินปันผลรับ รายการระหว่างบริษัท ดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายตามความเป็นจริง รวมถึงพิจารณาการจัดทำงบการเงินรวมหากเข้าเงื่อนไขตามมาตรฐานรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้อง
หากผู้ประกอบการต้องการศึกษาแนวทางยื่นภาษีของบริษัทสามารถดู หน้าที่และขั้นตอนยื่นภาษีบริษัท เพื่อแยกภาระภาษีรายปีออกจากงานจัดทำงบการเงิน

9. ข้อควรระวังในการวางแผนภาษี Holding Company
อย่าตั้งบริษัทเพียงเพราะคาดว่าจะไม่เสียภาษี: สิทธิภาษีเงินปันผลเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการประเมินโครงสร้างธุรกิจ และต้องตรวจสอบต้นทุนการดูแลหลายบริษัทด้วย
อย่าถือหุ้นให้ครบ 25% โดยไม่ตรวจสิทธิออกเสียง: เงื่อนไขภาษีอ้างอิงหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง จึงต้องตรวจประเภทหุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น และข้อเท็จจริงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท
อย่าละเลยเงื่อนไขระยะเวลา: วันได้มาซึ่งหุ้น วันมีเงินได้จากเงินปันผล และวันขายหุ้นมีผลต่อสิทธิทางภาษี ต้องจัดเก็บหลักฐานเพื่อยืนยันลำดับเวลา
อย่าสับสนเงินปันผลกับกำไรจากการขายหุ้น: ทั้งสองรายการมีหลักเกณฑ์ภาษีที่ต่างกัน การขายหุ้นในราคาสูงกว่าต้นทุนไม่ใช่เงินปันผลจากบริษัทลูก
อย่าโอนเงินระหว่างบริษัทโดยไม่มีเอกสาร: เงินกู้ เงินทดรอง ค่าบริการ และการจ่ายเงินปันผลควรมีมูลเหตุทางธุรกิจและหลักฐานรองรับตามกฎหมาย
หากมีแผนปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นหรือเพิ่มกิจการใหม่ ควรตรวจขั้นตอนทางทะเบียนให้ถูกต้อง โดยศึกษา การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อมูลบริษัท เพื่อประกอบการเตรียมเอกสารและมติที่เกี่ยวข้อง
10. เช็กลิสต์วางแผนภาษี Holding Company ก่อนเริ่มลงทุน
ตรวจสอบข้อมูล 10 เรื่องก่อนวางโครงสร้าง
- กำหนดวัตถุประสงค์ของ Holding Company และบริษัทลูก
- ตรวจสัดส่วนหุ้นและจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง
- ตรวจว่าบริษัทผู้จ่ายเงินปันผลถือหุ้นกลับหรือไม่
- ตรวจวันซื้อหุ้น วันมีเงินได้จากเงินปันผล และวันขายหุ้น
- แยกเงินปันผลจากรายได้ประเภทอื่นให้ชัดเจน
- ตรวจหลักเกณฑ์หักภาษี ณ ที่จ่ายของเงินปันผล
- ตรวจเงื่อนไขเงินปันผลจากต่างประเทศ หากมี
- จัดทำสัญญาเงินกู้และค่าบริหารระหว่างบริษัทให้ครบ
- ประเมินต้นทุนทำบัญชี ตรวจสอบงบ และยื่นภาษีของแต่ละบริษัท
- ทบทวนโครงสร้างหุ้นและผลกระทบภาษีก่อนโอนหุ้นหรือปรับทุน
สำหรับกลุ่มธุรกิจที่ยังไม่ได้จัดตั้งบริษัทแม่ ควรตรวจลำดับการตั้งบริษัทและเอกสารทะเบียนก่อนลงทุน โดยอ่าน ขั้นตอนยื่นคำขอจดทะเบียนบริษัท และเตรียมข้อมูลกรรมการ ผู้ถือหุ้น ทุนจดทะเบียน และวัตถุประสงค์ที่สอดคล้องกับแผนการลงทุนจริง
หากมีธุรกิจเดิมอยู่แล้วและกำลังพิจารณาย้ายหุ้นเข้าสู่ Holding Company ควรเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของการใช้บริษัทเดิมกับการตั้งบริษัทใหม่ รวมถึงภาษีและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยศึกษา หลักการและประโยชน์ของการจดทะเบียนนิติบุคคล เพื่อทำความเข้าใจการแยกความรับผิดและทรัพย์สินของแต่ละบริษัท
11. การจัดตั้ง Holding Company เพื่อวางแผนภาษีคุ้มค่าหรือไม่?
คำตอบขึ้นอยู่กับเป้าหมายการลงทุน ไม่ใช่เพียงจำนวนภาษีที่อาจประหยัดได้ในปีเดียว เพราะ Holding Company อาจมีค่าใช้จ่ายด้านบัญชี การตรวจสอบงบ การบริหาร และการจัดทำเอกสารระหว่างบริษัทเพิ่มขึ้นทุกปี
ตัวอย่างเช่น กลุ่มธุรกิจที่ถือหุ้นหลายบริษัทและมีการรับเงินปันผลเป็นประจำ อาจเห็นประโยชน์จากการจัดโครงสร้างและใช้สิทธิภาษีตามกฎหมายได้ชัดเจนกว่าเจ้าของธุรกิจที่มีบริษัทดำเนินงานเพียงแห่งเดียวและไม่มีแผนลงทุนเพิ่มเติม
ก่อนตัดสินใจควรเปรียบเทียบต้นทุนระยะยาวกับความจำเป็นของการลงทุน โดยดู ค่าใช้จ่ายและขั้นตอนเปิดบริษัท เพื่อประกอบการประมาณค่าใช้จ่ายเริ่มต้น และไม่ลืมค่าใช้จ่ายดำเนินงานหลังการจดทะเบียน
ผู้ประกอบการที่กำลังเริ่มลงทุนครั้งแรกสามารถศึกษาพื้นฐานเรื่อง การเปิดบริษัทและการวางโครงสร้างธุรกิจ ก่อนกำหนดว่าจะตั้งบริษัทดำเนินงานโดยตรงหรือเพิ่มบริษัทโฮลดิ้งอีกชั้นหนึ่ง

12. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษี Holding Company
1. Holding Company ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือไม่?
โดยทั่วไปบริษัทโฮลดิ้งที่จัดตั้งเป็นบริษัทไทยยังมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมาย แต่เงินปันผลบางประเภทอาจได้รับสิทธิไม่นำมารวมคำนวณกำไรสุทธิทั้งหมดหรือบางส่วนเมื่อเข้าเงื่อนไข
2. บริษัทแม่ถือหุ้นบริษัทลูก 25% ได้ยกเว้นภาษีเงินปันผลทันทีหรือไม่?
ไม่ทันที ต้องพิจารณาว่าเป็นหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงตามเกณฑ์ บริษัทผู้จ่ายไม่ได้ถือหุ้นกลับในบริษัทผู้รับ และถือหุ้นครบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด รวมถึงเงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวข้อง
3. Holding Company ถือหุ้นต่ำกว่า 25% ยังได้สิทธิภาษีเงินปันผลหรือไม่?
บริษัทไทยที่ถือหุ้นต่ำกว่า 25% อาจเข้าเกณฑ์นำเงินปันผลระหว่างบริษัทไทยมารวมคำนวณกำไรสุทธิเพียงกึ่งหนึ่งตามมาตรา 65 ทวิ (10) หากเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
4. กำไรจากการขายหุ้นใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินปันผลได้หรือไม่?
ไม่ควรนำหลักเกณฑ์เงินปันผลไปใช้กับกำไรจากการขายหุ้นโดยอัตโนมัติ เพราะเป็นรายได้คนละลักษณะ ต้องพิจารณาการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษีและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขายหุ้นนั้นโดยเฉพาะ
5. Holding Company ไม่มีรายได้ ต้องยื่น ภ.ง.ด.50 หรือไม่?
โดยทั่วไปบริษัทไทยที่ยังมีสถานะเป็นนิติบุคคลและมีหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.50 ต้องยื่นแบบตามรอบบัญชี แม้ไม่มีรายได้หรือไม่มีภาษีต้องชำระ โดยต้องตรวจสถานะและเงื่อนไขเฉพาะของกิจการจริง
สรุป Holding Company เสียภาษีอย่างไร?
Holding Company เสียภาษีอย่างไร ต้องพิจารณาจากประเภทของรายได้และธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง บริษัทโฮลดิ้งไม่ได้รับยกเว้นภาษีทุกประเภทเพียงเพราะมีหน้าที่ถือหุ้นในบริษัทอื่น แต่เงินปันผลที่ได้รับจากบริษัทไทยอาจได้รับสิทธิทางภาษีตามมาตรา 65 ทวิ (10) เมื่อเข้าเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ประเด็นสำคัญคือสัดส่วนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง ความสัมพันธ์ระหว่างผู้จ่ายกับผู้รับเงินปันผล ระยะเวลาถือหุ้น และการแยกเงินปันผลออกจากรายได้ประเภทอื่น เช่น กำไรจากการขายหุ้น ดอกเบี้ย และค่าบริหารจัดการ
ผู้ประกอบการจึงควรวิเคราะห์โครงสร้างธุรกิจทั้งด้านบัญชี ภาษี ต้นทุน และการกำกับดูแลก่อนลงทุนหรือโอนหุ้นระหว่างบริษัท ไม่ควรตั้งบริษัทแม่เพียงเพื่อหวังผลประหยัดภาษี โดยไม่ได้ตรวจข้อเท็จจริงและเอกสารรองรับให้ครบถ้วน
ปรึกษาภาษี Holding Company กับสำนักงานบัญชี พีทูพี
สอบถามเรื่องภาษีเงินปันผล โครงสร้างผู้ถือหุ้น บัญชีบริษัทในเครือ และงานภาษีที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินแนวทางให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ
โทร 097-236-2994LINE: p2paccเวลาติดต่อ 09:30–17:30 น.