เจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นต้องเป็นนักบัญชี แต่ควรรู้ว่าตัวเลขและภาษีส่วนไหนมีผลต่อกิจการของตนเอง
บัญชีภาษีพื้นฐาน สำหรับผู้ประกอบการ เรื่องสำคัญที่ควรรู้ก่อนทำธุรกิจ
นอกจากสินค้า การตลาด และยอดขายแล้ว อีกเรื่องที่เจ้าของกิจการควรเข้าใจคือระบบบัญชีและภาษี เพราะทุกครั้งที่มีการขายสินค้า รับค่าบริการ ซื้อของ จ่ายค่าจ้าง จ่ายค่าเช่า หรือรับเงินเข้าบริษัท อาจมีผลต่อบัญชีและหน้าที่ทางภาษีตามมา
การเข้าใจ บัญชีภาษีพื้นฐาน ไม่ได้หมายความว่าเจ้าของต้องเป็นคนบันทึกบัญชีหรือยื่นแบบทุกฉบับด้วยตนเอง แต่ควรรู้ว่าเอกสารอะไรต้องเก็บ รายการใดเกี่ยวกับภาษี และเมื่อใดควรถามผู้ทำบัญชีก่อนตัดสินใจ
สำหรับกิจการที่ต้องการผู้ดูแลรายเดือน สามารถดู บริการรับทำบัญชี เพื่อจัดเอกสาร บันทึกบัญชี ตรวจภาษี และเตรียมข้อมูลสำหรับปิดงบอย่างต่อเนื่อง

บัญชีภาษีคืออะไร ต่างจากบัญชีการเงินอย่างไร
บัญชีการเงินเป็นการบันทึกและจัดทำข้อมูลจากรายการทางธุรกิจตามหลักบัญชี เพื่อสะท้อนฐานะการเงินและผลประกอบการ ส่วนด้านภาษีต้องนำข้อมูลจากบัญชีมาพิจารณาร่วมกับข้อกำหนดของประมวลรัษฎากร ซึ่งบางรายการอาจมีวิธีปฏิบัติทางภาษีต่างจากทางบัญชี
ตัวอย่างเช่น ค่าใช้จ่ายรายการหนึ่งอาจบันทึกในบัญชีได้ แต่เมื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลอาจต้องตรวจเงื่อนไขเพิ่มเติม หรือรายได้บางประเภทอาจมีผลต่อ VAT ขณะที่บางกิจการได้รับยกเว้นตามกฎหมาย
บทความเดิมอธิบายไว้ถูกทิศทางว่าเรื่องภาษีต้องนำข้อมูลทางบัญชีมาปรับตามข้อกำหนดของกฎหมาย และต้องมีเอกสารหลักฐานรองรับ :contentReference[oaicite:5]{index=5} หากกิจการยังไม่มีขั้นตอนชัดเจน สามารถดู บริการวางระบบบัญชี เพื่อจัดกระบวนการตั้งแต่เอกสารเข้าจนถึงรายงานปลายเดือน
5 เรื่องภาษีที่ผู้ประกอบการควรรู้
เกี่ยวข้องกับกำไรสุทธิทางภาษีของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
เกิดเมื่อมีการจ่ายเงินบางประเภทและผู้จ่ายมีหน้าที่หักภาษีไว้ก่อนนำส่งกรมสรรพากร
ธุรกิจที่เข้าเกณฑ์ต้องจดทะเบียน ออกเอกสาร และจัดทำรายงานภาษีตามหน้าที่
ใช้กับกิจการบางประเภทที่กฎหมายกำหนด เช่น กิจการทางการเงินหรือการขายอสังหาริมทรัพย์บางกรณี
เกี่ยวข้องกับตราสารหรือสัญญาที่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ตามที่กฎหมายกำหนด
ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51
บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องพิจารณาภาษีเงินได้จากกำไรสุทธิทางภาษี ซึ่งอาจแตกต่างจากกำไรทางบัญชี เพราะรายได้และรายจ่ายบางรายการต้องปรับตามประมวลรัษฎากรก่อนคำนวณภาษี
แบบสำคัญที่ผู้ประกอบการมักพบคือ ภ.ง.ด.50 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี ซึ่งโดยหลักยื่นภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบบัญชี และ ภ.ง.ด.51 สำหรับภาษีครึ่งรอบบัญชีในกรณีที่กิจการมีหน้าที่ โดยกำหนดยื่นภายในสองเดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบหกเดือนแรก
การดูเพียงยอดกำไรในโปรแกรมจึงยังไม่พอ ต้องตรวจรายการทางภาษีควบคู่กัน หากธุรกิจต้องการประเมินผลล่วงหน้าสามารถดู บริการวางแผนภาษี เพื่อเตรียมข้อมูลก่อนถึงปลายรอบบัญชี
.jpg)
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ดูทั้ง “จ่ายให้ใคร” และ “จ่ายค่าอะไร”
หลักสำคัญของภาษีหัก ณ ที่จ่ายคือ ต้องพิจารณาผู้รับเงินและลักษณะเงินได้พร้อมกัน เพราะมีผลต่อแบบที่ต้องใช้และอัตราที่ต้องหัก เช่น การจ่ายค่าจ้าง เงินเดือน ค่าบริการ ค่าเช่า หรือค่าธรรมเนียมวิชาชีพอาจใช้หลักเกณฑ์ต่างกัน
แบบที่ธุรกิจมักพบ ได้แก่ ภ.ง.ด.1 สำหรับเงินได้ของลูกจ้างและพนักงานบางประเภท ภ.ง.ด.3 สำหรับการจ่ายเงินให้บุคคลธรรมดาบางกรณี และ ภ.ง.ด.53 สำหรับการจ่ายเงินให้นิติบุคคลตามรายการที่เข้าเกณฑ์
อัตราหัก ณ ที่จ่ายไม่ได้มีเพียงอัตราเดียว ต้องดูประเภทเงินได้ ผู้รับเงิน และเงื่อนไขตามกฎหมายก่อนทุกครั้ง การใช้ตัวเลขเดียวกับค่าใช้จ่ายทุกประเภทอาจทำให้ยื่นภาษีผิดได้
หากเอกสารของผู้ขายหรือผู้รับเงินไม่ครบ ควรแก้ตั้งแต่ก่อนจ่าย สามารถอ่าน เอกสารประกอบการบันทึกบัญชี เพื่อจัดหลักฐานค่าใช้จ่ายให้ตรวจสอบย้อนกลับได้
ไม่แน่ใจว่ารายการนี้ต้องหักภาษีหรือไม่?
ตรวจผู้รับเงิน ประเภทค่าใช้จ่าย และเอกสารก่อนจ่าย จะง่ายกว่าการย้อนแก้หลังยื่นแบบไปแล้ว
โทร 097-236-2994 LINE: p2paccVAT ต้องดูทั้งรายรับและประเภทกิจการ
ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการซึ่งอยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีรายรับเกินเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องพิจารณาหน้าที่จดทะเบียน VAT ตามกฎหมาย แต่การดูเพียงยอดรายรับอย่างเดียวอาจยังไม่พอ เพราะกิจการบางประเภทได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
อัตรา VAT ที่ใช้อยู่ปัจจุบันคือ 7% และได้รับการขยายเวลาถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 ดังนั้นเว็บไซต์หรือบทความเก่าที่ระบุวันสิ้นสุดเดิมควรตรวจใหม่ก่อนนำมาอ้างอิง
หลังจดทะเบียนแล้ว เจ้าของกิจการต้องดูแลเรื่องใบกำกับภาษี รายงานภาษีซื้อ รายงานภาษีขาย และแบบ ภ.พ.30 ให้สัมพันธ์กับบัญชี หากจัดระบบตั้งแต่ต้นจะช่วยลดการแก้ไขย้อนหลังได้มาก
อย่าใช้เงินบริษัทกับเงินส่วนตัวปะปนกัน
แม้กฎหมายไม่ได้บอกว่าทุกธุรกิจต้องมีวิธีบริหารเงินแบบเดียวกัน แต่ในทางบัญชีการแยกเงินของบริษัทออกจากเงินส่วนตัวช่วยให้เห็นรายรับรายจ่ายจริง ลดคำถามเรื่องเงินกรรมการ และกระทบยอดธนาคารได้ง่ายขึ้น
สำหรับบริษัทเปิดใหม่สามารถอ่าน เปิดบัญชีบริษัท เลือกธนาคารและเตรียมเอกสาร เพื่อวางระบบการรับ–จ่ายเงินตั้งแต่เริ่มกิจการ
.jpg)
ภาษีธุรกิจเฉพาะ ไม่ใช่ภาษีของทุกกิจการ
ภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นภาษีที่ใช้กับกิจการบางประเภทตามประมวลรัษฎากร ไม่ใช่ภาษีที่บริษัททุกแห่งต้องเสีย ตัวอย่างกิจการที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่ ธนาคาร ธุรกิจเงินทุน รับจำนำ ประกันชีวิต และการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรบางกรณี
ผู้ประกอบกิจการที่มีหน้าที่เสียภาษีประเภทนี้ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มประกอบกิจการตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง จึงควรตรวจประเภทธุรกิจก่อน ไม่ควรเห็นคำว่า “บริษัท” แล้วสรุปว่าต้องจดทุกกิจการ
อากรแสตมป์เกี่ยวกับสัญญาและตราสาร
อากรแสตมป์เป็นภาษีที่จัดเก็บจากการกระทำตราสารตามที่กำหนดในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ปัจจุบันมี 28 ลักษณะตราสาร เช่น สัญญาเช่า เช่าซื้อ จ้างทำของ กู้ยืม และเอกสารบางประเภท
สิ่งที่เจ้าของกิจการควรจำคือไม่ได้ดูเพียงว่ามี “สัญญา” หรือไม่ แต่ต้องดูว่าสัญญาหรือตราสารนั้นเข้าลักษณะใด ใครเป็นผู้มีหน้าที่เสียอากร และเสียด้วยวิธีใด ปัจจุบันยังมีระบบชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงินและทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับกรณีที่เข้าเงื่อนไข

เอกสารคือจุดเริ่มต้นของบัญชีและภาษี
- ใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อ และสัญญาที่เกี่ยวข้อง
- ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ และใบกำกับภาษี
- หลักฐานรับและจ่ายเงิน
- Statement ธนาคารของกิจการ
- หนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย
- เอกสารเงินเดือนและบุคลากร
- เอกสารซื้อทรัพย์สิน
- รายงานสต๊อกและการตรวจนับ
- แบบภาษีและใบเสร็จการยื่นแบบ
- เอกสารหรือสัญญาที่มีผลต่อการคำนวณภาษี
ยื่นภาษีช้า อาจมีเงินเพิ่มหรือค่าปรับตามมา
ผู้ประกอบการควรแยกคำว่า “ภาษี” “เบี้ยปรับ” “เงินเพิ่ม” และ “ค่าปรับ” ออกจากกัน เพราะผลจากการยื่นแบบล่าช้าหรือชำระไม่ครบไม่ได้เหมือนกันทุกประเภทภาษี
หากต้องการเข้าใจเรื่องนี้โดยเฉพาะ สามารถอ่าน เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และภาษีย้อนหลัง ซึ่งอธิบายวิธีแยกแต่ละกรณีและแนวทางตรวจข้อมูลก่อนแก้ไข
บัญชีและภาษีเริ่มยุ่งเมื่อธุรกิจโตขึ้น?
ยิ่งมีรายได้หลายช่องทาง พนักงาน สต๊อก หรือหลายสาขา ยิ่งควรวางระบบก่อนข้อมูลกระจัดกระจาย
โทร 097-236-2994 LINE: p2paccบัญชีรายเดือนช่วยให้เห็นปัญหาก่อนถึงปลายปี
การทำบัญชีเดือนละครั้งช่วยให้พบปัญหาในช่วงที่ยังตามข้อมูลได้ง่าย เช่น เงินเข้าที่ไม่ทราบที่มา ใบกำกับภาษีหาย เจ้าหนี้ยังไม่บันทึก หรือยอดขายจากแพลตฟอร์มไม่ตรงกับเงินรับ หากปล่อยไว้ถึงปลายปีจะต้องย้อนตรวจหลายเดือนพร้อมกัน
เมื่อถึงรอบสิ้นปีสามารถใช้ ขั้นตอนปิดงบบัญชี เป็นแนวทางตรวจธนาคาร ลูกหนี้ เจ้าหนี้ สต๊อก ทรัพย์สิน และภาษีก่อนจัดทำงบการเงิน
ทำบัญชีแล้ว ทำไมยังต้องมีผู้สอบบัญชี
ผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีเป็นคนละบทบาท ผู้ทำบัญชีจัดทำและดูแลข้อมูลทางบัญชี ส่วนผู้สอบบัญชีตรวจสอบงบการเงินและแสดงความเห็นตามมาตรฐานวิชาชีพในกรณีที่กฎหมายกำหนด
หากต้องการเข้าใจขั้นตอนงานสอบบัญชีเพิ่มเติม สามารถอ่าน รับสอบบัญชีและตรวจสอบงบการเงิน เพื่อแยกงานทำบัญชีออกจากงานตรวจสอบให้ชัดเจน
บริษัทเปิดใหม่ควรเริ่มเรื่องภาษีเมื่อไร
ควรเริ่มตั้งแต่วันแรกที่มีรายการ ไม่ควรรอให้มีรายได้ก่อน เพราะค่าเช่า ค่าจดทะเบียน ค่าซื้ออุปกรณ์ เงินทุน ค่าใช้จ่ายก่อนเปิดกิจการ และรายการอื่นอาจเกี่ยวข้องกับบัญชีของบริษัทตั้งแต่เริ่มต้น
หากยังอยู่ในช่วงจัดตั้ง สามารถดู บริการจดทะเบียนบริษัท เพื่อเตรียมข้อมูลนิติบุคคลและวางระบบเอกสารให้ต่อเนื่องกับงานบัญชีปีแรก
มีพนักงานบัญชีอยู่แล้ว ยังใช้สำนักงานภายนอกได้หรือไม่
ได้ หลายธุรกิจแบ่งงานโดยให้ทีมภายในรับผิดชอบเอกสาร รับเงิน จ่ายเงิน ลูกหนี้ เจ้าหนี้ หรือสต๊อก ส่วนผู้ให้บริการภายนอกช่วยตรวจรายการ จัดทำภาษี กระทบยอด และเตรียมข้อมูลสำหรับปิดงบ
สามารถอ่าน บัญชี Outsource คืออะไร เพื่อดูแนวทางแบ่งหน้าที่ระหว่างทีมภายในกับสำนักงานบัญชีให้เหมาะกับขนาดกิจการ

คำถามที่พบบ่อย
เจ้าของธุรกิจต้องทำบัญชีเองหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ลงบัญชีเอง แต่ควรรู้หลักพื้นฐานและจัดส่งข้อมูลจริงให้ผู้ทำบัญชีครบ เพราะเจ้าของกิจการเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของธุรกรรมที่เกิดขึ้น
รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต้องจด VAT ทุกกรณีหรือไม่?
ต้องดูด้วยว่ากิจการเป็นการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในบังคับ VAT หรือเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นตามกฎหมาย จึงไม่ควรใช้ยอด 1.8 ล้านบาทเพียงอย่างเดียวในการสรุป
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายต้องหัก 3% ทุกครั้งหรือไม่?
ไม่ใช่ ต้องดูประเภทเงินได้ ผู้รับเงิน และเงื่อนไขของรายการ อัตราที่ใช้มีหลายอัตราตามกฎหมาย
ไม่มีรายได้ต้องทำบัญชีหรือไม่?
หากจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ยังต้องดูแลหน้าที่ด้านบัญชี งบการเงิน และภาษีตามสถานะของกิจการ แม้ยังไม่มีรายได้จากการขาย
เริ่มทำบัญชีเมื่อปลายปีได้หรือไม่?
สามารถรวบรวมย้อนหลังได้ในบางกรณี แต่มีความเสี่ยงที่เอกสารจะหายหรือจำรายละเอียดไม่ได้ การจัดบัญชีเป็นรายเดือนจึงเหมาะกว่าและตรวจสอบง่ายกว่า
สรุป พื้นฐานบัญชีภาษีที่เจ้าของกิจการควรรู้
เจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นต้องจำรายละเอียดภาษีทุกมาตรา แต่ควรรู้ว่ากิจการมีรายได้จากอะไร มีค่าใช้จ่ายแบบไหน เงินเข้าทางใด มีเอกสารรองรับหรือไม่ และเกี่ยวข้องกับภาษีประเภทใด เพื่อให้สามารถวางแผนและตรวจสอบงานของผู้ดูแลบัญชีได้
เมื่อเริ่มจากเอกสารที่ครบ แยกบัญชีธนาคารชัด บันทึกรายการสม่ำเสมอ และตรวจภาษีก่อนยื่น ปัญหาที่ต้องแก้ย้อนหลังจะลดลง และตัวเลขทางบัญชีก็สามารถนำไปใช้วางแผนธุรกิจได้มากกว่าการจัดทำเพื่อยื่นหน่วยงานเพียงอย่างเดียว
อยากจัดบัญชีและภาษีของธุรกิจให้เริ่มต้นอย่างถูกทาง?
สำนักงานบัญชี พีทูพีช่วยดูแลเอกสาร บัญชี ภาษี และวางระบบให้เหมาะกับลักษณะธุรกิจ เพื่อให้ข้อมูลพร้อมใช้และตรวจสอบย้อนหลังได้
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc