Visa และ Work Permit เป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคนต่างชาติในประเทศไทย แต่มีหน้าที่ต่างกัน การมี Visa ไม่ได้หมายความว่าสามารถเริ่มทำงานได้ทันที
Visa กับ Work Permit ต่างกันอย่างไร? คนต่างชาติทำงานในไทยต้องมีอะไรบ้าง
สรุปสั้น ๆ คือ Visa เกี่ยวข้องกับการเดินทางเข้าและการพำนักในประเทศไทย ส่วน Work Permit เกี่ยวข้องกับสิทธิในการทำงานของคนต่างชาติ ทั้งสองเรื่องจึงต้องตรวจสอบแยกกันให้ถูกต้องก่อนเริ่มทำงาน
สำหรับบริษัทที่กำลังรับผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ หรือพนักงานชาวต่างชาติเข้าทำงาน ความสับสนระหว่าง Visa กับ Work Permit อาจทำให้เตรียมเอกสารผิดประเภท หรือเริ่มดำเนินการผิดลำดับได้
บทความนี้จึงอธิบายความแตกต่างของ Visa กับ Work Permit, Visa Non-B, ระบบ e-WorkPermit, ขั้นตอนที่นายจ้างควรเตรียม และการเชื่อมต่อกับงานบัญชี เงินเดือน และภาษีของบริษัท
.jpg)
กำลังรับชาวต่างชาติเข้าทำงานในบริษัท?
ควรตรวจ Visa สถานะการพำนัก ตำแหน่งงาน นายจ้าง และประเภท Work Permit ให้สอดคล้องกันก่อนกำหนดวันเริ่มงานจริง
โทร 097-236-2994LINE: p2paccVisa คืออะไร
Visa หรือวีซ่า เป็นเรื่องเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการเดินทางเข้าและการพำนักของคนต่างชาติในประเทศไทย โดย Visa มีหลายประเภทตามเหตุผลของการเดินทาง เช่น ท่องเที่ยว ศึกษา ธุรกิจ หรือการทำงาน
ในกรณีผู้ที่เดินทางเข้ามาเพื่อทำธุรกิจหรือทำงานกับบริษัทในประเทศไทย มักพบคำว่า Non-Immigrant B หรือ Non-B ซึ่งเป็นวีซ่าที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจหรือการทำงานตามเงื่อนไขของแต่ละกรณี
อย่างไรก็ตาม การมี Visa ที่ใช้สำหรับวัตถุประสงค์ด้านธุรกิจไม่ได้หมายความว่าสามารถเริ่มทำงานได้โดยอัตโนมัติ เพราะสิทธิในการทำงานยังต้องตรวจเรื่อง Work Permit หรือช่องทางการอนุญาตทำงานที่เกี่ยวข้องแยกต่างหาก
.jpg)
Work Permit คืออะไร
Work Permit หรือใบอนุญาตทำงาน เป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิในการทำงานของคนต่างชาติในประเทศไทย โดยต้องพิจารณาจากประเภทของคนต่างชาติ นายจ้าง ตำแหน่ง ลักษณะงาน และเงื่อนไขตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้น หากชาวต่างชาติมี Visa ถูกต้อง แต่จะเข้ามาปฏิบัติงานจริง บริษัทก็ยังต้องตรวจว่ากรณีนั้นต้องได้รับอนุญาตทำงานอย่างไร ไม่ควรใช้ Visa เป็นหลักฐานแทน Work Permit
หากต้องการอ่านความหมายและระบบ Work Permit โดยละเอียด สามารถอ่านWork Permit คืออะไร คนต่างชาติทำงานในไทยต้องรู้อะไรบ้าง ซึ่งเป็นบทความเฉพาะเรื่องนี้โดยตรง
Visa กับ Work Permit ต่างกันอย่างไร
- Visa — เกี่ยวข้องกับการเดินทางเข้าและการพำนักในประเทศไทยตามวัตถุประสงค์ที่ได้รับอนุญาต
- Work Permit — เกี่ยวข้องกับสิทธิในการทำงานของคนต่างชาติตามประเภทและเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต
- Visa ไม่ใช่ Work Permit — การมี Visa ไม่ได้แปลว่ามีสิทธิทำงานโดยอัตโนมัติ
- Work Permit ไม่แทน Visa — ผู้ได้รับอนุญาตทำงานยังต้องรักษาสถานะการเข้าเมืองและการพำนักของตนให้ถูกต้อง
จึงควรมอง Visa และ Work Permit เป็น “สองระบบที่ต้องเดินไปด้วยกัน” มากกว่ามองว่าเอกสารใดเอกสารหนึ่งสามารถใช้แทนอีกเอกสารหนึ่งได้
.jpg)
Visa Non-B คืออะไร และเกี่ยวข้องกับ Work Permit อย่างไร
Non-Immigrant B หรือ Non-B เป็นวีซ่าที่พบได้บ่อยในกลุ่มคนต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเพื่อประกอบธุรกิจหรือทำงานในประเทศไทย แต่รายละเอียดของการใช้ Visa ประเภทนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และสถานะของผู้เดินทางแต่ละราย
สิ่งที่บริษัทควรระวังคือ อย่ากำหนดขั้นตอนตายตัวว่า “ต้องทำ Non-B แล้วจึงทำ Work Permit เสมอทุกกรณี” เพราะกฎหมายและระบบปัจจุบันมีหลายช่องทางสำหรับคนต่างชาติแต่ละประเภท รวมถึงกรณีผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน หรือบุคคลที่ได้รับสิทธิตามกฎหมายเฉพาะ
หากเป็นผู้ลงทุนหรือผู้บริหารที่กำลังจัดตั้งกิจการ สามารถอ่านการจัดตั้งบริษัทสำหรับนักธุรกิจและผู้ถือหุ้นต่างชาติ และการจดทะเบียนนิติบุคคลในประเทศไทย ประกอบก่อนวางโครงสร้างการจ้างงาน
ปัจจุบัน Work Permit ใช้ระบบ e-WorkPermit
ปัจจุบันกรมการจัดหางานใช้ระบบ e-WorkPermit สำหรับการให้บริการด้านการอนุญาตทำงานของคนต่างชาติ ระบบรองรับกระบวนการยื่นคำขอ ตรวจสถานะ การพิจารณา และขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับใบอนุญาตผ่านช่องทางออนไลน์
ในระบบมีบริการแยกตามประเภทของคนต่างชาติและลักษณะการทำงาน เช่น กรณี Non-Immigrant ที่ทำงานโดยใช้ความรู้ ความสามารถ ทักษะฝีมือ รวมถึงกรณีงานจำเป็นหรือเร่งด่วนที่มีระยะเวลาทำงานตามหลักเกณฑ์เฉพาะ
ดังนั้นข้อมูลเดิมที่อ้างแบบฟอร์ม ตท.1, ตท.3, ตท.5 หรืออธิบายประเภทใบอนุญาตจากสีของเล่ม ไม่ควรนำมาใช้เป็นโครงหลักของบทความปัจจุบันอีกต่อไป ควรตรวจจากระบบ e-WorkPermit และประเภทบริการล่าสุดก่อนดำเนินการ
Visa ถูกต้องอย่างเดียว ยังไม่พอสำหรับการเริ่มทำงาน
บริษัทควรตรวจทั้งสถานะ Visa สิทธิการพำนัก ประเภทการอนุญาตทำงาน ตำแหน่ง และข้อมูลนายจ้างก่อนกำหนดวันเริ่มงานของคนต่างชาติ
โทร 097-236-2994LINE: p2paccต้องทำ Visa ก่อน หรือ Work Permit ก่อน
คำถามนี้ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับคนต่างชาติทุกประเภท เพราะลำดับขั้นตอนขึ้นอยู่กับสถานะของบุคคล ประเภทการเข้าเมือง ประเภทงาน นายจ้าง และช่องทางการอนุญาตที่ใช้
ในทางปฏิบัติ บริษัทควรเริ่มจากตรวจสถานะของคนต่างชาติให้ครบก่อน ได้แก่ Passport, Visa หรือสถานะการพำนักปัจจุบัน ตำแหน่งที่จะทำงาน ลักษณะงาน นายจ้าง และวันที่ต้องการเริ่มงาน จากนั้นจึงเลือกขั้นตอนที่ตรงกับกรณีจริง
หากบริษัทเพิ่งเริ่มกิจการและยังจัดโครงสร้างเอกสารไม่เรียบร้อย สามารถอ่านสิ่งที่ต้องเตรียมหลังเปิดบริษัท และแนวทางจัดระบบบัญชีและเอกสารภายในบริษัท ควบคู่กัน
.jpg)
คนต่างชาติทำงานไม่เกิน 15 วัน ต้องมี Work Permit หรือไม่
ไม่ควรสรุปว่า “อยู่ไม่เกิน 15 วันจึงทำงานได้เลย” เพราะระบบ e-WorkPermit มีช่องทางสำหรับการแจ้งการทำงานที่มีลักษณะจำเป็นหรือเร่งด่วน หรือเป็นงานเฉพาะกิจที่ต้องดำเนินการให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด
ตัวอย่างเช่น บริษัทเชิญผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาติดตั้งเครื่องจักร แก้ระบบ หรือทำงานเฉพาะด้านในช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ควรตรวจว่าลักษณะงานนั้นเข้าเกณฑ์ช่องทางดังกล่าวหรือไม่ก่อนเริ่มงาน
Work Permit ใช้เอกสารอะไรบ้าง
เอกสาร Work Permit ไม่ควรใช้ Checklist เดียวกับทุกคน เพราะรายการจริงขึ้นอยู่กับประเภทคำขอ สถานะคนต่างชาติ นายจ้าง ตำแหน่ง และประเภทกิจการ
ในภาพรวม มักต้องมีข้อมูล Passport สถานะการเข้าเมือง รายละเอียดการจ้าง ตำแหน่ง ลักษณะงาน ข้อมูลบริษัท และเอกสารสนับสนุนของนายจ้างตามประเภทคำขอ แต่ควรตรวจรายการจากระบบปัจจุบันอีกครั้งก่อนยื่น
บริษัทควรจัดเอกสารนิติบุคคลและเอกสารบัญชีไว้เป็นระบบด้วย สามารถอ่านวิธีจัดเตรียมเอกสารบริษัทให้ค้นหาและตรวจสอบได้ง่าย และหลักการจัดเก็บเอกสารประกอบบัญชีและค่าใช้จ่าย เพิ่มเติม
.jpg)
นายจ้างควรเตรียมอะไร ก่อนรับพนักงานต่างชาติ
- ตรวจ Passport และสถานะ Visa ปัจจุบัน
- กำหนดตำแหน่งและรายละเอียดงานให้ชัด
- ตรวจประเภท Work Permit หรือช่องทางอนุญาตที่เกี่ยวข้อง
- เตรียมข้อมูลบริษัทและผู้มีอำนาจลงนาม
- เตรียมสัญญาจ้างและค่าตอบแทน
- กำหนดวันที่คาดว่าจะเริ่มงานให้สัมพันธ์กับขั้นตอนอนุญาต
- วางระบบ Payroll และภาษีเงินเดือน
- ตรวจหน้าที่ประกันสังคมตามสถานะของพนักงาน
- กำหนดผู้รับผิดชอบติดตามวันสิ้นสุด Visa และ Work Permit
- เก็บเอกสารและข้อมูลการเปลี่ยนแปลงไว้ตรวจสอบย้อนหลัง
เมื่อพนักงานเริ่มทำงานแล้ว เรื่อง Work Permit จะเชื่อมเข้าสู่งาน HR บัญชี และภาษีทันที โดยเฉพาะเงินเดือน ภาษีเงินได้ และเอกสารของลูกจ้าง
อ่านต่อได้ที่Payroll คืออะไร และระบบเงินเดือนควรดูแลอะไรบ้าง และวิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายเงินเดือนพนักงาน
Visa และ Work Permit เกี่ยวข้องกับบัญชีและภาษีอย่างไร
การได้รับอนุญาตให้ทำงานเป็นเรื่องแรงงานและการเข้าเมือง แต่เมื่อคนต่างชาติเข้ามาเป็นผู้บริหารหรือพนักงานของบริษัท ย่อมเกิดรายการทางบัญชี เช่น เงินเดือน โบนัส สวัสดิการ ค่าใช้จ่ายที่นายจ้างออกให้ และภาษีที่เกี่ยวข้อง
บริษัทจึงควรเชื่อมข้อมูลฝ่ายบุคคลกับฝ่ายบัญชี ไม่ควรให้ Work Permit อยู่กับฝ่ายหนึ่ง ขณะที่เงินเดือนและภาษีอยู่อีกฝ่ายโดยไม่มีการตรวจข้อมูลร่วมกัน เพราะวันเริ่มงาน ตำแหน่ง และค่าตอบแทนควรสัมพันธ์กับเอกสารจริง
สำหรับการจัดระบบบัญชีหลังเปิดบริษัท สามารถอ่านบัญชีบริษัทต้องทำอะไรบ้าง และภาษีหัก ณ ที่จ่ายเกี่ยวข้องกับธุรกิจอย่างไร
ถ้า Visa หรือ Work Permit ใกล้หมดอายุ ควรทำอย่างไร
บริษัทควรมีระบบแจ้งเตือนวันสิ้นสุดของเอกสาร ไม่ควรรอให้ Visa หรือ Work Permit หมดอายุแล้วจึงเริ่มเตรียมข้อมูล เพราะแต่ละกรณีอาจต้องใช้เอกสารและระยะเวลาดำเนินการแตกต่างกัน
การต่ออายุ Work Permit ควรตรวจควบคู่กับสถานะการพำนักของคนต่างชาติ เพื่อให้สิทธิในการอยู่และสิทธิในการทำงานมีความต่อเนื่องและไม่ขัดกัน
ถ้าเปลี่ยนนายจ้าง ตำแหน่ง หรือสถานที่ทำงาน ต้องทำอย่างไร
ข้อมูลใน Work Permit เกี่ยวข้องกับการทำงานจริง หากมีการเปลี่ยนนายจ้าง ตำแหน่ง ลักษณะงาน หรือสถานที่ทำงาน ไม่ควรสมมติว่าสามารถใช้การอนุญาตเดิมต่อไปโดยไม่ตรวจสอบ
บริษัทควรตรวจในระบบ e-WorkPermit ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นต้องดำเนินการในรูปแบบใด และควรดำเนินการก่อนให้พนักงานเริ่มทำงานภายใต้ข้อมูลใหม่
นักลงทุนต่างชาติกับ Work Permit เป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่
ไม่ใช่ การถือหุ้นหรือการลงทุนในบริษัทเป็นเรื่องของโครงสร้างธุรกิจ ส่วน Work Permit เป็นเรื่องสิทธิในการทำงานของบุคคล ดังนั้นคนต่างชาติอาจเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท แต่หากเข้ามาทำงานจริงก็ต้องตรวจสิทธิการทำงานของตนแยกอีกครั้ง
เช่นเดียวกัน บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติยังต้องมีระบบบัญชี ภาษี และเอกสารนิติบุคคลตามปกติ ไม่ได้สิ้นสุดหน้าที่เพียงเพราะผู้ถือหุ้นหรือกรรมการเป็นชาวต่างชาติ
หากอยู่ระหว่างจัดตั้งกิจการ สามารถอ่านข้อควรรู้สำหรับบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ และขั้นตอนเปิดบริษัทและการเตรียมระบบหลังจดทะเบียน
Checklist ก่อนให้คนต่างชาติเริ่มทำงาน
- Passport ยังใช้ได้และข้อมูลถูกต้องหรือไม่?
- สถานะ Visa ตรงกับวัตถุประสงค์การพำนักหรือไม่?
- ต้องขอ Work Permit หรือใช้ช่องทางอนุญาตประเภทใด?
- ตำแหน่งและลักษณะงานตรงกับคำขอหรือไม่?
- ข้อมูลนายจ้างและสถานที่ทำงานถูกต้องหรือไม่?
- ได้รับผลอนุญาตก่อนเริ่มงานจริงหรือยัง?
- สัญญาจ้างและเงินเดือนตรงกับข้อมูลที่บริษัทใช้หรือไม่?
- ฝ่ายบัญชีได้รับข้อมูลวันเริ่มงานแล้วหรือยัง?
- มีระบบติดตามวันหมดอายุของ Visa และ Work Permit หรือไม่?
- หากมีการเปลี่ยนนายจ้างหรือตำแหน่ง ใครเป็นผู้รับผิดชอบแจ้งและตรวจขั้นตอน?
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Visa และ Work Permit
Visa กับ Work Permit เหมือนกันหรือไม่?
ไม่เหมือนกัน Visa เกี่ยวข้องกับการเดินทางเข้าและการพำนัก ส่วน Work Permit เกี่ยวข้องกับสิทธิในการทำงานของคนต่างชาติ
มี Non-B แล้วทำงานได้เลยหรือไม่?
ไม่ควรสรุปเช่นนั้น ต้องตรวจสิทธิในการทำงานและประเภท Work Permit หรือช่องทางอนุญาตที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มงานจริง
มี Work Permit แล้วไม่ต้องดู Visa ใช่หรือไม่?
ไม่ใช่ คนต่างชาติยังต้องรักษาสถานะการเข้าเมืองและการพำนักของตนให้ถูกต้องควบคู่กับสิทธิในการทำงาน
Work Permit ทำออนไลน์ได้หรือไม่?
ปัจจุบันกรมการจัดหางานให้บริการด้านใบอนุญาตทำงานผ่านระบบ e-WorkPermit ตามประเภทบริการที่ระบบรองรับ
เปลี่ยนนายจ้างต้องทำ Work Permit ใหม่หรือไม่?
ต้องตรวจขั้นตอนตามประเภทการอนุญาตและข้อมูลในระบบปัจจุบัน ไม่ควรใช้สิทธิเดิมกับนายจ้างใหม่โดยไม่ดำเนินการให้ถูกต้องก่อน
สรุป Visa กับ Work Permit ต่างกันอย่างไร
Visa และ Work Permit เป็นคนละเรื่องกัน แต่ต้องทำงานร่วมกัน Visa เกี่ยวข้องกับสถานะการเข้าและพำนัก ส่วน Work Permit เกี่ยวข้องกับสิทธิในการทำงาน
บริษัทจึงไม่ควรดูเพียงว่าพนักงานต่างชาติมี Visa หรือไม่ แต่ต้องตรวจว่าสามารถทำงานในตำแหน่ง นายจ้าง และสถานที่ตามที่ได้รับอนุญาตได้หรือไม่ รวมถึงติดตามวันสิ้นสุดของเอกสารอย่างเป็นระบบ
ก่อนเริ่มงานให้ตรวจ 4 เรื่องพร้อมกัน ได้แก่ สถานะของคนต่างชาติ ประเภท Visa สิทธิการทำงาน และข้อมูลนายจ้าง เพื่อให้การจ้างงานดำเนินไปบนข้อมูลชุดเดียวกัน
ต้องการตรวจ Visa และ Work Permit ก่อนรับพนักงานต่างชาติ?
แจ้งสัญชาติ ประเภท Visa ตำแหน่งงาน ข้อมูลนายจ้าง และสถานะปัจจุบัน เพื่อสอบถามแนวทางเตรียมข้อมูลและตรวจขั้นตอนก่อนเริ่มดำเนินการ
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc