views

โต๊ะเต็มทุกวัน ไม่ได้แปลว่าร้านกำไร หากเจ้าของยังไม่รู้ว่าอาหารหนึ่งจานเหลือเงินจริงเท่าไรหลังหักต้นทุนทั้งหมด

รับทำบัญชีร้านอาหาร ดูต้นทุน กำไร สต๊อก และภาษีให้เป็นระบบ

ร้านอาหารอาจมียอดขายวันละหลายหมื่นบาท แต่ถ้าไม่รู้ต้นทุนวัตถุดิบ ของเสีย ค่าแรง ค่าเช่า และค่าใช้จ่ายที่ซ่อนอยู่ เจ้าของร้านก็อาจกำลัง “ขายดีแต่ไม่เหลือกำไร” โดยไม่รู้ตัว

บัญชีร้านอาหารจึงไม่ได้มีไว้เพียงยื่นภาษีหรือปิดงบ แต่ควรช่วยตอบคำถามที่เจ้าของร้านต้องใช้ตัดสินใจจริง เช่น เมนูไหนทำเงิน ต้นทุนเพิ่มตรงไหน เงินสดพอใช้หรือไม่ และยอดขายที่เห็นจากหน้าร้านสุดท้ายกลายเป็นกำไรเท่าไร

การมีข้อมูลบัญชีที่เป็นระบบจะทำให้ร้านมองเห็นทั้งยอดขาย ต้นทุน สต๊อก และกระแสเงินสด ก่อนที่ปัญหาเล็ก ๆ จะสะสมจนกลายเป็นต้นทุนก้อนใหญ่

รับทำบัญชีร้านอาหาร

ยอดขายร้านดี แต่ยังไม่รู้ว่ากำไรจริงเหลือเท่าไร?

สำนักงานบัญชี พีทูพีช่วยดูบัญชี ภาษี และจัดข้อมูลร้านอาหารให้เจ้าของเห็นตัวเลขได้ชัดขึ้น

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

บัญชีร้านอาหารต่างจากธุรกิจทั่วไปตรงไหน

ธุรกิจร้านอาหารมีรายการเกิดขึ้นแทบทุกวัน ตั้งแต่การซื้อวัตถุดิบ รับเงินหน้าร้าน รับเงินจากช่องทางสั่งอาหาร ค่าแรงพนักงาน ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค ค่าโฆษณา และค่าใช้จ่ายจิปาถะจำนวนมาก

นอกจากนี้วัตถุดิบบางประเภทมีอายุสั้น มีของเสีย มีการตัดแต่ง และมีปริมาณใช้จริงไม่เท่ากับจำนวนที่ซื้อเข้า การดูเฉพาะยอดขายจึงยังไม่เพียงพอที่จะบอกว่าร้านมีกำไร

หากต้องการผู้ดูแลงานบัญชีรายเดือน สามารถดูบริการรับทำบัญชีรายเดือนเพิ่มเติม

ยอดขายร้านอาหาร ต้องเก็บข้อมูลจากทุกช่องทาง

ร้านหนึ่งอาจมีทั้งเงินสด บัตรเครดิต QR Transfer POS และคำสั่งซื้อจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ หากข้อมูลแต่ละช่องทางไม่ได้ถูกรวมและกระทบยอด เจ้าของร้านอาจเห็นเพียงยอดเงินเข้าธนาคาร แต่ไม่เห็นยอดขายจริงของกิจการ

สิ่งที่ควรตรวจในแต่ละเดือน ได้แก่ ยอดขายก่อนหักส่วนลด โปรโมชั่น เงินคืนลูกค้า ค่าธรรมเนียม และยอดเงินที่ได้รับจริง

  • ยอดขายหน้าร้าน
  • ยอดขายจากระบบ POS
  • ยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์
  • ส่วนลดและโปรโมชั่น
  • ค่าธรรมเนียมช่องทางรับชำระ
  • ยอดเงินสดและเงินเข้าธนาคาร

ต้นทุนวัตถุดิบ คือหัวใจของกำไรร้านอาหาร

ร้านอาหารมีต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ราคาวัตถุดิบสามารถขึ้นหรือลงตามฤดูกาล คุณภาพ และผู้ขาย หากร้านใช้สูตรอาหารเดิมแต่ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น กำไรต่อจานอาจลดลงโดยที่ราคาขายยังเท่าเดิม

เจ้าของร้านจึงควรติดตามต้นทุนวัตถุดิบหลักเป็นประจำ ไม่ใช่รอปลายปีแล้วค่อยดูยอดซื้อรวม

Food Cost ควรดูอะไรบ้าง

Food Cost ไม่ใช่เพียงราคาวัตถุดิบในสูตร แต่ควรมองถึงต้นทุนจากการสูญเสียและการจัดการด้วย

  • ราคาซื้อวัตถุดิบ
  • ปริมาณที่ใช้จริงต่อเมนู
  • ของเสียจากการตัดแต่ง
  • วัตถุดิบหมดอายุ
  • อาหารที่ทำแล้วไม่ได้ขาย
  • ส่วนลดหรืออาหารที่ให้ฟรี
  • ความคลาดเคลื่อนของสต๊อก

เมื่อต้นทุนเหล่านี้ถูกบันทึกและติดตาม เจ้าของร้านจะเริ่มรู้ว่าเมนูใดขายดีแต่กำไรต่ำ และเมนูใดควรปรับสูตรหรือราคา

ต้นทุนและบัญชีร้านอาหาร

สต๊อกวัตถุดิบต้องเชื่อมกับบัญชี

ปัญหาสำคัญของร้านอาหารคือซื้อวัตถุดิบเข้าทุกวัน แต่ไม่รู้ว่าสิ่งที่ซื้อถูกใช้ไปกับยอดขายเท่าไร เหลืออยู่เท่าไร และสูญเสียไปเท่าไร

การตรวจนับสต๊อกเป็นระยะช่วยให้เห็นความผิดปกติ เช่น สินค้าหาย ใช้เกินสูตร หรือซื้อเกินความจำเป็น

สามารถอ่านการตรวจนับสินค้าคงเหลือเพิ่มเติม

ค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ รวมกันอาจกลายเป็นต้นทุนก้อนใหญ่

ถุง กล่อง กระดาษทิชชู น้ำแข็ง น้ำยาทำความสะอาด ค่าซ่อมอุปกรณ์ หรือค่าเดินทางซื้อวัตถุดิบ แต่ละรายการอาจดูไม่มาก แต่เมื่อเกิดทุกวันสามารถกินกำไรของร้านได้โดยไม่รู้ตัว

การแยกประเภทค่าใช้จ่ายทุกเดือนจะช่วยให้เจ้าของเห็นว่าต้นทุนส่วนใดเพิ่มขึ้น และรายการใดควรควบคุม

ร้านมีทั้งเงินสด POS สต๊อก และหลายช่องทางขาย จนตัวเลขเริ่มตามไม่ทัน?

สำนักงานบัญชี พีทูพีช่วยจัดระบบบัญชีและข้อมูลหลังบ้านให้ตรวจสอบได้ง่ายขึ้น

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

กระแสเงินสดสำคัญกว่าที่เจ้าของร้านคิด

ร้านอาหารต้องใช้เงินหมุนเวียนตลอดเวลา เพราะต้องซื้อวัตถุดิบ จ่ายค่าแรง ค่าเช่า และค่าใช้จ่ายประจำก่อนที่จะรู้ผลกำไรของเดือนนั้นอย่างสมบูรณ์

ร้านอาจมีกำไรทางบัญชี แต่เงินสดยังตึงได้ หากซื้อสต๊อกมากเกินไป จ่ายค่าอุปกรณ์ก้อนใหญ่ หรือมีเงินค้างอยู่ในช่องทางรับชำระ

การดูยอดเงินเข้าออกควบคู่กับผลกำไรจึงสำคัญ โดยเจ้าของร้านสามารถเริ่มจากการจัดบัญชีรายรับรายจ่ายให้เป็นระบบ

ค่าแรงและพนักงานต้องถูกนำมาคิดในต้นทุนจริง

ร้านอาหารเป็นธุรกิจที่ใช้แรงงานค่อนข้างมาก ทั้งครัว หน้าร้าน แคชเชียร์ และพนักงานทำความสะอาด ค่าแรงจึงเป็นต้นทุนที่เจ้าของต้องติดตามควบคู่กับยอดขาย

หากยอดขายเพิ่มแต่ต้องใช้พนักงานเพิ่มมากกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น ร้านอาจมีรายได้สูงขึ้นแต่กำไรกลับลดลง

เอกสารร้านอาหารที่ควรเก็บให้ครบ

  • รายงานยอดขายจาก POS
  • ใบเสร็จซื้อวัตถุดิบ
  • ใบกำกับภาษี
  • Statement ธนาคาร
  • รายงานยอดจากช่องทางขายออนไลน์
  • เอกสารค่าเช่าและค่าสาธารณูปโภค
  • ข้อมูลเงินเดือนและค่าแรง
  • เอกสารซื้ออุปกรณ์ร้าน
  • เอกสารค่าโฆษณาและโปรโมชั่น

ดูรายการเอกสารเพิ่มเติมได้ที่เอกสารทำบัญชีมีอะไรบ้าง

ใบเสร็จซื้อวัตถุดิบควรตรวจอย่างไร

ร้านอาหารมีการซื้อสินค้าและวัตถุดิบจากผู้ขายหลายราย เอกสารที่ได้รับควรตรวจให้สามารถระบุผู้ขาย วันที่ รายการ และจำนวนเงินได้ชัดเจน

สามารถอ่านใบเสร็จรับเงินที่ถูกต้องเพื่อใช้เป็นแนวทางตรวจเอกสารก่อนส่งบัญชี

ร้านอาหารต้องจด VAT หรือไม่

ไม่ใช่ร้านอาหารทุกแห่งที่อยู่ในสถานะเดียวกัน ต้องพิจารณารายรับและเงื่อนไขภาษีมูลค่าเพิ่มของกิจการ

เมื่อร้านเข้าสู่ระบบ VAT แล้ว เรื่องใบกำกับภาษี ภาษีซื้อ ภาษีขาย และการจัดเอกสารจะเพิ่มเข้ามาในงานบัญชีรายเดือน

อ่านพื้นฐานได้ที่ภาษีมูลค่าเพิ่มคืออะไรและหากต้องการตรวจเรื่องเกณฑ์การจด สามารถอ่านต้องจด VAT เมื่อไรเพิ่มเติม

รู้กำไรของร้าน ต้องดูมากกว่ายอดเงินในธนาคาร

ยอดเงินคงเหลือในบัญชีไม่ได้เท่ากับกำไร เพราะอาจมีเงินที่ต้องเตรียมจ่ายเจ้าหนี้ ค่าแรง ค่าเช่า ภาษี หรือซื้อวัตถุดิบรอบถัดไป

เจ้าของร้านจึงควรดูผลประกอบการรายเดือนควบคู่กับเงินสดจริง เพื่อไม่ให้เกิดภาพว่า “ร้านมีเงินเยอะ” ทั้งที่มีภาระรอจ่ายอยู่จำนวนมาก

ตัวเลขที่เจ้าของร้านควรเห็นทุกเดือน

  1. ยอดขายรวมทุกช่องทาง
  2. ต้นทุนวัตถุดิบ
  3. ค่าแรงพนักงาน
  4. ค่าเช่าและค่าใช้จ่ายประจำ
  5. ค่าใช้จ่ายโปรโมชั่นและช่องทางขาย
  6. สต๊อกวัตถุดิบคงเหลือ
  7. เงินสดและเงินฝากธนาคาร
  8. เจ้าหนี้ที่ยังต้องจ่าย
  9. กำไรหรือขาดทุนของเดือน

ร้านอาหารควรวางระบบบัญชีตั้งแต่เมื่อไร

เวลาที่เหมาะที่สุดคือก่อนจำนวนรายการเพิ่มขึ้น เพราะเมื่อร้านมีหลายสาขา หลายช่องทางขาย หรือพนักงานหลายคน การย้อนกลับมาแยกข้อมูลภายหลังจะยากขึ้นมาก

ควรกำหนดตั้งแต่ต้นว่าใครรับเงิน ใครอนุมัติจ่าย ใครซื้อวัตถุดิบ ใครตรวจสต๊อก และเอกสารส่งฝ่ายบัญชีเมื่อใด

ธุรกิจที่ต้องการจัดระบบสามารถดูบริการรับวางระบบบัญชีเพิ่มเติม

เมื่อไรควรใช้สำนักงานบัญชีช่วยดูแลร้านอาหาร

ช่วงเริ่มต้น ร้านขนาดเล็กอาจจัดข้อมูลรายรับรายจ่ายเองได้ แต่เมื่อมีรายการมาก มี VAT มีพนักงาน มีสต๊อก หรือมีหลายช่องทางขาย ความซับซ้อนจะเพิ่มขึ้น

ก่อนตัดสินใจสามารถอ่านจ้างสำนักงานบัญชีดีไหมเพื่อดูว่าธุรกิจควรดูแลเองหรือใช้ผู้ช่วยในส่วนใด

ภาษีของร้านอาหารควรวางแผนจากข้อมูลจริง

การวางแผนภาษีไม่ควรเริ่มตอนปลายปี แต่ควรใช้ข้อมูลรายได้ ต้นทุน ค่าใช้จ่าย และโครงสร้างธุรกิจที่เกิดขึ้นจริงมาประเมินระหว่างปี

หากมีธุรกรรมเฉพาะหรือโครงสร้างซับซ้อน สามารถอ่านที่ปรึกษาภาษีธุรกิจเพิ่มเติม

สำนักงานบัญชีร้านอาหาร

คำถามที่พบบ่อยเรื่องบัญชีร้านอาหาร

ร้านอาหารควรทำบัญชีอะไรบ้าง?

ควรมีข้อมูลยอดขาย ต้นทุนวัตถุดิบ สต๊อก ค่าแรง ค่าใช้จ่าย เงินสด ธนาคาร ลูกหนี้ และเจ้าหนี้ เพื่อดูผลประกอบการของร้านให้ครบ

ยอดขายดีแต่ร้านไม่มีกำไร เกิดจากอะไร?

อาจเกิดจากวัตถุดิบแพง ของเสีย ค่าแรง ค่าเช่า โปรโมชั่น ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายย่อยจำนวนมาก จึงต้องแยกต้นทุนแต่ละส่วนออกมาดู

จำเป็นต้องนับสต๊อกวัตถุดิบไหม?

ควรตรวจเป็นประจำ เพราะช่วยเปรียบเทียบของที่ซื้อเข้า ของที่ใช้จริง ของเสีย และของคงเหลือ เพื่อควบคุมต้นทุน

ร้านอาหารต้องจด VAT ทุกแห่งไหม?

ไม่ทุกแห่ง ต้องดูเงื่อนไขของกิจการและรายรับตามกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่มก่อน

ควรส่งเอกสารให้สำนักงานบัญชีเมื่อไร?

ควรจัดและส่งข้อมูลอย่างต่อเนื่องเป็นรายเดือน เพื่อให้ตรวจพบเอกสารที่ขาดและประเด็นภาษีได้ทัน ไม่ควรรอถึงปลายปี

ร้านที่ขายดี อาจยังไม่ใช่ร้านที่มีกำไรดี

ยอดขายบอกว่าลูกค้าชอบร้านแค่ไหน แต่ตัวเลขต้นทุนและกำไรต่างหากที่บอกว่าร้านจะอยู่ได้นานแค่ไหน

เมื่อเจ้าของรู้ว่าวัตถุดิบหายไปตรงไหน เมนูใดเหลือกำไร ค่าใช้จ่ายใดกำลังสูงขึ้น และเงินสดต้องเตรียมไว้เท่าไร การตัดสินใจเรื่องราคา เมนู พนักงาน และการขยายร้านก็จะมีข้อมูลรองรับมากขึ้น

เพราะร้านอาหารที่แข็งแรง ไม่ได้เริ่มจากการขายให้ได้มากที่สุด แต่เริ่มจากการรู้ว่า ทุกหนึ่งบาทที่ขายออกไป เหลือกลับมาเป็นกำไรของร้านจริงเท่าไร

อยากรู้ว่าร้านมีกำไรจริงเท่าไร ไม่ใช่แค่ยอดขายดีหรือไม่?

สำนักงานบัญชี พีทูพี ดูแลงานบัญชี ภาษี และช่วยจัดข้อมูลร้านอาหารให้เจ้าของใช้วางแผนธุรกิจได้ง่ายขึ้น

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc
สำนักงานบัญชี พีทูพี รับทำบัญชีร้านอาหาร

บทความที่น่าสนใจ