ความรู้ด้านเทคโนโลยีบัญชีและภาษีสำหรับผู้ประกอบการ SME
ระบบบัญชีดิจิทัลคืออะไร? ข้อดี วิธีทำงาน และการเลือกใช้ให้เหมาะกับธุรกิจ
ระบบบัญชีดิจิทัล (Digital Accounting) คือการนำโปรแกรมบัญชีและเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้จัดการเอกสาร บันทึกข้อมูลทางบัญชี ตรวจสอบธุรกรรม และจัดทำรายงานทางการเงิน เพื่อให้ธุรกิจสามารถจัดเก็บและเรียกใช้ข้อมูลได้สะดวกขึ้น
ระบบบัญชีดิจิทัลอาจทำงานผ่านโปรแกรม Cloud โปรแกรมที่ติดตั้งภายในองค์กร หรือระบบที่เชื่อมโยงข้อมูลจากหลายส่วน เช่น งานขาย งานซื้อ คลังสินค้า ธนาคาร และภาษี โดยความสามารถจะแตกต่างกันตามโปรแกรมและการตั้งค่าของแต่ละธุรกิจ
แม้เทคโนโลยีจะช่วยลดงานซ้ำและเพิ่มความสะดวกในการจัดทำบัญชี แต่ยังจำเป็นต้องมีผู้รับผิดชอบตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร การบันทึกรายการ และการปฏิบัติตามกฎหมายบัญชีภาษี เพื่อให้ข้อมูลที่นำไปใช้บริหารกิจการมีความน่าเชื่อถือ
✓ ลดงานเอกสารและงานบันทึกข้อมูลซ้ำ
✓ ช่วยติดตามรายได้ ค่าใช้จ่าย และรายงานการเงิน
✓ เชื่อมการทำงานของผู้ประกอบการกับผู้ทำบัญชี

ระบบบัญชีดิจิทัลแตกต่างจากการทำบัญชีแบบเดิมอย่างไร?
การทำบัญชีแบบเดิมมักมีการจัดเก็บเอกสารเป็นแฟ้มกระดาษ ส่งเอกสารให้ผู้ทำบัญชี และบันทึกข้อมูลลงโปรแกรมหรือสมุดบัญชีตามขั้นตอนที่กำหนด หากต้องค้นหารายการย้อนหลังอาจต้องตรวจเอกสารหลายชุด
ระบบบัญชีดิจิทัลช่วยจัดการข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยสามารถออกเอกสารบางประเภท บันทึกข้อมูล และจัดเก็บหลักฐานเพื่อค้นหาได้จากระบบเดียวหรือระบบที่เชื่อมต่อกัน
ตัวอย่างเช่น เมื่อฝ่ายขายออกใบแจ้งหนี้ผ่านโปรแกรม ข้อมูลอาจเชื่อมไปยังระบบลูกหนี้และรายงานขายโดยไม่ต้องบันทึกซ้ำ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการทำงานจริงของโปรแกรมที่เลือกใช้
อย่างไรก็ตาม การทำบัญชีดิจิทัลไม่ได้หมายความว่าต้องยกเลิกเอกสารกระดาษทั้งหมดทันที เพราะธุรกิจต้องตรวจรูปแบบเอกสารและวิธีเก็บรักษาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนเปลี่ยนกระบวนการทำงาน
ผู้ประกอบการสามารถศึกษา การจัดแฟ้มเอกสารบัญชีบริษัท เพื่อใช้เป็นพื้นฐานก่อนปรับระบบจัดเก็บเอกสารเข้าสู่รูปแบบดิจิทัล
.jpg)
10 คุณสมบัติสำคัญของระบบบัญชีดิจิทัล
โปรแกรมบัญชีดิจิทัลแต่ละระบบมีฟังก์ชันแตกต่างกัน ผู้ประกอบการควรพิจารณาความสามารถที่จำเป็นกับลักษณะธุรกิจ มากกว่าตัดสินใจจากจำนวนฟังก์ชันเพียงอย่างเดียว
1. จัดเก็บเอกสารดิจิทัล
เก็บไฟล์เอกสารซื้อขาย ใบเสร็จ และหลักฐานทางบัญชีให้ค้นหาตามรายการได้
2. อ่านข้อมูลจากเอกสาร
บางระบบมี OCR ช่วยดึงข้อมูลจากภาพหรือเอกสารเพื่อลดการพิมพ์ซ้ำ
3. เชื่อมข้อมูลบัญชี
ส่งต่อรายการขาย ซื้อ รับเงิน และจ่ายเงินไปยังระบบบัญชีตามการตั้งค่า
4. จัดทำรายงานการเงิน
แสดงยอดขาย ค่าใช้จ่าย ลูกหนี้ เจ้าหนี้ และรายงานที่โปรแกรมรองรับ
5. เตรียมข้อมูลภาษี
ช่วยจัดข้อมูลภาษีซื้อ ภาษีขาย และรายการหัก ณ ที่จ่ายตามฟังก์ชันที่มี
6. ควบคุมสิทธิผู้ใช้งาน
กำหนดสิทธิการดูข้อมูล บันทึก แก้ไข หรืออนุมัติรายการแต่ละประเภท
7. เข้าถึงข้อมูลออนไลน์
ระบบ Cloud ช่วยให้ผู้มีสิทธิเข้าใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ที่รองรับ
8. ทำงานร่วมกัน
ผู้ประกอบการ พนักงาน และสำนักงานบัญชีสามารถแบ่งหน้าที่ตามระบบที่กำหนด
9. เชื่อมต่อระบบอื่น
บางโปรแกรมรองรับข้อมูลธนาคาร สินค้าคงคลัง และระบบขายผ่านการเชื่อมต่อ
10. สำรองและส่งออกข้อมูล
ช่วยเก็บสำรองหรือส่งออกข้อมูลเมื่อมีความจำเป็นตามความสามารถของระบบ
ความสามารถเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องมีครบทุกโปรแกรม และระบบอัตโนมัติยังอาจเกิดข้อผิดพลาดได้ จึงต้องมีการตรวจทานข้อมูลและกำหนดผู้รับผิดชอบอย่างเหมาะสม
ข้อดีของการใช้ระบบบัญชีดิจิทัลสำหรับธุรกิจ SME
1. ลดงานบันทึกข้อมูลซ้ำ
ระบบที่เชื่อมข้อมูลการขายกับบัญชีลูกหนี้และบัญชีแยกประเภทอาจช่วยลดการป้อนข้อมูลหลายครั้ง ทำให้พนักงานมีเวลาตรวจเอกสารและติดตามรายการที่ผิดปกติได้มากขึ้น
2. ค้นหาเอกสารและติดตามรายการได้สะดวก
เมื่อจัดเก็บเอกสารโดยเชื่อมกับเลขที่รายการ ผู้ใช้งานสามารถค้นหาข้อมูลตามช่วงเวลา คู่ค้า หรือเลขเอกสารได้สะดวกขึ้น โดยไม่ต้องค้นแฟ้มเอกสารหลายชุด
3. ช่วยตรวจสอบข้อมูลทางการเงิน
เจ้าของกิจการสามารถติดตามยอดลูกหนี้ เจ้าหนี้ ค่าใช้จ่าย และผลประกอบการจากรายงานที่มีอยู่ แต่ต้องเข้าใจว่ารายงานจะมีคุณภาพตามความถูกต้องและความครบถ้วนของข้อมูลที่บันทึก
4. เพิ่มความสะดวกในการทำงานร่วมกับสำนักงานบัญชี
ระบบที่กำหนดสิทธิผู้ใช้งานได้ช่วยให้เจ้าของกิจการและผู้ทำบัญชีเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นร่วมกัน เช่น ติดตามเอกสารที่ขาด ตรวจรายการบัญชี และแจ้งข้อผิดพลาดจากข้อมูลเดียวกัน
5. สนับสนุนการขยายกิจการ
หากธุรกิจขยายสาขาหรือมีธุรกรรมเพิ่มขึ้น ระบบที่เหมาะสมอาจช่วยให้รวบรวมข้อมูลจากหลายหน่วยงานได้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และลดภาระการจัดการข้อมูลที่กระจัดกระจาย
การวางระบบควรเริ่มจากการทำความเข้าใจขั้นตอนจริงของกิจการ โดยศึกษาจาก แนวทางวางระบบบัญชีธุรกิจ และ การวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน

6 ขั้นตอนการทำงานของระบบบัญชีดิจิทัล
ขั้นตอนที่ 1 รับและจัดเก็บเอกสาร
รวบรวมใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี และเอกสารซื้อขาย จากนั้นจัดเก็บในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ตามกระบวนการของกิจการ โดยกำหนดรหัสเอกสารและผู้รับผิดชอบ
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจและนำเข้าข้อมูล
ตรวจรายละเอียดเอกสารก่อนป้อนข้อมูลเข้าสู่ระบบ บางโปรแกรมอาจมี OCR หรือการนำเข้าไฟล์เพื่อช่วยลดงานพิมพ์ แต่ยังต้องตรวจชื่อคู่ค้า วันที่ และจำนวนเงินให้ตรงกับหลักฐาน
ขั้นตอนที่ 3 บันทึกบัญชีและจัดประเภท
ข้อมูลจะถูกนำไปบันทึกตามผังบัญชีและการตั้งค่าของระบบ โดยผู้รับผิดชอบต้องตรวจบัญชีที่ใช้และความเหมาะสมของการรับรู้รายการตามมาตรฐานการบัญชี
ขั้นตอนที่ 4 กระทบยอดและตรวจสอบ
เปรียบเทียบยอดบัญชีกับหลักฐานจริง เช่น ยอดธนาคาร ลูกหนี้ เจ้าหนี้ และสินค้าคงเหลือ หากพบผลต่างต้องตรวจสอบและแก้ไขโดยมีหลักฐานรองรับ
ขั้นตอนที่ 5 จัดทำรายงานและข้อมูลภาษี
ระบบอาจจัดทำรายงานขาย ซื้อ และข้อมูลภาษีเบื้องต้นได้ แต่ผู้ทำบัญชีหรือผู้รับผิดชอบต้องตรวจความถูกต้องและเงื่อนไขกฎหมายก่อนนำไปยื่นแบบภาษี
ขั้นตอนที่ 6 สรุปข้อมูลและปิดบัญชี
เมื่อสิ้นรอบบัญชีต้องตรวจสอบรายการปรับปรุงและงบทดลองก่อนจัดทำงบการเงินตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง โดยการใช้ระบบดิจิทัลไม่ได้ทดแทนหน้าที่ของผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีตามกฎหมาย
สำหรับรายละเอียดการตรวจสอบบัญชีสิ้นปี สามารถศึกษา ขั้นตอนปิดงบบัญชีประจำปี

การใช้ระบบบัญชีดิจิทัลกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์
โปรแกรมบัญชีบางประเภทสามารถจัดทำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และเอกสารภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่ต้องแยกให้ชัดระหว่างการจัดทำข้อมูลภายในโปรแกรมกับการออกเอกสารที่มีผลทางกฎหมาย
e-Tax Invoice และ e-Receipt
การออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ต้องเป็นไปตามระบบและหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรที่เกี่ยวข้อง การออกใบแจ้งหนี้เป็น PDF หรือส่งเอกสารผ่านอีเมลเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้เอกสารนั้นเป็น e-Tax Invoice ตามระบบที่กฎหมายกำหนดโดยอัตโนมัติ
การยื่นแบบภาษีออนไลน์
โปรแกรมบางระบบช่วยเตรียมรายงานหรือไฟล์ข้อมูลสำหรับการยื่นภาษี แต่ไม่ใช่ทุกโปรแกรมจะสามารถยื่นแบบผ่านกรมสรรพากรได้โดยตรง จึงควรตรวจความสามารถของโปรแกรมและขั้นตอนการอนุมัติข้อมูลก่อนยื่นทุกครั้ง
การเก็บเอกสารทางภาษี
ธุรกิจต้องตรวจว่ารูปแบบการจัดทำ การเก็บรักษา และการแสดงเอกสารอิเล็กทรอนิกส์สอดคล้องกับข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ไม่ควรทำลายเอกสารต้นฉบับกระดาษโดยอาศัยเพียงการสแกนเก็บไว้ในระบบโดยไม่ตรวจเงื่อนไขกฎหมาย
ผู้ประกอบการสามารถอ่าน การบริหารจัดการภาษีธุรกิจ และ ภาษีสำหรับร้านค้าออนไลน์ เพิ่มเติม
ต้องการปรับระบบบัญชีเดิมเข้าสู่ระบบดิจิทัล?
สอบถามแนวทางจัดระบบเอกสาร เลือกโปรแกรม และกำหนดวิธีทำงานร่วมกันระหว่างพนักงานกับผู้ทำบัญชี เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจและปริมาณรายการ
โทร 097-236-2994LINE: p2paccตัวอย่างโปรแกรมบัญชีดิจิทัล TRCLOUD
TRCLOUD เป็นหนึ่งในโปรแกรมบัญชีบนระบบ Cloud ที่ผู้ประกอบการสามารถศึกษาเพื่อนำมาใช้จัดการข้อมูลการขาย การซื้อ และงานบัญชี โดยต้องพิจารณาฟังก์ชันที่มีอยู่ในแพ็กเกจและการเชื่อมต่อที่ใช้จริง
ระบบบัญชีออนไลน์ประเภทนี้อาจช่วยให้ผู้ประกอบการและผู้ทำบัญชีทำงานกับข้อมูลชุดเดียวกัน ลดการส่งเอกสารหลายรอบ และเรียกดูรายงานสำหรับบริหารกิจการได้สะดวกขึ้น
แต่ก่อนเลือกใช้ควรตรวจเรื่องผังบัญชี การย้ายยอดยกมา รายงานลูกหนี้เจ้าหนี้ สินค้าคงเหลือ การควบคุมสิทธิผู้ใช้ และวิธีสำรองหรือส่งออกข้อมูลเพื่อป้องกันปัญหาเมื่อเปลี่ยนระบบในอนาคต
สามารถอ่านรายละเอียดจาก โปรแกรมบัญชี TRCLOUD คืออะไร และเปรียบเทียบแนวทางจาก วิธีเลือกโปรแกรมบัญชีให้เหมาะกับธุรกิจ

ธุรกิจประเภทใดเหมาะกับระบบบัญชีดิจิทัล?
ระบบบัญชีดิจิทัลสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับธุรกิจหลายประเภท แต่ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกรรม ความพร้อมของบุคลากร และระบบควบคุมภายในที่มีอยู่
ร้านค้าออนไลน์
ควรมีระบบจัดการยอดขาย การคืนสินค้า ค่าธรรมเนียม และข้อมูลรับเงินจากแพลตฟอร์ม
ธุรกิจซื้อขายสินค้า
ให้ความสำคัญกับระบบสต๊อก ต้นทุนสินค้า ลูกหนี้ และเจ้าหนี้การค้า
ธุรกิจให้บริการ
เน้นงานสัญญา การออกเอกสารเรียกเก็บเงิน และการติดตามรายได้ค่าใช้จ่าย
ธุรกิจหลายสาขา
ควรมีระบบแยกข้อมูลสาขา กำหนดสิทธิผู้ใช้ และรวมรายงานเพื่อตรวจสอบ
สำหรับธุรกิจที่มีธุรกรรมซับซ้อน เช่น งานผลิต งานโครงการ หรือธุรกิจที่ต้องจัดทำรายงานเฉพาะ ควรประเมินความสามารถของระบบอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ
วิธีเลือกระบบบัญชีดิจิทัลให้เหมาะกับธุรกิจ
การเลือกใช้โปรแกรมควรเริ่มจากขั้นตอนทำงานของกิจการ ไม่ใช่เริ่มจากการเลือกโปรแกรมที่มีโฆษณาหรือฟังก์ชันจำนวนมากที่สุด
- สำรวจงานปัจจุบัน: ตรวจขั้นตอนขาย ซื้อ รับจ่ายเงิน และจัดเก็บเอกสารที่ใช้อยู่
- กำหนดปัญหาที่ต้องการแก้: เช่น เอกสารหาย บันทึกข้อมูลซ้ำ หรือรายงานล่าช้า
- ตรวจฟังก์ชันหลัก: เลือกให้รองรับประเภทธุรกิจ จำนวนผู้ใช้งาน และรายงานที่ต้องการ
- ประเมินต้นทุนทั้งหมด: รวมค่าระบบ การติดตั้ง การย้ายข้อมูล และการอบรมผู้ใช้
- ทดลองใช้งานจริง: ทดสอบรายการตัวอย่างก่อนนำข้อมูลสำคัญทั้งหมดเข้าระบบ
- กำหนดการตรวจสอบ: จัดผู้รับผิดชอบการบันทึก อนุมัติ ตรวจทาน และสำรองข้อมูล
เจ้าของกิจการที่ต้องการเริ่มบันทึกข้อมูลด้วยตนเอง สามารถศึกษา การทำบัญชีบริษัทเองและข้อควรระวัง รวมทั้ง การเริ่มต้นทำบัญชีสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่
ความปลอดภัยของข้อมูลบัญชีดิจิทัลสำคัญอย่างไร?
ข้อมูลบัญชีประกอบด้วยรายการรายได้ ค่าใช้จ่าย เงินเดือน ข้อมูลคู่ค้า และข้อมูลทางการเงินที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ จึงควรจัดให้มีมาตรการควบคุมที่เหมาะสม
- กำหนดสิทธิผู้ใช้งานตามหน้าที่และความจำเป็น
- ใช้รหัสผ่านที่เหมาะสมและการยืนยันตัวตนหลายขั้นตอนเมื่อระบบรองรับ
- ตรวจประวัติการแก้ไขและอนุมัติรายการ
- สำรองข้อมูลและทดสอบการกู้คืนตามความเหมาะสม
- กำหนดขั้นตอนยกเลิกสิทธิเมื่อพนักงานพ้นหน้าที่
- ตรวจข้อตกลงกับผู้ให้บริการเกี่ยวกับข้อมูลและการส่งออกข้อมูล
ควรให้ความสำคัญกับการแยกหน้าที่ผู้จัดทำรายการและผู้อนุมัติ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการแก้ไขข้อมูลโดยไม่มีการตรวจสอบ
แม้ระบบจะมีมาตรการความปลอดภัย แต่ผู้ใช้งานยังต้องปฏิบัติตามวิธีทำงานที่กำหนด และไม่ควรเปิดเผยบัญชีผู้ใช้หรือรหัสผ่านให้บุคคลอื่นใช้ร่วมกันโดยไม่มีการควบคุม

เช็กลิสต์ก่อนเปลี่ยนมาใช้ระบบบัญชีดิจิทัล
- ☐ สำรวจขั้นตอนทำงานบัญชีที่ใช้อยู่
- ☐ กำหนดเป้าหมายที่ต้องการปรับปรุง
- ☐ ตรวจความเหมาะสมของโปรแกรมบัญชี
- ☐ เตรียมผังบัญชีและยอดยกมาให้ถูกต้อง
- ☐ ตรวจข้อมูลลูกหนี้ เจ้าหนี้ และสินค้าคงเหลือ
- ☐ กำหนดวิธีจัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
- ☐ กำหนดสิทธิการเข้าถึงของผู้ใช้งาน
- ☐ กำหนดผู้ตรวจสอบและอนุมัติรายการ
- ☐ ตรวจความพร้อมด้านข้อมูลภาษี
- ☐ ทดลองใช้งานกับรายการจริงบางส่วน
- ☐ เตรียมแผนสำรองข้อมูลและกู้คืน
- ☐ อบรมผู้เกี่ยวข้องก่อนเริ่มใช้งานเต็มระบบ
การเปลี่ยนระบบควรมีการตรวจสอบข้อมูลก่อนและหลังย้าย โดยเฉพาะยอดคงเหลือทางบัญชี เพื่อป้องกันผลต่างที่อาจกระทบรายงานการเงินและการจัดทำภาษี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบบัญชีดิจิทัล (FAQ)
1. ระบบบัญชีดิจิทัลคืออะไร?
เป็นระบบที่ใช้ซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีจัดเก็บเอกสาร บันทึกข้อมูลทางบัญชี และจัดทำรายงาน เพื่อช่วยให้กิจการบริหารข้อมูลได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
2. ใช้ระบบบัญชีดิจิทัลแล้วไม่ต้องมีนักบัญชีได้หรือไม่?
ไม่ได้หมายความเช่นนั้น กิจการที่มีหน้าที่จัดทำบัญชียังต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีตามกฎหมาย และต้องตรวจสอบความถูกต้องของรายการและงบการเงินตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
3. โปรแกรมบัญชีออนไลน์สามารถยื่นภาษีให้อัตโนมัติหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับโปรแกรมและการเชื่อมต่อที่รองรับ บางระบบเตรียมข้อมูลภาษีได้ แต่ต้องตรวจรายการและวิธีนำส่งตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรก่อนยื่นจริง
4. สแกนเอกสารเก็บในระบบแล้วทิ้งต้นฉบับได้หรือไม่?
ไม่ควรทำโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจหลักเกณฑ์เกี่ยวกับรูปแบบเอกสาร การจัดเก็บและการแสดงหลักฐานตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนทำลายต้นฉบับ
5. ธุรกิจขนาดเล็กควรใช้ระบบบัญชีดิจิทัลหรือไม่?
สามารถพิจารณาใช้ได้เมื่อระบบช่วยแก้ปัญหางานจริงและมีต้นทุนเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องเลือกโปรแกรมที่มีฟังก์ชันซับซ้อนเกินความต้องการของกิจการ
สรุป: ระบบบัญชีดิจิทัลช่วยงานธุรกิจได้ เมื่อมีการวางระบบที่เหมาะสม
ระบบบัญชีดิจิทัลเป็นเครื่องมือช่วยจัดการเอกสาร ลดการทำงานซ้ำ เชื่อมโยงข้อมูล และจัดทำรายงานบัญชีภาษีได้สะดวกขึ้น โดยประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของโปรแกรม คุณภาพข้อมูล และวิธีใช้งานของบุคลากร
ธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนระบบควรเริ่มจากการสำรวจกระบวนการเดิม วางแผนย้ายข้อมูล กำหนดสิทธิผู้ใช้งาน และให้ผู้ทำบัญชีตรวจสอบรายการที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดระบบสำรองข้อมูลเพื่อรักษาความต่อเนื่องในการทำงาน
เทคโนโลยีที่เหมาะสมไม่จำเป็นต้องทำงานแทนทุกคน แต่ควรช่วยให้เจ้าของกิจการและผู้ทำบัญชีทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้น มีข้อมูลที่ตรวจสอบได้ และใช้รายงานประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจอย่างมีเหตุผล

ปรึกษาการวางระบบบัญชีดิจิทัลกับสำนักงานบัญชี พีทูพี
สอบถามแนวทางจัดระบบบัญชีและภาษี การเลือกใช้โปรแกรม การจัดเก็บเอกสารและการปรับขั้นตอนทำงาน เพื่อประเมินระบบที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc