views

รับทำบัญชีมูลนิธิ สมาคม ดูแลบัญชี ภาษี และปิดบัญชีอย่างเป็นระบบ


มูลนิธิและสมาคมแม้จะจัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างจากบริษัททั่วไป แต่เมื่อมีการรับเงิน จ่ายเงิน รับบริจาค เก็บค่าบำรุงสมาชิก มีดอกเบี้ย หรือมีรายได้จากกิจกรรมต่าง ๆ การจัดทำบัญชีและเอกสารทางการเงินยังเป็นเรื่องที่ต้องดูแลอย่างรอบคอบ เพราะรายรับแต่ละประเภทอาจมีผลทางบัญชีและภาษีแตกต่างกัน

บริการ รับทำบัญชีมูลนิธิ สมาคม ของสำนักงานบัญชี พีทูพี เน้นการจัดระบบเอกสาร บันทึกรายรับรายจ่าย ตรวจรายการเงินบริจาคและเงินสนับสนุน ดูแลภาษีที่เกี่ยวข้อง และเตรียมข้อมูลสำหรับการปิดบัญชีประจำปี เพื่อให้คณะกรรมการสามารถตรวจสอบที่มาที่ไปของเงินและใช้ข้อมูลประกอบการบริหารองค์กรได้อย่างเป็นระบบ

ต้องการให้ช่วยดูบัญชีมูลนิธิหรือสมาคม?
สามารถส่งรายละเอียดลักษณะองค์กร รายรับ รายจ่าย จำนวนเอกสาร และงานบัญชีที่ทำอยู่ในปัจจุบันมาให้ตรวจสอบเบื้องต้นได้
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

บัญชีมูลนิธิและสมาคมต่างจากบัญชีบริษัทอย่างไร

จุดที่แตกต่างชัดเจนคือวัตถุประสงค์ขององค์กร มูลนิธิและสมาคมไม่ได้จัดตั้งขึ้นในลักษณะเดียวกับบริษัทที่มุ่งดำเนินธุรกิจเพื่อแบ่งผลกำไรแก่ผู้ถือหุ้น การบันทึกบัญชีจึงควรสะท้อนที่มาของเงินและการใช้เงินตามกิจกรรมหรือวัตถุประสงค์ขององค์กรอย่างชัดเจน

ตัวอย่างรายการที่มักพบ ได้แก่ เงินบริจาค เงินสนับสนุน ค่าสมาชิก ค่าบำรุง ดอกเบี้ยเงินฝาก รายได้จากกิจกรรม เงินช่วยเหลือตามโครงการ ค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรม ค่าใช้จ่ายสำนักงาน และค่าตอบแทนบุคลากร ซึ่งแต่ละรายการควรมีเอกสารประกอบและจัดประเภทให้เหมาะสม

สำหรับผู้ที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นองค์กร สามารถศึกษาเรื่อง จดทะเบียนมูลนิธิ จดทะเบียนสมาคม เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมการจัดตั้งก่อน แล้วจึงวางระบบงานบัญชีให้สอดคล้องกับกิจกรรมหลังจดทะเบียน

บริการรับทำบัญชีมูลนิธิ สมาคม ดูแลอะไรบ้าง

ขอบเขตงานบัญชีควรพิจารณาตามลักษณะของแต่ละองค์กร ไม่ควรใช้รูปแบบเดียวกับทุกแห่ง โดยบริการสามารถครอบคลุมงานสำคัญ เช่น

1. จัดระบบเอกสารรายรับ
แยกเงินบริจาค ค่าสมาชิก เงินสนับสนุน รายได้จากกิจกรรม ดอกเบี้ย และรายรับประเภทอื่น เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ง่าย

2. จัดระบบเอกสารรายจ่าย
ตรวจหลักฐานการจ่ายเงิน ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี สัญญา ใบสำคัญจ่าย และเอกสารอนุมัติที่เกี่ยวข้อง

3. บันทึกบัญชีประจำเดือน
บันทึกรายการรับ จ่าย เงินฝากธนาคาร ลูกหนี้ เจ้าหนี้ ทรัพย์สิน และรายการอื่นตามเอกสารที่เกิดขึ้นจริง

4. ดูแลภาษีที่เกี่ยวข้อง
ตรวจรายการจ่ายที่อาจมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย รวมถึงพิจารณารายได้และกิจกรรมที่อาจมีผลทางภาษีตามข้อเท็จจริงขององค์กร

5. เตรียมข้อมูลสำหรับปิดบัญชีประจำปี
ตรวจยอดบัญชี เอกสารประกอบ รายการคงค้าง และข้อมูลที่ผู้ตรวจสอบหรือผู้เกี่ยวข้องต้องใช้ในการตรวจสอบปลายปี

ผู้ดูแลองค์กรสามารถศึกษาเพิ่มเติมเรื่อง สำนักงานบัญชีมีงานอะไรบ้าง เพื่อเห็นภาพว่าการจ้างสำนักงานบัญชีไม่ได้มีเพียงงานบันทึกรายการ แต่ยังรวมถึงการตรวจเอกสารและจัดข้อมูลเพื่อใช้ต่อในงานภาษีและการปิดบัญชี


เอกสารที่ควรเตรียมให้สำนักงานบัญชี

งานบัญชีจะมีคุณภาพได้เมื่อเอกสารต้นทางครบถ้วนและสามารถตรวจสอบได้ มูลนิธิหรือสมาคมจึงควรวางวิธีรับ–ส่งเอกสารเป็นประจำ ไม่ควรรอรวบรวมทั้งหมดในช่วงปลายปี

  • Statement และสมุดบัญชีธนาคารขององค์กร
  • หลักฐานการรับเงินหรือรับบริจาค
  • รายละเอียดค่าสมาชิกหรือค่าบำรุง
  • ใบเสร็จรับเงินและหลักฐานการจ่าย
  • ใบกำกับภาษีหรือเอกสารจากผู้ขายและผู้ให้บริการ
  • สัญญาจ้าง สัญญาเช่า หรือข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง
  • เอกสารเงินเดือนหรือค่าตอบแทน หากมีบุคลากร
  • หนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  • รายละเอียดโครงการหรือกิจกรรมที่มีการรับและจ่ายเงิน
  • รายงานหรือเอกสารภายในที่ใช้อนุมัติรายการสำคัญ

แนวทางการจัดเอกสารสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จาก วิธีเตรียมเอกสารส่งสำนักงานบัญชี และเรื่อง ใบเสร็จรับเงินและหลักฐานชำระเงิน เพื่อช่วยลดปัญหาเอกสารขาดหรือค้นย้อนหลังไม่ได้

เงินบริจาคต้องบันทึกอย่างไร

เงินบริจาคเป็นรายการที่ควรแยกออกจากรายรับประเภทอื่นให้ชัดเจน เพราะที่มา เงื่อนไข และวัตถุประสงค์ในการใช้เงินอาจแตกต่างกัน เช่น เงินบริจาคทั่วไป เงินสนับสนุนโครงการ หรือเงินที่ผู้ให้กำหนดวัตถุประสงค์เฉพาะ

ในทางบัญชีควรมีหลักฐานแสดงจำนวนเงิน วันที่รับ ผู้บริจาคเท่าที่ข้อมูลมีอยู่ และวัตถุประสงค์ของเงิน หากเป็นเงินที่ใช้เฉพาะโครงการ ก็ควรจัดระบบติดตามรายรับและค่าใช้จ่ายของโครงการนั้นแยกให้ชัด เพื่อให้สามารถอธิบายการใช้เงินต่อคณะกรรมการ ผู้สนับสนุน หรือผู้ตรวจสอบได้

ไม่ควรนำรายรับทุกชนิดมารวมเป็นคำว่า “เงินบริจาค” เพราะรายรับบางรายการอาจเกิดจากการให้บริการ การจำหน่ายสินค้า การให้เช่าทรัพย์สิน หรือกิจกรรมอื่น ซึ่งอาจมีผลทางภาษีต่างจากเงินบริจาคที่เป็นการให้โดยไม่มีสิ่งตอบแทน

มูลนิธิ สมาคม ต้องเสียภาษีหรือไม่

คำตอบคือ ต้องพิจารณาตามสถานะขององค์กรและประเภทของรายได้ ไม่ควรสรุปว่ามูลนิธิหรือสมาคมทุกแห่งได้รับยกเว้นภาษีทั้งหมดโดยอัตโนมัติ

มูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการและมีรายได้ซึ่งอยู่ในบังคับภาษี อาจต้องนำรายได้ก่อนหักรายจ่ายมาคำนวณภาษีตามประเภทของเงินได้ โดยรายได้ตามมาตรา 40(8) และรายได้ประเภทอื่นมีอัตราที่ใช้คำนวณแตกต่างกันตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

ประเด็นภาษีจึงต้องเริ่มจากแยกประเภทเงินรับให้ถูกก่อน เช่น เงินบริจาค ค่าบำรุงสมาชิก ดอกเบี้ย ค่าเช่า รายได้จากการขายสินค้า หรือรายได้จากการให้บริการ แล้วจึงพิจารณาว่ารายการนั้นอยู่ในหลักเกณฑ์ใด สามารถศึกษาแนวคิดเรื่องการแยกบัญชีกับภาษีเพิ่มเติมจาก บัญชีภาษีอากรคืออะไร

ไม่แน่ใจว่ารายรับของมูลนิธิหรือสมาคมต้องบันทึกและเสียภาษีอย่างไร?
ควรตรวจลักษณะรายรับและเอกสารจริงก่อน เพราะเงินบริจาค ค่าสมาชิก ดอกเบี้ย ค่าเช่า และรายได้จากกิจกรรมอาจมีหลักเกณฑ์ต่างกัน
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc


ภ.ง.ด.55 เกี่ยวข้องกับมูลนิธิและสมาคมอย่างไร

แบบ ภ.ง.ด.55 เป็นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้สำหรับมูลนิธิหรือสมาคมตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร โดยกรณีที่มีหน้าที่ยื่นแบบ กำหนดเวลาหลักคือภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี

ดังนั้นการทำบัญชีระหว่างปีให้ต่อเนื่องจึงมีความสำคัญ เพราะเมื่อถึงปลายรอบบัญชีจะต้องสรุปรายได้ แยกประเภทรายการ ตรวจภาษีที่ถูกหักไว้ และเตรียมข้อมูลให้พร้อมสำหรับการยื่นแบบตามกรณี

ผู้ดูแลองค์กรควรเข้าใจเรื่อง รอบระยะเวลาบัญชี ควบคู่กัน เพราะวันสิ้นรอบบัญชีเป็นจุดเริ่มต้นในการนับกำหนดเวลาของงานภาษีและการสรุปบัญชีประจำปีหลายรายการ

มูลนิธิและสมาคมมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่

เมื่อมูลนิธิหรือสมาคมมีการจ่ายเงินบางประเภท เช่น ค่าจ้าง ค่าบริการ ค่าเช่า หรือค่าตอบแทนแก่บุคคลหรือนิติบุคคล อาจมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามประเภทเงินได้และสถานะของผู้รับเงิน

จึงควรตรวจรายการก่อนจ่าย ไม่ควรรอให้สำนักงานบัญชีตรวจพบภายหลัง เพราะหากรู้ตั้งแต่ขั้นตอนจ่ายเงินจะสามารถหักภาษี ออกหนังสือรับรอง และจัดหลักฐานได้ครบถ้วนกว่า สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร

มูลนิธิหรือสมาคมเกี่ยวข้องกับ VAT หรือไม่

สถานะการเป็นมูลนิธิหรือสมาคมไม่ได้เป็นคำตอบเพียงอย่างเดียวว่าต้องหรือไม่ต้องเกี่ยวข้องกับภาษีมูลค่าเพิ่ม สิ่งที่ต้องดูคือกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริง หากมีการประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการในลักษณะที่อยู่ในบังคับ VAT ก็ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์ภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มเติม

ในทางกลับกัน เงินบริจาคที่เป็นการให้โดยไม่มีการขายสินค้าหรือให้บริการตอบแทน มีลักษณะแตกต่างจากรายรับจากการประกอบกิจการ จึงไม่ควรนำหลัก VAT มาใช้กับเงินรับทุกประเภทเหมือนกันทั้งหมด

หากองค์กรมีรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการเป็นประจำ สามารถศึกษาเรื่อง การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นประกอบการตรวจสอบ

การปิดบัญชีมูลนิธิ สมาคม ต้องเตรียมอะไรบ้าง

ก่อนสิ้นปีหรือสิ้นรอบบัญชี ควรตรวจว่าเอกสารรายรับรายจ่ายครบหรือไม่ ยอดเงินฝากธนาคารตรงกับบัญชีหรือไม่ มีลูกหนี้ เจ้าหนี้ เงินทดรอง หรือทรัพย์สินใดที่ยังไม่ได้บันทึก รวมถึงตรวจเงินบริจาคหรือเงินโครงการที่มีเงื่อนไขเฉพาะ

หลังจากรวบรวมข้อมูลแล้ว ผู้ทำบัญชีจะสามารถจัดทำรายการปรับปรุงและสรุปยอดประจำปีเพื่อส่งต่อให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบได้ การเตรียมข้อมูลระหว่างปีจึงช่วยให้ การปิดบัญชีประจำปี ทำได้ง่ายกว่าการรวบรวมย้อนหลังในช่วงปลายปี

หากต้องมีผู้ตรวจสอบหรือผู้รับรองบัญชี ควรประสานงานล่วงหน้าและจัดเอกสารตามที่ผู้ตรวจสอบต้องการ ผู้สนใจสามารถอ่านเรื่อง ผู้ตรวจสอบบัญชี CPA และผู้สอบบัญชีภาษีอากร เพื่อเข้าใจบทบาทของงานตรวจสอบมากขึ้น


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการทำบัญชีมูลนิธิและสมาคม

  • นำเงินบริจาคและรายได้จากกิจกรรมมารวมเป็นบัญชีเดียวโดยไม่แยกประเภท
  • รับหรือจ่ายเงินสดแต่ไม่มีเอกสารประกอบชัดเจน
  • ใช้บัญชีธนาคารส่วนตัวของกรรมการปะปนกับเงินขององค์กร
  • ไม่แยกค่าใช้จ่ายตามโครงการหรือวัตถุประสงค์ของเงิน
  • มีการจ่ายค่าบริการแต่ไม่ได้ตรวจเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  • เก็บเอกสารไม่ครบและเริ่มรวบรวมเมื่อใกล้ปิดบัญชี
  • เข้าใจว่ามูลนิธิหรือสมาคมไม่ต้องเสียภาษีทุกกรณี
  • ออกหลักฐานรับเงินโดยไม่มีเลขที่หรือระบบควบคุมเอกสาร

การวางระบบเอกสารตั้งแต่ต้นจะช่วยลดปัญหาเหล่านี้ได้มาก โดยเฉพาะการกำหนดว่าใครเป็นผู้รับเอกสาร ใครอนุมัติการจ่าย และเอกสารแต่ละประเภทต้องจัดเก็บไว้ที่ใด

รับทำบัญชีมูลนิธิ สมาคม เหมาะกับองค์กรแบบใด

บริการเหมาะกับมูลนิธิหรือสมาคมที่เพิ่งจดทะเบียน องค์กรที่มีการรับเงินบริจาคหรือเงินสนับสนุนเป็นประจำ สมาคมที่มีสมาชิกและค่าบำรุง องค์กรที่มีพนักงานหรือผู้รับจ้าง ตลอดจนองค์กรที่มีหลายโครงการและต้องการแยกรายรับรายจ่ายให้ตรวจสอบได้ชัดเจน

นอกจากนี้ยังเหมาะกับองค์กรที่เคยทำบัญชีเองแต่เอกสารเริ่มมีจำนวนมาก หรือองค์กรที่ต้องการเปลี่ยนผู้ดูแลบัญชี โดยสามารถเริ่มจากการตรวจยอดยกมา เอกสารปีปัจจุบัน และสถานะการยื่นภาษีที่ผ่านมา ก่อนกำหนดแนวทางรับช่วงงานต่อ

หากต้องการดูแนวทางค่าบริการโดยรวม สามารถศึกษาเรื่อง ราคารับทำบัญชีและปัจจัยที่ใช้พิจารณาค่าบริการ โดยค่าบริการจริงของมูลนิธิหรือสมาคมควรประเมินจากจำนวนเอกสาร ลักษณะรายรับรายจ่าย และขอบเขตงานของแต่ละองค์กร

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรับทำบัญชีมูลนิธิ สมาคม

1. มูลนิธิหรือสมาคมไม่มีรายได้ ยังต้องทำบัญชีหรือไม่?

แม้องค์กรไม่มีรายได้จากการประกอบกิจการ ก็ยังควรจัดเก็บและบันทึกรายการทางการเงินที่เกิดขึ้นจริง เช่น เงินทุน เงินบริจาค ค่าใช้จ่าย หรือเงินฝาก เพื่อให้สามารถตรวจสอบสถานะขององค์กรและเตรียมข้อมูลตามหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้

2. เงินบริจาคต้องเสียภาษีทุกกรณีหรือไม่?

ไม่ควรสรุปเหมารวม ต้องพิจารณาว่าเงินนั้นเป็นเงินบริจาคโดยแท้จริงหรือเป็นค่าตอบแทนจากการขายสินค้าหรือให้บริการ รวมถึงสถานะทางภาษีของมูลนิธิหรือสมาคมนั้นด้วย

3. มูลนิธิและสมาคมต้องยื่น ภ.ง.ด.55 หรือไม่?

มูลนิธิหรือสมาคมที่อยู่ในหลักเกณฑ์มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.55 ตามประมวลรัษฎากร โดยควรตรวจสถานะขององค์กรและประเภทของรายได้เป็นรายกรณี

4. เปลี่ยนสำนักงานบัญชีระหว่างปีได้หรือไม่?

สามารถรับช่วงงานได้ แต่ควรตรวจเอกสารที่ทำไว้แล้ว ยอดยกมา แบบภาษี รายงานบัญชี และเอกสารต้นฉบับให้ครบก่อน เพื่อให้การบันทึกต่อเนื่องและลดความคลาดเคลื่อนระหว่างสำนักงานเดิมกับสำนักงานใหม่

5. ค่าบริการรับทำบัญชีมูลนิธิหรือสมาคมคิดอย่างไร?

โดยทั่วไปควรพิจารณาจากจำนวนรายการรับจ่าย จำนวนบัญชีธนาคาร จำนวนพนักงานหรือผู้รับจ้าง ลักษณะเงินบริจาคและโครงการ ภาษีที่เกี่ยวข้อง และขอบเขตงานที่ต้องดูแล จึงควรประเมินจากเอกสารจริงก่อนเสนอค่าบริการ


สรุป รับทำบัญชีมูลนิธิ สมาคม ควรเริ่มจากระบบเอกสารที่ตรวจสอบได้

การทำบัญชีมูลนิธิและสมาคมไม่ควรมองเพียงการรวมยอดรายรับรายจ่ายเมื่อสิ้นปี แต่ควรวางระบบตั้งแต่การรับเงิน การจ่ายเงิน การออกหลักฐาน การอนุมัติรายการ การแยกเงินตามโครงการ การตรวจภาษี และการจัดเก็บเอกสาร เมื่อระบบต้นทางดี งานบัญชีและการปิดบัญชีในช่วงปลายปีก็จะชัดเจนตามไปด้วย

สำนักงานบัญชี พีทูพี ให้บริการ รับทำบัญชีมูลนิธิ สมาคม ตั้งแต่การตรวจเอกสาร บันทึกบัญชี ดูแลภาษีที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงเตรียมข้อมูลสำหรับปิดบัญชีประจำปี โดยพิจารณาจากลักษณะของแต่ละองค์กรเป็นหลัก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานบัญชีได้ที่ สำนักงานบัญชี พีทูพี

ปรึกษาบัญชีมูลนิธิและสมาคม
หากมีบัญชีเดิมอยู่แล้ว สามารถแจ้งจำนวนเอกสาร ลักษณะรายรับรายจ่าย และสถานะงานปัจจุบัน เพื่อประเมินแนวทางดูแลต่อได้
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

บทความที่น่าสนใจ