ได้รับหนังสือจากสรรพากร อย่าเพิ่งสรุปว่าธุรกิจทำผิด เริ่มจากตรวจว่าเจ้าหน้าที่ต้องการทราบเรื่องอะไร
สรรพากรเรียกพบ ต้องทำอย่างไร เตรียมเอกสารและรับมือให้ถูกต้อง
เมื่อเจ้าของกิจการได้รับหนังสือ สรรพากรเรียกพบ ความรู้สึกแรกมักเป็นความกังวลว่าเกิดความผิดอะไรขึ้น ต้องเสียภาษีย้อนหลังหรือไม่ หรือจะมีเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามมามากเพียงใด แต่การได้รับหนังสือไม่ได้หมายความว่าธุรกิจถูกตัดสินว่าทำผิดแล้ว
สิ่งที่ควรทำคืออ่านหนังสือให้ละเอียด ตรวจว่าต้องการให้เข้าพบเพื่อเรื่องใด ต้องชี้แจงข้อมูลอะไร และขอเอกสารประเภทไหน จากนั้นตรวจบัญชีและภาษีของกิจการให้ตรงกับประเด็นก่อนวันนัด
หากบัญชีของกิจการมีผู้ดูแลอยู่แล้ว ควรแจ้งผู้ทำบัญชีทันทีเพื่อช่วยตรวจข้อมูล หากต้องการให้มีผู้ดูแลบัญชีและภาษีอย่างต่อเนื่องสามารถดูบริการ รับทำบัญชี เพื่อช่วยลดปัญหาข้อมูลกระจัดกระจายเมื่อต้องชี้แจงย้อนหลัง
.jpg)
สรรพากรเรียกพบ หมายความว่าธุรกิจทำผิดแล้วหรือไม่
ไม่ควรสรุปเช่นนั้นทันที การติดต่อจากกรมสรรพากรอาจเกิดได้หลายเหตุ ตั้งแต่การขอข้อมูลเพิ่มเติม การตรวจความสอดคล้องของแบบภาษี การตรวจสอบรายการบางประเภท การขอคืนภาษี ไปจนถึงการตรวจสอบภาษีอย่างเป็นทางการ
หนังสือแต่ละประเภทมีความหมายไม่เหมือนกัน เจ้าของกิจการจึงควรดูชื่อหนังสือ เลขที่หนังสือ หน่วยงานเจ้าของเรื่อง ชื่อเจ้าหน้าที่ วันนัด และรายการเอกสารที่ขอให้ละเอียด ก่อนตัดสินใจว่าจะต้องเตรียมตัวในระดับใด
หากกิจการมีเรื่องภาษีหลายประเภทหรือพบว่าการจัดโครงสร้างรายการเดิมอาจมีความเสี่ยง สามารถศึกษา รับวางแผนภาษี เพื่อวางระบบสำหรับรายการในอนาคตให้ชัดเจนขึ้น
.jpg)
เหตุที่สรรพากรอาจติดต่อหรือเรียกพบกิจการ
เช่น รายได้ ภาษีซื้อ ภาษีขาย หรือข้อมูลระหว่างแบบต่าง ๆ มีความแตกต่างที่ต้องชี้แจง
เจ้าหน้าที่อาจตรวจหลักฐานเพิ่มเติมก่อนพิจารณาคำขอคืน
ข้อมูลหัก ณ ที่จ่าย ใบกำกับภาษี หรือรายการของคู่ค้าอาจไม่ตรงกับข้อมูลที่กิจการยื่นไว้
เงินกู้ยืม เงินทดรอง หรือการโอนระหว่างบริษัทกับกรรมการอาจต้องมีคำอธิบายและหลักฐาน
เจ้าหน้าที่อาจต้องการตรวจว่ากิจการประกอบธุรกิจตามข้อมูลทะเบียนและแบบภาษีจริงหรือไม่
อาจต้องให้กิจการนำข้อมูลหรือหลักฐานเพิ่มเติมมาชี้แจง
ได้รับหนังสือจากสรรพากร ขั้นแรกควรดูอะไร
- ชื่อและเลขที่หนังสือ
- สำนักงานสรรพากรที่ออกหนังสือ
- ชื่อและช่องทางติดต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ
- เหตุหรือประเด็นที่ต้องการให้ชี้แจง
- ปีภาษีหรือเดือนภาษีที่เกี่ยวข้อง
- รายการเอกสารที่ต้องเตรียม
- วัน เวลา และสถานที่นัด
- เงื่อนไขกรณีต้องการมอบอำนาจ
ก่อนส่งเอกสารควรทำสำเนาหรือสแกนเก็บไว้ และตรวจว่าเอกสารมีรายละเอียดครบ หากพบว่าเอกสารค่าใช้จ่ายบางส่วนไม่มีหลักฐาน สามารถใช้บทความ เอกสารประกอบการบันทึกบัญชีค่าใช้จ่าย เป็นแนวทางตรวจสิ่งที่ขาด
ได้รับหนังสือสรรพากรแล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าต้องเตรียมอะไร?
เริ่มจากตรวจหนังสือ ประเด็นที่ถูกถาม และเอกสารบัญชีที่เกี่ยวข้องก่อนวันเข้าพบ
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc.jpg)
รับมืออย่างไรเมื่อถูกสรรพากรเรียกพบ
แนวทางที่สำคัญคือไม่เพิกเฉยต่อหนังสือ และไม่ตอบจากความจำโดยยังไม่ได้ตรวจข้อมูล กรมสรรพากรระบุว่าผู้เสียภาษีมีหน้าที่ให้ความร่วมมือเมื่อได้รับหนังสือเชิญพบ หนังสือขอเอกสาร หรือหมายเรียก
อ่านให้ทราบว่าเป็นการเชิญพบ ขอข้อมูล หรือหมายเรียก และเกี่ยวกับภาษีประเภทใด
เปรียบเทียบแบบภาษี บัญชี Statement และเอกสารกับประเด็นที่เจ้าหน้าที่สอบถาม
เรียงเอกสารตามหัวข้อและทำรายการกำกับ เพื่อให้ตอบคำถามได้เป็นลำดับ
ผู้เข้าพบควรเข้าใจที่มาของตัวเลขและข้อเท็จจริง ไม่ใช่เพียงถือแฟ้มเอกสารไปส่ง
กรณีมีประเด็นภาษีหรือกฎหมายซับซ้อน ควรให้ผู้ที่มีความรู้ช่วยตรวจข้อเท็จจริงก่อน
หลังเข้าพบควรสรุปประเด็น เอกสารที่ส่ง และข้อมูลที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม
เอกสารสูญหายก่อนถูกเรียกพบ ต้องทำอย่างไร
หากเจ้าหน้าที่ขอเอกสารที่กิจการหาไม่พบ ไม่ควรสร้างเอกสารย้อนหลังให้ดูเหมือนเอกสารต้นฉบับ ควรแจ้งข้อเท็จจริงแก่ผู้ทำบัญชีและดำเนินการขอสำเนาหรือใบแทนตามประเภทเอกสาร
เช่น ใบกำกับภาษีที่สูญหายควรติดต่อผู้ออกเพื่อดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และหากบัญชีหรือเอกสารประกอบการลงบัญชีสูญหายหรือเสียหายควรตรวจหน้าที่การแจ้ง DBD ด้วย สามารถอ่านรายละเอียดจาก เอกสารบัญชีสูญหายหรือเสียหาย
เอกสารที่มักใช้ชี้แจงกับสรรพากร
ต้องยึดรายการที่ระบุในหนังสือเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องนำเอกสารทุกอย่างของบริษัทไปทั้งหมด แต่ควรตรวจเอกสารที่เชื่อมโยงกับประเด็นเพื่อเตรียมพร้อมหากต้องอธิบายเพิ่มเติม
- แบบแสดงรายการภาษีที่เกี่ยวข้อง
- งบการเงินและรายละเอียดบัญชี
- ใบกำกับภาษีซื้อและใบกำกับภาษีขาย
- ใบเสร็จ ใบแจ้งหนี้ และหลักฐานรับ–จ่าย
- Statement ธนาคาร
- หนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย
- สัญญาซื้อขาย สัญญาบริการ หรือสัญญาเงินกู้
- ทะเบียนทรัพย์สินและเอกสารการซื้อทรัพย์สิน
- รายละเอียดเงินกรรมการหรือผู้ถือหุ้น
- เอกสารที่เจ้าหน้าที่ระบุในหนังสือโดยเฉพาะ
การมีบัญชีธนาคารบริษัทแยกจากบัญชีส่วนตัวช่วยให้ชี้แจงรายการได้ง่ายขึ้น หากกิจการยังใช้เงินปะปน สามารถดูแนวทางจากบทความ เปิดบัญชีบริษัทและจัดการเงินธุรกิจ

ถ้าไม่สะดวกวันนัด ควรทำอย่างไร
ไม่ควรปล่อยวันนัดผ่านไปโดยไม่ติดต่อ หากมีเหตุจำเป็นควรติดต่อเจ้าหน้าที่ตามข้อมูลที่ระบุไว้ในหนังสือล่วงหน้า อธิบายเหตุและสอบถามแนวทางดำเนินการหรือการเลื่อนนัดตามที่เจ้าหน้าที่เห็นสมควร
กรณีหนังสือมีสถานะเป็น “หมายเรียก” ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะประมวลรัษฎากรกำหนดอำนาจของเจ้าพนักงานในการเรียกผู้เสียภาษีและเอกสารที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ การเพิกเฉยอาจทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้น
สามารถให้สำนักงานบัญชีไปแทนได้หรือไม่
ขึ้นอยู่กับลักษณะหนังสือ ประเด็นที่ต้องตอบ และเงื่อนไขของการมอบอำนาจ บางเรื่องสามารถมีผู้รับมอบอำนาจหรือผู้ดูแลบัญชีไปดำเนินการ แต่บางประเด็นเจ้าหน้าที่อาจต้องการข้อมูลจากกรรมการหรือผู้เกี่ยวข้องโดยตรง
ผู้ไปชี้แจงแทนควรเข้าใจธุรกิจ ตัวเลข และเอกสารจริง ไม่ควรเลือกเพียงเพราะเป็นคนถือเอกสารได้ หากกิจการกำลังพิจารณาการใช้ผู้ให้บริการภายนอก สามารถอ่านเรื่อง Outsource งานบัญชี เพื่อกำหนดความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายให้ชัด
ต้องชี้แจงสรรพากร แต่ข้อมูลบัญชียังไม่เรียบร้อย?
ควรตรวจตัวเลขและเอกสารก่อนวันนัด เพื่อให้คำชี้แจงสอดคล้องกับข้อมูลที่กิจการเคยยื่นไว้
โทร 097-236-2994LINE: p2paccถ้าตรวจแล้วพบว่าบัญชีหรือภาษีผิด ควรทำอย่างไร
ควรแยกก่อนว่าความผิดเกิดจากอะไร เป็นการลงบัญชีผิด แบบภาษีไม่ตรง เอกสารขาด หรือมีรายการที่ตีความทางภาษีไม่ถูกต้อง จากนั้นประเมินวิธีแก้ไขตามภาษีประเภทนั้น ไม่ควรแก้ตัวเลขหลายจุดโดยไม่มีภาพรวม เพราะอาจทำให้ข้อมูลระหว่างบัญชีและแบบภาษียิ่งไม่ตรงกัน
เมื่อแก้รายการย้อนหลังแล้วควรวางระบบป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ โดยเฉพาะการอนุมัติรายการ การเก็บเอกสาร และการตรวจแบบก่อนยื่น สามารถใช้บริการ รับวางระบบบัญชี เพื่อจัด Workflow ให้ตรวจสอบได้ตั้งแต่ต้นทาง
ภาษีย้อนหลัง เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อไร
หากการตรวจสอบพบว่ามีภาษีที่ต้องชำระเพิ่มเติม เจ้าพนักงานอาจประเมินภาษีตามข้อเท็จจริงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยจำนวนที่ต้องชำระอาจประกอบด้วยภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มตามประเภทภาษีและสาเหตุของการประเมิน
ประมวลรัษฎากรมีหลักเรื่องเงินเพิ่มในหลายกรณี โดยตัวอย่างหลักทั่วไปในมาตรา 27 คือเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีที่ชำระล่าช้า แต่การคำนวณจริงต้องดูภาษีประเภทนั้น ระยะเวลา และบทบัญญัติที่ใช้กับกรณีของกิจการ ไม่ควรคำนวณจากตัวเลขทั่วไปเพียงอย่างเดียว
ได้รับหนังสือแจ้งการประเมิน ไม่เห็นด้วยทำอย่างไร
ต้องแยก “หนังสือเชิญพบ” ออกจาก “หนังสือแจ้งการประเมิน” เพราะสิทธิและขั้นตอนต่างกัน หากได้รับแจ้งการประเมินจากเจ้าพนักงานและเห็นว่าการประเมินไม่ถูกต้อง ผู้เสียภาษีมีช่องทางอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากร
กำหนดเวลา 30 วันสำคัญมาก
โดยหลัก หากประสงค์จะคัดค้านการประเมิน ต้องยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน จึงควรบันทึกวันที่ได้รับหนังสือและรีบตรวจข้อเท็จจริงโดยไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไป
หากประเด็นเกี่ยวข้องกับตัวเลขในงบการเงิน ควรตรวจข้อมูลให้ตรงกับงานปลายปีด้วย สามารถอ่าน การปิดบัญชีและปิดงบการเงิน เพื่อทบทวนที่มาของยอดต่าง ๆ
.jpg)
ส่งเอกสารให้เจ้าหน้าที่ ควรทำหลักฐานรับ–ส่ง
หากมีการส่งต้นฉบับหรือเอกสารจำนวนมาก ควรทำรายการเอกสารกำกับไว้ เช่น ประเภทเอกสาร ช่วงเวลา จำนวนชุด และวันที่ส่ง พร้อมเก็บสำเนาหรือไฟล์สแกนไว้กับบริษัท
วิธีนี้ช่วยให้ทั้งบริษัทและผู้รับเอกสารทราบว่ามีการส่งอะไรไปแล้ว ลดความสับสนเมื่อมีการขอเอกสารเพิ่ม และหากต้องตรวจข้อมูลย้อนหลังจะค้นหาได้ง่ายขึ้น
สรรพากรเรียกพบแล้ว ยังทำธุรกิจต่อได้หรือไม่
โดยทั่วไป การได้รับหนังสือเชิญพบหรือการอยู่ระหว่างตรวจสอบภาษีไม่ได้ทำให้กิจการต้องหยุดประกอบธุรกิจโดยอัตโนมัติ สิ่งที่ควรทำคือแยกงานสองส่วนออกจากกัน คือแก้ไขเรื่องย้อนหลังให้เรียบร้อย และดูแลบัญชีกับภาษีของเดือนปัจจุบันให้เดินต่ออย่างถูกต้อง
ไม่ควรทุ่มเวลาทั้งหมดไปกับเรื่องย้อนหลังจนลืมยื่นภาษีเดือนใหม่ เพราะจะทำให้ปัญหาเดิมเกิดซ้ำ สิ่งที่พบจากการตรวจควรถูกนำกลับมาเป็นข้อมูลในการปรับระบบภายในบริษัท
หลังผ่านการตรวจ ควรปรับระบบอะไรบ้าง
- กำหนดวันส่งเอกสารให้ผู้ทำบัญชีทุกเดือน
- แยกเงินบริษัทออกจากเงินส่วนตัว
- ตรวจยอดขายกับเงินเข้าธนาคารเป็นประจำ
- ตรวจภาษีซื้อและภาษีขายก่อนยื่นแบบ
- ทำทะเบียนสัญญาและรายการสำคัญ
- กำหนดวิธีบันทึกเงินกรรมการและผู้ถือหุ้นให้ชัดเจน
- สแกนและสำรองเอกสารสำคัญ
- กระทบยอดธนาคาร ลูกหนี้ และเจ้าหนี้ทุกเดือน
- ทบทวนประเด็นภาษีก่อนทำรายการที่มีมูลค่าสูง
หากต้องการเข้าใจว่าผู้ทำบัญชี สำนักงานบัญชี และผู้สอบบัญชีมีบทบาทต่างกันอย่างไร สามารถอ่าน สำนักงานบัญชีมีงานอะไรบ้าง เพื่อกำหนดผู้รับผิดชอบในแต่ละส่วนให้เหมาะกับธุรกิจ
เมื่อใดควรให้ผู้สอบบัญชีช่วยตรวจข้อมูล
หากประเด็นที่ถูกตรวจเชื่อมกับงบการเงินหรือยอดบัญชีหลายรายการ อาจต้องประสานข้อมูลกับผู้สอบบัญชีที่เกี่ยวข้องกับงบของกิจการ เพื่อดูว่าข้อมูลที่เคยใช้ประกอบการตรวจสอบเป็นอย่างไร
สามารถศึกษาเพิ่มเติมจากบริการ รับตรวจสอบบัญชี เพื่อเข้าใจว่าการตรวจสอบงบแตกต่างจากการตรวจสอบภาษีของกรมสรรพากรอย่างไร
.jpg)
5 เรื่องที่ไม่ควรทำเมื่อสรรพากรเรียกพบ
- ไม่เปิดอ่านหรือเมินหนังสือ เพราะอาจพลาดวันนัดหรือกำหนดเวลาที่สำคัญ
- ตอบข้อมูลจากความจำโดยไม่ตรวจบัญชี เพราะคำอธิบายอาจไม่ตรงกับเอกสารที่ยื่นไว้
- สร้างเอกสารย้อนหลังไม่ตรงข้อเท็จจริง ควรใช้เอกสารจริงหรือเอกสารทดแทนที่ถูกต้อง
- ส่งต้นฉบับโดยไม่มีรายการรับ–ส่ง ควรทำสำเนาและทะเบียนกำกับทุกครั้ง
- หยุดดูแลภาษีปัจจุบัน เรื่องย้อนหลังต้องแก้ แต่หน้าที่ภาษีปัจจุบันยังต้องดำเนินต่อไป
สรรพากรเรียกพบ ปัญหาควรแก้จากข้อมูลจริง
ตรวจหนังสือ ตรวจบัญชี เตรียมเอกสาร และแยกประเด็นให้ชัดก่อนชี้แจง
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc.jpg)
คำถามที่พบบ่อย
สรรพากรเรียกพบ แปลว่าทำผิดแล้วหรือไม่?
ไม่จำเป็น ต้องดูประเภทหนังสือและประเด็นที่เจ้าหน้าที่ต้องการตรวจสอบก่อน บางกรณีเป็นการขอข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติมเท่านั้น
ได้รับหนังสือแล้วควรติดต่อใครก่อน?
ควรแจ้งผู้ดูแลบัญชีหรือภาษีของกิจการ และหากต้องสอบถามรายละเอียดของหนังสือให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตามช่องทางที่ระบุไว้ในหนังสือ
ไม่สะดวกวันนัด สามารถขอเลื่อนได้หรือไม่?
ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า แจ้งเหตุขัดข้อง และสอบถามแนวทางตามหนังสือหรือดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ไม่ควรปล่อยวันนัดผ่านไปโดยไม่ติดต่อ
ถูกประเมินภาษีแล้ว อุทธรณ์ได้หรือไม่?
หากเป็นหนังสือแจ้งการประเมินและไม่เห็นด้วย โดยหลักสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน
ถูกสรรพากรเรียกพบแล้วยังทำธุรกิจต่อได้หรือไม่?
โดยทั่วไปยังดำเนินธุรกิจต่อได้ ควรจัดการประเด็นย้อนหลังพร้อมกับดูแลบัญชีและภาษีของงวดปัจจุบันให้ถูกต้องต่อเนื่อง
สรุป สรรพากรเรียกพบ อย่าหนี แต่ก็ไม่ควรรีบตอบโดยยังไม่ตรวจข้อมูล
เมื่อได้รับหนังสือจากกรมสรรพากร ควรเริ่มจากตรวจว่าเป็นหนังสือประเภทใด เกี่ยวกับภาษีช่วงไหน และต้องการเอกสารอะไร การให้ความร่วมมือพร้อมข้อมูลที่ถูกต้องช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจข้อเท็จจริงได้ตรงประเด็น และลดความสับสนจากการตอบข้อมูลไม่ตรงกับบัญชี
หากพบว่าบัญชีหรือภาษีเดิมมีข้อผิดพลาด ควรแก้จากข้อเท็จจริงและใช้เหตุการณ์นี้เป็นโอกาสปรับระบบเอกสาร การอนุมัติ การบันทึกบัญชี และการตรวจภาษีก่อนยื่น เพื่อไม่ให้ปัญหาเดิมกลับมาเกิดอีก
ได้รับหนังสือสรรพากรและต้องการตรวจข้อมูลก่อนเข้าพบ?
สำนักงานบัญชี พีทูพีช่วยตรวจเอกสาร บัญชี และประเด็นภาษีเบื้องต้น เพื่อเตรียมข้อมูลให้เป็นระบบ
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc