views

ได้รับหนังสือจากสรรพากร อย่าเพิ่งสรุปว่าธุรกิจทำผิด เริ่มจากตรวจว่าเจ้าหน้าที่ต้องการทราบเรื่องอะไร

สรรพากรเรียกพบ ต้องทำอย่างไร เตรียมเอกสารและรับมือให้ถูกต้อง

เมื่อเจ้าของกิจการได้รับหนังสือ สรรพากรเรียกพบ ความรู้สึกแรกมักเป็นความกังวลว่าเกิดความผิดอะไรขึ้น ต้องเสียภาษีย้อนหลังหรือไม่ หรือจะมีเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามมามากเพียงใด แต่การได้รับหนังสือไม่ได้หมายความว่าธุรกิจถูกตัดสินว่าทำผิดแล้ว

สิ่งที่ควรทำคืออ่านหนังสือให้ละเอียด ตรวจว่าต้องการให้เข้าพบเพื่อเรื่องใด ต้องชี้แจงข้อมูลอะไร และขอเอกสารประเภทไหน จากนั้นตรวจบัญชีและภาษีของกิจการให้ตรงกับประเด็นก่อนวันนัด

หากบัญชีของกิจการมีผู้ดูแลอยู่แล้ว ควรแจ้งผู้ทำบัญชีทันทีเพื่อช่วยตรวจข้อมูล หากต้องการให้มีผู้ดูแลบัญชีและภาษีอย่างต่อเนื่องสามารถดูบริการ รับทำบัญชี เพื่อช่วยลดปัญหาข้อมูลกระจัดกระจายเมื่อต้องชี้แจงย้อนหลัง

✓ อ่านหนังสือให้ครบก่อนตอบหรือส่งเอกสาร
✓ ตรวจข้อมูลบัญชี ภาษี และเอกสารให้ตรงกัน
✓ ให้ความร่วมมือตามหนังสือเชิญพบ หนังสือขอเอกสาร หรือหมายเรียกที่ได้รับ
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc
สรรพากรเรียกพบ ต้องทำอย่างไร

สรรพากรเรียกพบ หมายความว่าธุรกิจทำผิดแล้วหรือไม่

ไม่ควรสรุปเช่นนั้นทันที การติดต่อจากกรมสรรพากรอาจเกิดได้หลายเหตุ ตั้งแต่การขอข้อมูลเพิ่มเติม การตรวจความสอดคล้องของแบบภาษี การตรวจสอบรายการบางประเภท การขอคืนภาษี ไปจนถึงการตรวจสอบภาษีอย่างเป็นทางการ

หนังสือแต่ละประเภทมีความหมายไม่เหมือนกัน เจ้าของกิจการจึงควรดูชื่อหนังสือ เลขที่หนังสือ หน่วยงานเจ้าของเรื่อง ชื่อเจ้าหน้าที่ วันนัด และรายการเอกสารที่ขอให้ละเอียด ก่อนตัดสินใจว่าจะต้องเตรียมตัวในระดับใด

หากกิจการมีเรื่องภาษีหลายประเภทหรือพบว่าการจัดโครงสร้างรายการเดิมอาจมีความเสี่ยง สามารถศึกษา รับวางแผนภาษี เพื่อวางระบบสำหรับรายการในอนาคตให้ชัดเจนขึ้น

เหตุที่สรรพากรเรียกพบผู้ประกอบการ

เหตุที่สรรพากรอาจติดต่อหรือเรียกพบกิจการ

ข้อมูลในแบบไม่สอดคล้องกัน

เช่น รายได้ ภาษีซื้อ ภาษีขาย หรือข้อมูลระหว่างแบบต่าง ๆ มีความแตกต่างที่ต้องชี้แจง

มีการขอคืนภาษี

เจ้าหน้าที่อาจตรวจหลักฐานเพิ่มเติมก่อนพิจารณาคำขอคืน

มีข้อมูลจากคู่ค้า

ข้อมูลหัก ณ ที่จ่าย ใบกำกับภาษี หรือรายการของคู่ค้าอาจไม่ตรงกับข้อมูลที่กิจการยื่นไว้

รายการกรรมการหรือผู้ถือหุ้น

เงินกู้ยืม เงินทดรอง หรือการโอนระหว่างบริษัทกับกรรมการอาจต้องมีคำอธิบายและหลักฐาน

ตรวจสภาพกิจการ

เจ้าหน้าที่อาจต้องการตรวจว่ากิจการประกอบธุรกิจตามข้อมูลทะเบียนและแบบภาษีจริงหรือไม่

เอกสารหรือแบบภาษีไม่ครบ

อาจต้องให้กิจการนำข้อมูลหรือหลักฐานเพิ่มเติมมาชี้แจง

ได้รับหนังสือจากสรรพากร ขั้นแรกควรดูอะไร

  • ชื่อและเลขที่หนังสือ
  • สำนักงานสรรพากรที่ออกหนังสือ
  • ชื่อและช่องทางติดต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ
  • เหตุหรือประเด็นที่ต้องการให้ชี้แจง
  • ปีภาษีหรือเดือนภาษีที่เกี่ยวข้อง
  • รายการเอกสารที่ต้องเตรียม
  • วัน เวลา และสถานที่นัด
  • เงื่อนไขกรณีต้องการมอบอำนาจ

ก่อนส่งเอกสารควรทำสำเนาหรือสแกนเก็บไว้ และตรวจว่าเอกสารมีรายละเอียดครบ หากพบว่าเอกสารค่าใช้จ่ายบางส่วนไม่มีหลักฐาน สามารถใช้บทความ เอกสารประกอบการบันทึกบัญชีค่าใช้จ่าย เป็นแนวทางตรวจสิ่งที่ขาด

ได้รับหนังสือสรรพากรแล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าต้องเตรียมอะไร?

เริ่มจากตรวจหนังสือ ประเด็นที่ถูกถาม และเอกสารบัญชีที่เกี่ยวข้องก่อนวันเข้าพบ

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc
เตรียมเอกสารเมื่อสรรพากรเรียกพบ

รับมืออย่างไรเมื่อถูกสรรพากรเรียกพบ

แนวทางที่สำคัญคือไม่เพิกเฉยต่อหนังสือ และไม่ตอบจากความจำโดยยังไม่ได้ตรวจข้อมูล กรมสรรพากรระบุว่าผู้เสียภาษีมีหน้าที่ให้ความร่วมมือเมื่อได้รับหนังสือเชิญพบ หนังสือขอเอกสาร หรือหมายเรียก

1. ตรวจหนังสือ

อ่านให้ทราบว่าเป็นการเชิญพบ ขอข้อมูล หรือหมายเรียก และเกี่ยวกับภาษีประเภทใด

2. ตรวจบัญชีภายใน

เปรียบเทียบแบบภาษี บัญชี Statement และเอกสารกับประเด็นที่เจ้าหน้าที่สอบถาม

3. เตรียมเอกสาร

เรียงเอกสารตามหัวข้อและทำรายการกำกับ เพื่อให้ตอบคำถามได้เป็นลำดับ

4. เตรียมคำอธิบาย

ผู้เข้าพบควรเข้าใจที่มาของตัวเลขและข้อเท็จจริง ไม่ใช่เพียงถือแฟ้มเอกสารไปส่ง

5. ขอคำแนะนำเมื่อจำเป็น

กรณีมีประเด็นภาษีหรือกฎหมายซับซ้อน ควรให้ผู้ที่มีความรู้ช่วยตรวจข้อเท็จจริงก่อน

6. บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้น

หลังเข้าพบควรสรุปประเด็น เอกสารที่ส่ง และข้อมูลที่ต้องนำส่งเพิ่มเติม

เอกสารสูญหายก่อนถูกเรียกพบ ต้องทำอย่างไร

หากเจ้าหน้าที่ขอเอกสารที่กิจการหาไม่พบ ไม่ควรสร้างเอกสารย้อนหลังให้ดูเหมือนเอกสารต้นฉบับ ควรแจ้งข้อเท็จจริงแก่ผู้ทำบัญชีและดำเนินการขอสำเนาหรือใบแทนตามประเภทเอกสาร

เช่น ใบกำกับภาษีที่สูญหายควรติดต่อผู้ออกเพื่อดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และหากบัญชีหรือเอกสารประกอบการลงบัญชีสูญหายหรือเสียหายควรตรวจหน้าที่การแจ้ง DBD ด้วย สามารถอ่านรายละเอียดจาก เอกสารบัญชีสูญหายหรือเสียหาย

เอกสารที่มักใช้ชี้แจงกับสรรพากร

ต้องยึดรายการที่ระบุในหนังสือเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องนำเอกสารทุกอย่างของบริษัทไปทั้งหมด แต่ควรตรวจเอกสารที่เชื่อมโยงกับประเด็นเพื่อเตรียมพร้อมหากต้องอธิบายเพิ่มเติม

  • แบบแสดงรายการภาษีที่เกี่ยวข้อง
  • งบการเงินและรายละเอียดบัญชี
  • ใบกำกับภาษีซื้อและใบกำกับภาษีขาย
  • ใบเสร็จ ใบแจ้งหนี้ และหลักฐานรับ–จ่าย
  • Statement ธนาคาร
  • หนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย
  • สัญญาซื้อขาย สัญญาบริการ หรือสัญญาเงินกู้
  • ทะเบียนทรัพย์สินและเอกสารการซื้อทรัพย์สิน
  • รายละเอียดเงินกรรมการหรือผู้ถือหุ้น
  • เอกสารที่เจ้าหน้าที่ระบุในหนังสือโดยเฉพาะ

การมีบัญชีธนาคารบริษัทแยกจากบัญชีส่วนตัวช่วยให้ชี้แจงรายการได้ง่ายขึ้น หากกิจการยังใช้เงินปะปน สามารถดูแนวทางจากบทความ เปิดบัญชีบริษัทและจัดการเงินธุรกิจ

เอกสารสำหรับชี้แจงสรรพากร

ถ้าไม่สะดวกวันนัด ควรทำอย่างไร

ไม่ควรปล่อยวันนัดผ่านไปโดยไม่ติดต่อ หากมีเหตุจำเป็นควรติดต่อเจ้าหน้าที่ตามข้อมูลที่ระบุไว้ในหนังสือล่วงหน้า อธิบายเหตุและสอบถามแนวทางดำเนินการหรือการเลื่อนนัดตามที่เจ้าหน้าที่เห็นสมควร

กรณีหนังสือมีสถานะเป็น “หมายเรียก” ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะประมวลรัษฎากรกำหนดอำนาจของเจ้าพนักงานในการเรียกผู้เสียภาษีและเอกสารที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ การเพิกเฉยอาจทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้น

สามารถให้สำนักงานบัญชีไปแทนได้หรือไม่

ขึ้นอยู่กับลักษณะหนังสือ ประเด็นที่ต้องตอบ และเงื่อนไขของการมอบอำนาจ บางเรื่องสามารถมีผู้รับมอบอำนาจหรือผู้ดูแลบัญชีไปดำเนินการ แต่บางประเด็นเจ้าหน้าที่อาจต้องการข้อมูลจากกรรมการหรือผู้เกี่ยวข้องโดยตรง

ผู้ไปชี้แจงแทนควรเข้าใจธุรกิจ ตัวเลข และเอกสารจริง ไม่ควรเลือกเพียงเพราะเป็นคนถือเอกสารได้ หากกิจการกำลังพิจารณาการใช้ผู้ให้บริการภายนอก สามารถอ่านเรื่อง Outsource งานบัญชี เพื่อกำหนดความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายให้ชัด

ต้องชี้แจงสรรพากร แต่ข้อมูลบัญชียังไม่เรียบร้อย?

ควรตรวจตัวเลขและเอกสารก่อนวันนัด เพื่อให้คำชี้แจงสอดคล้องกับข้อมูลที่กิจการเคยยื่นไว้

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

ถ้าตรวจแล้วพบว่าบัญชีหรือภาษีผิด ควรทำอย่างไร

ควรแยกก่อนว่าความผิดเกิดจากอะไร เป็นการลงบัญชีผิด แบบภาษีไม่ตรง เอกสารขาด หรือมีรายการที่ตีความทางภาษีไม่ถูกต้อง จากนั้นประเมินวิธีแก้ไขตามภาษีประเภทนั้น ไม่ควรแก้ตัวเลขหลายจุดโดยไม่มีภาพรวม เพราะอาจทำให้ข้อมูลระหว่างบัญชีและแบบภาษียิ่งไม่ตรงกัน

เมื่อแก้รายการย้อนหลังแล้วควรวางระบบป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ โดยเฉพาะการอนุมัติรายการ การเก็บเอกสาร และการตรวจแบบก่อนยื่น สามารถใช้บริการ รับวางระบบบัญชี เพื่อจัด Workflow ให้ตรวจสอบได้ตั้งแต่ต้นทาง

ภาษีย้อนหลัง เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อไร

หากการตรวจสอบพบว่ามีภาษีที่ต้องชำระเพิ่มเติม เจ้าพนักงานอาจประเมินภาษีตามข้อเท็จจริงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยจำนวนที่ต้องชำระอาจประกอบด้วยภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มตามประเภทภาษีและสาเหตุของการประเมิน

ประมวลรัษฎากรมีหลักเรื่องเงินเพิ่มในหลายกรณี โดยตัวอย่างหลักทั่วไปในมาตรา 27 คือเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีที่ชำระล่าช้า แต่การคำนวณจริงต้องดูภาษีประเภทนั้น ระยะเวลา และบทบัญญัติที่ใช้กับกรณีของกิจการ ไม่ควรคำนวณจากตัวเลขทั่วไปเพียงอย่างเดียว

ได้รับหนังสือแจ้งการประเมิน ไม่เห็นด้วยทำอย่างไร

ต้องแยก “หนังสือเชิญพบ” ออกจาก “หนังสือแจ้งการประเมิน” เพราะสิทธิและขั้นตอนต่างกัน หากได้รับแจ้งการประเมินจากเจ้าพนักงานและเห็นว่าการประเมินไม่ถูกต้อง ผู้เสียภาษีมีช่องทางอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากร

กำหนดเวลา 30 วันสำคัญมาก

โดยหลัก หากประสงค์จะคัดค้านการประเมิน ต้องยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน จึงควรบันทึกวันที่ได้รับหนังสือและรีบตรวจข้อเท็จจริงโดยไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไป

หากประเด็นเกี่ยวข้องกับตัวเลขในงบการเงิน ควรตรวจข้อมูลให้ตรงกับงานปลายปีด้วย สามารถอ่าน การปิดบัญชีและปิดงบการเงิน เพื่อทบทวนที่มาของยอดต่าง ๆ

ภาษีย้อนหลังและการชี้แจงสรรพากร

ส่งเอกสารให้เจ้าหน้าที่ ควรทำหลักฐานรับ–ส่ง

หากมีการส่งต้นฉบับหรือเอกสารจำนวนมาก ควรทำรายการเอกสารกำกับไว้ เช่น ประเภทเอกสาร ช่วงเวลา จำนวนชุด และวันที่ส่ง พร้อมเก็บสำเนาหรือไฟล์สแกนไว้กับบริษัท

วิธีนี้ช่วยให้ทั้งบริษัทและผู้รับเอกสารทราบว่ามีการส่งอะไรไปแล้ว ลดความสับสนเมื่อมีการขอเอกสารเพิ่ม และหากต้องตรวจข้อมูลย้อนหลังจะค้นหาได้ง่ายขึ้น

สรรพากรเรียกพบแล้ว ยังทำธุรกิจต่อได้หรือไม่

โดยทั่วไป การได้รับหนังสือเชิญพบหรือการอยู่ระหว่างตรวจสอบภาษีไม่ได้ทำให้กิจการต้องหยุดประกอบธุรกิจโดยอัตโนมัติ สิ่งที่ควรทำคือแยกงานสองส่วนออกจากกัน คือแก้ไขเรื่องย้อนหลังให้เรียบร้อย และดูแลบัญชีกับภาษีของเดือนปัจจุบันให้เดินต่ออย่างถูกต้อง

ไม่ควรทุ่มเวลาทั้งหมดไปกับเรื่องย้อนหลังจนลืมยื่นภาษีเดือนใหม่ เพราะจะทำให้ปัญหาเดิมเกิดซ้ำ สิ่งที่พบจากการตรวจควรถูกนำกลับมาเป็นข้อมูลในการปรับระบบภายในบริษัท

หลังผ่านการตรวจ ควรปรับระบบอะไรบ้าง

  • กำหนดวันส่งเอกสารให้ผู้ทำบัญชีทุกเดือน
  • แยกเงินบริษัทออกจากเงินส่วนตัว
  • ตรวจยอดขายกับเงินเข้าธนาคารเป็นประจำ
  • ตรวจภาษีซื้อและภาษีขายก่อนยื่นแบบ
  • ทำทะเบียนสัญญาและรายการสำคัญ
  • กำหนดวิธีบันทึกเงินกรรมการและผู้ถือหุ้นให้ชัดเจน
  • สแกนและสำรองเอกสารสำคัญ
  • กระทบยอดธนาคาร ลูกหนี้ และเจ้าหนี้ทุกเดือน
  • ทบทวนประเด็นภาษีก่อนทำรายการที่มีมูลค่าสูง

หากต้องการเข้าใจว่าผู้ทำบัญชี สำนักงานบัญชี และผู้สอบบัญชีมีบทบาทต่างกันอย่างไร สามารถอ่าน สำนักงานบัญชีมีงานอะไรบ้าง เพื่อกำหนดผู้รับผิดชอบในแต่ละส่วนให้เหมาะกับธุรกิจ

เมื่อใดควรให้ผู้สอบบัญชีช่วยตรวจข้อมูล

หากประเด็นที่ถูกตรวจเชื่อมกับงบการเงินหรือยอดบัญชีหลายรายการ อาจต้องประสานข้อมูลกับผู้สอบบัญชีที่เกี่ยวข้องกับงบของกิจการ เพื่อดูว่าข้อมูลที่เคยใช้ประกอบการตรวจสอบเป็นอย่างไร

สามารถศึกษาเพิ่มเติมจากบริการ รับตรวจสอบบัญชี เพื่อเข้าใจว่าการตรวจสอบงบแตกต่างจากการตรวจสอบภาษีของกรมสรรพากรอย่างไร

วางระบบบัญชีหลังถูกสรรพากรเรียกพบ

5 เรื่องที่ไม่ควรทำเมื่อสรรพากรเรียกพบ

  1. ไม่เปิดอ่านหรือเมินหนังสือ เพราะอาจพลาดวันนัดหรือกำหนดเวลาที่สำคัญ
  2. ตอบข้อมูลจากความจำโดยไม่ตรวจบัญชี เพราะคำอธิบายอาจไม่ตรงกับเอกสารที่ยื่นไว้
  3. สร้างเอกสารย้อนหลังไม่ตรงข้อเท็จจริง ควรใช้เอกสารจริงหรือเอกสารทดแทนที่ถูกต้อง
  4. ส่งต้นฉบับโดยไม่มีรายการรับ–ส่ง ควรทำสำเนาและทะเบียนกำกับทุกครั้ง
  5. หยุดดูแลภาษีปัจจุบัน เรื่องย้อนหลังต้องแก้ แต่หน้าที่ภาษีปัจจุบันยังต้องดำเนินต่อไป

สรรพากรเรียกพบ ปัญหาควรแก้จากข้อมูลจริง

ตรวจหนังสือ ตรวจบัญชี เตรียมเอกสาร และแยกประเด็นให้ชัดก่อนชี้แจง

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc
สำนักงานบัญชี พีทูพี ปรึกษาปัญหาสรรพากร

คำถามที่พบบ่อย

สรรพากรเรียกพบ แปลว่าทำผิดแล้วหรือไม่?

ไม่จำเป็น ต้องดูประเภทหนังสือและประเด็นที่เจ้าหน้าที่ต้องการตรวจสอบก่อน บางกรณีเป็นการขอข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติมเท่านั้น

ได้รับหนังสือแล้วควรติดต่อใครก่อน?

ควรแจ้งผู้ดูแลบัญชีหรือภาษีของกิจการ และหากต้องสอบถามรายละเอียดของหนังสือให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตามช่องทางที่ระบุไว้ในหนังสือ

ไม่สะดวกวันนัด สามารถขอเลื่อนได้หรือไม่?

ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า แจ้งเหตุขัดข้อง และสอบถามแนวทางตามหนังสือหรือดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ไม่ควรปล่อยวันนัดผ่านไปโดยไม่ติดต่อ

ถูกประเมินภาษีแล้ว อุทธรณ์ได้หรือไม่?

หากเป็นหนังสือแจ้งการประเมินและไม่เห็นด้วย โดยหลักสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน

ถูกสรรพากรเรียกพบแล้วยังทำธุรกิจต่อได้หรือไม่?

โดยทั่วไปยังดำเนินธุรกิจต่อได้ ควรจัดการประเด็นย้อนหลังพร้อมกับดูแลบัญชีและภาษีของงวดปัจจุบันให้ถูกต้องต่อเนื่อง

สรุป สรรพากรเรียกพบ อย่าหนี แต่ก็ไม่ควรรีบตอบโดยยังไม่ตรวจข้อมูล

เมื่อได้รับหนังสือจากกรมสรรพากร ควรเริ่มจากตรวจว่าเป็นหนังสือประเภทใด เกี่ยวกับภาษีช่วงไหน และต้องการเอกสารอะไร การให้ความร่วมมือพร้อมข้อมูลที่ถูกต้องช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจข้อเท็จจริงได้ตรงประเด็น และลดความสับสนจากการตอบข้อมูลไม่ตรงกับบัญชี

หากพบว่าบัญชีหรือภาษีเดิมมีข้อผิดพลาด ควรแก้จากข้อเท็จจริงและใช้เหตุการณ์นี้เป็นโอกาสปรับระบบเอกสาร การอนุมัติ การบันทึกบัญชี และการตรวจภาษีก่อนยื่น เพื่อไม่ให้ปัญหาเดิมกลับมาเกิดอีก

ได้รับหนังสือสรรพากรและต้องการตรวจข้อมูลก่อนเข้าพบ?

สำนักงานบัญชี พีทูพีช่วยตรวจเอกสาร บัญชี และประเด็นภาษีเบื้องต้น เพื่อเตรียมข้อมูลให้เป็นระบบ

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

บทความที่น่าสนใจ