views

บัญชีคลินิกที่ดีต้องมองเห็นทั้งรายได้ คอร์ส ต้นทุน สต๊อก บุคลากร และภาษีในภาพเดียวกัน

รับทำบัญชีคลินิกแพทย์ ทันตกรรม และเวชกรรมความงาม

ธุรกิจคลินิกมีรายละเอียดทางบัญชีมากกว่าการดูว่าในแต่ละวันมีคนไข้กี่รายหรือเงินเข้าบัญชีเท่าไร เพราะคลินิกอาจมีทั้งค่าตรวจ ค่ารักษา ค่าหัตถการ ค่ายา รายได้จากแพ็กเกจ เงินรับล่วงหน้า ค่าตอบแทนแพทย์ ต้นทุนเวชภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายจากเครื่องมือทางการแพทย์เกิดขึ้นพร้อมกัน

การใช้บริการ รับทำบัญชีคลินิก จึงควรช่วยให้เจ้าของกิจการเห็นมากกว่ายอดภาษีที่ต้องยื่น แต่ควรตอบได้ว่ารายได้มาจากส่วนใด ต้นทุนส่วนไหนเพิ่มขึ้น คอร์สที่ขายไปยังมีภาระให้บริการอีกเท่าไร และเงินสดที่เห็นอยู่ในบัญชีเป็นกำไรจริงหรือยัง

หากต้องการผู้ดูแลบัญชีรายเดือน สามารถดูรายละเอียดบริการ รับทำบัญชี เพื่อจัดเอกสาร รายรับ รายจ่าย ภาษี และข้อมูลสำหรับปิดงบให้ต่อเนื่องตั้งแต่ต้น

✓ แยกรายได้ค่ารักษา คอร์ส แพ็กเกจ และรายได้ประเภทอื่นให้ชัด
✓ ติดตามยา เวชภัณฑ์ วัสดุ และต้นทุนต่อบริการ
✓ วิเคราะห์ VAT และภาษีจากลักษณะรายได้จริง ไม่เหมารวมทุกบริการ
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc
รับทำบัญชีคลินิกแพทย์ ทันตกรรม และเวชกรรมความงาม

ทำไมบัญชีคลินิกจึงต่างจากธุรกิจบริการทั่วไป

คลินิกแพทย์ ทันตกรรม และเวชกรรมความงามมีทั้งงานบริการทางวิชาชีพ รายได้ที่รับล่วงหน้า สินค้าหรือเวชภัณฑ์ และต้นทุนที่เกิดขึ้นต่อคนไข้แต่ละราย จึงไม่เหมาะกับการนำยอดเงินเข้า–ออกธนาคารมาบันทึกแบบรวมก้อนโดยไม่รู้ที่มาของรายการ

ตัวอย่างเช่น คนไข้ชำระเงินซื้อแพ็กเกจ 10 ครั้งในวันแรก เงินสดเข้าครบแล้ว แต่คลินิกยังมีภาระต้องให้บริการอีกหลายครั้ง หรือคลินิกได้รับเงินจากหัตถการหนึ่ง แต่ต้องใช้ยา เวชภัณฑ์ แพทย์ ผู้ช่วย และเครื่องมือหลายประเภท หากไม่แยกข้อมูลเหล่านี้ เจ้าของอาจเห็นยอดเงินสูงแต่ประเมินกำไรผิด

สำหรับคลินิกที่กำลังจัดระบบใหม่ สามารถใช้บริการ รับวางระบบบัญชี เพื่อเชื่อมข้อมูลหน้าร้าน ระบบนัดหมาย POS สต๊อก และงานบัญชีหลังบ้านเข้าด้วยกัน

สำนักงานบัญชีสำหรับคลินิกแพทย์และคลินิกความงาม

รายได้ของคลินิก มีอะไรบ้าง

รายได้คลินิกไม่ควรถูกรวมเป็นคำว่า “ค่าบริการ” เพียงบัญชีเดียว หากต้องการใช้ตัวเลขเพื่อบริหารกิจการ เพราะเจ้าของจะไม่รู้ว่ารายได้ส่วนใดสร้างกำไรและส่วนใดมีต้นทุนสูง

ค่าตรวจและค่ารักษา

รายได้จากบริการรักษาพยาบาลหรือบริการของผู้ประกอบวิชาชีพตามลักษณะกิจการ

ค่าหัตถการ

ควรแยกตามประเภทบริการเพื่อเปรียบเทียบรายได้กับยา วัสดุ และค่าตอบแทนที่เกี่ยวข้อง

คอร์สและแพ็กเกจ

ต้องติดตามทั้งจำนวนเงินที่รับและจำนวนครั้งหรือบริการที่ยังคงค้างให้ลูกค้า

ค่ายาและผลิตภัณฑ์

ควรจำแนกว่ารายการนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาหรือเป็นการจำหน่ายแยกต่างหาก

รายได้จาก Lab หรือบริการเสริม

ตรวจรูปแบบการให้บริการและสัญญากับผู้ให้บริการภายนอกก่อนบันทึก

รายได้อื่น

หากคลินิกมีรายได้อื่นนอกเหนือจากการรักษา ควรแยกบัญชีเพื่อวิเคราะห์ภาษีได้ชัด

ขายคอร์สได้เงินแล้ว ยังไม่ใช่เรื่องเดียวกับกำไร

คลินิกความงามและทันตกรรมจำนวนมากมีแพ็กเกจที่ลูกค้าชำระเงินล่วงหน้า เช่น คอร์สหลายครั้ง โปรแกรมระยะยาว หรือบริการที่ยังไม่ได้ใช้ครบ การมีเงินเข้าบัญชีแล้วจึงไม่ควรถูกตีความทันทีว่าเป็นกำไรทั้งหมดของวันนั้น

ระบบที่ดีควรรู้ว่าลูกค้าแต่ละรายซื้อคอร์สอะไร ใช้ไปแล้วกี่ครั้ง เหลืออีกกี่ครั้ง และคลินิกยังมีภาระให้บริการมูลค่าเท่าไร ข้อมูลนี้มีผลทั้งต่อการรับรู้รายได้ การวิเคราะห์กระแสเงินสด และการวัดกำไรของแต่ละเดือน

เอกสารของรายการควรเชื่อมโยงได้กับบัญชี หากต้องการดูหลักการจัดเอกสารค่าใช้จ่ายและหลักฐาน สามารถอ่าน เอกสารประกอบการบันทึกบัญชี

ยอดขายคลินิกเพิ่ม แต่ยังไม่เห็นกำไรชัด?

ลองแยกรายได้ คอร์ส ต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และค่าตอบแทนออกจากกันก่อน แล้วจึงดูผลประกอบการจริง

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc
บัญชีรายได้และต้นทุนของคลินิก

ต้นทุนคลินิก ไม่ได้มีเพียงค่ายา

หากต้องการรู้ว่าหัตถการหรือบริการใดทำกำไร ต้องรวบรวมต้นทุนที่เกี่ยวข้องให้ครบ ไม่ใช่ดูเฉพาะราคายาที่ใช้ต่อคนไข้ เพราะบริการหนึ่งอาจมีต้นทุนหลายรายการเกิดขึ้นพร้อมกัน

  • ยาและเวชภัณฑ์
  • วัสดุสิ้นเปลือง เช่น ถุงมือ เข็ม สำลี หรืออุปกรณ์เฉพาะงาน
  • ค่า Lab และค่าบริการภายนอก
  • ค่าตอบแทนแพทย์ ทันตแพทย์ และผู้ประกอบวิชาชีพ
  • ค่าผู้ช่วยและพนักงานที่เกี่ยวข้อง
  • ค่าเช่าสถานที่และค่าสาธารณูปโภค
  • ค่าเสื่อมราคาและค่าบำรุงรักษาเครื่องมือ
  • ค่าโปรแกรม ระบบนัดหมาย และ POS
  • ค่าการตลาดและ Commission
  • ต้นทุนของสาขาหรือพื้นที่ให้บริการ

เครื่องมือแพทย์ราคาแพง ต้องแยกจากค่าใช้จ่ายทั่วไป

คลินิกอาจลงทุนในเครื่องมือทางการแพทย์ เครื่องทันตกรรม เครื่องเลเซอร์ เก้าอี้ทำฟัน หรืออุปกรณ์มูลค่าสูง รายการเหล่านี้อาจมีลักษณะเป็นทรัพย์สินของกิจการ ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่รับรู้ทั้งหมดในครั้งเดียวเหมือนวัสดุสิ้นเปลือง

จึงควรมีทะเบียนทรัพย์สิน ระบุวันที่ซื้อ มูลค่า ที่ตั้ง ผู้รับผิดชอบ การซ่อมบำรุง และข้อมูลที่ใช้คำนวณค่าเสื่อมราคา รวมถึงควรตรวจทรัพย์สินจริงอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะคลินิกที่มีหลายสาขา

VAT คลินิก ต้องแยกตามลักษณะรายได้

บริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตและเข้าเงื่อนไขตามกฎหมายเป็นบริการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่เจ้าของคลินิกไม่ควรนำหลักนี้ไปสรุปว่ารายได้ทุกประเภทของกิจการได้รับยกเว้น VAT เหมือนกันทั้งหมด

สิ่งที่ต้องดูคือคลินิกได้รับอนุญาตในรูปแบบใด บริการเกิดขึ้นที่ใด ลักษณะบริการเป็นการรักษาพยาบาลหรือเป็นรายการอื่น และมีการขายสินค้าหรือบริการที่แยกออกจากการรักษาหรือไม่ โดยเฉพาะคลินิกเวชกรรมความงามที่มีรายได้หลากหลาย

หากมีรายได้หลายประเภทควรวิเคราะห์ก่อนออกเอกสารและยื่นแบบ สามารถใช้บริการ รับวางแผนภาษี เพื่อแยกรายการและหน้าที่ทางภาษีตามข้อเท็จจริงของคลินิก

ภาษีและบัญชีสำหรับคลินิกแพทย์

ค่าตอบแทนแพทย์และทันตแพทย์ ต้องดูจากความสัมพันธ์จริง

คลินิกแต่ละแห่งจ่ายค่าตอบแทนผู้ประกอบวิชาชีพไม่เหมือนกัน บางแห่งเป็นเงินเดือน บางแห่งคิดตามเวร บางแห่งแบ่งตามรายได้หรือหัตถการ และบางแห่งเป็นผู้ให้บริการอิสระ การใช้คำว่า “ค่าแพทย์” เหมือนกันจึงไม่ได้หมายความว่าทุกรายการต้องบันทึกและจัดการภาษีแบบเดียวกัน

ควรมีสัญญาหรือข้อตกลงที่สอดคล้องกับการทำงานจริง ระบุวิธีคำนวณค่าตอบแทน รอบจ่าย และหน้าที่ของแต่ละฝ่าย พร้อมเก็บตารางปฏิบัติงานและรายละเอียดประกอบยอดจ่ายเพื่อให้ตรวจสอบได้

ระบบรับเงินของคลินิกต้องกระทบยอดกันได้ทุกวัน

คลินิกอาจรับเงินหลายช่องทาง เช่น เงินสด QR โอนผ่านธนาคาร บัตรเครดิต หรือระบบผ่อนชำระ หากยอดใน POS ไม่ตรงกับยอดในระบบนัดหมายหรือ Statement การหาสาเหตุย้อนหลังจะยากขึ้นเรื่อย ๆ

ควรมีรายงานปิดยอดประจำวันอย่างน้อยประกอบด้วยยอดบริการ ยอดขายคอร์ส เงินสด เงินโอน บัตร ส่วนลด การยกเลิกรายการ และเงินรับล่วงหน้า แล้วเปรียบเทียบกับเงินที่เข้าจริง

การแยกบัญชีธนาคารบริษัทออกจากบัญชีส่วนตัวช่วยลดความสับสน สามารถอ่านเพิ่มเติมจาก เปิดบัญชีบริษัทและจัดระบบเงินรับ–จ่าย

คลินิกมีหลายช่องทางรับเงิน ควรตรวจยอดอย่างไร?

เชื่อมยอดหน้าร้าน POS บัตร โอนเงิน และ Statement ให้ตรวจสอบกันได้เป็นรายวันและรายเดือน

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

สต๊อกยาและเวชภัณฑ์ จุดที่กำไรคลินิกหายได้โดยไม่รู้ตัว

ยา เวชภัณฑ์ วัสดุทันตกรรม น้ำยา และของใช้เฉพาะทางอาจมีมูลค่าสูงและบางรายการมีวันหมดอายุ หากไม่มีการควบคุมตั้งแต่รับเข้า เบิกใช้ ไปจนถึงตรวจนับปลายเดือน เจ้าของกิจการจะไม่สามารถแยกได้ว่าต้นทุนที่สูงขึ้นเกิดจากจำนวนคนไข้เพิ่ม การสูญเสีย การหมดอายุ หรือการเบิกใช้ผิดปกติ

รับเข้าสต๊อก

ตรวจจำนวน Lot วันหมดอายุ ราคาซื้อ และเอกสารจากผู้ขาย

เบิกใช้

ควรผูกกับบริการหรือหน่วยงานเพื่อดูต้นทุนได้ชัดขึ้น

ตรวจนับ

เปรียบเทียบของจริงกับข้อมูลในระบบเป็นระยะ ไม่ควรรอสิ้นปี

สินค้าหมดอายุหรือเสียหาย

ควรมีเอกสารและขั้นตอนควบคุมก่อนปรับยอดออกจากระบบ

โปรแกรมบัญชีช่วยคลินิกได้อย่างไร

เมื่อคลินิกมีรายการเพิ่มขึ้น การใช้ Excel เพียงอย่างเดียวอาจเริ่มควบคุมยาก โดยเฉพาะเจ้าหนี้ ยอดค้างชำระ ทรัพย์สิน สต๊อก และการกระทบยอดบัญชี การใช้โปรแกรมบัญชีช่วยให้ข้อมูลถูกบันทึกเป็นระบบและค้นย้อนหลังง่ายขึ้น

แต่โปรแกรมอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ หากไม่กำหนดว่าใครเป็นผู้บันทึก ใครตรวจ และข้อมูลใดต้องส่งเข้าระบบ หากสนใจแนวทางใช้โปรแกรมสามารถดู โปรแกรมบัญชี Express เพื่อประกอบการวางระบบหลังบ้าน

ระบบบัญชีสำหรับคลินิกแพทย์และทันตกรรม

เอกสารที่คลินิกควรส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน

เอกสารรายรับ

  • รายงานยอดขายและรายรับประจำวัน
  • ใบเสร็จหรือเอกสารรับเงิน
  • รายงานคอร์สและแพ็กเกจที่ขาย
  • รายงานการใช้คอร์สหรือยอดคงเหลือ
  • ยอดรับผ่านบัตร QR และระบบออนไลน์

เอกสารรายจ่าย

  • ใบซื้อยาและเวชภัณฑ์
  • ค่า Lab และบริการภายนอก
  • ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าโทรศัพท์
  • ค่าการตลาดและโฆษณา
  • ค่าซ่อมและบำรุงรักษาเครื่องมือ
  • หลักฐานการซื้อทรัพย์สิน

เอกสารบุคลากร

  • Payroll และหลักฐานจ่ายเงินเดือน
  • รายละเอียดค่าตอบแทนแพทย์หรือทันตแพทย์
  • สัญญาหรือข้อตกลงค่าตอบแทน
  • ข้อมูลหักภาษี ณ ที่จ่าย
  • เอกสารประกันสังคมและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง

ภาษีเงินได้นิติบุคคลและ ภ.ง.ด.51 ของคลินิก

หากคลินิกดำเนินกิจการในรูปบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ต้องดูแลภาษีเงินได้นิติบุคคลตามผลประกอบการและเงื่อนไขของกิจการ รวมถึงการจัดทำบัญชีให้สามารถกระทบกับรายได้และค่าใช้จ่ายที่นำไปคำนวณภาษีได้

สำหรับ ภ.ง.ด.51 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีรอบระยะเวลาบัญชีไม่น้อยกว่า 12 เดือนมีหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ส่วนรอบบัญชีแรกที่สั้นกว่า 12 เดือน ไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 สำหรับรอบนั้น

ปลายปี คลินิกต้องเตรียมอะไรสำหรับปิดงบ

การปิดงบของคลินิกจะง่ายขึ้นมากหากระหว่างปีมีการกระทบยอดธนาคาร ติดตามคอร์สคงเหลือ ตรวจสต๊อก และบันทึกทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง เพราะรายการเหล่านี้มักเป็นจุดที่ต้องใช้ข้อมูลเพิ่มเมื่อถึงช่วงสิ้นปี

สำหรับบริษัทจำกัด งบการเงินต้องผ่านการตรวจสอบและเสนอให้ที่ประชุมใหญ่อนุมัติภายในกรอบเวลาตามกฎหมาย และนำส่งต่อนายทะเบียนภายในหนึ่งเดือนนับจากวันที่ได้รับอนุมัติ จึงไม่ควรรอถึงช่วงใกล้กำหนดแล้วค่อยเริ่มรวบรวมข้อมูล

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจากบทความ การปิดบัญชีและปิดงบการเงิน

ปิดงบและภาษีสำหรับธุรกิจคลินิก

ถ้าคลินิกมีหลายสาขา ต้องแยกข้อมูลอย่างไร

การขยายสาขาโดยใช้บัญชีรวมอย่างเดียวอาจทำให้เจ้าของรู้เพียงกำไรรวม แต่ไม่รู้ว่าสาขาใดสร้างผลตอบแทนจริง จึงควรออกแบบรหัสสาขา ศูนย์ต้นทุน หรือรายงานแยกเพื่อเปรียบเทียบรายได้และค่าใช้จ่าย

รายได้ต่อสาขา

ดูว่ารายได้เติบโตจากจำนวนลูกค้าหรือมูลค่าบริการต่อราย

ต้นทุนต่อสาขา

แยกยา เวชภัณฑ์ บุคลากร ค่าเช่า และค่าโฆษณาที่เกี่ยวข้อง

กำไรต่อบริการ

บริการยอดขายสูงอาจไม่ได้เป็นบริการที่มีกำไรสูงที่สุดเสมอไป

กระแสเงินสด

ตรวจว่าแต่ละสาขาสร้างเงินสดหรือใช้เงินจากสำนักงานใหญ่สนับสนุน

สำนักงานบัญชีสำหรับคลินิก ควรช่วยได้มากกว่ายื่นภาษี

บริการบัญชีสำหรับคลินิกควรช่วยตรวจความสัมพันธ์ของข้อมูล ไม่ใช่เพียงนำเอกสารที่ได้รับไปบันทึก เช่น ยอดขายต้องสัมพันธ์กับเงินรับ คอร์สขายต้องสัมพันธ์กับคอร์สคงเหลือ สต๊อกต้องสัมพันธ์กับต้นทุน และค่าตอบแทนต้องมีรายละเอียดที่ตรวจสอบกลับได้

หากต้องการทำความเข้าใจขอบเขตงานของสำนักงานบัญชี สามารถอ่าน สำนักงานบัญชีมีงานอะไรบ้าง เพื่อดูว่างานทำบัญชี ภาษี วางระบบ และงานสอบบัญชีแตกต่างกันอย่างไร

มีทีมบัญชีในคลินิกแล้ว ยังใช้สำนักงานบัญชีภายนอกได้หรือไม่

ได้ และเป็นรูปแบบที่พบได้ในธุรกิจที่กำลังเติบโต โดยพนักงานภายในอาจดูงานรับเงิน เจ้าหนี้ สต๊อก และเอกสารประจำวัน ส่วนสำนักงานบัญชีช่วยตรวจบัญชีรายเดือน ภาษี กระทบยอด และเตรียมข้อมูลปิดงบ

การแบ่งงานควรเขียนให้ชัดว่าใครรับผิดชอบข้อมูลใด กำหนดวันส่งเอกสารเมื่อไร และเมื่อพบรายการผิดปกติใครต้องเป็นผู้แก้ไข หากสนใจรูปแบบนี้สามารถดู Outsource งานบัญชี

คลินิกกำลังโต แต่ระบบบัญชีเริ่มตามไม่ทัน?

เริ่มจากจัดรายได้ คอร์ส สต๊อก ต้นทุน และการกระทบยอดให้ตรวจสอบได้ก่อนเพิ่มสาขาหรือเพิ่มบริการ

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

ก่อนเลือกสำนักงานบัญชีคลินิก ควรถามอะไรบ้าง

  • เข้าใจวิธีจัดการคอร์สและเงินรับล่วงหน้าหรือไม่
  • สามารถช่วยออกแบบรายงานแยกรายได้และต้นทุนได้หรือไม่
  • เข้าใจความแตกต่างของรายได้ที่อาจเกี่ยวข้องกับ VAT หรือไม่
  • มีวิธีรับ–ส่งเอกสารและติดตามสิ่งที่ขาดอย่างไร
  • กระทบยอดธนาคารและรายงานรายรับเป็นประจำหรือไม่
  • ช่วยตรวจสต๊อกหรือออกแบบวิธีเชื่อมสต๊อกกับบัญชีได้หรือไม่
  • ค่าบริการรวมปิดงบและประสานงานผู้สอบบัญชีหรือไม่
  • เจ้าของกิจการได้รับรายงานอะไรในแต่ละเดือน

งานสอบบัญชีกับงานทำบัญชีคลินิก เป็นคนละส่วน

ผู้ทำบัญชีเป็นผู้จัดทำและดูแลข้อมูลบัญชีของกิจการ ขณะที่ผู้สอบบัญชีมีบทบาทตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นเมื่อเลือกบริการควรถามให้ชัดว่าค่าบริการส่วนใดเป็นค่าทำบัญชีและส่วนใดเกี่ยวกับงานสอบบัญชี

หากต้องการดูรายละเอียดของงานส่วนนี้ สามารถศึกษา รับตรวจสอบบัญชี เพื่อเตรียมเอกสารและข้อมูลก่อนถึงช่วงปิดงบ

สำนักงานบัญชี พีทูพี รับทำบัญชีคลินิก

คำถามที่พบบ่อย

คลินิกทุกแห่งได้รับยกเว้น VAT ทั้งหมดหรือไม่?

ไม่ควรเหมารวม ต้องดูว่าเป็นบริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลที่เข้าเงื่อนไขหรือเป็นรายได้ประเภทอื่นของกิจการ จึงควรแยกรายได้ก่อนวิเคราะห์ VAT

เงินขายคอร์สต้องลงเป็นรายได้ทันทีทั้งหมดหรือไม่?

ควรพิจารณาตามข้อเท็จจริง เงื่อนไขแพ็กเกจ และภาระที่คลินิกยังต้องให้บริการ การรับเงินครบไม่ได้หมายความว่าทุกกรณีต้องสะท้อนเป็นกำไรทันทีทั้งหมด

คลินิกจำเป็นต้องทำสต๊อกหรือไม่?

ควรมีระบบควบคุมยา เวชภัณฑ์ และวัสดุที่มีมูลค่า เพราะมีผลต่อต้นทุน กำไร ของหมดอายุ และการตรวจสอบความแตกต่างระหว่างยอดในระบบกับของจริง

คลินิกมีหลายสาขา ควรทำบัญชีรวมได้หรือไม่?

ในระดับนิติบุคคลอาจมีบัญชีรวม แต่เพื่อการบริหารควรแยกข้อมูลตามสาขาหรือศูนย์ต้นทุน เพื่อดูรายได้ ค่าใช้จ่าย และกำไรของแต่ละสาขาได้

คลินิกควรส่งเอกสารให้สำนักงานบัญชีเมื่อไร?

ควรส่งเป็นรอบประจำทุกเดือน ไม่ควรรอสะสมถึงปลายปี เพราะเอกสารคอร์ส สต๊อก รายรับ และค่าตอบแทนบุคลากรจะติดตามย้อนหลังได้ยากขึ้น

สรุป รับทำบัญชีคลินิก ต้องทำให้ตัวเลขใช้บริหารธุรกิจได้จริง

บัญชีของคลินิกแพทย์ ทันตกรรม และเวชกรรมความงามควรเริ่มตั้งแต่การจัดรายรับหน้าร้าน แยกคอร์สและเงินรับล่วงหน้า ควบคุมยาและเวชภัณฑ์ จัดเอกสารค่าตอบแทนบุคลากร ไปจนถึงการวิเคราะห์ภาษีและจัดทำงบการเงิน

เมื่อข้อมูลเหล่านี้เชื่อมกัน เจ้าของคลินิกจะไม่ต้องบริหารจากยอดเงินในธนาคารเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเห็นต้นทุน กำไร ภาระคอร์ส และกระแสเงินสดได้ชัดขึ้น ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญก่อนเพิ่มแพทย์ เพิ่มบริการ หรือขยายสาขา

กำลังมองหาสำนักงานบัญชีสำหรับคลินิก?

สำนักงานบัญชี พีทูพีช่วยดูแลบัญชี ภาษี เอกสาร และวางระบบหลังบ้านสำหรับคลินิกแพทย์ ทันตกรรม และเวชกรรมความงาม

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

บทความที่น่าสนใจ