ภาษีเงินได้นิติบุคคล ธุรกิจออนไลน์ ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 และ ภ.ง.ด.50 อย่างไร
เมื่อร้านค้าออนไลน์หรือธุรกิจดิจิทัลดำเนินกิจการในรูป บริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล รายได้จาก Shopee, Lazada, TikTok, Facebook, เว็บไซต์ หรือช่องทางออนไลน์อื่น ต้องนำมาบันทึกบัญชีและคำนวณ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามหลักเกณฑ์เช่นเดียวกับรายได้จากช่องทางอื่นของกิจการ
ภาษีสำคัญที่บริษัทควรรู้คือ ภ.ง.ด.51 สำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี และ ภ.ง.ด.50 สำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคลเมื่อสิ้นรอบบัญชี การยื่นแบบให้ถูกต้องจึงต้องเริ่มจากข้อมูลรายได้ ค่าใช้จ่าย เอกสาร และบัญชีที่ครบถ้วน ไม่ใช่ดูเฉพาะยอดเงินเข้าธนาคาร
.jpg)
ภาษีเงินได้นิติบุคคล คืออะไร
ภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นภาษีที่เรียกเก็บจากบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล และนิติบุคคลบางประเภทตามหลักเกณฑ์ของประมวลรัษฎากร โดยกรณีบริษัทและห้างหุ้นส่วนทั่วไป การคำนวณภาษีมักอ้างอิงจาก กำไรสุทธิทางภาษี
กำไรสุทธิทางภาษีไม่ได้หมายถึงยอดเงินคงเหลือในบัญชีธนาคาร และไม่ได้หมายถึงยอดกำไรที่เห็นจาก Marketplace โดยตรง แต่ต้องเริ่มจากรายได้และค่าใช้จ่ายทางบัญชี แล้วปรับปรุงรายการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ภาษีอากร
หากต้องการเข้าใจพื้นฐานของงานบัญชีก่อนคำนวณภาษี สามารถอ่าน บัญชีบริษัทต้องทำอะไรบ้าง และ บัญชีภาษีพื้นฐานสำหรับผู้ประกอบการ เพิ่มเติมได้
บริษัทขายออนไลน์ต้องนำรายได้อะไรมาเสียภาษี
รายได้จากการขายสินค้าและให้บริการของบริษัทต้องนำมาบันทึกตามข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะรับเงินผ่านช่องทางใด ตัวอย่างเช่น
- ยอดขายผ่าน Shopee และ Lazada
- ยอดขายผ่าน TikTok Shop
- ยอดขายจาก Facebook, LINE หรือ Social Commerce
- ยอดขายจากเว็บไซต์ของบริษัท
- ยอดขายหน้าร้าน
- รายได้จากค่าบริการ
- รายได้อื่นที่เกิดจากกิจการ
ข้อผิดพลาดที่พบได้คือใช้เฉพาะยอดเงินสุทธิที่แพลตฟอร์มโอนเข้าบัญชีธนาคารเป็นยอดขาย ทั้งที่แพลตฟอร์มอาจหักค่าธรรมเนียม ค่าขนส่ง ค่าบริการ หรือรายการอื่นก่อนโอน ดังนั้นยอดเงินรับสุทธิกับยอดรายได้ของกิจการอาจไม่เท่ากัน
เรื่องการจัดระบบรายได้ร้านออนไลน์สามารถอ่านต่อที่ บัญชีสำหรับร้านค้าออนไลน์ และ ภาษีขายออนไลน์ในยุค e-Payment
.jpg)
ภ.ง.ด.51 คืออะไร
ภ.ง.ด.51 เป็นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เข้าเกณฑ์ต้องยื่นภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลา 6 เดือนแรกของรอบบัญชี
สำหรับกิจการที่มีรอบบัญชี 1 มกราคมถึง 31 ธันวาคม ช่วง 6 เดือนแรกจะสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน จึงต้องนำข้อมูลและประมาณการตามหลักเกณฑ์มาพิจารณาเพื่อยื่น ภ.ง.ด.51 ภายในกำหนด
การยื่น ภ.ง.ด.51 ไม่ควรทำจากการเดาตัวเลขโดยไม่มีฐานข้อมูล เพราะหากประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินกว่าร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิจริงโดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจมีเงินเพิ่มตามกฎหมาย
รายละเอียดเฉพาะเรื่องนี้ควรแยกจากบทความทั่วไป หากต้องการดูแนวทางการจัดทำข้อมูลกลางปีสามารถอ่านบทความด้าน การทำบัญชีรายเดือนและรายปี เพื่อให้ข้อมูลกลางปีพร้อมใช้
ภ.ง.ด.50 คืออะไร
ภ.ง.ด.50 เป็นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลเมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องคำนวณภาษีจากผลประกอบการทั้งรอบบัญชี และยื่นภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีตามหลักเกณฑ์
ตัวเลขใน ภ.ง.ด.50 ต้องสอดคล้องกับบัญชีและงบการเงิน จึงควรมีการตรวจลูกหนี้ เจ้าหนี้ ธนาคาร สินค้าคงเหลือ ทรัพย์สิน รายได้ ค่าใช้จ่าย และรายการปรับปรุงก่อนคำนวณกำไรสุทธิทางภาษี
ขั้นตอนปิดบัญชีสามารถศึกษาได้ที่ การปิดบัญชีและปิดงบการเงิน และบทบาทของผู้สอบบัญชีอ่านได้ที่ CPA และ TA ต่างกันอย่างไร
ภ.ง.ด.51 กับ ภ.ง.ด.50 ต่างกันอย่างไร
ภ.ง.ด.51 — แบบภาษีครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี ใช้ข้อมูลและการคำนวณตามหลักเกณฑ์ของภาษีกลางปี
ภ.ง.ด.50 — แบบภาษีเมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ใช้ผลประกอบการทั้งรอบและข้อมูลหลังปิดบัญชี
ภาษีที่ชำระไว้ตาม ภ.ง.ด.51 สามารถนำมาพิจารณาเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีเมื่อยื่น ภ.ง.ด.50 ตามหลักเกณฑ์ ไม่ใช่การเสียภาษีซ้ำสองครั้งจากกำไรเดียวกัน
อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลทั่วไป
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทั่วไปเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิในอัตรา 20% ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร
อัตราภาษีสำหรับ SME ที่เข้าเงื่อนไข
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและให้บริการไม่เกิน 30 ล้านบาท อาจใช้อัตราภาษี SME ตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยมีอัตราดังนี้
- กำไรสุทธิไม่เกิน 300,000 บาท — ยกเว้นภาษี
- กำไรสุทธิส่วนที่เกิน 300,000 บาท แต่ไม่เกิน 3,000,000 บาท — 15%
- กำไรสุทธิส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท — 20%
การใช้สิทธิ SME ต้องตรวจคุณสมบัติของบริษัทในรอบบัญชีนั้น ไม่ควรใช้อัตรา 15% เพียงเพราะเรียกตนเองว่า “SME”
ค่าใช้จ่ายร้านค้าออนไลน์หักภาษีได้ทุกอย่างหรือไม่
ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทุกก้อนที่จ่ายจริงจะหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้โดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณาว่าเกี่ยวข้องกับกิจการ มีหลักฐานเพียงพอ และไม่เข้าลักษณะรายจ่ายต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร
ตัวอย่างค่าใช้จ่ายของธุรกิจออนไลน์ที่พบได้ เช่น ค่าสินค้า ค่าขนส่ง ค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าโฆษณา ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าจ้างพนักงาน และค่าบริการต่าง ๆ แต่ต้องตรวจเอกสารและภาษีที่เกี่ยวข้องกับแต่ละรายการ
กรณีจ่ายค่าบริการควรตรวจเรื่อง ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และหากบริษัทจด VAT ควรตรวจ ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT ควบคู่กัน
.jpg)
เอกสารอะไรควรเตรียมก่อนยื่นภาษีบริษัทออนไลน์
- รายงานยอดขายทุกช่องทาง
- Statement ของบัญชีธนาคารบริษัท
- รายงานการรับเงินจาก Marketplace
- รายงานค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของแพลตฟอร์ม
- เอกสารซื้อสินค้าและต้นทุน
- เอกสารค่าโฆษณาและค่าบริการ
- หนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่าย
- รายงานภาษีซื้อและภาษีขาย หากจด VAT
- รายการทรัพย์สินและค่าเสื่อมราคา
- รายละเอียดลูกหนี้และเจ้าหนี้
- ยอดสินค้าคงเหลือ
- ข้อมูลบัญชีและรายการปรับปรุงปลายงวด
เอกสารควรจัดเป็นรอบตั้งแต่ต้น ไม่ควรรอถึงกำหนดยื่นภาษีแล้วจึงรวบรวมย้อนหลัง สามารถอ่าน วิธีเตรียมเอกสารส่งสำนักงานบัญชี เพิ่มเติมได้
ยื่นภาษีออนไลน์ผ่านระบบอะไร
กรมสรรพากรมีระบบ e-Filing สำหรับยื่นแบบภาษีทางอินเทอร์เน็ต รวมถึงแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลหลายประเภท ผู้ประกอบการควรตรวจประเภทแบบ รอบบัญชี วันที่ครบกำหนด และสถานะการชำระภาษีทุกครั้งก่อนยืนยันรายการ
หากต้องการทำความเข้าใจระบบยื่นแบบโดยตรงสามารถอ่าน e-Filing สรรพากรคืออะไร ซึ่งแยก Search Intent เรื่องระบบยื่นออนไลน์ไว้โดยเฉพาะ
ข้อผิดพลาดที่ธุรกิจออนไลน์ควรระวัง
- ใช้ยอดเงินสุทธิจาก Marketplace เป็นยอดขายทันที
- รายได้จากบางแพลตฟอร์มตกหล่น
- ใช้บัญชีธนาคารส่วนตัวรับเงินของบริษัท
- ค่าใช้จ่ายไม่มีเอกสารประกอบ
- ไม่ตรวจสินค้าคงเหลือก่อนปิดบัญชี
- ภาษีหัก ณ ที่จ่ายไม่ตรงกับบัญชี
- ยื่น ภ.ง.ด.51 จากประมาณการที่ไม่มีข้อมูลรองรับ
- รอปลายปีจึงค่อยบันทึกเอกสารทั้งหมด
- ยอดรายได้ในบัญชีไม่สัมพันธ์กับข้อมูล VAT
ธุรกิจที่ต้องการวิเคราะห์ความเสี่ยงสามารถอ่าน ที่ปรึกษาภาษี และ วางแผนภาษีสำหรับ SME
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีนิติบุคคลธุรกิจออนไลน์
1. บริษัทขายออนไลน์ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 หรือไม่?
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่อยู่ในเกณฑ์ต้องยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีตามหลักเกณฑ์ โดยต้องตรวจรอบบัญชีของกิจการและวิธีคำนวณที่ใช้
2. ภ.ง.ด.50 ยื่นเมื่อไร?
โดยหลักต้องยื่นภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี พร้อมคำนวณภาษีจากผลประกอบการของทั้งรอบบัญชีตามหลักเกณฑ์
3. บริษัท SME เสียภาษี 15% ทั้งกำไรหรือไม่?
ไม่ใช่ อัตรา SME เป็นอัตราตามช่วงกำไรสุทธิและต้องเข้าเงื่อนไขทั้งด้านทุนที่ชำระแล้วและรายได้ของกิจการในรอบบัญชีนั้น
4. ยอด Marketplace ที่โอนเข้าธนาคารคือรายได้บริษัทใช่หรือไม่?
ยอดเงินที่ได้รับอาจเป็นยอดสุทธิหลังหักค่าธรรมเนียมและรายการอื่น จึงควรกระทบกับรายงานยอดขายและค่าธรรมเนียมก่อนบันทึกบัญชี
5. ภ.ง.ด.51 ยื่นต่ำกว่ากำไรจริงมีผลหรือไม่?
หากประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดโดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจมีเงินเพิ่ม จึงควรจัดทำประมาณการจากข้อมูลบัญชีและแผนธุรกิจที่มีหลักฐานรองรับ
สรุป ภาษีบริษัทขายออนไลน์ต้องเริ่มจากบัญชีที่ครบ
ภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับธุรกิจออนไลน์ ไม่ได้แยกออกจากระบบบัญชีของบริษัท รายได้จากทุกช่องทางต้องรวบรวมให้ครบ ค่าใช้จ่ายต้องมีหลักฐาน และข้อมูล ภ.ง.ด.51 ภ.ง.ด.50 VAT รวมถึงภาษีหัก ณ ที่จ่ายควรเชื่อมโยงกับบัญชีชุดเดียวกัน
การทำบัญชีรายเดือนและกระทบยอด Marketplace กับธนาคารอย่างสม่ำเสมอช่วยลดปัญหาตัวเลขไม่ตรงเมื่อถึงกำหนดยื่นภาษี หากต้องการดูงานในมุมบริการโดยตรงสามารถอ่าน บริการยื่นภาษีบริษัท หรือ บริการบัญชีครบวงจร เพิ่มเติมได้
.jpg)