views

สต๊อกไม่ได้เป็นเพียงสินค้าที่วางอยู่ในคลัง แต่เป็นเงินทุนของกิจการที่ยังไม่ได้เปลี่ยนกลับมาเป็นยอดขายและเงินสด

การจัดการสินค้าคงเหลือ คืออะไร? คุมสต๊อก ต้นทุน และกำไรให้เป็นระบบ

การจัดการสินค้าคงเหลือ คือการวางระบบตั้งแต่การวางแผนซื้อ รับสินค้า จัดเก็บ เบิกจ่าย ขาย ตรวจนับ ไปจนถึงการกระทบยอดระหว่างสินค้าจริงกับข้อมูลในระบบบัญชี เพื่อให้ธุรกิจมีสินค้าเพียงพอโดยไม่ถือสต๊อกมากเกินความจำเป็น

หากสต๊อกมากเกินไป เงินทุนจะถูกผูกอยู่กับสินค้าและอาจเกิดต้นทุนจัดเก็บ สินค้าเสื่อมสภาพ หรือล้าสมัย แต่หากสต๊อกน้อยเกินไปก็อาจทำให้เสียโอกาสขาย ดังนั้นการบริหารสินค้าคงเหลือจึงต้องหาจุดสมดุลระหว่างยอดขาย กระแสเงินสด ต้นทุน และความต้องการของลูกค้า

ในมุมบัญชี สินค้าคงเหลือยังมีผลโดยตรงต่อสินทรัพย์ ต้นทุนขาย และกำไรของกิจการ จึงไม่ควรแยกระบบคลังสินค้าออกจากระบบบัญชีจนตรวจสอบหากันไม่ได้

การจัดการสินค้าคงเหลือ

สต๊อกในระบบไม่ตรงกับของจริง?

ควรตรวจตั้งแต่เอกสารรับสินค้า การเบิกจ่าย การคืนสินค้า การตัดขาย และขั้นตอนกระทบยอด ไม่ควรแก้เฉพาะยอดปลายเดือนโดยไม่หาสาเหตุ

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

สินค้าคงเหลือ คืออะไร

ในทางบัญชี สินค้าคงเหลือไม่ได้หมายถึงสินค้าสำเร็จรูปที่รอขายเพียงอย่างเดียว แต่สามารถครอบคลุมสินค้าที่ถือไว้เพื่อขาย งานระหว่างทำ รวมถึงวัตถุดิบและวัสดุที่มีไว้ใช้ในกระบวนการผลิตหรือการให้บริการตามลักษณะกิจการ

ธุรกิจซื้อมาขายไปอาจมีสินค้าสำเร็จรูปเป็นหลัก ขณะที่โรงงานจะมีทั้งวัตถุดิบ งานระหว่างทำ และสินค้าสำเร็จรูป จึงต้องออกแบบระบบสต๊อกให้สัมพันธ์กับลักษณะธุรกิจ ไม่ควรใช้โครงสร้างเดียวกันทุกกิจการ

ผู้ที่ต้องการเข้าใจโครงสร้างบัญชีของธุรกิจซื้อขายสามารถอ่านผังบัญชีและการจัดหมวดสินค้าคงเหลือ ซึ่งช่วยให้เห็นว่าสต๊อกเชื่อมกับยอดซื้อ ยอดขาย และต้นทุนอย่างไร

สินค้าคงเหลือในทางบัญชี

ทำไมการจัดการสินค้าคงเหลือจึงสำคัญ

ธุรกิจที่มีสินค้าคงเหลือจำเป็นต้องตอบคำถามให้ได้ว่า “มีอะไรอยู่เท่าไร อยู่ที่ไหน ต้นทุนเท่าไร ขายได้หรือไม่ และยอดในระบบตรงกับของจริงหรือเปล่า” หากตอบไม่ได้ การตัดสินใจซื้อหรือขายจะอาศัยการคาดเดามากเกินไป

สต๊อกที่สูงเกินไปทำให้เงินทุนหมุนเวียนติดอยู่กับสินค้า ขณะที่สต๊อกต่ำเกินไปอาจทำให้สินค้าขาดมือ การบริหารจึงไม่ใช่เป้าหมายว่า “มีสินค้าเยอะที่สุด” แต่คือมีจำนวนเหมาะกับยอดขาย ระยะเวลาสั่งซื้อ และความเสี่ยงของสินค้านั้น

ข้อมูลสินค้าคงเหลือที่ดีจึงช่วยทั้งฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายขาย คลังสินค้า ฝ่ายบัญชี และผู้บริหาร หากต้องการดูภาพรวมความเชื่อมโยงของงาน สามารถอ่านการบริหารงานฝ่ายบัญชี ประกอบได้

สินค้าคงเหลือมีผลต่อกำไรอย่างไร

สินค้าคงเหลือเกี่ยวข้องโดยตรงกับการคำนวณต้นทุนขาย หากจำนวนหรือมูลค่าสินค้าปลายงวดไม่ถูกต้อง ตัวเลขต้นทุนขายและกำไรของกิจการก็อาจคลาดเคลื่อนตามไปด้วย

ตัวอย่างง่าย ๆ หากระบบแสดงสต๊อกสูงกว่าของจริง โดยไม่มีการตรวจหาสินค้าสูญหายหรือรายการตัดสต๊อกที่ผิดพลาด งบการเงินอาจแสดงสินทรัพย์และกำไรไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

สำหรับโรงงานหรือกิจการผลิต ควรศึกษาต้นทุนการผลิตและต้นทุนขาย เพิ่มเติม เพราะต้นทุนวัตถุดิบ งานระหว่างทำ และสินค้าสำเร็จรูปมีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกัน

สินค้าคงเหลือกับต้นทุนขายและกำไร

เริ่มจัดระบบสต๊อกจาก “รหัสสินค้า” ให้ชัด

ปัญหาสต๊อกจำนวนมากไม่ได้เริ่มจากการนับผิด แต่เริ่มจากข้อมูลต้นทาง เช่น สินค้าชนิดเดียวกันมีหลายรหัส ชื่อเรียกไม่เหมือนกัน หน่วยนับสับสน หรือรหัสในคลังไม่ตรงกับรหัสในโปรแกรมบัญชี

ธุรกิจจึงควรกำหนด Master Data ให้ชัด เช่น รหัสสินค้า ชื่อสินค้า หน่วยนับ กลุ่มสินค้า ที่จัดเก็บ และสถานะสินค้า พร้อมกำหนดว่าใครมีสิทธิสร้างหรือแก้รหัสใหม่

หากระบบขาย คลัง และบัญชีใช้รหัสเดียวกัน การกระทบยอดจะง่ายขึ้นมาก และช่วยลดปัญหาการขายสินค้า A แต่ตัดสต๊อกสินค้า B โดยไม่รู้ตัว

เอกสารรับ–จ่ายสินค้า ต้องเชื่อมกับสต๊อก

ทุกความเคลื่อนไหวของสินค้าควรมีเหตุผลและเอกสารหรือข้อมูลในระบบรองรับ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ รับสินค้า ขาย โอนคลัง คืนสินค้า เบิกใช้ แถม ชำรุด สูญหาย หรือปรับยอด

หากคลังสามารถแก้จำนวนสินค้าโดยไม่มีหลักฐาน หรือฝ่ายขายออกเอกสารแล้วไม่ได้ตัดสต๊อกทันที ยอดในระบบจะค่อย ๆ แตกต่างจากของจริงจนยากต่อการหาสาเหตุ

หลักนี้สอดคล้องกับการจัดระบบทำบัญชีบริษัท ที่ควรกำหนด Flow เอกสารตั้งแต่ต้นทางจนถึงการบันทึกบัญชีให้ตรวจสอบย้อนหลังได้

สต๊อกไม่ตรง อย่าเริ่มจากการแก้ยอดให้เท่ากัน

ควรหาว่าผลต่างเกิดจากรับสินค้าไม่ครบ ตัดขายผิด โอนคลังไม่ลง คืนสินค้าไม่บันทึก สินค้าชำรุด หรือมีการสูญหาย แล้วจึงปรับข้อมูลพร้อมหลักฐาน

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

ตรวจนับสินค้าคงเหลือ ต้องทำอย่างไร

การตรวจนับมีหน้าที่พิสูจน์ว่าสินค้าที่ระบบบอกว่ามีอยู่นั้นมีอยู่จริงและอยู่ในสภาพที่เหมาะสม ไม่ควรดูเฉพาะจำนวน เพราะสินค้าที่หมดอายุ ชำรุด เสื่อมสภาพ หรือขายไม่ได้ แม้ยังมีอยู่จริงก็อาจมีผลต่อการประเมินมูลค่า

ธุรกิจสามารถใช้การนับทั้งหมดหรือนับตามรอบตามความเหมาะสม แต่หน้านี้จะไม่ลงรายละเอียดขั้นตอนการตรวจนับซ้ำ เพราะเว็บไซต์มีบทความเฉพาะเรื่องอยู่แล้ว สามารถอ่านต่อที่ตรวจนับสินค้าคงเหลือและนับสต๊อกสินค้า

จุดสำคัญหลังนับคือการเปรียบเทียบผลกับระบบและสอบสวนผลต่าง ไม่ใช่เพียงนำจำนวนที่นับได้ไปแทนยอดเดิมโดยไม่มีคำอธิบาย

ตรวจนับและกระทบยอดสินค้าคงเหลือ

การกระทบยอดสต๊อกกับบัญชีสำคัญอย่างไร

ธุรกิจบางแห่งมีจำนวนสินค้าในระบบคลังถูกต้อง แต่ยอดมูลค่าในบัญชีแยกประเภทไม่ตรงกัน เพราะระบบขาย ระบบคลัง และโปรแกรมบัญชีบันทึกข้อมูลคนละจังหวะหรือคนละฐานข้อมูล

จึงควรกระทบยอดอย่างสม่ำเสมอระหว่างจำนวนในคลัง รายงานสินค้าคงเหลือ และยอดบัญชี พร้อมตรวจรายการระหว่างทาง เช่น สินค้าที่รับแล้วแต่เอกสารซื้อยังไม่มา สินค้าที่ขายแล้วแต่ยังไม่ตัดคลัง หรือสินค้าที่อยู่ระหว่างโอน

ก่อนปิดงบประจำปี ควรนำสินค้าคงเหลือเข้า Checklist การตรวจสอบร่วมกับธนาคาร ลูกหนี้ เจ้าหนี้ และทรัพย์สิน อ่านต่อได้ที่Checklist ปิดงบการเงินสำหรับบริษัทขนาดเล็ก

การประเมินมูลค่าสินค้าคงเหลือ ไม่ใช่ดูแค่จำนวน

เมื่อตรวจจำนวนแล้ว ธุรกิจยังต้องพิจารณามูลค่าของสินค้า เพราะสินค้า 100 ชิ้นที่มีอยู่จริงไม่ได้หมายความว่าจะมีมูลค่าตามราคาทุนเต็มจำนวนเสมอ หากสินค้าเสียหาย ล้าสมัย หรือราคาขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับกิจการที่อยู่ภายใต้ TAS 2 สินค้าคงเหลือต้องพิจารณาการวัดมูลค่าตามหลักที่เกี่ยวข้อง โดยมีแนวคิดสำคัญเรื่องราคาทุนและมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ ส่วนกิจการที่ใช้มาตรฐานสำหรับ NPAEs ต้องถือปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ใช้กับกิจการของตน

จึงควรมีรายงานแยกสินค้าขายช้า สินค้าไม่เคลื่อนไหว สินค้าชำรุด หรือสินค้าใกล้หมดอายุไว้ให้ฝ่ายบัญชีและผู้บริหารพิจารณา ไม่ควรเก็บรวมเป็นสต๊อกปกติทั้งหมด

FIFO กับต้นทุนถัวเฉลี่ย ต่างกันอย่างไร

กิจการต้องมีนโยบายในการกำหนดต้นทุนสินค้าคงเหลือที่เหมาะกับลักษณะสินค้าและมาตรฐานที่ถือปฏิบัติ วิธีที่พบได้ เช่น FIFO ซึ่งสมมติว่าสินค้าที่เข้าก่อนถูกนำออกก่อน และ ต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ซึ่งนำต้นทุนของสินค้ากลุ่มเดียวกันมาคำนวณค่าเฉลี่ย

ตัวอย่างเช่น หากซื้อสินค้าเดียวกันหลายครั้งในต้นทุนที่ต่างกัน วิธีคำนวณต้นทุนที่เลือกอาจทำให้ต้นทุนขายและมูลค่าสต๊อกปลายงวดแตกต่างกัน จึงต้องใช้นโยบายอย่างสม่ำเสมอและเหมาะสมกับรายการ

โปรแกรมบัญชีหรือระบบคลังสามารถช่วยคำนวณได้ แต่ธุรกิจต้องตั้งค่าระบบให้สอดคล้องกับนโยบายบัญชีตั้งแต่ต้น อ่านภาพรวมความสามารถของโปรแกรมบัญชีและระบบสินค้าคงคลัง เพิ่มเติมได้

สต๊อกจม คือสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม

สินค้าขายช้าหรือไม่เคลื่อนไหวเป็นเวลานานทำให้เงินทุนถูกผูกอยู่กับสต๊อก ธุรกิจควรมีรายงานอายุสินค้าและอัตราการหมุนเวียนเพื่อดูว่าสินค้าชนิดใดควรลดการสั่งซื้อ ทำโปรโมชั่น หรือวางแผนจัดการก่อนเสื่อมสภาพ

แต่การลดสต๊อกไม่ควรทำแบบเหมารวม เพราะสินค้าบางประเภทมีฤดูกาลหรือมี Lead Time ในการสั่งซื้อนาน สิ่งที่ควรดูคือข้อมูลยอดขายจริง ระยะเวลาสั่งซื้อ และระดับสต๊อกขั้นต่ำที่ธุรกิจยอมรับได้

บริหารสต๊อกจมและสินค้าขายช้า

ควบคุมภายในของสต๊อก ควรมีอะไรบ้าง

  • กำหนดผู้รับผิดชอบคลังและผู้มีสิทธิเข้าถึงสินค้า
  • แยกผู้อนุมัติซื้อออกจากผู้รับสินค้าเมื่อทำได้
  • ทุกการรับ–จ่ายควรมีเอกสารหรือรายการในระบบ
  • จำกัดสิทธิในการแก้ยอดสต๊อกย้อนหลัง
  • กำหนดขั้นตอนรับคืนสินค้าและสินค้าชำรุด
  • ตรวจนับตามรอบและเปรียบเทียบกับระบบ
  • ติดตามสินค้าขายช้าและไม่เคลื่อนไหว
  • กระทบยอดมูลค่าสต๊อกกับบัญชีเป็นประจำ
  • ตรวจ Cut-off ช่วงสิ้นเดือนและสิ้นรอบบัญชี
  • เก็บหลักฐานการปรับยอดทุกครั้ง

หากพบว่าฝ่ายขาย คลัง และบัญชีทำงานแยกกันจนข้อมูลไม่สัมพันธ์กัน ควรกลับมาทบทวนพื้นฐานระบบบัญชีธุรกิจ และกำหนดเจ้าของข้อมูลในแต่ละขั้นตอนให้ชัด

โปรแกรมช่วยบริหารสต๊อกได้แค่ไหน

ระบบ Barcode โปรแกรมคลังสินค้า และโปรแกรมบัญชีช่วยลดงานมือและทำให้ติดตามการเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้น แต่เทคโนโลยีไม่สามารถแก้ข้อมูลต้นทางที่ผิดได้เองทั้งหมด

ถ้าพนักงานรับสินค้าผิดรหัส ไม่ลงรายการคืนสินค้า หรืออนุญาตให้แก้สต๊อกโดยไม่มีการอนุมัติ ต่อให้โปรแกรมดีเพียงใดตัวเลขก็ยังคลาดเคลื่อนได้

หลักสำคัญจึงควรเป็น “Workflow ก่อน Software” คือกำหนดขั้นตอนคนและเอกสารให้ชัด แล้วจึงเลือกเครื่องมือให้รองรับกระบวนการนั้น

สินค้าคงเหลือก่อนปิดงบ ต้องตรวจอะไร

ช่วงปิดงบควรตรวจให้ครบทั้งจำนวน สภาพสินค้า การเป็นเจ้าของสินค้า และรายการรับ–จ่ายที่เกิดใกล้วันสิ้นรอบบัญชี เพื่อให้สินค้าที่แสดงในงบเป็นของกิจการจริงและอยู่ในรอบบัญชีที่ถูกต้อง

หากธุรกิจมีสินค้าฝากขาย สินค้าระหว่างทาง หรือเก็บสินค้าไว้หลายคลัง ต้องรวบรวมข้อมูลทุกสถานที่และพิจารณาข้อเท็จจริงเรื่องกรรมสิทธิ์ ไม่ควรนับเฉพาะของที่มองเห็นในคลังหลัก

รายละเอียดงานปลายปีสามารถอ่านต่อที่ปิดงบบัญชี คืออะไรและต้องตรวจอะไรบ้าง เพื่อเชื่อมสต๊อกเข้ากับกระบวนการปิดงบทั้งหมด

ตรวจสินค้าคงเหลือก่อนปิดงบ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจัดการสินค้าคงเหลือ

การจัดการสินค้าคงเหลือ คืออะไร?

คือการวางระบบควบคุมสินค้าตั้งแต่การซื้อ รับ จัดเก็บ เบิกจ่าย ขาย ตรวจนับ และกระทบยอด เพื่อให้มีจำนวนสินค้าเหมาะสมและข้อมูลตรงกับบัญชี

สินค้าคงเหลือมีผลต่อกำไรหรือไม่?

มี เพราะมูลค่าสินค้าคงเหลือเกี่ยวข้องกับต้นทุนขายและสินทรัพย์ หากจำนวนหรือมูลค่าผิด ตัวเลขกำไรและงบการเงินอาจคลาดเคลื่อนตามไปด้วย

ควรนับสต๊อกปีละครั้งพอหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับขนาดและความเสี่ยงของกิจการ หลายธุรกิจควรมีการนับตามรอบระหว่างปีด้วย เพื่อพบผลต่างและแก้ปัญหาได้เร็ว ไม่ต้องรอถึงวันสิ้นรอบบัญชี

FIFO กับต้นทุนถัวเฉลี่ยใช้ต่างกันอย่างไร?

FIFO ใช้สมมติฐานว่าสินค้าที่เข้าก่อนถูกนำออกก่อน ส่วนต้นทุนถัวเฉลี่ยคำนวณต้นทุนเฉลี่ยของสินค้าที่คล้ายกัน การเลือกต้องเหมาะกับลักษณะสินค้าและมาตรฐานที่กิจการถือปฏิบัติ

สต๊อกในโปรแกรมไม่ตรงกับของจริงควรทำอย่างไร?

ควรตรวจเอกสารและความเคลื่อนไหวตั้งแต่รับสินค้า ขาย โอน คืน ชำรุด และปรับยอด แล้วหาสาเหตุของผลต่างก่อนแก้ข้อมูลในระบบ

สรุป การจัดการสินค้าคงเหลือที่ดี ต้องเชื่อม “ของจริง” กับ “ตัวเลข”

เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่ทำให้รายงานสต๊อกดูสวย แต่ต้องทำให้จำนวนสินค้าจริง ความเคลื่อนไหวในระบบ และมูลค่าในบัญชีสามารถตรวจสอบหากันได้

ธุรกิจที่มี Master Data ชัด มีเอกสารรับ–จ่ายครบ จำกัดสิทธิแก้ไข ตรวจนับตามรอบ และกระทบยอดกับบัญชีสม่ำเสมอ จะพบปัญหาได้เร็วกว่าและมีข้อมูลที่ดีขึ้นสำหรับตัดสินใจซื้อ ขาย และวางแผนเงินทุน

สต๊อกจึงไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายคลังเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นข้อมูลร่วมของฝ่ายขาย จัดซื้อ คลังสินค้า บัญชี และผู้บริหาร ซึ่งต้องใช้ข้อมูลชุดเดียวกันและสามารถย้อนกลับไปหาหลักฐานได้

ต้องการจัดระบบสต๊อกให้เชื่อมกับบัญชี?

แจ้งประเภทธุรกิจ จำนวนสินค้า จำนวนคลัง โปรแกรมที่ใช้อยู่ และปัญหาที่พบ เพื่อสอบถามแนวทางจัด Workflow สต๊อกและบัญชีให้ตรวจสอบได้ง่ายขึ้น

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

บทความที่น่าสนใจ